<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>85269</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2020 06:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2020 06:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดร.ไตรรงค์ ออกโรงเตือนต้องไม่คบเด็กเลวเพื่อสร้างบ้านและคนหัวล้านเลวเพื่อสร้างเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ย.63 - ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันกษัตริย์กับสถาบันกองทัพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีพวกที่ไม่ต้องการให้มีสถาบันกษัตริย์มักจะถามคำถามว่า #ทำไมสถาบันกษัตริย์ไทยจึงต้องมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับสถาบันกองทัพไทย ผมขอแสดงความเห็นที่แบ่งออกได้เป็น 4 ข้อนะครับ (เปิดอ่านในรูปถัดๆไปได้ครับ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่โดยสรุปแล้ว ผมเห็นว่า อนาคตของประเทศไทยจะปลอดภัยแก่ลูกหลานที่จะตามมาได้ เรายังต้องฝากไว้กับสถาบันพระมหากษัตริย์และสถาบันทหารของประเทศ (แต่ก็มิได้หมายความว่าต้องให้ทหารเป็นนายกรัฐมนตรีนะครับ อย่าตีความผิด)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใครจะว่าผมเป็นไดโนเสาร์ก็ไม่เป็นไร และจะขอย้ำว่า ผมไม่เคยไว้ใจคนรุ่นใหม่ที่มีแต่ความบ้าเลือด ป่าเถื่อน หยาบคาย ไร้ความรอบคอบ มีแต่ความอาฆาตมาดร้าย อิจฉาริษยา ไร้ศีลธรรม ไม่มีหิริโอตัปปะ และไม่เคยสำนึกในความมีกตัญญูกตเวที&amp;hellip; ไม่ว่าเขาจะเป็นนักการเมืองโดยเปิดเผยหรือแอบซุ่มอยู่ข้างหลัง ถ้าเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีคุณสมบัติเลวอย่างนี้ เขาคงพร้อมจะยอมขายชาติของเราให้กับมหาอำนาจ (ที่มีแต่ความ #โลภและมานะทิฏฐิไม่สิ้นสุด) ก็เพื่อขอแลกกับการช่วยทำให้ตนมีอำนาจทางการเมือง พร้อมกับขอน้ำข้าวน้ำแกงในกะลาอย่าให้แห้งระหว่างที่ตนยังไม่มีอำนาจ เหล่านี้ก็เป็นการปฏิบัติตนเฉกเช่นนักการเมือง &amp;ldquo;กังฉิน&amp;rdquo; รุ่นพี่ๆ อย่างไรก็อย่างนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอฝากคติไว้เตือนใจนะครับว่า เราต้อง #ไม่คบเด็กเลวเพื่อสร้างบ้านเราต้องไม่คบหัวล้านเลวเพื่อสร้างเมือง นะครับ &amp;nbsp;สวัสดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85269</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.ไตรรงค์, ปกป้องสถาบันกษัตริย์, สามี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200910/image_big_5f5a3a2f2ceb4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82756</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2020 11:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2020 11:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สามสี&#039; งัดทฤษฎี &#039;ฮาร์วาร์ด&#039; ทำอย่างไรจึงจะเกิดความสมานฉันท์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ย. 63 - ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟชบุ๊กส่วนตัวโดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิธีให้เกิดความสมานฉันท์โดยการเจรจา (ทั้งในเชิงทฤษฎีและภาคปฏิบัติ)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
(1) ผู้เข้าร่วมในขบวนการเจรจาทุกคนต้องเป็นคนที่มี &amp;ldquo;ศีล&amp;rdquo; อย่างน้อย 3 ประการ ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.1) ต้องเป็นผู้ที่ #ไม่คิดจะเบียดเบียนทำร้ายผู้อื่นที่เห็นต่าง ทั้งในเรื่องเกียรติยศชื่อเสียงและร่างกาย คือจะไม่คิดทำร้ายผู้อื่นทั้งทางกายทุจริต มโนทุจริต และวจีทุจริต&lt;/p&gt;


	แซ่บ!ว่อนเน็ตครบทีม &amp;#39;ทอน-ฟ้าเดียวกัน-3 นิ้ว&amp;#39; ซดเหล้ากับดิบรับ &amp;#39;อานนท์&amp;#39; พ้นคุก
	&amp;#39;อุ๊&amp;#39; อบรม &amp;#39;แอมมี่&amp;#39; หลังคุยคำโตถ้าพวกเราชนะจะเช็คบิลทุกคนที่เป็นขี้ข้าเผด็จการ!
