<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117698</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2021 07:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2021 07:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.ไตรรงค์&#039;ซัดนักการเมืองที่อ้างปชต.แต่ไม่กล้าต่อต้านเผด็จการทั้งสองรูปแบบเป็นคนขี้ขลาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
24ก.ย.64- ดร. ไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า
#คอร์รัปชันกับระบบการเมืองการปกครอง
.
1) ถ้าเราถามคนทั่วๆ ไปที่มิใช่นักวิชาการว่าทำไมเขาจึงเกลียดเผด็จการ เขาก็จะตอบและอธิบายตามความรู้สึกพื้นๆ อยู่ 2 - 3 ประการ เช่น
.
1.1) เขาไม่ชอบก็เพราะ #เผด็จการมักจะใช้อำนาจตามอำเภอใจ ไม่ต้องกลัวว่าใครจะตรวจสอบ เพราะเป็นระบบที่พยายามไม่ให้มีการตรวจสอบ และไม่อยากให้มีความเห็นต่าง จะหาทางขยี้ ผู้ขัดขวางอำนาจ โดยไม่สนใจหลักมนุษยธรรม
.
1.2) เมื่อไม่มีการตรวจสอบ เช่น ไม่มีฝ่ายค้านที่ทำงานได้อย่างจริงจัง ไม่มีองค์กรอิสระที่สามารถมีอิสรภาพในการตรวจสอบได้อย่างแท้จริง พวกเผด็จการก็จะไม่ต้องคำนึงถึงกฎหมายและศีลธรรม จะ #รวมหัวกันใช้อำนาจในการกอบโกยโกงกิน (CORRUPTION) สร้างความร่ำรวยให้กับตนเอง ญาติโกโหติกา และผู้สนับสนุนใกล้ชิดบนความซูบผอมและเจริญตามธรรมชาติไม่ได้ของประเทศ
.
1.3) พวกเขามักจะ #หลงตัวเอง ว่า พวกเขาเท่านั้นที่ฉลาดและเก่งกว่าคนอื่น ไม่ต้องไปฟังเสียงใครไม่ต้องไปสนใจในความเห็นต่าง ฟังแต่ความเห็นของพวกประจบสอพลอก็พอแล้ว จึงมักจะตัดสินใจทำอะไรแบบไม่รอบคอบ ลองผิดลองถูก แม้จะเกิดความเสียหายอย่างมหาศาลต่อชาติบ้านเมืองในบางครั้ง พวกเขาก็ไม่สนใจ ทำเป็นไม่เห็นและแกล้งลืม เขาคิดแต่เพียงว่าเงินงบประมาณของแผ่นดินมันไม่ใช่เงินของกู มันไม่ใช่เงินของแม่กู และมันก็ไม่ใช่เงินของเมียกู (เราลองทบทวนดูว่าในอดีตที่ผ่านมา ชาติได้รับความเสียหายไปเท่าใดกับความคิดเช่นนี้ของนักการเมืองและผู้มีอำนาจ)
.
2) เผด็จการที่มีความประพฤติดังกล่าวทั้ง 3 ข้อ ย่อมเกิดขึ้นได้ทั้งในรูปของเผด็จการแบบเบ็ดเสร็จของกำลังฝ่ายทหารเช่นที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย สมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เผด็จการฮิตเลอร์ในเยอรมัน เผด็จการมุสโสลินีในอิตาลี เผด็จการนายพลปิโนเซ่แห่งประเทศชิลี เผด็จการซูฮาร์โต้แห่งอินโดนีเซีย เคยมีและยังมีเผด็จการเช่นนั้นอยู่ในอีกหลายประเทศทั้งในแอฟริกาและตะวันออกกลาง
.
ส่วนเผด็จการอีกแบบหนึ่งก็คือเผด็จการพลเรือน (บางที่เรียกว่าเผด็จการรัฐสภา) เพราะเป็นเผด็จการที่ใช้ระบบเลือกตั้งเป็นบันไดไต่เต้าเข้าสู่การมีอำนาจสูงสุด เมื่อได้อำนาจนั้นแล้วก็จะใช้อำนาจนั้นทำลายฝ่ายค้าน สื่อสารมวลชน ทำลายระบบการตรวจสอบความโปร่งใส หลังจากนั้นก็เหลือทางสะดวกให้สามารถทำชั่ว ประพฤติเลวเหมือนพวกเผด็จการทหารที่สมบูรณ์ (บางครั้งทำได้เลวกว่าเสียด้วยซ้ำไป) โลกได้ประสบพบเห็นเผด็จการในรูปแบบนี้มามากมาย เช่น เผด็จการเปรองในอาร์เจนตินา เผด็จการฟูจิมูริในเปรู เผด็จการดิอาซ (DIAZ) และพรรค PRI ตลอด 70 ปี ในเม็กซิโก เผด็จการมาร์คอสในฟิลิปปินส์ เผด็จการชาเวซในเวเนซูเอล่า และเผด็จการทักษิณในประเทศไทย (แม้เผด็จการฮิตเลอร์และเผด็จการมุสโสลินีก็อาจจัดให้อยู่ในกลุ่มนี้ได้เช่นกัน)
.
ผู้เป็นเผด็จการทั้งสองรูปแบบ อาจจะมิใช่คนชั่วแต่กำเนิด หากระบบการเมืองและราชการที่อ่อนแอเปิดโอกาสให้เขาเป็นเช่นนั้น เพราะการมีอำนาจมากโดยขาดการตรวจสอบสามารถ #ทำให้คนดีเป็นคนเลวได้เสมอ
.
3) นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยจริงๆ จึงต้อง #คัดค้านเผด็จการทั้งสองรูปแบบนั้น โดยไม่มีข้อยกเว้น แม้ว่าในโลกนี้ไม่เคยมีประเทศใดที่มีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ตามอุดมคติที่แท้จริง แต่ก็ควรมีรูปแบบประชาธิปไตยที่พอเหมาะพอสมกับขนบธรรมเนียมประเพณี นิสัยใจคอของประชาชน และประวัติศาสตร์ของประเทศนั้นๆ จะลอกแบบของใครๆ มาใช้อย่างชนิด 100% ย่อมไม่มีทางเป็นไปได้ และไม่มีทางจะทำให้เกิดความสงบ โปร่งใส และมีความเจริญทุกด้านอย่างราบรื่นไปได้อย่างแน่นอน
.
แน่นอนว่า หลักใหญ่ของระบบประชาธิปไตยอันหนึ่งก็คือผู้มีเสียงส่วนใหญ่ในรัฐสภา (ในระบบอังกฤษและฝรั่งเศส) ต้องเป็นผู้มีสิทธิในการจัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศ (หลัก majority vule) แต่การใช้อำนาจดังกล่าวต้องมีความโปร่งใส ไม่ขัดหลักนิติธรรม และต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชนเพียงเท่านั้น
.
ด้วยเหตุนี้ เราจึงไม่เคยได้ยินใครด่าประณามนายลี กวนยู ว่าเป็นเผด็จการของสิงคโปร์ เพราะนายลี กวนยู และพรรคพวกไม่เคยโกงกินคอรัปชั่น ใครมีความประพฤติที่ไม่ดี จะถูกนายลี กวนยู ใช้อำนาจทางการเมืองปลดออกจากตำแหน่งทันที ไม่เว้นแม้แต่ผู้ที่เป็นประธานาธิบดีของประเทศก็เคยถูกปลดมาแล้ว
.
แต่ใครจะมาคิดลอกแบบการเมืองการปกครองของสิงคโปร์มาใช้กับประเทศไทยนั้นเป็นการคิดผิดเพราะคนไทยไม่ใช่คนสิงคโปร์ นักการเมืองไทยก็ยังห่างมากกับมาตรฐานของนักการเมืองสิงคโปร์หลายเท่า(รวมทั้งเงินเดือนด้วย)
.
4) กติกาในการกำหนดรูปแบบการเมืองการปกครองของประเทศ จึงต้องมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง #ของใครก็ของมัน ชาติมหาอำนาจใดๆ จะมาบีบบังคับแทรกแซงเพื่อจะให้ประเทศใดๆ ที่อ่อนแอกว่าใช้ระบบและกติกาการเมืองการปกครองให้เหมือนของตนย่อมเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ไม่ถูกต้องทั้งทางทฤษฎีการเมืองและมารยาทระหว่างประเทศ
.
ระบบการเมืองการปกครองของสาธารณรัฐประชาชนจีนก็เป็นระบบที่เหมาะสมกับบริบทหลายๆ อย่าง รวมทั้งประวัติศาสตร์ของพวกเขา ประชาธิปไตย (รวมศูนย์) แบบของเขาก็อาจจะดีที่สุดสำหรับประเทศของเขา ใครจะมาพูดว่าประชาธิปไตยแบบอเมริกาดีกว่าของจีน ก็ย่อมไม่ได้และไม่ถูกต้อง คนส่วนใหญ่ของจีนอาจจะพอใจในระบบของเขา แน่นอนว่าก็คงไม่ถึง 100% เช่นกัน มิฉะนั้นจะเกิดมีกบฏเทียนอันเหมิน (ปี พ.ศ. 2532) และกบฏประชาธิปไตยในฮ่องกง เมื่อ 1 - 2 ปีที่ผ่านมาได้อย่างไร
.
5) การเมืองประชาธิปไตยแบบอเมริกา ถ้ายอมรับความจริง ไม่มีการดัดจริตพูดกันก็เป็นเพียง #การเมืองที่ออกแบบให้คนจนเลือกตัวแทนของคนชนชั้นรวยๆ ชึ้นไปจัดตั้งรัฐบาลปกครองประเทศเท่านั้น อังกฤษก็เหมือนกัน ฝรั่งเศสก็เหมือนกัน เยอรมันก็เหมือนกัน ญี่ปุ่นก็เหมือนกัน ฯลฯ ถ้าจะให้ยกเว้นได้บ้างก็คงจะเป็นประเทศในสแกนดิเนเวีย เพราะคนทั้งประเทศมีรายได้ใกล้เคียงกันมาก รัฐบาลจากการเลือกตั้งของพวกเขา จึงจะพออนุโลมได้ว่าเป็นรัฐบาลที่เป็นตัวแทนของประชาชนส่วนใหญ่อย่างแท้จริง (นั่นแหละคือรัฐบาลของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน ค่อนข้างจะใกล้เคียงความเป็นจริง แม้จะไม่ 100% ก็ตาม)
.
