<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96333</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2021 13:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2021 12:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บิ๊กตู่’เซ็งเป็ดเจอดรามา’วัคซีน’ไม่ฉีดก็ว่าเบี้ยวพอฉีดบอกว่าปลอม  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มี.ค.2564 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ดีเด่นระดับชาติ จำนวน 17 ราย เนื่องในวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ ประจำปีพุทธศักราช 2564 โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข, นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข และผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขร่วมพิธี โดยนายกฯ กล่าวว่า ต้องขอบคุณไปยัง อสม.ทุกคน ทุกจังหวัด ที่มีจำนวนกว่า 1 ล้านคน ซึ่งถือเป็นผู้ที่มีส่วนร่วมในการสร้างประวัติศาสตร์ให้กับประเทศของเราเหมือนกัน หลายประเทศถามว่าเราดูแลพื้นที่ ดูแลคนจำนวนมากได้อย่างไร ตนก็ยกตัวอย่างกับต่างประเทศว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือเรามี อสม. เขาก็แปลกใจว่าทำได้อย่างไร ซึ่งจริงๆ เราทำมาช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้ว วันนี้มีการพัฒนา สานต่อ ให้ทำงานได้จริง และข้อสำคัญทุกคนมีความร่วมมือในการเสียสละ นี่คือสิ่งที่ดีงามที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ได้ร่วมสร้างประวัติศาสตร์ในเรื่องการดูแลสุขภาพของประชาชนในระดับท้องที่ สามารถเข้าถึงครอบครัวผู้เจ็บป่วยได้ในพื้นที่ของตัวเอง นี่เป็นสิ่งที่จะช่วยให้การดูแลผู้ป่วยมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ต้องขอขอบคุณทุกท่านด้วยใจจริง และฝากไปถึงสมาชิก อสม.อื่นๆด้วย ถึงจะได้รับรางวัลหรือไม่ได้รับรางวัลก็ตาม เรายังคงทำหน้าที่ของเราต่อไป ทั้งนี้เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนทางด้านสุขภาพ ซึ่งทุกคนทราบดีว่าประเทศไทยได้รับชื่อเสียงการดูแลสุขภาพเป็นอันดับต้นของโลก ตนคิดว่าการแก้ปัญหาด้านสุขภาพเราจะดีขึ้นไปเรื่อยๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวอีกว่า จากสถานการณ์โควิด-19 เราได้เห็นความร่วมมือทุกคน นี่คือสิ่งที่เราสืบสาน รักษา และต่อยอด ตามแนวพระราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำในสิ่งที่ดีเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ประชาชน ที่มีความสุขไปด้วย นี่คือส่วนหนึ่งที่รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขต้องทำเรื่องนี้ หยิบจับอะไรที่ดีขึ้นมา ทั้งหมดคือการเรียนรู้ไปด้วยกัน และทำอย่างไรไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำ เราอาจไม่ได้ร่ำรวยเหมือนคนอื่น แต่เราก็มีความสุขของเรา นั่นคือเรื่องความพอเพียง เพราะฉะนั้นไม่มีอะไรที่ได้เท่าเทียม มีอย่างเดียวคือเรื่องกฎหมายเท่าเทียม เป็นกฎหมายเพื่อคนทุกคนต้องปฏิบัติภายใต้กฎหมายอันเดียวกัน ตนเองก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเหล่านี้ทั้งสิ้น