	ผอ.ซูเปอร์โพล ออกบทความ ลากไส้หมดพุงเบื้องหลังม็อบ 3 นิ้ว
	&amp;#39;อังคณา&amp;#39;นำขึ้นศาลแพ่งฟ้องเรียกเงินล้าน สำนักนายกฯ-ทบ.


&lt;p&gt;1.2) #ต้องเป็นคนไม่มักใหญ่ใฝ่สูง อยากได้ตำแหน่งทางการเมืองก็เพื่อจะไปกอบโกยโกงกินโดยหน้าด้านอ้างประชาชนและประชาธิปไตยบังหน้า คนเช่นนี้จะมีแต่การดันทุรังต่อรองเพื่อจะเอาชนะ ถือหลักว่าถ้ากูไม่ชนะพวกมึงก็อย่าหวังจะได้รับความสะดวกในกิจการต่างๆ ชาติฉิบหายช่างหัวมัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.3) #ต้องไม่เป็นคนปากอย่างใจอย่าง เป็นพวกที่เห็นการพูดเท็จและบิดเบือนข้อมูลให้คนอื่นหลงผิดเป็นเรื่องธรรมดาเป็นกลยุทธ์ที่เขาใช้โดยไม่มีความรู้สึกอับอายหรือเป็นพวกขาด หิริ โอตตัปปะ อย่างแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) ผู้เข้าร่วมในขบวนการเจรจาทุกคนต้องเป็นคนที่มี &amp;ldquo;ธรรม&amp;rdquo; อย่างน้อยที่สุดต้องมี &amp;quot;พรหมวิหาร 4&amp;quot; คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.1) มี #เมตตา คือ เป็นคนที่อยากให้ประชาชนมีความสุข มีความสงบ ไม่ต้องอยู่ด้วยความกลุ้มใจหวาดผวา ต้องไม่ใช่คนประเภทที่ถือหลักว่า &amp;ldquo;ถ้าไม่ได้ตามใจกู กูจะไม่ยอมให้ใครมีความสุข&amp;rdquo;
&amp;nbsp;
2.2) มี #กรุณา คือ เป็นคนที่เมื่อเห็นคนไทยและประเทศไทยมีความทุกข์อยู่แล้ว ไม่ว่าเพราะได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำของโลกและจากการต้องป้องกันตนมิให้ติดโรคโควิด-19 ก็ไม่คิดจะซ้ำเติมเพิ่มทุกข์ ผู้เข้าร่วมเจรจาจะต้องไม่ใช่มนุษย์ประเภทถ้าไม่เห็นด้วยกับพวกกู กูอยากจะเพิ่มทุกข์ให้แก่พวกมัน แม้พวกกูจะมีปริมาณน้อยกว่าอย่างมากมายก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.3) มี #มุทิตาจิต คือ ต้องเป็นคนที่ไม่มีความอิจฉาริษยา แบบว่าไม่อยากเห็นใครได้ดีกว่าตนเอง ต้องพยายามแกล้งมัน ขัดแข้งขัดขามัน เพราะมันไม่ใช่พวกกู แม้มันจะไม่ได้ทำผิดอะไรเลยก็ต้องหาเรื่องใส่ร้ายมันอย่างน้อยก็ต้องตั้งข้อหาว่ามันอยู่เบื้องหลังการยกร่างรัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน (เพราะเท่าที่ผมทราบคณะกรรมการยกร่างพิจารณากันอย่างอิสระเสรีโดยเขียนขึ้นให้เข้ากับบริบทของประเทศไทยไม่คิดจะคัดลอกประเทศใดๆ มาแบบ 100% แต่ก็ไม่ใช่จะแก้ไขไม่ได้)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.4) มี #อุเบกขา หมายถึงบุคคลที่ไม่มีพฤติกรรมดังต่อไปนี้ ไม่คิดที่จะอุ้มเมื่อประเทศซวนเซเหมือนพ่อแม่ที่คอยประคองลูกตอนหัดเดิน คนประเภทนี้จะชอบนั่งดูเฉยๆ หรือไม่ก็ซ้ำเติมเพราะเกลียดคนส่วนใหญ่ที่เสือกไม่เข้าข้างกู (หนังสือที่ควรอ่านประกอบคือพระพุทธศาสนาเพื่อสันติภาพของโลก เขียนโดยสมเด็จพระพุุทธโฆษาจารย์ ป.