<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63139</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมื่อกูรูแบงก์ชาติเก่า-ใหม่ตั้งวงถก &#039;BSF-กองทุนอุ้มตราสารหนี้เอกชน’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; กรณีการตั้ง &amp;quot;กองทุนเสริมสภาพคล่องฯ&amp;quot; หรือ BSF ด้วยพระราชกำหนดให้แบงก์ชาติเข้า &amp;quot;อุ้ม&amp;quot; ตราสารหนี้เอกชนในวงเงิน 4 แสนล้านบาท นับเป็น &amp;quot;ปรากฏการณ์&amp;quot; ในยามวิกฤติที่น่าสนใจและควรแก่การวิเคราะห์และรับฟังรอบด้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งเมื่อมีอดีตประธานคณะกรรมการและผู้บริหารธนาคารแห่งประเทศไทย นำโดย ดร.วีรพงษ์ รามางกูร ส่ง &amp;quot;จดหมายเปิดผนึก&amp;quot; ถึงนายกฯ ก็ยิ่งทำให้น่าติดตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นรายชื่อผู้ที่ร่วมลงนามจดหมายนี้ก็ทำให้เห็นว่าเป็นประเด็นทักท้วงที่ต้องฟัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะมีทั้ง ดร.โอฬาร ไชยประวัติ, ดร.ศิริ การเจริญดี, คุณธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล และคุณเสรี &amp;nbsp;จินตนเสรี และท่านอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผู้ที่ออกมาสนับสนุน พ.ร.ก.ฉบับนี้ นอกจากผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนปัจจุบัน คือ &amp;nbsp;ดร.วิรไท สันติประภพ ยังมีอดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล, คุณประสาร ไตรรัตน์วรกุล และคุณธาริษา วัฒนเกส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งเหมือน &amp;quot;หัวกะทิ&amp;quot; ของประเทศมาตั้งวงแลกเปลี่ยนกันในยามวิกฤติกันเลยทีเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถือได้ว่าการแลกเปลี่ยนความคิดความอ่านกันในเรื่องนี้เป็นปรากฏการณ์ที่น่าติดตามมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะไม่ว่าจะมองจากมุมไหน ทุกคนก็ต้องการจะปกปักรักษาบทบาทแห่งความเป็นมืออาชีพของธนาคารกลางของชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสียดายแต่เพียงว่า ท่านเหล่านี้ไม่สามารถนัดหมายมาจิบกาแฟถกกันให้ประชาชนได้ยินอย่างกว้างขวาง เหตุก็เพราะเจ้าไวรัสวายร้ายที่เป็นต้นเหตุของการถกแถลงนี่แหละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวใจของประเด็นถกแถลงไม่ได้อยู่ที่ว่า ในภาวะวิกฤติอย่างนี้ควรที่ทางการจะใช้ &amp;quot;มาตรการพิเศษ&amp;quot; &amp;nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบการเงินและการคลังต้องถูกกระทบ จนสั่นสะเทือนและสร้างความเสียหายให้ประเทศชาติหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นของ &amp;quot;จดหมายเปิดผนึก&amp;quot; อยู่ตรงที่แบงก์ชาติควรจะมีบทบาทตรงนี้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำไมไม่มอบหมายให้ธนาคารของรัฐสวมบทบาทตรงนี้ เพื่อไม่ให้ธนาคารกลางของประเทศต้องตกอยู่ในฐานะสุ่มเสี่ยงถูกกล่าวหาว่า &amp;quot;เอื้อต่อเอกชนบางรายอย่างไม่โปร่งใส&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือหากมีปัญหา แบงก์ชาติอาจต้องฟ้องร้องบริษัทเอกชน ทำให้เสียภาพลักษ์และความน่าเชื่อถือของธนาคารกลางได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวใจของจดหมายเปิดผนึกอยู่ตรงประโยคที่บอกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกข้าพเจ้าเห็นว่า...ธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ควรกระทำโดยตรง เพราะสามารถกระทำผ่านสถาบันการเงินของรัฐบาล เช่น ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารออมสิน, ธนาคารเพื่อการเกษตรฯ หรือธนาคารอาคารสงเคราะห์ เพื่อรักษาหลักการที่ธนาคารกลางควรเป็นเฉพาะนายธนาคารของรัฐบาล และเป็นแหล่งเงินสุดท้ายของธนาคารพาณิชย์ (Lender of the last resort) และอาจจะขยายไปถึงสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐบาลด้วยเท่านั้น...