พวกเราทุกคนเหมือนกัน เพราะฉะนั้นต้องสร้างการเรียนรู้ทุกมิติไปด้วย ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ ฉะนั้นกระทรวงที่มีส่วนอยู่ใกล้ชิดประชาชน เช่น กระทรวงมหาดไทย ต้องให้การเรียนรู้พวกนี้ ดูแลเรื่องสุขภาพ เรื่องการแก้ไขปัญหาความยากจน นั่นคือกิจกรรมของท่านด้วย ต้องช่วยกันคิด ช่วยกันทำ ช่วยกันศึกษา และส่งต่อไปให้คนอื่นๆด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ต้องเรียนรู้ ทั้งโซเชียลต่างๆ เฟซบุ๊ก กูเกิล อยากรู้อะไรก็ถาม อย่างการทำสมาร์ทฟาร์มเมอร์ใหม่เขาทำอะไรกันบ้างต้องสนใจเรื่องพวกนี้ นี่คือความเป็นความตายของพวกเรา ของประเทศเรา ไม่ใช่เรื่องอื่น เรื่องสุขภาพ เรื่องความสงบสุข เรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ความมีเสถียรภาพของบ้านเมืองของเรา เคารพกฎหมายเท่านั้นแหละ ประเทศไทยไปไหนก็ไม่รู้ เจริญแน่นอน หลายคนบอกประเทศไทยสมบูรณ์ที่สุดในโลก เขามาเจอ เขาพูดเปรียบเทียบตัดกิ่งอะไรก็ตาม ปักไปในดินมันขึ้นหมด แต่บางที่มันก็ไม่ขึ้นเพราะแล้ง แต่เขาก็ถือว่าดีกว่าที่อื่น เขาใช้คำพูดยิ่งกว่านี้อีก ตัดขาโต๊ะไปปักก็ยังงอกเลย มันก็ไม่ใช่ขนาดนั้น มันอยู่ที่พวกเราจะทำให้ประเทศไทยเดินหน้าไปได้อย่างไร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ ยังกล่าวถึงเรื่องวัคซีนโควิด-19 ว่า เรื่องวัคซีนวันนี้ได้นำเข้ามาแล้ว แล้วก็ฉีดไปเมื่อวานนี้ (16 มี.ค.) เมื่อไหร่หมอให้ฉีดก็ฉีด ก็ดรามาทุกอย่างนั่นแหละ มาวันแรกก็นายกฯไม่กล้าฉีด เบี้ยวไม่ยอมฉีด ก็บอกหมอไม่ให้ฉีดก็ไม่ฉีด ฉีดเมื่อไหร่ก็ฉีดเมื่อนั้น พอฉีดเสร็จบอกฉีดปลอมหรือเปล่า มียาหรือเปล่า ของจริงหรือเปล่า ปัดโธ่ ไม่มีอะไรจะเล่นหรือไงบรรดาสื่อต่างๆ ตนไม่เข้าใจ ตนก็ไม่อยากจะไปทะเลาะกับท่านอยู่แล้วขี้เกียจพูด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า วันนี้พวกเราทุกคนถือเป็นทีมประเทศไทย ในการช่วยคืนรอยยิ้มให้กับประเทศไทย ส่วนที่มีการใส่หน้ากากเฟสชิลด์ต้องดูว่าป้องกันได้จริงหรือไม่ อาจมีโอกาสติดได้ ขอให้ปลอดภัยไว้ก่อน ควรใส่หน้ากากอนามัยประกอบไปด้วย ต้องระวังตัวเอง ส่วนเรื่องสงกรานต์ขอให้สนุกแต่พอเพียงพอสมควร ไม่ใช่เต็มที่เลย มันคงไม่ได้ในช่วงนี้ รัฐบาลไม่ต้องการจะปิดกั้นอะไรทั้งสิ้น มันเป็นประเพณีอยู่แล้ว ทำแบบประเพณีก่อนๆได้ไหม ที่ไม่ใช่ครึกครื้นจนมีการแพร่ระบาดไปอีก ประเพณีเก่าๆรดน้ำใส่มือขอพร จะสนุกสนานรื่นเริงอะไรต่างๆก็ระมัดระวัง กินเหล้าแล้วก็ไม่กลัวอะไรทั้งสิ้นในโลกใบนี้ พอหายเมาก็กลัวหมดว่าไปทำอะไรมาบ้าง ติดเชื้อมาบ้างหรือเปล่า ดังนั้นก็ขอให้ระวังกันด้วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96333</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดรามา, นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รมว.