อ.ปยุตฺโต)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3) ตามทฤษฎีที่เขาใช้ปฏิบัติ ในการสร้างความสมานฉันท์เกิดขึ้นได้โดยการเจรจาระหว่างกลุ่มชนที่ขัดแย้งกันนั้น เขาจะไม่เรียกคู่ขัดแย้งมาเจรจากันต่อหน้า (ยิ่งถ้าเจรจาสดผ่านทีวีถือว่าบ้าหนัก) เพราะโดยพื้นฐานที่ทุกคนจะมีความไม่มีศีลและความไม่มีธรรมในข้อ (1) และ (2) อยู่ในสันดานมากน้อยแล้วแต่การศึกษาและการอบรม จึงทำให้ไม่มีใครยอมใครกัน โดยเฉพาะต้องให้การเจรจาถูกใจกองเชียร์ที่อยู่ข้างหลังด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามทฤษฎีที่หลายแห่งในโลกทำสำเร็จเขาจะ #ใช้บุคคลที่ 3 ที่ไม่มีผลประโยชน์ได้เสียกับปัญหาความขัดแย้งเป็นคนเจรจา สมมุติว่า คู่ขัดแย้ง คือ กลุ่ม A กับกลุ่ม B คนเจรจา คือ นาย C (บุคคลหรือคณะบุคคลก็ได้) จะไปเจรจากับกลุ่ม A ได้ความอย่างไรก็มาเจรจากับกลุ่ม B แล้วนำข้อเสนอของกลุ่ม B ไปเจรจากับกลุ่ม A อีก ทำสลับกันไปมาอย่างนี้จนเมื่อได้ข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายพอจะยอมรับกันได้แล้ว จึงจะเรียกทั้งสองฝ่ายมาเจรจากันรอบๆ โต๊ะเจรจาเพื่อยืนยันข้อตกลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สงครามระหว่างรัฐบาลอินโดนีเซียกับกบฏแยกดินแดนรัฐอาเจะห์ยุติได้ก็โดยวิธีนี้ คนที่อยากให้เกิดความสมานฉันท์กรุณาไปศึกษาเอาเองครับ ถ้าไม่เชื่อผม #ความสมานฉันท์ที่ฝันกันนั้นคงเกิดได้ยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คราวที่แล้วก็เจ๊งมาแล้ว #จะให้เจ๊งซ้ำอีกสักกี่หนไม่ทราบครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอขอบคุณมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดที่สอนทฤษฎีนี้ให้กับผม&lt;/p&gt;


	&amp;#39;ไพศาล&amp;#39; ชี้เป้าหัวโจกล้มสถาบัน กบฏมีโทษถึงประหารชีวิต!
	กระจ่าง! ทำไม &amp;#39;สถาบันพระมหากษัตริย์ไทย&amp;#39; จึงมีคนจงรักภักดีมากกว่านายกฯที่มาจากการเลือกตั้ง
	&amp;#39;พุทธะอิสระ&amp;#39; ปูดข่าวอัปมงคล!
	&amp;#39;จตุพร&amp;#39; เผยเสื้อแดงหวิดโกลาหลเหยียบกันตาย!
	&amp;nbsp;&amp;#39;วรงค์&amp;#39; แฉ &amp;#39;ไอลอว์&amp;#39; รับเงินต่างชาติถึง 6 หน่วยงาน!