6) #ประเทศที่มีความแตกต่างในรายได้ระหว่างชนชั้นสูงมากๆ กล่าวคือ มีคนจนจำนวนมาก มีคนรวยจำนวนน้อย ชนชั้นกลางยังมีความอ่อนแอ การเมืองก็จะถูกควบคุมโดยคนในชนชั้นรวย เพราะยังสามารถซื้อเสียงได้จากคนจนในเขตเลือกตั้งต่างๆ ทั่วประเทศ และเมื่อเข้ามาอยู่ในสภาฯ ได้แล้ว ก็ยังสามารถซื้อเสียงจากนักการเมืองด้วยกันทั้งจาก ส.ส. ในพรรครัฐบาลและ ส.ส. ในซีกของฝ่ายค้านจึงจะสามารถบริหารประเทศได้อย่างราบรื่นและมีเสถียรภาพ ประธานาธิบดีลินคอล์นแห่งสหรัฐอเมริกา ถ้าไม่ใช้วิธีนี้มีหรือจะสามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ยกเลิกการมีทาสได้ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 13 ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1865 หรือมีอเมริกันคนหน้าไหนจะกล้าเถียงว่าเรื่องนี้ &amp;ldquo;ไม่จริง&amp;rdquo; (อย่าลืมว่าผมเรียนเรื่องนี้มาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard) สหรัฐอเมริกานะครับ)
.
หมายเหตุ คนมันเหนือกว่าสัตว์ก็ตรงราคาเนื้อของมันต่อกิโลกรัมนั้นแพงกว่าเนื้อของสัตว์หลายเท่า ทั้งๆ ที่เนื้อของคนจะใช้กินสักคำก็ยังไม่ได้เลย
.
7) กติกาในการกำหนดรูปแบบการปกครองประเทศของแต่ละประเทศจึงต้องมีความละเอียดอ่อนให้ #คล้องจองกับบริบทของประเทศนั้นๆ อย่างแท้จริง ทฤษฎีประชาธิปไตยต่างๆ มันล้วนแต่เป็นอุดมคติ ช่วยเป็นเพียงเข็มทิศชี้ทาง แต่ยังไม่เคยเห็นมีประเทศใดในโลกปฏิบัติได้จริงๆ 100% แน่นอนว่าการบ้าประชาธิปไตยย่อมดีกว่าการบ้าเผด็จการ แต่อย่าบ้าทฤษฎีมากจนลืมไปว่าประเทศของกูไม่ได้เหมือนประเทศของคนอื่น ระบบของกูก็ต้องเหมาะกับประเทศของกู ประเทศอื่นก็ไม่ควรมาเสือก เพราะประเทศของกูไม่ใช่ประเทศของมึง พ่อของพวกมึงก็ไม่ใช่พ่อของพวกกู พ่อของพวกกูก็ไม่ใช่พ่อของพวกมึง
.
พวกบ้าประชาธิปไตยแบบตะวันตกนั้น ยิ่งเคร่งครัดตามทฤษฎีตะวันตกมากขึ้นเพียงใดก็จะยิ่งอยู่ห่างไกลจากบริบทความเป็นจริง ทั้งในความเป็นคนของคนและความเป็นประเทศของประเทศมากยิ่งขึ้นเพียงนั้น คนที่สอนเรื่องนี้ได้ดีที่สุดคือ ศาสตราจารย์ปิแอร์ เลอกรองค์ (PIERRE LEGRAND) แห่งมหาวิทยาลัยปารีส
.
ซึ่งเคยได้รับเชิญให้มาสอนเรื่องระบบกฎหมายเปรียบเทียบที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (Cambridge) ประเทศอังกฤษซึ่งผมได้มีโอกาสเป็นลูกศิษย์ของท่านในปี ค.ศ. 2012 (เมื่อผมไปเรียนเรื่องกฎหมายรัฐธรรมนูญที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์)
.
&amp;nbsp;สรุป : นักการเมืองใดที่ปากพร่ำพูดว่า #กูรักประชาธิปไตย แต่ไม่มีความกล้าพอที่จะต่อต้านและป้องกันมิให้ชาติต้องมีเผด็จการรูปแบบหนึ่งรูปแบบใดในสองรูปแบบนี้อย่างจริงจังก็ถือว่าเป็นคน #สักแต่พูดให้ตนดูดี แต่ก้นบึ้งของหัวใจเต็มไปด้วยความขี้ขลาดและมีแต่ความโลภอยากได้ผลประโยชน์ ลาภ ยศ สรรเสริญ แก่ตนเองเพียงเท่านั้น หาได้มีความจริงใจต่อชาติและอนาคตของบ้านเมืองแต่อย่างใด เพราะต่างก็รู้กันอยู่แล้วว่า เผด็จการทั้งสองรูปแบบเป็นเหตุให้เกิดการโกงกิน คอรัปชั่นอย่างมหาศาล การโกงกินฉ้อราษฎร์บังหลวงเป็นตัวถ่วงความเจริญของประเทศไทยอย่างแท้จริง การป้องกันการคอรัปชั่นต้องเริ่มจากการป้องกันการเกิดเผด็จการทั้งสองรูปแบบเสียก่อน ถือว่าเป็นความจำเป็นในระดับต้นๆ เลยทีเดียว
.
ผมขอเรียนว่าความเห็นที่ลงในเฟซบุ๊ก เป็น #ความเห็นส่วนตัวไม่เกี่ยวกับพรรคปชปแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117698</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ต่อต้านเผด็จการ, ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี, เผด็จการทหาร, เผด็จการพลเรือน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210924/image_big_614d16e8c932a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113121</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2021 20:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2021 20:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลึกซึ้ง! &#039;ดร.ไตรรงค์&#039; แพร่บทความ &#039;อบายภูมิ&#039; เนื่องในวาระวันแม่ สะท้อนสถานการณ์ปัจจุบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ส.ค.64 - ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีตรองนายกรัฐมนตรี เผยแพร่บทความเรื่อง &amp;quot;อบายภูมิ&amp;quot; ผ่านเฟชบุ๊กส่วนตัวดังนี้ ในวาระของวันแม่ในปีนี้ ผมขอเล่าให้ฟังถึงความหมายในคำสอนของบรมศาสดา... ว่าด้วยเรื่อง #อบายภูมิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำว่า &amp;quot;อบายภูมิ&amp;quot; นั้นประกอบด้วยคำว่า อบาย (ที่แปลตามศัพท์ได้ว่า &amp;ldquo;ภพที่ไม่มีความเจริญ&amp;rdquo;) + ภูมิ (ที่แปลตามศัพท์ว่า &amp;ldquo;สถานที่มีอยู่เป็นอยู่แห่งสัตว์โลก&amp;rdquo;) ซึ่งอบายภูมินั้นคือ #ภูมิที่เกิดอันปราศจากความเจริญ ซึ่งประกอบไปด้วย 4 ภูมิด้วยกันคือ นรก เปรตวิสัย อสุรกายภูมิ และกําเนิดเดรัจฉาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นรกนั้น ผมคงไม่ต้องขยายความเพราะเชื่อว่าทุกท่านเข้าใจดีอยู่ว่าคืออะไร &amp;nbsp;แต่ในวันนี้ผมขอสร้างความกระจ่างว่า เปรต อสุรกาย และเดรัจฉาน คืออะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#เปรต หมายถึง &amp;ldquo;คน&amp;rdquo; ที่มีสภาพจิตใจ #ตกอยู่ภายใต้ความโลภ ชนิดที่ไม่มีอะไรสามารถจะจำกัดได้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า ยกภูเขาที่ทำด้วยทองคำทั้งลูกให้กับคนที่ไม่รู้จักควบคุมความโลภของตนได้นั้น เขาก็จะยังรู้สึกเสมอว่ามันไม่เคยพอ คนประเภทนี้จะทำทุกอย่างให้ได้มาซึ่งเงินและทรัพย์สิน แม้จะต้องทำผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรม พวกเขาก็จะไม่สนใจ ไม่เคยมี &amp;ldquo;หิริโอตตัปปะ&amp;rdquo; มีนักการเมืองจำนวนไม่น้อยที่ลงเล่นการเมืองก็เพราะอยากได้เงินและทรัพย์โดยใช้อำนาจทางการเมืองเบียดบังเอามา แต่ที่ลงเล่นการเมืองเพื่อชาติเพื่อประชาชนและเพื่ออุดมการณ์ก็มีมากไม่แพ้กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#อสุรกาย ก็คือ &amp;ldquo;คน&amp;rdquo; ที่มีสภาพ #จิตใจตกอยู่ใต้ทั้งความโลภและความอาฆาตมาดร้าย (ต่อผู้เป็นอุปสรรคต่อความโลภนั้นๆ) หากเป็นคนไม่กล้าพอที่จะเผชิญหน้ากับสังคมมักจะแอบอยู่ในที่มืดและที่เย็น เพื่อทำร้ายบุคคลที่ตนอาฆาตมาดร้าย มักจะแอบอยู่ในที่มืดและที่เย็นเพื่อคอยหลอกหลอน ต้มตุ๋น คนที่โง่กว่าตนให้ตกเป็นเหยื่อของ ความโลภ ให้ตกเป็นเครื่องมือเพื่อให้ตนได้อำนาจและเงินทองตามต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#เดรัจฉาน ก็คือ &amp;ldquo;คน&amp;rdquo; ที่ #ทั้งโง่ #ทั้งโลภ #ทั้งใช้ความรุนแรง เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ตนต้องการ มีสภาพจิตเสมือนเป็นสัตว์เดรัจฉานทั่วไปที่เมื่ออยากได้สิ่งใดก็จะแย่งชิงโดยใช้กำลัง (ทั้งทางกาย วาจา ใจ) เป็นพวกไม่รู้จักบุญคุณคน ไม่มี &amp;ldquo;กตัญญูกตเวที&amp;rdquo; แม้แต่แม่ที่คลอดตัวเองออกมามันก็ยังสามารถผสมพันธุ์ได้โดยไม่รู้สึกละอายใดๆ คนไม่รู้จักบุญคุณพ่อแม่จะไปหวังอะไรให้พวกนี้รู้จักบุญคุณของผู้อุปการะคุณต่อตนเองและแผ่นดินเกิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใครก็ตามที่จิตใจยังเป็น #มนุษย์ #คนที่จิตใจเจริญ ยังเป็นคนที่รู้ดีรู้ชั่ว เคารพกฎแห่งกรรมยังเป็นคนที่คิดดี พูดดี ทำดี คบแต่คนดี อยู่แต่ในสถานที่ดีๆ จึงไม่ควรไปคบค้าสมาคมกับบุคคลทั้ง 3 ประเภทดังกล่าวข้างต้น อย่าคบ อย่าฟัง อย่าพูดด้วย อย่าร่วมการงานใดๆด้วย &amp;ldquo;จงเลือกทางสวรรค์ อย่าเลือกทางนรก หรือทาง #อบายภูมิ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันแม่เช่นนี้ ผมขอระลึกถึงบุญคุณของผู้เป็นแม่ทั้งแผ่นดิน ที่ส่วนใหญ่ได้อบรมบ่มนิสัยให้ลูกๆ เป็นคนดีช่วยทำให้ชาติบ้านเมืองเจริญ ถ้าผู้เป็น &amp;ldquo;แม่&amp;rdquo; ส่วนใหญ่ในแผ่นดินมิได้อบรมบ่มนิสัยให้ลูกเป็นคนดีเสียเป็นส่วนใหญ่แล้ว &amp;ldquo;ประเทศคงจะล่มสลาย ไม่สามารถยืนอยู่ยั้งยืนยงมาได้จนถึงปัจจุบันนี้หรอกครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กราบสวัสดีวันแม่แด่ทุกๆ คุณแม่ทั้งแผ่นดินเลยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113121</URL_LINK>
                <HASHTAG>12 สิงหา, ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี, วันแม่, อบายภูมิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210313/image_big_604c23fb3df9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103901</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2021 16:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2021 16:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.ไตรรงค์&#039;ออกบทความ&#039;ยามสงครามต่างชาติเขาทำกันอย่างไร&#039;เตือนสตินักการเมืองไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 พ.ค. 64 - ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟชบุ๊กส่วนตัว&amp;nbsp; หัวข้อ&amp;nbsp; ยามสงครามต่างชาติเขาทำกันอย่างไร? มีเนื้อหาดังนี้
.