กลาโหม, วัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210317/image_big_60518ce9b692b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28847</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2019 19:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2019 19:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แอนนี่ บรู๊ค&#039;ปล่อยโฮ ดูแลลูก-แม่ป่วย ภาระหนังอึ้ง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทำเอาสาว แอนนี่ บรู๊ค ถึงกับยิ้มไม่ออกกันเลยทีเดียว เพราะตอนนี้เจ้าตัวเจอมรสุมหนัก ต้องดูแลลูกชาย น้องฑีฆายุ และคุณแม่ที่ป่วยช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เพียงลำพัง ซึ่งตั้งแต่คุณแม่ล้มป่วยทำให้ค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนเพิ่มมากขึ้น ล่าสุดสาวแอนนี่ และน้องฑีฆายุ มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บ Show ว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว แอนทราบว่าลูกมีภาวะสมาธิสั้น เราก็เลยไปปรึกษาคุณหมอ เขาบอกว่าเป็นอาการเริ่มต้น ถ้าคุณแม่ดูตั้งแต่วันนี้น้องก็ไม่ต้องกินยา ซึ่งตอนนี้เขาก็ดีขึ้นมากๆ เมื่อก่อนนั่งนิ่งๆ ไม่ได้เลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อเดือนที่แล้ว คุณแม่ล้มในห้องน้ำ แล้วแกเป็นเบาหวาน โรคกระดูกพรุนด้วย พอล้มปุ๊บแกไม่ได้บอกเรา นอนแช่อึ แช่ฉี่ ลุกไม่ได้อยู่บ้านที่ลำปาง แล้วไม่มีใครอยู่ที่บ้านเลย ประมาณ 2 วันถึงจะมีคนไปเจอ ซึ่งแม่โทรศัพท์มาหาบอกว่ากลับมาหาแม่หน่อย พอเราไปเจอแม่ก็อยู่ในสภาพที่มีแผลกดทับแล้ว ตอนนี้ก็เลยพาแม่มาอยู่ที่กรุงเทพด้วยกัน พาแกไปหาหมอ แต่ใจแกไม่สู้ ลุกขึ้นนั่งได้แต่แกก็ไม่ลุก ก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้วเหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนเรื่องค่าใช้จ่าย ช่วงปีที่ผ่านมาพอรู้ว่าลูกสมาธิสั้น แอนก็หยุดบินไปทำงานต่างประเทศ ใช้เงินเก็บมาตลอด แล้วก็ไหนจะค่าเทอม เสื้อผ้า หนังสือ พาเขาไปเที่ยวห้างบ้าง จนมาถึงต้นปีที่คุณแม่ป่วยมันก็แทบจะไม่มีเงินแล้ว ซึ่งตอนที่คุณยายยังไม่ป่วย ค่าใช้จ่ายทั้งหมดอยู่ประมาณ 50,000 บาทต่อเดือน อันนี้คือประหยัดที่สุดแล้ว แล้วเราไม่เคยขอรับบริจาคและไม่เคยยืมเงินใคร คือพอเอาคุณแม่มาเรามีเงินแค่พอกินข้าว จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ แต่ไม่มีเงินพอที่จะซื้ออุปกรณ์ใหม่ๆที่จะดูแลคุณแม่ มันก็ถึงเวลาแล้วที่เราต้องขอความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเก่งแค่ไหนก็ต้องขอความช่วยเหลือบ้าง ก็เลยคุยกับพี่ๆ ตลกว่าหนูไม่ไหว หนูอยากได้เตียงให้คุณแม่ ท่านเป็นแผลกดทับ แล้วเป็นเบาหวานถ้ามันติดเชื้อในกระแสเลือดคือวันเดียวไปเลย ก็เลยบอกว่ามีใครพอจะสนับสนุนตรงนี้ได้บ้าง ทางพวกพี่ๆเขาเลยจัดมาให้ ก็ดีใจมากได้เอาเตียงให้ยายนอน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ถามว่าตอนนี้เงินพอใช้ไหม ไม่พอ เราก็พยายามขายของออนไลน์ อัปเดตสินค้าใหม่ๆเรื่อยๆ แล้วคุยกับเพื่อนๆ ว่าใครมีอะไรให้ทำบ้าง คือแอนนี่ไม่ขอยืมเงินใคร ไม่เบียดเบียนใคร แต่ใครมีอะไรให้แอนนี่ทำแลกเงินบ้าง คือขอแค่นี้เอง แอนไม่อยากร้องไห้ออกสื่อ ไม่อยากให้ใครมาสงสาร พอถามว่าเหนื่อยไหมมันก็ไม่ไหวแล้วจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เรื่องคุณพ่อ-คุณแม่บุญธรรม