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82756</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.ไตรรงค์, ปรองดอง, สมานฉันท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200910/image_big_5f5a3a2f2ceb4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80026</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2020 07:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2020 07:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดร.ไตรรงค์ : อย่าปล่อยให้ใครเขามาด่าว่าลูกเราว่าเป็น &#039;อ้ายลูกหรืออีลูกที่พ่อแม่ไม่สั่งสอน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ต.ค.63 - ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กโดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การบังคับหรือการควบคุมตัวเองกับการชุมนุมทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านปัญญานันทภิกขุ (อุปัชฌาย์ของผู้เขียน) ได้เคยสอนเอาไว้ว่า &amp;ldquo;คนที่ไม่ใจอ่อน มีความเข้มแข็งนั้น ต้องเป็นคนที่รู้จักการเสียสละ (จาคะ) คือ เสียสละที่จะไม่ตามใจกิเลส คืออะไรที่เห็นว่า ไม่ดีไม่เอา ไม่ถูกไม่เอา ไม่เป็นประโยชน์ไม่เอา ทำให้คนอื่นเสียหายไม่เอา&amp;rdquo; ซึ่งก็คือความหมายของคำว่า &amp;ldquo;เสียสละ&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;จาคะ&amp;rdquo; ในภาษาธรรมนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ความเสียสละ (จาคะ) นี้จะมีไม่ได้ ถ้าหากเราไม่มีความอดกลั้นที่เรียกว่า &amp;ldquo;ขันติ&amp;rdquo; ความอดกลั้นจึงเป็นเบื้องต้นของความเสียสละ เพราะธรรมชาติของมนุษย์นั้นมักจะคล้อยตามความรู้สึกอยากทำสิ่งที่เป็นของ &amp;ldquo;ต่ำ&amp;rdquo; เพราะสิ่งที่ไม่ดีนั้นมันทำง่าย เช่น ความอยากได้ อยากเอา อยากเป็น ซึ่งเป็นความรู้สึกที่มีพื้นฐานมาจากวิญญาณของสัตว์ที่สิงอยู่ในตัวเราดังกล่าวข้างต้น มีแต่ความอดกลั้น (ขันติ) เท่านั้นที่จะเอาชนะมันได้ เมื่อใดมีความรู้สึกโลภ โกรธ หลง ก็ต้องใช้ความอดกลั้น (ขันติ) ไม่ไปทำอะไรตามใจความรู้สึกนั้นๆ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเรียกการไม่ทำตามใจความรู้สึกนี้ว่า &amp;ldquo;การทำอตัมมยตา&amp;rdquo; ท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุได้แปลคำนี้เป็นภาษาไทยง่ายๆ ว่า &amp;ldquo;กูไม่เอาด้วยกับมึง&amp;rdquo; ซึ่งเราจะทำเช่นนั้นได้ เราต้องมีความอดกลั้นที่อยู่ในระดับสูงพอสมควร เพราะเป็นการต่อสู้กับอำนาจฝ่ายต่ำที่จะดึงเราให้ลงต่ำ ถ้าเราไม่มีความอดกลั้นสูงก็จะต้านทานมันยากหรือต้านทานไม่สำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ความอดกลั้น (ขันติ) นั้นอาจจะไม่สามารถคงสภาพได้นาน อาจทำได้เพียงชั่วคราวแล้วก็พ่ายแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำ ตัว&amp;ldquo;ขันติ&amp;rdquo;ก็จะอยู่ได้เพียงชั่วคราวถ้าจะให้มันอยู่ถาวรหรือยาวนานขึ้น เราต้องมีธรรมะอีกข้อหนึ่งไว้ควบคุมจิตของตัวเองตลอดเวลา ธรรมะข้อนั้นเรียกว่า &amp;ldquo;การควบคุมตัวเอง&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ทมะ&amp;rdquo; ซึ่งจะเป็นตัวควบคุมมิให้ความอดกลั้น(ขันติ) หายไปได้ง่ายๆ กล่าวคือ เราต้องบังคับจิตของเราให้อยู่ในภาวะที่สม่ำเสมอหรือก็คือการควบคุมจิตของตนไม่ยอมให้ &amp;ldquo;ขันติ&amp;rdquo; หลุดไปจากจิต เพื่อป้องกันมิให้จิตไหลไปทางต่ำตามอำนาจของกิเลสแห่งเดรัจฉาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่เราจะสามารถควบคุมตัวเองให้ได้ตามที่กล่าวไว้ในข้อ 3. นั้น ท่านอาจารย์ปัญญานันทภิกขุได้แนะนำไว้ว่า เราต้องใช้หลายอย่างมาเป็นเครื่องมือซึ่งผมจะใช้ ภาษาคน อธิบายดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


	&amp;#39;ไตรรงค์&amp;#39; เล่าก่อน 6 ตุลา 19 &amp;#39;ดร.ป๋วย-อธิการบดีมธ.&amp;#39; ส่งเข้าไปเจรจากับแกนนำนักศึกษา แล้วเหตุร้ายก็เกิดขึ้นจริงๆ
	ร้อน! &amp;#39;สุธรรม-อดีตผู้นำนักศึกษายุคตุลา 19&amp;#39; โผล่เคลียร์ปม &amp;#39;ไตรรงค์&amp;#39; พาดพิงถึงเหตุการณ์นองเลือดเมื่อ 44 ปีที่แล้ว


&lt;p&gt;ให้เอาศีลธรรมของศาสดาต่างๆ มาบังคับใจตน ถ้าเป็นพุทธศาสนิกชนก็ให้เอาหลักศีลธรรมของพระพุทธเจ้ามาใช้บังคับตน เพื่อแสดงให้เห็นว่าเราเป็นศาสนิกชนที่มี &amp;ldquo;สัจจะ&amp;rdquo; ต่อพระศาสดาของเรา (หรือต่อพระเจ้าของเรา) เพราะหลักศีลธรรมของทุกศาสนาล้วนเป็นของดี เช่น หลักศีลหลักธรรมของพระพุทธเจ้าในศาสนาพุทธนั้นสามารถใช้เป็นหลักประกันอันมั่นคงในการใช้ดำเนินชีวิตให้อยู่ในทำนองคลองธรรม สามารถป้องกันมิให้กระทำชั่วทั้ง 3 ทาง คือ จะไม่ให้มีกายทุจริต มโนทุจริต และวาจาทุจริต (คือไม่พูดเท็จ ไม่พูดให้เกิดความแตกแยกในหมู่ชน ไม่พูดจาหยาบคาย ไม่พูดเหลวไหล เพ้อเจ้อ แบบพูดตามมโนของตนเองทั้งๆ ที่ไม่มีหลักฐานและไม่มีหลักเกณฑ์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอาจารีตประเพณีมาใช้บังคับตัวเอง เช่น จารีตประเพณีที่ยึดถือสืบทอดกันมาแต่โบราณกาลว่าทำอย่างนั้นไม่ได้หรือไม่ควรทำ เราก็ต้องบังคับตนเองมิให้ทำเช่นนั้น (อย่างน้อยที่สุดถ้าเราไม่ทำตามเพราะไม่เห็นด้วย เราก็ไม่ควรไปเยาะเย้ยถากถางผู้อื่นที่เขาทำตาม กล่าวคือ เราอย่าไปย่ำยีคุกคามเสรีภาพของคนอื่นเขาในเรื่องนี้ จึงจะเรียกว่าเรามีใจที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง) ยกตัวอย่าง เช่น จารีตประเพณีของไทยแต่โบราณกาลนั้น เราจะให้ความเคารพนับถือแก่ผู้ที่อาวุโส เพราะเราเห็นว่าท่านได้ผ่านโลกมามากกว่าเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านได้ช่วยสร้างรายได้ประชาชาติ (GDP) มาให้เราได้บริโภคในตอนที่เรายังไม่มีความสามารถสร้างอะไรๆ ให้กับ GDP ได้เลย เราจึงเป็นหนี้บุญคุณท่านอาวุโสทั้งหลาย เราควรให้ความนับถือท่าน ผู้อาวุโสเองก็จะให้ความรักความเมตตาแก่ผู้เยาว์ พร้อมจะให้อภัยเมื่อพวกเขาทำผิดพลาดเพราะอ่อนประสบการณ์และพร้อมจะให้คำแนะนำชี้ทางสว่างให้กับพวกเขา นี่คือจารีตประเพณีของประเทศไทย ประเทศทางตะวันตกที่เราเห็นว่าเขาเจริญกว่าเรานั้นมักจะไม่มีจารีตประเพณีอันนี้ เพราะเขาวัดค่าของคนกันด้วยจำนวนเงินในธนาคารว่าใครมีมากกว่า ผู้มีน้อยกว่าก็จะนับถือผู้ที่มีมากกว่า แม้ว่าฝ่ายหลังจะมีอาวุโสต่ำกว่าฝ่ายแรกก็ตาม เราไม่ควรเอาจารีตประเพณีของชาติอื่นๆ เช่นนี้มาใช้ในสังคมไทยถ้ายังอยากอยู่ร่วมกับคนไทยในสังคมไทยๆ มิฉะนั้นเราจะอยู่ยาก จะมีชีวิตในสังคมอย่างสันติสุขและมีความเจริญย่อมเป็นไปไม่ได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอากฎหมายมาใช้บังคับ &amp;ldquo;จิต&amp;rdquo; ถ้ากฎหมายเขาห้ามก็ต้องถือว่าประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศเขาห้ามเพราะกฎหมายบัญญัติโดยรัฐสภาที่ประกอบด้วยผู้แทนปวงชนชาวไทยทั้งประเทศเป็นผู้เลือกเข้าไป (แม้อาจจะไม่ใช่ทุกฉบับก็ตาม) ถ้าเราไม่เกรงกลัวกฎหมาย กล้าฝ่าฝืนในสิ่งที่กฎหมายห้าม คุกตาราง และความตกต่ำแห่งชีวิตก็จะคืบคลานเข้ามาหาเราในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านอาจารย์ปัญญานันทภิกขุได้กล่าวไว้ว่า &amp;ldquo;ให้หัดบังคับตัวเองไว้บ่อยๆ ก็จะกลายเป็นคนมีระเบียบวินัยเป็นฐานของชาติของประเทศของความเจริญก้าวหน้า คนขาดระเบียบวินัยแล้วจะทำอะไรได้ สังคมใดไม่มีวินัย สังคมนั้นอ่อนแอ จะสร้างชาติสร้างประเทศให้ก้าวหน้าได้ยาก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มีลูกมีหลานต้องสอนให้บังคับตัวเองไม่ให้ทำอะไรตามใจตัว ตามใจอยาก คอยสอนคอยเตือนเขาไว้ว่า อันนั้นไม่ดี ไม่ถูก ไม่ชอบ ไม่ควร อย่าได้กระทำเช่นนั้น เด็กนั้นก็จะเคยชินกับการบังคับตัวเอง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าลูกจะไปชุมนุมทางการเมืองก็ควรเอาหลักทั้ง 3 ข้อของท่านปัญญานันทภิกขุอบรมเขาเสียก่อน เขาจะได้มีสติไม่ไปแห่ตามผู้นำการชุมนุมบางคนที่ไม่มีธรรมะหรือพ่อแม่มิได้อบรมเอาไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าปล่อยให้ใครเขามาด่าว่าลูกเราว่าเป็น &amp;ldquo;อ้ายลูกหรืออีลูกที่พ่อแม่ไม่สั่งสอน&amp;rdquo; ประโยคสุดท้ายนี้ผมเป็นคนพูดเองนะครับ ไม่ใช่คำพูดของท่านปัญญานันทภิกขุหรือของท่านพุทธทาสภิกขุ อย่าเข้าใจสับสนนะครับ ขอให้ธรรมะคุ้มครองทุกท่านให้มีแต่ความสุขความเจริญครับผม/ สวัสดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80026</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ดร.ไตรรงค์, ม็อบ, ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200910/image_big_5f5a3a2f2ceb4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