1) ตอนมี #สงครามโลกครั้งที่1 ประเทศอังกฤษโดยรัฐสภาจัดให้มีการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ โดยให้นายเดวิด ลอยด์ จอร์จ (DAVID LLOYD GEORGE) เป็นนายกรัฐมนตรี (จากพรรค Liberal) ไม่มีฝ่ายค้าน ทุกฝ่าย ทุกคน ทุกพรรค รวมเป็นหนึ่งเดียว ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี อังกฤษจึงรอดตัวมาได้ กลายเป็นผู้ชนะสงคราม (รัฐบาลแห่งชาตินี้อยู่ระหว่างปี ค.ศ. 1916 - 1922)
.
2) ตอนมี #สงครามโลกครั้งที่2 อังกฤษมีรัฐบาลนำโดยนายเชอร์ชิลล์ (CHURCHILL) เป็นรัฐบาลผสมของ 3 พรรคใหญ่ คือ พรรคจารีตนิยม (Conservative) พรรคแรงงาน (Labour) และพรรคเสรีนิยม (Liberal) เป็นลักษณะรัฐบาลแห่งชาติเช่นเดียวกัน ไม่มีฝ่ายค้าน (คอยปัดแข้งปัดขา) ทุกฝ่าย ทุกคน ทุกพรรค รวมเป็นหนึ่งเดียว และรัฐสภายังมีมติให้งดมีการเลือกตั้ง ส.ส. ระหว่าง ค.ศ. 1935 - 1945 เป็นรัฐบาลที่ไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องการเมือง มุ่งทำงานให้ชนะสงครามอย่างเดียว อังกฤษจึงรอดตัวมาได้กลายเป็นผู้ชนะสงครามอีกครั้งหนึ่ง
.
3) เมื่อคราวเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ของโลกที่เรียกกันว่า #TheGreatDepression #1930 ผลการเลือกตั้ง ส.ส. ในปี ค.ศ. 1929 พรรคแรงงานได้คะแนนเสียงมากกว่าอีกสองพรรค แต่จำนวนเสียง ส.ส. ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของจำนวน ส.ส. ทั้งหมดของสภาฯ ด้วยการสนับสนุนของพระมหากษัตริย์ (King George ที่ 5) จึงได้มีการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติคือทั้งสามพรรค ได้แก่ พรรคแรงงาน พรรคจารีตนิยม และพรรคเสรีนิยม ร่วมกันเป็นรัฐบาล โดยให้หัวหน้าพรรคแรงงาน คือ นายแมคโดนัลด์ (Mc Donald) หัวหน้าพรรคแรงงานเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่มีฝ่ายค้าน ทุกฝ่าย ทุกคน ทุกพรรค รวมกันเป็นหนึ่ง ช่วยกันหานโยบายมาแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม จนอังกฤษอยู่รอดพ้นปากเหยี่ยวปากกามาได้อีกครั้งหนึ่ง
.
4) ปี ค.ศ. 1930 กองทัพของท่านนายพลเจียงไคเช็คกำลังทำสงครามไล่ฆ่าสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ของท่านเมาเซตุงอย่างหนัก ญี่ปุ่นจึงฉวยโอกาสที่เห็นจีนแตกแยกส่งกองทัพมายึดภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนในปี ค.ศ. 1930 แล้วบุกเข้ายึดเซียงไฮ้ได้ในปี ค.ศ. 1932&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในปี ค.ศ. 1936 ขณะที่ท่านนายพลเจียงไคเช็คกำลังบัญชาการรบเพื่อปราบพวกของเมาเซตุงอยู่ที่เมืองซีอาน มีนายพลของท่านนายพลเจียงฯ 2 ท่าน เข้าจับท่านนายพลเจียงบังคับให้เลิกไล่ล่าพรรคคอมมิวนิสต์และบังคับให้จับมือกับท่านเมาเซตุงเพื่อร่วมกันทำสงครามไล่ญี่ปุ่นออกจากประเทศจีนก่อน กว่าทั้งสองฝ่ายจะเริ่มจับมือกันเปิด #สงครามกับญี่ปุ่น ก็ปาเข้าไปถึง ค.ศ. 1937 ไม่สามารถป้องกันการรุกของญี่ปุ่นได้จึงต้องเสียเมืองอู่ฮั่นและนานกิง (คนจีนถูกฆ่าไปกว่า 3 แสนคน) ให้แก่ญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1938&amp;nbsp; และต้องทำสงครามนานถึง 8 ปี จึงสามารถจะไล่ญี่ปุ่นออกจากจีนได้สำเร็จในปี ค.ศ. 1945 (การจับและบังคับนายพลเจียงครั้งนั้นเรียกกันว่า #กบฎซีอาน)
.
5) ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้น ประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส และเบลเยียม จับมือกันมั่นเพื่อสู้กับการรุกรานของฮิตเลอร์แห่งเยอรมัน แต่เยอรมันสามารถส่งทหารตีทุกแนวของกองทัพฝรั่งเศสแตกพ่ายทุกแห่ง รัฐบาลก็แทบจะไม่ได้มีสติในการทำสงครามเพราะต้องมานั่งแก้ปัญหาการเมืองในรัฐสภาที่มีแต่การแช่งด่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไล่ตะเพิด เอาชนะคะคานกันเอง จนกองทัพของเยอรมันสามารถบุกเข้ายึดกรุงปารีสได้ในวันที่ 14 มิถุนายน ค.ศ. 1939
.
ท่านอาจารย์เจริญ&amp;nbsp; ไชยชนะ ได้วิเคราะห์ไว้ในหนังสือของท่านที่ชื่อว่า &amp;ldquo;ประวัติศาสตร์สากล:สมัยปัจจุบัน&amp;rdquo; โดยสรุปย่อๆ ว่า &amp;ldquo;สาเหตุแห่ง #ความหายนะของฝรั่งเศส ในครั้งนั้น&amp;rdquo; มีดังต่อไปนี้
.
1 - ความด้อยประสิทธิภาพของกองทัพฝรั่งเศสทั้งบก เรือ และอากาศ เพราะผู้นำพรรคการเมืองต่างๆ (ซึ่งสมัยนั้นใช้ระบบแบบอังกฤษเหมือนประเทศไทยในปัจจุบัน) สนใจแต่การสร้างความยิ่งใหญ่ส่วนตัว มีแต่การชิงดีชิงเด่น เอาชนะคะคานกันในทางการเมืองจนลืมนึกถึงความสำคัญของความเข้มแข็งทางทหารแห่งกองทัพต่างๆ
.
2 - ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่หนึ่งจบลงเป็นต้นมา #ประเทศฝรั่งเศสแตกแยก แบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันมาก มีทั้งพวกซ้าย (หรือพวกดัดจริตเป็นซ้าย... อันนี้ผมไตรรงค์ พูดเองนะครับ ท่านอาจารย์เจริญไม่ได้พูด) พวกสาธารณรัฐนิยม&amp;nbsp; พวกขวา (ซึ่งคงหมายถึงพวกอยู่ตรงข้ามกับพวกคอมมิวนิสต์ครับ)&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในครานั้น ฝรั่งเศสแตกแยกกันเละทั้งทางการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ #เกิดความอ่อนแอ #ขาดความเป็นหนึ่งเดียว ที่จะร่วมกันป้องกันประเทศ ซึ่งเป็นสภาพ #ตรงกันข้ามกับประชาชนชาวเยอรมันที่เป็นหนึ่งเดียวและมุ่งมั่นสูง
.
3 - มีทั้งนักการเมืองและประชาชนจำนวนหนึ่ง ที่เป็นพวก #ทรยศต่อประเทศของตนเอง #เพื่อประโยชน์ส่วนตัว (มากกว่าผลประโยชน์และอนาคตของประเทศชาติ) หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ คนฝรั่งเศสเองนั่นแหละที่ช่วยกันทำลายประเทศฝรั่งเศสจนย่อยยับ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ #การเมืองเพื่อตนเองและพวกพ้องได้ปิดตาจนมืดบอด
.
