<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50871</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2019 12:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2019 12:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไพบูลย์&#039;ปัดนั่งกมธ.ปปช.เพิ่มความขัดแย้งขวาง&#039;เสรีพิศุทธ์&#039;ดึงที่ปรึกษาฯร่วมประชุมกมธ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22พ.ย.62ที่รัฐสภา นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนในการไปเป็นกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ(กมธ.ปปช.) สภาผู้แทนราษฏร แทนนายดล เหตระกูล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติพัฒนา ว่า ได้รับการแจ้งจากวิปของพรรคว่าจะส่งตนไปทำหน้าที่กมธ.แทนนายดล ทั้งนี้ไม่ใช่การเข้าไปเพิ่มความขัดแย้งตามที่มีข้อสังเกตกัน แต่พรรคเห็นว่าตนเป็นผู้มีประสบการณ์ด้านนี้มาก่อนแล้ว ซึ่งน่าจะมีประโยชน์เข้าไปช่วยเหลืองานกมธ.ให้เป็นไปตามกฏหมายเพื่อประโยชน์ประชาชน อีกทั้งสัดส่วนของพรรคยังมีกมธ.น้อยแค่ 3 คน เราก็ปรับให้เป็น 4 คนตามกมธ.ชุดอื่นๆ ตนคิดว่าจะมีประโยชน์ทั้งต่อคณะกมธ.และตัวประธานเองในการเสนอข้อคิดเห็นต่างๆทางกฏหมายโดยเฉพาะพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าจะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างบรรยากาศในชั้นคณะกมธ.ได้หรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า ความขัดแย้งกันในเรื่องข้อกฏหมายจะชัดเจนขึ้นตามกฏหมาย และจะทำให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบร้อย คงให้ข้อมูลแก่เพื่อนกมธ.ที่มาจากพรรคการเมืองต่างๆได้ ส่วนกรณีที่เสนอปลดพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวช ออกจากการเป็นประธานกมธ.ฯนั้น ยังไม่ทราบเรื่อง แต่ทุกอย่างต้องพิจารณาตามหลักเหตุและผล รวมถึงตามกฏหมายและความถูกต้อง ซึ่งทุกอย่างต้องพูดคุยกันในที่ประชุม อย่างไรก็ตามทั้งนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. และน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ก็ทำเต็มที่ตามเอกสิทธิ์และเป็นไปตามแนวทางที่จำเป็นจะต้องทำ ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาเกี่ยวกับข้อกฏหมายก็ควรจะเข้าไปคุยกันในที่ประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำหรับการทำงานหน้าที่ของประธานกมธ.ก็มีกรอบอยู่คงจะทำเกินเลยจากกรอบที่กำหนดไว้ไม่ได้ ซึ่งหากผมได้เข้าไปเป็นกมธ. ถ้าเห็นว่าประธานทำอะไรเกินอำนาจหน้าที่ก็จะเข้าไปพูดคุย แต่ที่ไม่เห็นด้วยเลย คือการนำที่ปรึกษาประธานกมธ.มาร่วมประชุมในคณะกมธ.ด้วย เพราะความจริงต้องแยกประชุมไม่ใช่เอามานั่งหัวโต๊ะ เรื่องนี้เป็นทั้งข้อบังคับ ระเบียบ วิธีการปฏิบัติ และมารยาทในการประชุม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงการส่งเข้าไปนั่งเป็นกมธ.ชุดนี้ เป็นยุทธศาสตร์ของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ใช่หรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า เป็นเรื่องสัดส่วนของพรรคที่มีน้อยผิดปกติ ซึ่งควรมี 4-5 คน ในแต่ละกมธ. อีกทั้งตนมีความเหมาะสมด้วย เพราะมีปัญหาเกี่ยวกับข้อกฏหมายในกมธ.อยู่มากและเคยทำงานด้านนี้มา ซึ่งเข้าใจว่าเป็นแนวทางของพรรคมากกว่า ส่วนพล.อ.ประวิตรแค่ให้นโยบายเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่าการกระทำนี้เป็นการเบียดโควต้าของพรรคอื่นหรือไม่ นายไพบูลย์ ชี้แจงว่า ต้องดูเหตุที่เกิดขึ้นก่อน เรื่องนี้เกิดจากการที่นายดลลาออกซึ่งเขาอาจจะไม่ถนัดในการทำหน้าที่ตรงนี้ เมื่อตำแหน่งว่างประกอบกับพรรคพลังประชารัฐก็มีโควต้าว่างอยู่ จึงส่งตนเข้าไปแค่นั้น ไม่ได้เป็นการเบียดโควต้าของพรรคการเมืองใด แต่เพื่อความเหมาะสมมากกว่า นายดลอาจจะเข้าไปเป็นกมธ.ในชุดที่ถนัดและชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามอีกว่าในประเด็นที่กมธ.ยังมีเจตนาเรียกพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และพล.อ.ประวิตร มาชี้แจงด้วยตัวเองแบบซ้ำหลายครั้ง มองอย่างไร นายไพบูลย์ กล่าวว่า เป็นเรื่องไม่สมควรและควรยุติได้แล้ว ทั้งนี้ แม้จะมีกมธ.ในสัดส่วนพรรคพลังประชารัฐเพิ่มขึ้นเป็น 4 คนนั้น ไม่ใช่ประเด็นที่ท่านจะมาอย่างสบายใจ อีกทั้งที่ผ่านมาไม่เคยมีประเพณีไหนที่นายกเข้ามาชี้แจงกมธ.ด้วยตนเอง มีเพียงส่งตัวแทนและหนังสือชี้แจงเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่า หากนายกมาเองจะถือเป็นการสร้างแบบอย่างที่ดีของนักการเมืองหรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า นายกไม่ควรมา ทั้งนี้ที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ ได้เปิดโอกาสและให้เวลาในที่ประชุมสภา เพื่อตอบข้อซักถามและประเด็นต่างๆของสมาชิกมากพออยู่แล้ว ดังนั้น หากนายกมากมธ.ชุดนี้อาจจะมีอีกกว่า 30 คณะกมธ.เชิญมาชี้แจง ทำให้นายกไม่มีเวลาทำงานในภารกิจ ซึ่งหากฝ่ายค้านต้องการสอบถามในประเด็นใด ตนสนับสนุนให้ใช้ที่ประชุมสภาโดยเฉพาะการเสนอญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50871</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ปปช., ดล เหตระกูล, นายไพบูลย์ นิติตะวัน, พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190910/image_big_5d7763a8e6d1f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50824</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2019 18:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2019 18:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.ชุดเสรีพิศุทธ์วุ่นไม่เลิก&#039;ส.ส.ดล&#039;ยื่นลาออก&#039;ไพบูลย์&#039;ส่อเสียบ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ย.62 - &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.00 น. นายดล เหตระกูล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติพัฒนา ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฏร &amp;nbsp;โดยที่ไม่มีตัวแทนจากพรรคชาติพัฒนาต้องการเข้ามาทำหน้าที่กรรมาธิการฯแทน จึงยกโควต้าดังกล่าวให้เป็นของรัฐบาล ซึ่งคาดว่าพรรคพลังประชารัฐจะส่งนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เข้าเป็นกรรมาธิการฯแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายดล ให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้ยื่นใบลาออกจากคณะกรรมาธิการชุดนี้เรียบร้อยแล้ว โดยจะมีการสลับโควต้ากับพรรคพลังประชารัฐ แต่กำลังรอดูว่าจะโยกไปอยู่คณะกรรมาธิการฯชุดไหนแทน ส่วนจะเพราะเหตุผลใดนั้นตนขอไม่พูดถึง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50824</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ปปช., ดล เหตระกูล, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียาเวส, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191121/image_big_5dd66e6134049.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39185</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2019 13:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2019 13:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยุ่งอีก! 3 เสียงชพน.ทวงโควต้ารมต. อ้างเป็นพันธมิตร&#039;พปชร.&#039;ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22​ มิ.ย.​62 - ที่ทำการพรรคชาติพัฒนา​ นายดล เหตระกูล เลขาธิการพรรคชาติพัฒนา(ชพน.)ที่มีจำนวนส.ส.&amp;nbsp;3&amp;nbsp; คน&amp;nbsp;ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงกระแสข่าวพรรคชาติพัฒนาจะไม่ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรี ตามที่ได้มีการตกลงกันว่า&amp;nbsp; พรรคชาติพัฒนาอยู่ระหว่างรอคำตอบจากพรรคพลังประชารัฐ เรื่องตำแหน่งรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรรคชาติพัฒนาและงานที่ได้รับมอบหมายในการเข้าร่วมรัฐบาล ขณะนี้ยังไม่ได้รับคำตอบและไม่ทราบว่าจะได้ตำแหน่งรัฐมนตรีที่ไหน ขอยืนยันว่าเป็นข้อตกลงร่วมกันในการเชิญเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล ตามที่มีการแถลงข่าวร่วมกัน ที่จะจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี 1 ตำแหน่งให้กับพรรคชาติพัฒนา โดยพรรคชาติพัฒนาตอบรับและไม่ได้มีเงื่อนไขว่าจะต้องได้ตำแหน่งที่กระทรวงไหนแต่อย่างใด ให้พรรคพลังประชารัฐเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสมเรื่องกระทรวงในฐานะพรรคแกนนำ พรรคชาติพัฒนาทำงานการเมืองด้วยความเป็นสุภาพบุรุษ รักษาคำพูดและข้อตกลงทางการเมืองที่มีต่อกันกับพรรคพลังประชารัฐในทุกเรื่อง พรรคชาติพัฒนาให้ความร่วมมือในการจัดตั้งรัฐบาลทุกขั้นตอนที่เกี่ยวข้องในฐานะพรรคร่วมมาตลอด นับแต่ การโหวตเลือกประธานสภา&amp;nbsp; การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี การแถลงข่าวการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกัน&amp;nbsp; การเข้าร่วมประชุมกับวิปรัฐบาลการลงมติในที่ประชุมสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายดล กล่าวว่า&amp;nbsp; ตามรายงานข่าวที่ว่าตำแหน่งรัฐมนตรีเต็มแล้ว ไม่สามารถจัดสรรให้พรรคชาติพัฒนาได้นั้น ตนไม่ทราบข้อเท็จจริงและที่มาของแหล่งข่าว&amp;nbsp; พรรคชาติพัฒนาไม่ได้เป็นพรรคที่มาทีหลัง หรือมาเติมเสถียรภาพรัฐบาลให้เต็มในภายหลังที่มีการจัดตั้งรัฐบาลไปแล้ว ที่จะต้องมารับทราบว่าตำแหน่งรัฐมนตรีเต็มไปแล้ว&amp;nbsp; แต่พรรคชาติพัฒนาถือได้ว่าเป็นพรรคผู้ร่วมก่อตั้ง พรรคพันธมิตรที่มีความจริงใจต่อกัน ที่ร่วมก่อตั้งรัฐบาลมาตั้งแต่เริ่มต้น&amp;nbsp; และได้รับจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีมาก่อนแล้วตามข้อตกลง และ สัญญาสุภาพบุรุษ ที่มีต่อกัน พรรคชาติพัฒนามีความเชื่อมั่นต่อพรรคพลังประชารัฐ ในการที่จะรักษาข้อตกลงทางการเมืองที่มีต่อกันเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีต่อภาพลักษณ์และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบการเมืองไทย และเป็นการตอกย้ำสร้างความมั่นใจในเสถียรภาพของรัฐบาลอีกด้วย แม้ว่ารัฐบาลจะมีเสียงปริ่มน้ำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ด้วยความจริงใจ ความร่วมมือ&amp;nbsp; การรักษาข้อตกลงใดๆที่มีต่อกันในระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลก็จะเป็นนั่งร้านค้ำยันที่แข็งแรงให้กับรัฐบาลได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายดล กล่าวว่า​ พรรคชาติพัฒนามีความเชื่อมั่นในความเป็นผู้นำ ความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาของประเทศ ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พรรคชาติพัฒนายินดีสนับสนุนท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อนำพารัฐบาลไปสู่ความสำเร็จเพื่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศในทุกๆด้าน พรรคชาติพัฒนาได้ทำหนังสือกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีเรื่องการเข้าร่วมรัฐบาล&amp;nbsp; และเสนอรายชื่อบุคคลที่จะเป็นตัวแทนของพรรคในตำแหน่งรัฐมนตรี เพื่อให้ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นผู้พิจารณาไปเป็นที่เรียบร้อย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39185</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชพน., ดล เหตระกูล, พรรคชาติพัฒนา​, โควต้ารัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190622/image_big_5d0dc7d35d9d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29192</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2019 11:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2019 11:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุวัจน์&#039;ปล่อยรถแห่30ผู้สมัครสส.กทม.อ้อนคะแนนคนกรุงขอโอกาสชพน.ช่วยสางปัญหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15 ก.พ.62-นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา(ชพน.)&amp;nbsp; พร้อมนายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา&amp;nbsp; นำคณะผู้บริหารพรรค สักการะบูชาพระบรมชาราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 สวนลุมพินี ก่อนปล่อยขบวนคาราวานรถแห่ ผู้สมัคร&amp;nbsp; ส.ส. กทม. ทั้ง 30 เขต&amp;nbsp; 30 คัน​ โดยหัวหน้าพรรค ได้ขึ้นรถแห่ขบวนที่ 1 ตั้งแต่ถนนสีลม จนถึงแยกเจริญกรุง สิ้นสุดที่ถนนพระราม 3 ช่วยลูกพรรคหาเสียง ประกาศนโยบาย 9 ด้าน ขณะที่ รถแห่ขบวนที่ 2 นำโดย นายดล เหตระกูล เลขาธิการพรรค ผู้สมัครบัญชีรายชื่อลำดับที่ 2 ของพรรค นำผู้สมัคร ส.