ของน้องฑีฆายุ นั้น วันที่เป็นข่าวมีคนเสนอตัวจะส่งเสียน้องฑีฆายุเรียนจนจบปริญญาตรี แต่พอถึงแค่อนุบาลหนึ่ง เทอมแรกค่าเทอมก็ไม่ได้แพง เขาก็บอกว่า มันแพงไป เขาใช้คำพูดเหมือนเราไปขอเงินเขา ซึ่งจริงๆเราไม่ได้เป็นคนขอความช่วยเหลือ เขาเป็นคนออกตัว ออกสื่อเอง เขาใช้คำพูดที่มันเหยียบใจเรา เราก็เลยบอกว่านั้นไม่เป็นไร เดี๋ยวหนูดูแลลูกเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดราม่าที่ให้ลูกเรียนโรงเรียนอินเตอร์ เพราะค่าใช้จ่ายสูง ตอนแอนทำงานต่างประเทศแอนจ่ายได้ แล้วแอนคิดว่าต่อไปนี้แอนก็จะต้องทำงานไปเรื่อยๆจนกว่าจะไม่ไหว ซึ่งเราเป็นคนขยันยังไงเราก็จ่ายได้ บางคนบอกว่าไม่มีตังจะให้เรียนทำไม อนาคตของลูกใครๆก็อยากให้ดีกว่าพ่อกว่าแม่อยู่แล้ว แต่ตอนนี้ก็ให้ลูกย้ายโรงเรียนมาเรียนโรงเรียนใกล้ๆ บ้าน เป็นโรงเรียนสองภาษาธรรมดา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนเรื่องหัวใจถามว่ามีใครมายื่นข้อเสนออะไรให้ไหม มีนะคะ แต่ว่าถ้าเขามาไม่ได้เพราะรัก หรือว่าอยากจะช่วยเหลือจริงๆ ตั้งใจผ่านมาก็ผ่านไป เอาเงินให้อย่างนี้ เราไม่อยากลดคุณค่าตัวเองในเวลาที่เรามีวิวิกฤต อย่าลดคุณค่าตัวเองเพราะสถานการณ์บีบบังคับมันไม่จำเป็น ยืนด้วยตัวเองมันจะยืนได้นาน แต่ถ้าเกิดยืนได้เพราะมีคนอื่นเข้ามาช่วย เราไม่ได้อายุน้อยๆแล้ว เดี๋ยวเขาไปเจอคนสวยกว่าเขาก็ไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน น้องฑีฆายุ เสริมว่า &amp;quot;คุณแม่ใช้ความรัก และเล่นกับผม ทำให้ผมดีขึ้น และตอนนี้ก็อยู่นิ่งๆ ได้แล้ว ตอนที่แม่ทำงานต่างประเทศผมก็ไม่อยากให้แม่ไป ตอนแม่ไปทำงานผมก็เศร้านิดหน่อย เพราะว่าผมคิดถึงแม่มากๆ เพราะว่าผมต้องอยู่กับลุงและป้า แต่ตอนนี้ผมก็ได้อยู่กับแม่แล้ว เวลาแม่ร้องไห้ผมทำให้แม่ไม่ร้องไห้ ผมได้บุญเยอะมากๆ ผมก้บอกว่าแม่สู้ๆ นะครับ ผมรักแม่นะครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจากอินสตาแกรม&amp;nbsp;annie_teekayu&lt;/p&gt;



</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28847</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดรามา, น้องฑีฆายุ, แอนนี่ บรู๊ค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190211/image_big_5c61651193cc5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7122</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2018 17:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2018 10:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนเกลียดพวกดรามา’ออเจ้า’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 เม.ย.2561- สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่ติดตามชมละครบุพเพสันนิวาส &amp;nbsp;จำนวนทั้งสิ้น 1,272 คน โดยเมื่อถามถึงประชาชนคิดอย่างไร? กับละครพบว่า 48.50% เป็นละครที่ดี สนุกสนาน ให้ทั้งข้อคิดและความบันเทิง 44.86% ทำให้รู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ บุคคลสำคัญ วัฒนธรรมอันดีงาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; 22.02% นักแสดงดี เหมาะสมทุกตัวละคร ลงตัว 16.84% เป็นปรากฏการณ์ของวงการบันเทิงไทย ได้รับความนิยมสูง และ 13.60% ปลุกกระแสการแต่งชุดไทย คนสนใจวัฒนธรรมไทยมากขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