5) สรุป
5.1 - ตัวอย่างทั้งหมดที่ได้ยกมาเล่าข้างต้นนั้นล้วนเป็นเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในภาวะสงครามที่ต้องใช้อาวุธเข้าทำลายกัน บุกรุกกัน จึงต้องใช้ทั้งอาวุธและทหารในการป้องกันประเทศภายใต้การนำและการตัดสินใจของนักการเมืองไม่ว่าจะอยู่ในคราบของนักรบ (เช่น เจียงไคเช็คและเมาเซตุง) หรืออยู่ในรูปของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีอย่างที่เกิดขึ้นในอังกฤษและในฝรั่งเศส
.
5.2 &amp;ndash; #ประเทศไทยของเราในปัจจุบันต้องถือว่าตกอยู่ในภาวะสงครามเช่นเดียวกัน เพราะมีทั้งคนเจ็บและคนตายเกิดขึ้นทุกวัน แต่ #ศัตรูของประเทศมิใช่กองทัพจากต่างประเทศกลับเป็นไวรัส ที่มองไม่เห็น เรียกกันว่า COVID-19 ซึ่งเป็นศึกที่ยิ่งใหญ่กว่า เพราะศึกครั้งนี้เราต้องใช้ประชาชนทุกคนเท่าที่มีในประเทศให้เป็นทหารในการต่อสู้ป้องกันประเทศ มีความสามัคคี มีวินัยในการทำสงครามอย่างพร้อมเพรียงกัน
&amp;nbsp;.
5.3 &amp;ndash; #ถ้ายังไม่เลิกเล่นการเมือง (แม้ประเทศจะกำลังอยู่ในภาวะสงคราม) #อาจจะพาประเทศให้เกิดความฉิบหาย อย่างที่เคยเกิดขึ้นในฝรั่งเศสและประเทศจีนก่อน ค.ศ. 1945 ก็เป็นได้ ถ้ายังเกลียดกัน สาปแช่งกัน ไม่มีความสามัคคีให้เป็นเนื้อเดียวกันอย่างที่เขาทำสำเร็จในอังกฤษในช่วงสงครามโลกทั้งครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 รอให้สงครามมันสงบแล้วค่อยยกพวกมาตีกันให้มันสะใจและสะสันดานจะไม่ดีกว่าหรือ
.
ถ้ามีแต่แบ่งพรรคแบ่งพวกมีพวกมึงพวกกูแบบกองเชียร์ฟุตบอลโดยไม่ต้องดูเหตุดูผล คอยขัดแข้งขัดขา (จากทุกฝ่าย) มีแต่สาปแช่งให้รัฐบาลไม่ประสบความสำเร็จในการต่อสู้กับ COVID-19 (ในขณะที่บุคลากรทางการแพทย์แทบจะหมดแรงอยู่แล้ว)
.
การใช้ชีวิตคนมาเป็นเดิมพันในการต่อสู้ทางการเมืองนั้น ถ้าไม่เรียกว่า #เป็นคนใจดำอำมหิต ก็ต้องเรียกว่า #เป็นคนเลวระดับได้ถ้วย เลยทีเดียวนะครับ
.
หมายเหตุ : เอาเถอะ! ท่านจะเลวหรือดี แต่ผมใคร่จะขอให้ทุกคนไป #ฉีดวัคซีนช่วยชาติ กัน ผมฉีดแอสตร้าเซนเนก้าไปแล้ว ไม่เห็นมีผลข้างเคียงอะไรเลย ไม่เจ็บเลย สบายดี คึกคักเต็มไปด้วยพลัง (Energy) ทุกวัน&amp;nbsp; แต่อยากจะฝากความคิดให้รัฐบาลไม่ว่าจะเป็นชุดไหนก็ตาม ควรจะพิจารณาให้รางวัลเป็นกรณีพิเศษแก่บุคลากรทางการแพทย์หลังจากสงครามโควิด-19 ผ่านพ้นไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103901</URL_LINK>
                <HASHTAG>การติดเชื้อไวรัสโควิด-19, ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี, สงครามโลกครั้งที่ 1, เจียงไคเช็ค, แอสตร้า เซนเนก้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210313/image_big_604c23fb3df9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96944</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2021 06:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2021 05:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไตรรงค์&#039;เผยแพร่บทความ&#039;ความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มี.ค.64-ดร. ไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีตรองนายกรัฐมนตรี เผยแพร่บทความเรื่อง ความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ ผ่านเฟซบุ๊ก มีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไมประชาชนของประเทศอื่นๆ ที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์เขาจึงช่วยกันให้เกียรติและไม่หยาบคายต่อสถาบันสูงสุดของพวกเขาอย่างที่คนไทยกลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่งกำลังกระทำอยู่ในปัจจุบันนี้ ผมจะยกตัวอย่างให้ฟังสำหรับบางประเทศที่ผมไปสัมผัสมาด้วยตนเอง ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) ประเทศญี่ปุ่น &amp;nbsp;ประมาณ พ.ศ. 500 ได้มีบันทึกของราชสำนักจีนสมัยราชวงศ์ฮั่นว่า มีแผ่นดินที่เป็นเกาะอยู่ทางทิศตะวันออกของจีนมีประชาชนมากกว่า 100 เผ่าได้อาศัยอยู่ แต่ละเผ่ามีหัวหน้าเผ่าเป็นผู้ปกครองและต่างก็ส่งบรรณาการให้กับจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาประมาณ พ.ศ. 750 ก็มีบันทึกของราชสำนักจีนอีกว่า ชนเผ่าต่างๆ เหล่านั้นได้รวมตัวกันเป็นรัฐ มีทั้งหมด 30 รัฐ ทั้ง 30 รัฐ ได้เลือกผู้หญิงขึ้นเป็นกษัตริย์ ทางจีนจึงได้ประกาศแต่งตั้งเธอให้เป็นกษัตริย์หรือพระเจ้าแผ่นดินของประชาชนทั้ง 30 รัฐ โดยให้ถือเป็นประเทศราชขึ้นกับจีนที่จีนจักให้ความคุ้มครอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาประมาณ พ.ศ. 850 ได้มีตระกูลใหญ่ตระกูลหนึ่งชื่อ &amp;ldquo;ตระกูลยาโมโต้&amp;rdquo; ได้อ้างเทพนิยายปรัมปราที่เคยกล่าวว่า พระผู้เป็นเจ้าที่เรียกว่า &amp;ldquo;สุริยะเทวี (พระอาทิตย์)&amp;rdquo; เป็นผู้สร้างเกาะต่างๆ รวมทั้งได้สร้างคนญี่ปุ่นให้อาศัยเกาะเหล่านั้น และเมื่อหลายพันปีมาแล้ว &amp;ldquo;พระสุริยะเทวี&amp;rdquo; ก็ได้ส่งมนุษย์คนหนึ่งมาเป็นจักรพรรดิปกครอง ทรงชื่อว่า &amp;ldquo;จักรพรรดิจิมมู (JIMMU)&amp;rdquo; พวกเขาอ้างว่า &amp;ldquo;ตระกูลยาโมโต้&amp;rdquo; สืบเชื้อสายโดยตรงจากพระจักรพรรดิจิมมู จึงอ้างอำนาจสวรรค์สถาปนาตนเองขึ้นเป็นพระจักรพรรดิ์ของญี่ปุ่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาประมาณ พ.ศ. 1188 มีเจ้าชายองค์หนึ่งในตระกูล &amp;ldquo;ยาโมโต้&amp;rdquo; ชื่อ &amp;ldquo;เทนจิ&amp;rdquo; ได้ก่อกบฏตั้งตนเป็นพระจักรพรรดิ โดยได้ตั้งบุคคลในตระกูล &amp;ldquo;ฟูจิวาระ&amp;rdquo; ขึ้นเป็นขุนพลเอกเป็นมือขวาในการปกครองประเทศ ตั้งแต่นั้นมาคนในตระกูล &amp;ldquo;ยามาโมโต้&amp;rdquo; ได้พยายามแต่งงานเฉพาะกับคนในตระกูล &amp;ldquo;ฟูจิวาระ&amp;rdquo; ลูกหลานที่ออกมาก็จะเป็นผู้สืบทอดบัลลังก์ของจักรพรรดิ์ติดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน รวมเวลาประมาณ 1,400 ปี เริ่มต้นใช้เมือง &amp;ldquo;นาระ&amp;rdquo; เป็นเมืองหลวง ต่อมาก็ย้ายมาอยู่ที่ &amp;ldquo;เมืองเกียวโต&amp;rdquo; และครั้งสุดท้ายได้ย้ายมาอยู่ที่ &amp;ldquo;กรุงโตเกียว&amp;rdquo; ในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) เมื่อถึงยุค &amp;ldquo;เกียวโต&amp;rdquo; เป็นเมืองหลวงได้เกิดกบฏขึ้นทางเหนือของเกาะฮอนชู จักรพรรดิ์ชื่อ &amp;ldquo;คัมมุ&amp;rdquo; ได้ส่งขุนพลในตระกูลฟูจิวาระไปปราบกบฏ โดยให้เป็นแม่ทัพใหญ่ที่คุมทหารที่มีฝีมือทั้งหมด ทั้งทหารม้า ทหารราบ และทหารเหล่านักแม่นธนูไปปราบกบฏ ซึ่งตำแหน่งแม่ทัพที่ใหญ่ที่สุดเช่นนั้น เรียกกันว่า &amp;ldquo;ตำแหน่งโชกุน&amp;rdquo; คนในตระกูลฟูจิวาระดังกล่าวเมื่อมีกองทัพมหึมาอยู่กับตนก็เริ่มแข็งข้อต่อองค์จักรพรรดิโดยส่งลูกหลานลิ่วล้อเข้ายึดกุมตำแหน่งสำคัญๆทั้งหมดที่มีอำนาจบริหารประเทศ &amp;nbsp; ตัว &amp;ldquo;โชกุน&amp;rdquo;เองจึงทำหน้าที่เป็นเสมือนนายกรัฐมนตรี ผูกขาดอำนาจการปกครองติดต่อกันทางสายเลือดจนถึงประมาณ 500 ปี (แม้ยังคงตำแหน่งพระจักรพรรดิไว้ แต่ก็เป็นเสมือนศาลพระภูมิเท่านั้น)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประมาณ พ.ศ. 1700 ญาติของพระจักรพรรดิอีก 2 ตระกูล คือ ตระกูล &amp;ldquo;ไทระ&amp;rdquo; และตระกูล &amp;ldquo;มินาโมโตะ&amp;rdquo; ได้ร่วมกันล้มตระกูล &amp;ldquo;ฟูจิวาระ&amp;rdquo; ได้สำเร็จ &amp;nbsp;เมื่อชนะแล้วตระกูล &amp;ldquo;มินาโมโตะ&amp;rdquo; ก็หักหลังตระกูล &amp;ldquo;ไทระ&amp;rdquo; ตั้งตนเป็นโชกุนเพียงผู้เดียว ผูกขาดอำนาจการปกครองญี่ปุ่นติดต่อกันมาทางสายเลือดอีกประมาณ 600 ปี โดยย้ายศูนย์การปกครองของรัฐบาลไปอยู่ที่เมือง &amp;ldquo;คามากุระ&amp;rdquo; แต่ให้พระจักรพรรดิทรงอยู่ที่เดิมที่เมืองเกียวโต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลักจากนั้น ญี่ปุ่นก็ไม่เคยสงบ มีสงครามกลางเมือง แย่งชิงตำแหน่ง &amp;ldquo;โชกุน&amp;rdquo; กันถึงประมาณ 200 ปี จนมีโชกุนคนสุดท้ายชื่อ อิเอยาสุ (เป็นคนในตระกูลญาติจักรพรรดิคือตระกูล &amp;ldquo;โตกุกาว่า&amp;rdquo;) ผูกขาดอำนาจการปกครองและปิดประเทศไม่ยอมติดต่อกับโลกภายนอกเพื่อความปลอดภัยของประเทศ ปิดประเทศนานถึง 266 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปกครองในระบบโชกุนนั้นจะเก็บภาษีรีดนาทาเร้นกับชาวไร่ชาวนาผู้ไม่มีทางต่อสู้ เพราะโชกุนจะใช้มือดาบรับจ้างที่เรียกว่า &amp;ldquo;ซามูไร&amp;rdquo; คอยควบคุมให้ทุกคนจ่ายภาษีให้ตรงตามจำนวนและเวลาที่ระบุแก่โชกุน เมื่อชาวไร่ชาวนาทนไม่ไหวจึงได้ให้การสนับสนุน &amp;ldquo;นักปฏิวัติซึ่งเป็นซามูไรหัวก้าวหน้า&amp;rdquo; ที่มีความรู้สึกว่า ถ้าญี่ปุ่นยังปิดประเทศอยู่เช่นนั้นจะทำให้ล้าหลังทั้งด้านการศึกษาศิลปวิทยาและเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ทางประเทศตะวันตกได้ก้าวหน้าไปมาก ควรจะส่งคนไปศึกษานำมาพัฒนาประเทศทั้งทางด้านเกษตร อุตสาหกรรม และอาวุธยุทโธปกรณ์ เพื่อป้องกันเอกราชของประเทศมิให้ตกอยู่ในสภาพเหมือนประเทศจีนที่ถูกนักล่าอาณานิคมชาติตะวันตกรุมกันกินโต๊ะในเวลานั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซามูไรกลุ่มนี้มีหัวหน้าคณะปฏิวัติชื่อ &amp;ldquo;ไซโก&amp;rdquo; จากแคว้นซัทซึมะที่เป็นแคว้นใหญ่ที่สุดและร่ำรวยที่สุดทางทิศใต้ โดยมีเสนาธิการจากเขตุโทสะ (คือจังหวัดโคจิในปัจจุบัน) ชื่อเรียวมะ และซามูไรชินชากุจากเขตุโทสะเป็นผู้เคยเดินทางไปเห็นกับตาถึงความหายนะของจีนที่ถูกตะวันตกรุมกันกินโต๊ะด้วยอาวุธที่ทันสมัยน่าเกรงขามได้เข้าร่วมปฏิวัติเพื่อผลักดันให้มีการเปิดประเทศ โดยมีพวกซามูไรลูกหลานชาวไร่ชาวนาหลายหมื่นคนอาสาเข้ารบ &amp;nbsp;เมื่อทำการปฏิวัติสำเร็จสามารถล้มโชกุนในตระกูลโตกุกาว่าได้แล้วก็ได้มอบถวายอำนาจการปกครองประเทศให้แก่พระจักรพรรดิ &amp;ldquo;เมจิ&amp;rdquo; ใน พ.ศ. 2412 (ซึ่งตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 ของไทย) พระจักรพรรดิ ได้ตั้งคณะปฏิวัติหลายคนขึ้นเป็นคณะรัฐมนตรีและมีนโยบายส่งหนุ่มสาวไปศึกษาในประเทศตะวันตก ทรงเปิดประเทศค้าขายกับตะวันตก จนทำให้ประเทศญี่ปุ่นเจริญรุ่งเรือง มั่งคั่ง และมั่นคง (เพราะสามารถนำวิธีการผลิตอาวุธของตะวันตกมาดัดแปลงให้มีประสิทธิภาพมากกว่าประเทศเจ้าของเทคโนโลยีเสียด้วยซ้ำไป)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนมาถึงยุคจักรพรรดิฮิโรฮิโต ก็ได้ทรงส่งกองทัพญี่ปุ่นเข้ายึดประเทศต่างๆ ในเอเชียเพื่อเป็นทั้งแหล่งวัตถุดิบและเป็นตลาดในการระบายสินค้าอุตสาหกรรมอันเป็นเหตุอันหนึ่งที่ทำให้เกิดสงครามโลกครั้งที่สอง ทำให้คนญี่ปุ่นตายไปไม่ต่ำกว่า 3 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) หลังจากกองทัพสหรัฐฯ ได้ทิ้งระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมา ในวันที่ 6 สิงหาคม ค.ศ. 1945 (พ.ศ. 2488) และที่นางาซากิ ในวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 1945 ทำให้พระจักรพรรดิประกาศยอมแพ้แก่กองทัพพันธมิตรที่นำโดย นายพลแมคอาเธอร์ในวันที่ 2 กันยายน ค.ศ. 1945 (หลังจากเยอรมันยอมแพ้ 4 เดือน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อญี่ปุ่นยอมแพ้แล้ว นายพลแมคอาเธอร์ก็ได้ให้นโยบายแก่รัฐสภาญี่ปุ่นในการยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้ยกเลิกตำราเรียนที่สอนให้คนหลงชาติ จัดการนำนักโทษที่เป็นอาชญากรสงครามขึ้นศาลพิจารณาโทษ รัฐสภาญี่ปุ่นยอมทำตามทั้งหมดขอไว้อย่างเดียวคืออย่านำองค์จักรพรรดิไปดำเนินคดีและขอให้บัญญัติให้มีสถาบันจักรพรรดิไว้ในรัฐธรรมนูญเหมือนเดิม &amp;nbsp;ทางฝ่ายสหรัฐฯยินยอมตามที่ร้องขอเพียงแต่ต้องให้เป็นสถาบันกษัตริย์ที่อยู่ใต้รัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจในการบริหารใดๆ นอกจากเป็นประมุขของประเทศที่มีหน้าที่ตามจารีตประเพณีแต่ให้ยกเลิกพิธีทั้งทางศาสนาและทางอื่นๆ ที่มอมเมาให้คนเชื่อว่าพระองค์เป็นเทพที่สวรรค์ส่งมาปกครองญี่ปุ่นอย่างเด็ดขาด และในการประชุมเพื่อทำสินธิสัญญาระหว่างฝ่ายสัมพันธมิตร 48 ประเทศกับประเทศญี่ปุ่นที่ซานฟรานซิสโก (San Francisco) ใน ค.ศ. 1951 - 1952 ที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามที่นายพลแมคอาเธอร์เสนอให้คงดำรงสถาบันจักรพรรดิไว้ในรัฐธรรมนูญของญี่ปุ่นเหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4) เราจะเห็นความสุขุมรอบคอบของ นายพลแมคอาเธอร์ ในเรื่องนี้ 2 ประเด็น คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.1) ถ้ายกเลิกสถาบันจักรพรรดิ ญี่ปุ่นก็จะไม่มีจุดเชื่อมความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพราะประเทศประกอบขึ้นด้วยชุมชนต่างๆ ถึง 100 เผ่า ตามบันทึกของราชสำนักจีนสมัยราชวงศ์ฮั่นดังกล่าวข้างต้น อาจจะเกิดสงครามกลางเมืองเพราะความไม่ยอมรับผู้นำคนใหม่ที่ต้องเป็นคนของพรรคการเมืองใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคการเมืองหนึ่ง ชาวญี่ปุ่นที่สนับสนุนพรรคการเมืองอื่นอาจยอมรับไม่ได้เพราะไม่ไว้ใจความเป็นกลาง (เนื่องจากประชาธิปไตยยังเป็นเรื่องใหม่ที่พวกเขาไม่เคยชิน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.2) ถ้านำพระจักรพรรดิไปสำเร็จโทษในข้อหาอาชญากรสงครามเท่ากับการทำลายศูนย์รวมจิตใจที่ชาวญี่ปุ่นผูกพันกับสถาบันนี้มามากกว่า 1,400 ปี การทำร้ายผู้มีพระคุณต่อพวกเขาเช่นนั้น ชาวญี่ปุ่นจะไม่มีอันให้อภัย การทำร้ายบิดามารดาของใคร ใครก็โกรธ โครก็อาฆาต นักเลง มักจะพูดว่า 10 - 20 ปีก็ยังไม่สาย แต่การทำร้ายถึงชีวิตแก่ผู้มีพระคุณระดับกษัตริย์นั้น 100 ปี 1,000 ปี ก็ยังไม่สาย ดูตัวอย่างที่เห็นชัดๆ คือ การที่ชาวคริสเตียนทั่วโลกยังโกรธ เกลียด และอาฆาตชาวยิวก็เพราะมีหลักฐานยืนยันว่า พวกยิวโดยการนำของสังฆราชศาสนายิวเป็นคนกดดันให้อาณาจักรโรมันจับและฆ่าพระเยซู การที่ยิวถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โดยเยอรมัน (ฮิตเลอร์) ถึง 6 ล้านกว่าคนนั้นย่อมมีคริสเตียนทั่วโลกจำนวนมากแอบยินดีอยู่ด้วยก็ได้ (ใครจะไปรู้)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5) ในสายตาของคนต่างชาติที่เคยเห็นภาพสมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโต (HIROHITO) ทรงขี่ม้าขาวออกตรวจความพร้อมของกองทัพญี่ปุ่นก่อนส่งไปรุกรานประเทศอื่นๆ จนเป็นเหตุทำให้คนญี่ปุ่นมากกว่า 3 ล้านคนได้ตายไปในสงครามโลกครั้งที่สอง อาจจะคิดไปได้ว่าคนญี่ปุ่นน่าจะโกรธหรือไม่พอใจสมเด็จพระจักรพรรดิที่ถือได้ว่าเป็นตัวการในเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เปล่าเลย ผมได้ประสบพบเห็นด้วยตนเองว่า คนญี่ปุ่นมิได้คิดเช่นนั้น ประชาชนชาวญี่ปุ่นยังคงรัก เทิดทูล และศรัทธาในองค์พระประมุขของตนไม่เสื่อมคลายเหมือนเดิม เมื่อวันเฉลิมพระชนมพรรษาขององค์จักรพรรดิในปี พ.ศ. 2520 ผมได้มีโอกาสไปนั่งร่วมสังเกตการณ์ (เพราะเป็นช่วงที่ผมลี้ภัยทางการเมืองในข้อหาคอมมิวนิสต์จากคณะปฏิวัติ พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ ไปสอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยเกียวโตตามคำเชิญ)
ที่สวนฮิมิย่า (HIBIYA PARK) ข้างพระราชวังที่ประทับขององค์จักรพรรดิจะเห็นได้ว่า ประชาชนชาวญี่ปุ่นทั่วราชอาณาจักรต่างหลั่งไหลกันมาเพื่อถวายพระพรด้วยอาการกระตือรือร้น มิได้แตกต่างอะไรกับการแสดงออกของปวงชนส่วนใหญ่ในประเทศไทยแต่ประการใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ข้อสังเกตุและข้อเสนอแนะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์กรใด รัฐบาลใด ของประเทศใด เจ้าหน้าที่ทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ในสถานเอกอัครราชทูตของประเทศใดๆ ก็ตาม &amp;nbsp;ให้กรุณาดูความสุขุมรอบคอบและความจริงใจของท่านนายพลแมคอาเธอร์ (Mc Arthur) แห่งสหรัฐอเมริกาเอาไว้เป็นตัวอย่าง การแอบให้การสนับสนุนไม่ว่าจะเป็นการให้เงินทองในทางลับหรือการแสดงตนเข้าข้างด้วยการสนับสนุนอย่างเปิดเผยหรือแบบกระมิดกระเมี้ยนให้แก่กลุ่มมวลชนใดก็ตาม ในการไปทำร้ายอย่างหยาบคายและคุกคามความมั่นคงของสถาบันสูงสุดของประเทศไทยด้วยพวกท่านมีเป้าหมายแอบแฝงเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศของพวกท่าน (ไม่ต้องมาอ้างสิทธิมนุษยชนบ้าๆ บอๆ หรอก คนไทยไม่ได้โง่พอจะไปหลงเชื่อพวกท่าน ไม่เฉพาะแต่คนไทย ผมว่าแม้แต่โคตรพ่อโคตรแม่ของพวกท่านก็คงจะไม่โง่พอจะเชื่อพวกท่านในเรื่องที่อ้างนั้นเช่นเดียวกัน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอเตือนเพียงว่า สิ่งที่พวกท่านทำนั้นมันจะไม่เป็นผลดีต่อความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ และจะไม่เป็นผลดีต่อนโยบายต่างประเทศของพวกท่านในอนาคตอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#อย่าลืม ว่า 100 ปี หรือ 1,000 ปี ก็ #ไม่เคยสาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะคนไทยส่วนใหญ่ก็มีหัวใจ ยึดถือสถาบันกษัตริย์เป็นรากแก้วของประเทศ เหมือนคนญี่ปุ่น เช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอเรียนว่าบทความที่ลงในเฟซบุ๊ก เป็น #ความเห็นส่วนตัวไม่เกี่ยวกับพรรคปชปแต่อย่างใด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96944</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี, สถาบันพระมหากษัตริย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210323/image_big_60591e72dc988.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95928</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2021 09:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2021 09:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สามสี&#039; หวดไม่ยั้งนักการเมืองไทยปัจจุบัน ฉลาดหรือโง่ -ก้าวหน้าหรือถอยหลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มี.ค.64 - ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ฉลาดหรือโง่ #ก้าวหน้าหรือถอยหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) นักการเมืองรุ่นใหม่ไม่ว่าจะอยู่ในสภาฯ หรือนอกสภาฯ มักจะท่องคาถาว่า ตนต้องการให้ประเทศไทยมีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ จึงตะโกนคำขวัญว่า #เสรีภาพ #เสมอภาค และ #ภราดรภาพ ซึ่งเป็นคำขวัญของนักปฏิวัติของฝรั่งเศสที่ใช้ปลุกใจประชาชนให้ลุกฮือก่อการปฏิวัติใหญ่ (Great Revolution ค.ศ. 1789) จนสามารถล้มล้างสถาบันกษัตริย์ จับพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระราชินีประหารชีวิตสำเร็จได้ดั่งใจ แต่นักการเมืองรุ่นใหม่ของไทยอาจจะมิได้ศึกษาประวัติศาสตร์ช่วงนั้นให้ลึกซึ้ง อยากจะเรียนเพื่อทราบว่า หลังจากพวกเขาล้มสถาบันกษัตริย์ได้สำเร็จแล้ว สิ่งที่ชาวฝรั่งเศสได้ประสบก็คือระบบการปกครองใหม่ที่เป็นเผด็จการบ้าเลือดเลวร้ายยิ่งกว่าอยู่ภายใต้การปกครองในระบอบราชาธิปไตยก่อนหน้านั้นเสียอีก ไม่เคยมี &amp;ldquo;เสรีภาพ&amp;rdquo; อย่างที่เคยโม้เอาไว้เลย ใครมีความคิดเห็นตรงกันข้ามกับกลุ่มผู้มีอำนาจใหม่ก็จะถูกจับเอาไปฆ่าเสียหลายหมื่นคน การจับผู้เห็นต่างเอาไปฆ่านั้นมิได้ผ่านกระบวนการยุติธรรมมีแต่การใช้ศาลเตี้ยของผู้มีอำนาจเผด็จการ ความเสมอภาคก็ไม่เคยมี แม้แต่ภายในกลุ่มผู้นำด้วยกันเอง ผู้ที่มีตำแหน่งและมีอำนาจมากกว่าจะระแวงลูกน้องตลอดเวลา เพียงแค่สงสัยว่าไม่มีความจงรักภักดี ก็พาลหาเรื่องจับไปประหารเสียด้วยเครื่องกิโยติน และเมื่อกลุ่มลูกน้องเกิดความระแวงว่าเจ้านายอาจคิดไม่ซื่อกับพวกตนก็รุมกันจับเจ้านายนั้นฆ่าเสียด้วยเครื่องกิโยตินเช่นกัน ดังนั้นจึงไม่มีใครมีความรู้สึกว่าเป็นพี่เป็นน้องกันจริง คำว่า ภราดรภาพจึงไม่เคยมีอย่างที่โม้กันเอาไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การนิยมใช้ความรุนแรงในการบริหารประเทศของกลุ่มคณะปฏิวัติที่ฝรั่งเศส ไม่ได้แตกต่างไปจากกลุ่มเรดการ์ดของเมาเซตุงและก็ไม่ต่างจากกลุ่มที่อยากจะล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ปฏิบัติอยู่ในประเทศไทยในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) ปัจจุบันยังมีนักการเมืองทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่อยากแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 โดยเฉพาะมีส่วนหนึ่งอ้างว่าเพื่อให้คณะกรรมการในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ (เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ, ป.ป.ช. &amp;nbsp;กกต. เป็นต้น) ต้องได้รับเลือกตั้งโดยตรงจากสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน นำขี้ปากของทฤษฎีฝรั่งมาอ้างว่า #เพื่อให้มีการยึดโยงกับประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย พวกเขาอาจจะลืมหรือแกล้งลืมไปว่า เราเคยมีบทบัญญัติเช่นนั้นในรัฐธรรมนูญปี 2540 อันเป็นเหตุให้เกิดสภาผัว - เมีย (ส.ส. และ ส.ว. เป็นพวกเดียวกันเพราะมาจากฐานการเลือกตั้งเดียวกัน) จึงเกิดเผด็จการรัฐสภา (TOTALITARIANISM) รัฐบาลใช้อำนาจขัดหลักนิติธรรม เพราะสามารถตั้งคนของตนเองเข้าไปดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระไว้ทั้งหมด จึงสามารถโกงกินฉ้อราษฎร์บังหลวงกันอย่างมโหฬาร ประมาณกันว่าเงินของรัฐที่ตกไปอยู่ในพุงหมาประมาณ เจ็ดแสนล้าน ถึง หนึ่งล้านล้านบาททีเดียว อันเป็นเหตุให้ประเทศต้องซอกซ้ำทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมจนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3) พวกที่เรียกร้องดังอธิบายในข้อ (2) มักจะอ้างว่าตนเป็นคนหัวใหม่ ใครไม่เห็นด้วยกับพวกตน พวกนั้นเป็นพวกไดโนเสาร์ พวกเขาหลงตัวเองว่าเป็นคนมีความรู้ พร่ำท่องให้ประชาชนฟังแต่เรื่องหลักประชาธิปไตยสมบูรณ์แบบที่ปราชญ์ฝรั่งเคยคิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยกรีกโบราณ (2,500 - 2,600 ปีมาแล้ว) และได้นำมาคิดต่อยอดกันใหม่ในศตวรรษที่ 17 &amp;ndash; 18 &amp;nbsp;อย่าลืมว่าความคิด ปรัชญา และตรรกะต่างๆ ที่แปลงมาเป็นรูปแบบการปกครองและรัฐธรรมนูญของเขาอาจจะเหมาะกับบริบทของประเทศของเขา แต่บางอย่างก็ไม่เหมาะจะนำมาใช้ทั้งดุ้นกับประเทศไทย เพราะมีอยู่หลายอย่างที่ของฝรั่งเขาเหี้ยกว่าของประเทศไทย และก็มีอยู่หลายอย่างที่ของไทยเลวกว่าของฝรั่ง เราเคยลอกแบบเขามาแล้วเกิดความย่อยยับอย่างไร น่าจะยังจำกันได้ แล้วเราจะถอยหลังกลับไปหามันกันอีกทำไม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(4) ถ้าไม่ใช่โง่แล้วอวดฉลาดดังกล่าวในข้อ (3) ก็มีความเป็นไปได้ว่า อาจจะมีเจตนาแอบแฝงเพื่อจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ให้องค์กรอิสระฯ ต่างๆ อยู่ใต้อิทธิพลของนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง เพื่อจะได้โกงกันสบายๆ ในภายภาคหน้า และต้องการแก้รัฐธรรมนูญ 2560 เพราะมันเป็นรัฐธรรมนูญป้องกันโกง (มีบัญญัติไว้ใน พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญบางฉบับ) ที่บัญญัติให้ผู้ที่ถูกศาลฯ ตัดสินจำคุกจำเลยทุกประเภทในคดีฉ้อราษฎร์บังหลวงแม้จำเลยไม่ปรากฏตัวในศาล (คือหนีคดี) และเมื่อตัดสินจำคุกแล้ว อยากหนีคุกก็หนีไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่จะไม่มีการนับอายุความ คือ ต้องหนีไปจนตายในต่างประเทศ (กฎหมายเข้มข้นขนาดนี้คงมีผลช่วยลดการโกงลงไปได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่ใช่ว่ามันจะไม่มี) และจะยังมีอีกหลายคนที่จะหนีไปในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีคนเขาตั้งข้อสงสัยว่า เขาอยากแก้รัฐธรรมนูญ 2560 ก็เพื่อจะให้พวกหนีคุกอยู่ในต่างประเทศสามารถกลับประเทศได้ โดยให้มีการนับอายุความเหมือนในอดีตอีกใช่หรือไม่ เพราะมันอาจเป็นไปได้ด้วยการเขียนบทเฉพาะกาลไว้เพื่อให้มีการแก้ไขบทบัญญัติดังกล่าวโดยอ้างว่าเพื่อให้เป็นไปตามหลักสากล ทั้งที่ประเทศของเราชื่อว่า &amp;ldquo;ประเทศไทย&amp;rdquo; ไม่ได้ชื่อว่า &amp;ldquo;ประเทศสากล&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าเป็นอย่างที่หลายท่านตั้งข้อสงสัยเช่นนี้ก็ไม่สามารถจะเรียกพวกที่อยากแก้ไขว่า &amp;ldquo;โง่&amp;rdquo; ได้หรอกครับ เขาเรียกคนประเภทนี้ว่า &amp;ldquo;เป็นคนฉลาดแกมโกง&amp;rdquo; ซึ่งย่อมเลวกว่าพวกโง่ที่อวดฉลาด และพวกฉลาดที่โง่เพราะไม่ศึกษาอะไรให้มันลึกซึ้งเสียก่อน พวกฉลาดแกมโกงนี้เป็นภัยแก่อนาคตของชาติมากกว่าหลายเท่าเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใครจะมองว่าเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายก็กราบขออภัย แต่เพราะมีคนหลายคนเป็นห่วงเรื่องนี้ ผมจึงต้องระบายแทนให้พวกเขา เรียกว่าพูดดักคอเอาไว้ก่อน ผมได้แต่หวังลึกๆ ว่ามันจะไม่เกิดขึ้นจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้พระจงคุ้มครองประเทศนี้ด้วยเถิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายเหตุ : 1) ความเห็นของผมอาจจะดูเป็นพวกจารีตนิยมที่คนรุ่นใหม่บางกลุ่มเรียกคนประเภทนี้ว่าเป็นพวกไดโนเสาร์หรือพวกสลิ่ม ผมก็ยินดีรับคำติฉินนั้นๆ แต่ตัวผมเองคิดว่าผมเป็นพวก &amp;ldquo;เสรีนิยมที่ไม่สุดโต่ง&amp;rdquo; เพราะได้ศึกษามามากเห็นโลกมามาก ผมจึงยังยืนยันว่า ประเทศของผมชื่อ &amp;ldquo;ประเทศไทย&amp;rdquo; ไม่ได้ชื่อว่า &amp;ldquo;ประเทศสากล&amp;rdquo; สำคัญว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศเขาจะเห็นด้วยกับความคิดไหน ความคิดนั้นเป็น &amp;ldquo;นามธรรม&amp;rdquo; เป็น &amp;ldquo;อนัตตา&amp;rdquo; หามีตัวตนที่แน่นอนไม่ ในปัจจุบันคิดอย่างนี้ ในอนาคตอาจจะคิดเป็นอย่างอื่นก็ได้ แต่เฉพาะในปัจจุบันผมยังเชื่อว่าคนมากกว่า 80% อยู่กับผม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากการทำประชามติถามประชาชนว่า อยากให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับหรือไม่ ผลที่จะออกมาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ผมคิดถูกหรือผมคิดผิด แล้วจะได้เห็นกัน ขอเพียงแต่คนที่คิดต่างกันต้องไม่เป็นศัตรูกัน เพราะทุกคนล้วนหวังดีต่อประเทศ และเป็นห่วงอนาคตของลูกหลานกันทั้งสิ้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอเรียนว่าบทความที่ลงในเฟซบุ๊ก เป็น #ความเห็นส่วนตัว #ไม่เกี่ยวพรรคปชปแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95928</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210313/image_big_604c23fb3df9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94190</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2021 07:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2021 07:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สามสี&#039; ยกคำปราชญ์จีน 2 พันปีก่อน สดุดีวีรกรรมมวลมหาประชาชน-กปปส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.พ.64 - ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า ขอสดุดีวีรกรรม ปราชญ์จีนบางคน เช่น เม่งจื๊อ เคยกล่าวอมตะวาจาไว้เมื่อประมาณ 2,000 กว่าปีมาแล้วว่า &amp;ldquo;เป็นความยุติธรรมที่ประชาชนชอบจะล้มล้างรัฐบาลกังฉิน ที่เป็นทรราชปกครองบ้านเมืองด้วยการกดขี่ ฉ้อราษฎร์บังหลวง อย่างไร้ศีลธรรมและจริยธรรม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้มวลมหาประชาชนและ กปปส. ทุกคนจงเชิดหน้าและยืนหยัดรักษาอุดมการณ์ #ผลประโยชน์ของชาติต้องเหนือกว่าผลประโยชน์และความปลอดภัยของตนเอง ไว้ต่อไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ แม้จะต้องตายไปในสักวันหนึ่ง แต่คุณความดีของพวกท่านจะถูกจารึกอยู่ในประวัติศาสตร์ของชาติไทยไปอีกนานแสนนาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94190</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปปส., คดีกปปส., ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210225/image_big_6036ecebda054.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93928</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2021 09:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2021 09:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไตรรงค์&#039;ชำแหละทฤษฎีสันขวาน จะแสดงอิทธิฤทธิ์สั่งสอนคนโกงในการเลือกตั้งส.ส.และ ส.ว.ครั้งต่อๆไป </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.พ.64- ดร. ไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า #ทฤษฎีสันขวานกับปัญหาหลักของประเทศไทย
.
จากการติดตามฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจระหว่างวันที่ 16 - 18 กุมภาพันธ์ 2564 เราจะพบความจริงข้อหนึ่งว่า การโกงกิน #คอรัปชั่นยังฝังรากลึกและขยายตัวกว้างขวาง มีตั้งแต่ในราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และได้ขยายไปเกือบทั่วราชการส่วนท้องถิ่น ใครจะแพ้ ใครจะชนะ ในการลงมติไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่สำคัญว่า ประเทศไทยจะแพ้หรือชนะในการต่อสู้กับโรคมะเร็งร้ายเหล่านี้ ระบบการเมืองการปกครองแบบใดที่จะช่วยชลอให้มันมีน้อยลงหรืออาจจะช่วยเร่งให้มันมีมากยิ่งขึ้นในอนาคต เราต้องช่วยกันคิดโดยตั้งมั่นไว้ว่า #ผลประโยชน์ของชาติต้องสำคัญกว่าผลประโยชน์ของพรรคฯ
.
ในประเทศไทย ภาคอื่นผมไม่ทราบ แต่ที่ปักษ์ใต้บ้านเกิดของผม มีสำนวนการพูดกันแต่โบราณกาลว่า &amp;ldquo;ถ้ามัน หักหลังกู โกงกู ทำกูผิดหวังและช้ำใจ #กูต้องให้มันแดกสันขวานเพื่อเป็นการสั่งสอน&amp;rdquo; และชาวปักษ์ใต้เขาก็เคยทำเช่นนั้นกันจริงๆ ครับ &amp;nbsp;คนขี้โกง ตอแหล กลับกลอก ไม่จริงใจ หลายคนต้องรับประทานสันขวานกันเต็มคำ ทั้งในวิถีชีวิตประจำวัน และวิถีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิเลือกตั้งในทางการเมืองด้วย
.
ผมคิดได้อยู่ 7 สถานการณ์ทางการเมือง ที่จะเป็นหลักฐานพิสูจน์ให้เห็นว่า #ทฤษฎีสันขวาน จะ #ช่วยส่งให้คนขี้โกงตอแหลกลับกลอกไม่จริงใจไปสู่จุดจบที่เขาคู่ควร ...ตามมาอ่านกันเลยครับ!
.
(1) เท่าที่ผมจำได้มีบุคคลสำคัญอยู่ 2 ท่านที่เคยพูดเรื่องตัวปัญหาหลักของประเทศไทยเอาไว้ ท่านแรกคือ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ที่เคยกล่าวไว้ว่า &amp;ldquo;ปัญหาของประเทศไทยไม่ใช่ปัญหาเรื่องประชาธิปไตย มิใช่ปัญหาเรื่องรัฐธรรมนูญ แต่ปัญหาหลักของประเทศคือ #ปัญหาการฉ้อราษฎร์บังหลวง&amp;rdquo; ส่วนอีกท่านหนึ่งคือ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่ได้กล่าวเอาไว้ว่า &amp;ldquo;ปัญหาของประเทศไทยก็คือการที่ #คนดีวางเฉย ปล่อยให้คนไม่ดีเหิมเกริม โกงบ้านกินเมืองจนย่อยยับไปทุกวัน&amp;rdquo;
.