ส. กทม. ผ่านเส้นถนนพระราม 4 ผ่านหน้าอาคารมาลีนนท์&amp;nbsp; สามแยกพระโขนง&amp;nbsp; ถนนสุขุมวิท สิ้นสุดหน้าสถานีขนส่งเอกมัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวัจน์&amp;nbsp; กล่าวว่า​ สำหรับพื้นที่ กทม. ทางพรรคเคยมี ส.ส. เพียง 1 คน&amp;nbsp; ซึ่งถือว่าเป็นน้องใหม่ แต่อยากที่จะเสนอตัวเพื่อให้คนกทม. ได้มีทางเลือกมากขึ้น อีกทั้งระบบการเลือกตั้ง หากได้ ส.ส. ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าไม่ได้ ทุกคะแนนก็มีความหมาย ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้&amp;nbsp; เราเป็นพรรคการเมือง ก็อยากสร้างความเป็นสากล เพื่อ เป็นพรรคของประชาชนในทุกพื้นที่ และเชื่อว่านโยบาย 9 สมาร์ทของ กทม. ในการพัฒนากรุงเทพฯ จะช่วยแก้ปัญหาให้ กทม. ได้อย่างแท้จริง ทั้งหมดขึ้นอยู่กับประชาชนในการตัดสินใจ&amp;nbsp; ทั้งนี้จากการที่พรรคได้ลงพื้นที่ได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนดีมากโดยเฉพาะประชาชนประชาชนที่ไม่อยากเห็นความขัดแย้ง และการเมืองไม่มีปัญหา ซึ่งตรงกับแนวทางของพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ยังเชื่อมั่นถึงวันเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค. หรือไม่หลังเกิดกระแสปฏิวัติ รัฐประหารเกิดขึ้นหนาหู นายสุวัจน์ กล่าวว่า ขณะนี้น่าจะสบายใจได้ เพราะเหตุการณ์ต่างๆ เป็นไปในทิศทางที่เข้าสู่วันที่ 24 มีนาคม ส่วนตัวยังคงเชื่อมั่นจะมีการเลือกตั้งแน่นอน แม้อาจจะมีข่าวออกมา แต่ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ก็ล้วนออกมายืนยันแล้ว คิดว่า และประชาชนทุกคนอยากเห็นบ้านเมืองเรียบร้อย และเดินหน้าสู่สนามเลือกตั้ง ซึ่งเป็นหน้าที่ของพวกเราที่ต้องช่วยกันสร้างบรรยากาศเพื่อเข้าสู่การเลือกตั้ง ทางพรรคคิดว่าเราพร้อม ในการเดินหน้าเข้าสู่เลือกตั้ง และเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับ ขอให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์กันมากๆ เพื่อให้ผู้แทนที่ดี มาแก้ไขปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า กกต. อาจจะ ไม่ประกาศรับรอง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. 3 คน ของพรรคชาติพัฒนานั้น นายสุวัจน์​ กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบรายละเอียด แต่ทางพรรคส่งผู้สมัคร เกือบ 270 เขต สมมุติว่าถ้ามีผู้สมัครขาดคุณสมบัติ 3 คน ก็เพียง 1 เปอร์เซ็นต์ ก็ไม่เป็นอะไร ซึ่งตอนนี้คงอยู่ในขั้นของการชี้แจง กกต. ทั้งนี้พล.อ.ฐิติวัจน์ กำลังเอก รองหัวหน้าพรรค ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง ซึ่ง 2 ใน 3 คน คือนายชัยชนะ รัตนชัยฤทธิ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ร้อยเอ็ด เขต 4 และนายวรเดช เศรษฐภักดี&amp;nbsp; ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ขอนแก่น เขต 9 มีเหตุผลส่วนตัว โดยได้ไปยื่นถอนใบสมัครจาก กกต. ซึ่งก็ได้ชี้แจงมาที่พรรคก่อนหน้านี้แล้ว ว่ายังไม่พร้อม ที่จะลงสมัครเลือกตั้งครั้งนี้ แต่ยังคงเป็นสมาชิกพรรคอยู่ และสามารถช่วยหาเสียงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;ยอมรับว่า ต้องปล่อย 2 พื้นที่ว่างไป เชื่อมั่นไม่เกิดผลกระทบต่อพรรค และคะแนนในภาพรวม ขณะที่ นายปรัชญา&amp;nbsp; วิเขียรเครือ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. อุดรธานี เขต 3&amp;nbsp; ที่มีกระแสข่าวถึงการขาดคุณสมบัติ เพราะสมัครเป็นสมาชิกพรรคไม่ถึง 90 วัน นับจนถึงวันเลือกตั้งนั้น กรณีนี้อยู่ระหว่าง ประสานงานกับกกต. เกี่ยวกับระบบฐานข้อมูลสมาชิกพรรค ซึ่งคาดว่าไม่น่าจะมีปัญหาแต่อย่างใด&amp;rdquo;นายสุวัจน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29192</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดล เหตระกูล, นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ, พรรคชาติพัฒนา ​(ชพน.), เทวัญ ลิปตพัลลภ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190215/image_big_5c663e6320483.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