เมื่อถามว่าสิ่งที่ประชาชนชอบมากที่สุดจากละครพบว่า 47.32% พระเอก นางเอก ตัวละครทุกตัว 40.35% บทประพันธ์และบทโทรทัศน์ดี เล่าเรื่องสนุก เดินเรื่องได้ดี 26.26% การแต่งกาย เสื้อผ้า คำพูด คำศัพท์โบราณ 15.18% ฉาก สถานที่ถ่ายทำ ภาพซีจี และ 9.65% เพลงประกอบละคร ส่วนสิ่งที่ประชาชนไม่ชอบมากที่สุดจาก ละครพบว่า 37.13% กระแสโจมตี ดรามาต่าง ๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;23.35% การจ้องจับผิดละคร&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; 21.56% การนำตัวละครไปแอบอ้าง ใช้ประโยชน์ในทางที่ผิด&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; 12.57% การปรับเนื้อหาบางส่วนทำให้ไม่ตรงกับประวัติศาสตร์ และ 10.78%เดินเรื่องเร็ว จบไว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามอีกว่าละครบุพเพสันนิวาสมีผลต่อตัวประชาชนเองอย่างไร? พบว่า 35% ได้คลายเครียด สนุกสนาน 29.21% อยากทำตามละคร เช่น แต่งชุดไทย กินอาหาร เที่ยวสถานที่ต่างๆ พูดคำโบราณ 26.42% ทำให้สนใจอยากรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์มากขึ้น หาหนังสือมาอ่าน 18.15% กลับบ้านเร็วขึ้น มีเวลาร่วมกันกับครอบครัวและ 16.65% มีมุมมองที่ดีต่อละครไทยมากขึ้น อยากดูละครไทย &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสิ่งที่สังคม ประเทศชาติ ได้รับประโยชน์จากละครพบว่า &amp;nbsp;39.75% เป็นการสืบสานวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามให้คนรู้จักมากขึ้น 30.39% กระตุ้นการท่องเที่ยว มีการตามรอยสถานที่ในละคร 22.15% คนให้ความสนใจแต่งกายชุดไทย อนุรักษ์ความเป็นไทย 17.60% กระตุ้นเศรษฐกิจ เกิดการหมุนเวียนรายได้ และ 16.02% คนไทยหันกลับมาดูละครไทย สนับสนุนดารานักแสดง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เมื่อถามว่าประชาชนอยากให้หน่วยงานหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องสานต่อเรื่องนี้อย่างไร 30.77% รัฐบาลให้การส่งเสริมสนับสนุนวัฒนธรรมประเพณีไทย 28.85% ทำนุบำรุงดูแลโบราณสถานให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; 22.44% รณรงค์ เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ให้คนไทยแต่งกายชุดไทย 18.59% ส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวตามรอยละคร &amp;nbsp;และ 12.54%สนับสนุนให้มีการผลิตละครอิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณีไทยอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7122</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความเป็นไทย, ดรามา, ดารา, บุพเพสันนิวาส, ประเพณี, มหาวิทยาลัยสวนดุสิต, รัฐบาล, ละคร, วัฒนธรรม, สวนดุสิตโพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180415/image_big_5ad2b927d78fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