(2) ประเทศไทยมีการปกครองด้วย #ระบบเผด็จการทหารอย่างสมบูรณ์ เช่นในสมัยของ #จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และยุคของ #จอมพลถนอม #จอมพลประภาส ที่รับช่วงต่อมารวมเวลาทั้งหมด 16 ปี (ภายใต้การสนับสนุนของสหรัฐอเมริกาเพื่อให้ไทยเป็นศัตรูกับจีนและรัสเซีย) ในช่วงเวลาดังกล่าวได้เกิดการคอรัปชั่น โกงกินจากกลุ่มเผด็จการทหารร่วมกับนายทุนชาติเป็นไปอย่างกว้างขวาง เพราะบางช่วงนอกจากไม่มีฝ่ายค้านแล้ว สิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนก็ถูกควบคุมอย่างเข็มงวด บางช่วงก็แกล้งผ่อนคลายให้มีเลือกตั้ง แต่ให้วุฒิสมาชิกที่มาจากการแต่งตั้งโดยรัฐบาลมีสิทธิและอำนาจเท่ากับ ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้ง และยังให้ทั้งสองฝ่ายมีจำนวนเกือบเท่ากัน เช่น ตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญปี 2511 ที่ให้อำนาจ ส.ส. และ ส.ว.(ที่มาจากการแต่งตั้ง) มีสิทธิและอำนาจเท่ากันในการลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล เป็นต้น
.
(3) การอยู่ภายใต้ระบบเผด็จการทหารอย่างสมบูรณ์ถึง 16 ปีมันยาวนานมากจนในที่สุด #ประชาชนก็อดทนต่อไปไม่ไหว จึงเกิดขบวนการเรียกร้องรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยขึ้นมาโดยการนำของขบวนการนิสิตนักศึกษาในวันที่ #14ตุลาคม 2516 แม้จะถูกปราบปรามฆ่าฟันล้มตายแค่ไหนก็ยังมีการยืนหยัดต่อสู้เรียกร้องจนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ต้องทรงออกมาระงับศึกโดยให้ ถนอม - ประภาส ลี้ภัยออกไปอยู่นอกประเทศชั่วคราว รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้นก็บังเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2517 และต่อมาได้รับการปรับปรุงถึง 6 ครั้ง จนได้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 ซึ่งถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยแบบตะวันตกจ๋ามากที่สุด คือให้มีการเลือกตั้งจากประชาชนทั้ง ส.ส. และ ส.ว. (เป็นการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนโดยใช้จังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง และยังบัญญัติให้มีองค์กรตามรัฐธรรมนูญหลายองค์กรไว้ถ่วงดุลป้องกันและปราบปราบการทุจริตคอรัปชั่นอีกด้วย
.
(4) หลังจากมีการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็เกิดมี #สภาผัวเมีย กล่าวคือ ทั้ง ส.ส. และ ส.ว. ล้วนมาจากฐานเดียวกัน ถ้าเมียเป็น ส.ส. ผัวก็จะเป็น ส.ว. เป็นต้น รัฐบาลที่มีเสียงข้างมากในสภาฯ ในสมัยนั้นจึงสามารถสั่งให้สภาทั้งสองมีมติอย่างไรก็ได้ตามความปรารถนาของรัฐบาลโดยเสมือนไม่มีฝ่ายค้านในรัฐสภาแต่อย่างใด เช่น รัฐบาลจะเป็นคนกำหนดให้ใครเป็นตุลาการรัฐธรรมนูญก็ได้ จะให้ใครเป็นกรรมการ ป.ป.ช. ก็ได้ จะให้ใครเป็นกรรมการ กกต. ก็ได้ ฯลฯ #ระบบการตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายเพื่อป้องกันการทุจริตจึงล้มเหลว ไม่สามารถขัดขวางคนไม่ดีมิให้โกงกินบ้านเมืองได้เลย จึงเป็นยุคที่คนในรัฐบาลมีเสรีภาพในการทำชั่วชนิดใครใคร่โกง -โกง &amp;nbsp;ใครใคร่แดก - แดก
.
ซึ่งตำราฝรั่งเรียกระบบการปกครองเช่นนี้ว่าเป็น #ระบบเผด็จการรัฐสภา (TOTALITARIANISM) ซึ่งเป็นระบบที่เอาความชอบธรรมทางการเมืองใน #การเลือกตั้งมาบังหน้า ในการใช้การปกครองในแบบเผด็จการเบ็ดเสร็จ (แล้วอ้างว่าตนเป็นรัฐบาลประชาธิปไตย) เพื่อการกอบโกย โกงกินและใช้อำนาจตามอำเภอใจได้ &amp;nbsp; ฮิตเลอร์ (Hitler) เคยแปรสภาพ ระบอบประชาธิปไตยที่รัฐบาลมาจากการเลือกตั้งโดยสามารถรวบรวมเสียงส่วนใหญ่ในสภาได้แล้ว ค่อยๆ ละลายความเป็นประชาธิปไตยให้กลายเป็นเผด็จการรัฐสภาที่ไม่มีใครตรวจสอบขัดขวางได้จนเป็นเหตุให้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ประชากรของโลกต้องล้มตายลงประมาณ 70 - 85 ล้านคน (3% ของประชากรของโลกในขณะนั้น)
.
(5) สำหรับประเทศไทย การใช้อำนาจเผด็จการรัฐสภาดังกล่าวพยายาม #ออกกฎหมายที่ขัดหลักนิติธรรม เช่น ร่างกฎหมาย #นิรโทษกรรมสุดซอย เป็นต้น แต่ก่อนหน้านั้นก็ได้ใช้อำนาจเผด็จการรัฐสภาสร้างความเสียหายเพราะมีการออกกฎหมายและนโยบายเพื่อ #เอื้อประโยชน์ให้แก่พวก ที่เป็นรัฐบาล &amp;nbsp; บนความเสียหายของรัฐอยู่หลายประการ เท่าที่รวบรวมได้ในช่วง พ.ศ. 2544 - 2557 มีคดีเรื่องนี้มากกว่า 10 คดี รัฐเสียหายไปมากกว่า 7 แสนล้าน อันเป็นเหตุอันหนึ่งที่บั่นทอนพลังขับเคลื่อนทำให้เศรษฐกิจของชาติไม่สามารถเจริญเท่าที่ควรจะเป็นตามธรรมชาติของมัน &amp;nbsp;ฟิลิปปินส์ด้อยพัฒนาฯ เพราะการโกงกินของระบบ Marcos อย่างไร ประเทศไทยก็เป็นอย่างนั้น
.
(6) ปราชญ์จีนบางคน เช่น เม่งจื๊อได้กล่าวอมตะวาจาไว้เมื่อประมาณ 2,000 กว่าปีมาแล้วว่า &amp;ldquo;เป็นความยุติธรรมที่ #ประชาชนชอบจะล้มล้างรัฐบาลกังฉิน ที่เป็นทรราชปกครองบ้านเมืองด้วยการกดขี่และฉ้อราษฎร์บังหลวงอย่างไร้จริยธรรมและศีลธรรม&amp;rdquo;
.
(7) ดังนั้นพรรคการเมืองใดที่ร้องตะโกนว่าพวกตนต้องการประชาธิปไตย พวกตนจะปกป้องระบอบประชาธิปไตย และพวกตนจะคัดค้านระบอบเผด็จการทุกรูปแบบนั้น #จะต้องหมายรวมถึงการเป็นศัตรูกับระบอบเผด็จการรัฐสภาดังกล่าวด้วย การต่อสู้กับเผด็จการเช่นนี้นั้น #ต้องต่อสู้ในทุกรูปแบบ ต้องต่อสู้ทั้งในการยกร่างรัฐธรรมนูญ ต้องต่อสู้ทั้งในสภาฯ ในศาล และแม้ต้องต่อสู้ตามริมถนน (ถ้าจำเป็น) ก็ต้องทำ
.
ถ้าไม่สู้จริงในทุกรูปแบบดังกล่าว ก็อาจจะ #ได้รับการลงโทษจากประชาชนในการเลือกตั้งครั้งต่อๆไป &amp;nbsp;เพราะประชาชนที่มีสมองจะถือว่าพรรคนั้นไม่มีความจริงใจและกล้าหาญในการช่วยต่อสู้เพื่อปกป้องกีดกันมิให้ประเทศตกอยู่ใต้ ระบบเผด็จการทรราชที่อาศัยทุนสามานย์จ้องจะเขมือบประเทศอย่าง &amp;nbsp;กับฝูงเหลือบที่กระหายเลือด
.
ผมขอทิ้งท้ายไว้ว่า ทุกอย่างในโลกนี้แม้แต่สิ่งที่เป็น &amp;ldquo;นามธรรม&amp;rdquo; ที่จับต้องไม่ได้ เช่นคำว่า &amp;ldquo;ศรัทธา&amp;rdquo; นั้น ต่างล้วนอยู่ภายใต้กฎพระไตรลักษณ์ #อนิจจังทุกขังอนัตตา คือเกิดขึ้นได้แต่ไม่สถาพร อาจจะจางลงและดับได้ เพราะหามีตัวตนที่แท้จริงไม่ จะเกิดจะดับแล้วแต่เหตุและปัจจัยที่สร้างมันขึ้นมา (สำคัญว่ากฎอันนี้ จะรุนแรงเหนือกว่าผลของการทุจริตของการเลือกตั้งหรือไม่)&amp;nbsp;
.
และไม่เฉพาะแต่กับประเทศไทยนะครับ ในโลกนี้ยังมีคนไม่น้อยกว่า 15 - 30% ที่ยังคงความ #เป็นคนไม่ใช่ควาย ยัง #แยกแยะผลประโยชน์ของชาติออกจากผลประโยชน์ส่วนตัวได้ แต่ก็ยังมีคนอีกเยอะที่ยังคิดไม่ได้ แม้ในสหรัฐอเมริกา การรักพรรคมากกว่าการรักชาติของพรรค Republican ในกรณีการปกป้อง นายทรัมป์ ในวุฒิสภานั้น คอยดูก็แล้วกันนะครับ #ทฤษฎีสันขวาน จะแสดงอิทธิฤทธิ์ของมันในการเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว. ในครั้งต่อๆ ไปอย่างแน่นอน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93928</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี, ทฤษฎีสันขวาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200910/image_big_5f5a39ce5734f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