&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.วิรไทในฐานะผู้ว่าการแบงก์ชาติคนปัจจุบัน คงจะตระหนักตั้งแต่ต้นว่าการออกกฎหมายพิเศษในเรื่องนี้คงเกิดคำถามไม่น้อย เพราะน่าจะเป็นครั้งแรกที่ธนาคารกลางของไทยเข้ามาสวมบทบาท &amp;nbsp;&amp;quot;อัศวินม้าขาว&amp;quot; มาช่วยเอกชนเช่นนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณวิรไทอธิบายว่า ตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชนมีความสำคัญมากต่อระบบเศรษฐกิจไทย มีขนาดกว่า 3.6 ล้านล้านบาท หรือกว่า 20% ของ GDP ของประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าแบงก์ชาติบอกว่า Covid-19 ทำให้กลไกตลาดการเงินโดยเฉพาะตลาดตราสารหนี้ขาดสภาพคล่องและทำงานไม่ปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กองทุนเสริมสภาพคล่องเพื่อลดความเสี่ยงของการระดมทุนในตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชน&amp;quot; หรือ &amp;nbsp;Corporate Bond Stabilization Fund (BSF) จะช่วยเสริมสภาพคล่องช่วงสั้นๆ ให้ผู้ออกตราสารหนี้ที่มีคุณภาพดีและสามารถปฏิบัติได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด เพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชนที่ทำหน้าที่ได้ปกติ ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเป็นลูกโซ่ จนเกิดผลกระทบในวงกว้างต่อระบบการเงินและเศรษฐกิจโดยรวม...&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายสื่อสารและความสัมพันธ์องค์กรของแบงก์ไทยอธิบายเพิ่มเติมว่า ที่ธนาคารกลางต้องยอมรับบทบาทเช่นนี้ในภาวะอย่างนี้ก็เป็นเพราะ...
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การรอให้เกิดปัญหาขึ้นก่อนแล้วเข้าไปแก้ไขย่อมมีต้นทุนระบบเศรษฐกิจสูงกว่าการเข้าไปดูแลก่อนที่จะเกิดปัญหาลุกลาม...&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอย้ำว่าการตัดสินใจที่ต้องการความรวดเร็วเร่งด่วนอาจทำให้ไม่สามารถพึ่งพากลไกการทำงานของธนาคารเฉพาะกิจของรัฐแต่เพียงฝ่ายเดียวซึ่งมีพันธกิจอื่นอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และอธิบายว่าผู้ออกตราสารหนี้ภาคเอกชนก็มักจะไม่ใช่ลูกค้าที่ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐมีความคุ้นเคยอยู่เดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แบงก์ชาติบอกว่านี่ไม่ใช่การแก้กฎหมายธนาคารแห่งประเทศไทย แต่เป็นการออก พ.ร.ก. มีอายุ 5 &amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งไม่ได้เปลี่ยนหลักการที่วางไว้ใน พ.ร.บ.เกี่ยวกับ ธปท. ปี 2551 แต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระนั้นก็ต้องยอมรับว่านี่เป็นบทบาทของธนาคารกลางที่ &amp;quot;ไม่คุ้นเคย&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครั้งนี้ต้องถือเป็น &amp;quot;กรณีพิเศษ&amp;quot;...เรื่องที่ &amp;quot;ไม่ควรทำ&amp;quot; ในยามปกติก็กลายเป็นเรื่อง &amp;quot;จำเป็นต้องทำ&amp;quot; &amp;nbsp;ในภาวะวิกฤติที่ไม่มีอยู่ในแผนของรัฐบาลไหนในโลกทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมได้ยินคนที่ธนาคารกลางทั้งในไทยและต่างประเทศอ้างประโยคทองที่ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Extraordinary times demand extraordinary measures!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาวะไม่ปกติต้องการมาตรการที่ไม่ปกติเช่นกัน!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63139</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, ดร.ศิริ การเจริญดี, ดร.โอฬาร ไชยประวัติ, ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล, เสรี  จินตนเสรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
