<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87020</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2020 13:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2020 12:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘วัฒนา’อบรม‘เอนก’ไม่ใช่เวลามาพูดเรื่องบินไปดวงจันทร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ธ.ค.2563 - &amp;nbsp;นายวัฒนา เมืองสุข กลุ่มสร้างไทย อดีตแกนนำพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อุดมศึกษาฯ ตั้งเป้าจะส่งยานอวกาศโคจรรอบดวงจันทร์ภายใน 7 ปี ว่าแนะนำให้เลยไปดาวอังคาร จะได้เอายางพาราไปขายด้วย น่าจะมีคนเอาด้วยเยอะ เกษตรกรอาจจะช่วยกันบริจาค เอาสินค้าเกษตรไปขาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จริงๆ แล้วมันสะท้อนอะไรบางอย่าง สิ่งสำคัญคือนักการเมืองที่มาจากประชาชน เขาจะใส่ใจความรู้สึกของประชาชน ควรจะรู้ว่าประชาชนมีปัญหาใหญ่คือเศรษฐกิจ รัฐบาลควรคิดเรื่องปากท้องให้คนมีกินมากกว่าพูดเรื่องอื่น ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์พูดได้ แต่ไม่ใช่กาลเทศะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87020</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มสร้างไทย, ดวงจันทร์, นายวัฒนา เมืองสุข, นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201216/image_big_5fd9a17f01fe1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86949</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/12/2020 17:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/12/2020 17:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แทค ภรัณยู&#039;ลั่นก่อนไปดวงจันทร์ ทำถนนพระราม2 ให้เสร็จก่อนไหม!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากที่นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่ากระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ขึ้นกล่าวปาฐกถาในงานเปิดโครงการ &amp;quot;วัคซีนเพื่อคนไทย&amp;quot; ที่หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มูลนิธิซียูเอ็นเทอร์ไพรส์ โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันก่อน โดยมีการพูดว่าเร็วๆนี้ไทยจะเป็นชาติที่ 5 ของเอเชีย ที่จะสามารถผลิตยานอวกาศและส่งไปโคจรรอบดวงจันทร์ได้ โดยคาดว่าจะใช้ระยะเวลาดำเนินการไม่เกิน 7 ปี ทำเอาประเด็นดังกล่าวถูกพูดวิจารณ์ไปต่างๆนาๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุดนักแสดงหนุ่ม แทค-ภรัณยู โรจนวุฒิธรรม โพสต์อินสตาแกรมรูปดวงจันทร์ พร้อมถามส่งจรวดไปดูกระต่ายปี้กันเหรอครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ก่อนจะดวงจันทร์ ทำถนนพระราม2 ให้เสร็จก่อนไหม #ส่งจรวดไปดูกระต่ายปี้กันเหรอครับ #ทำไมเราไม่เอาเงินส่วนนั้นมาพัฒนาด้านต่างๆก่อนที่จำเป็น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม tack_pharunyoo&lt;/p&gt;

&amp;nbsp;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86949</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ดวงจันทร์, ถนนพระราม2, มูลนิธิซียูเอ็นเทอร์ไพรส์, ยานอวกาศ, รัฐมนตรีว่ากระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, วัคซีนเพื่อคนไทย, เอนก เหล่าธรรมทัศน์, แทค ภรัณยู, แทค-ภรัณยู โรจนวุฒิธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201215/image_big_5fd88ded18318.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86806</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2020 12:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2020 12:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เอนก&#039;ลั่น!ไทยจะสร้างยานอวกาศ 7 ปีข้างหน้าไปดวงจันทร์ ลบภาพประเทศด้อยพัฒนา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ธ.ค.63- นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ &amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยในงาน &amp;nbsp;โครงการ &amp;quot;วัดชีนเพื่อคนไทย&amp;quot; สนับสนุนนักวิจัยไทยค้นคว้าวัคชีนโควิด-19 ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่ารัฐบาลจะประกาศสร้างยานอวกาศไปดวงจันทร์ กลางเดือนมกราคมปีหน้า และจะบินและโคจรรอบ ดวงจันทร์ ในอีก 7 ปีข้างหน้า
รมว.การอุดมศึกษากล่าวว่าไทยจะเป็นชาติที่ 5ในเอเชีย ที่ส่งยานอวกาศไปดวงจันทร์ นอกจากจีน อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้&amp;nbsp;
นายเอนก ยังบอกว่า เพื่อให้บรรลุโครงการใน 7 ปี อาจต้องมีการระดมทุนจากคนไทยบ้าง ซึ่งโครงการนี้ จะเปลี่ยน mind set คนไทย &amp;nbsp;และทำให้ไทยไม่ใช่ชาติด้อยพัฒนาอีกต่อไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86806</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์, ดวงจันทร์, ยาวอวกาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201214/image_big_5fd6f41576434.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51723</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2019 21:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2019 21:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มอินเดียช่วย &#039;นาซา&#039; หาเจอซากยานบนดวงจันทร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นาซาเผยพบซากยานลงจอดพื้นผิวดวงจันทร์ของอินเดียที่ตกกระแทกดวงจันทร์เมื่อเดือนกันยายน และขอบคุณวิศวกรไอทีชาวอินเดียที่ช่วยชี้ตำแหน่งซากยานชิ้นแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากนาซา ถ่ายโดยแอลอาร์โอเผยจุดตกกระแทกของยานลงจอดวิกรม /&amp;nbsp; NASA / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาซาแถลงเมื่อวันจันทร์ที่ 2 ธันวาคมว่า พบซากของยานวิกรม ซึ่งเป็นยานลงจอดพื้นผิวดวงจันทร์ของยานอวกาศจันทรายาน-2 ของอินเดีย ที่ตกกระแทกพื้นผิวดวงจันทร์เมื่อวันที่ 7 กันยายนตามเวลาอินเดีย โดยเผยแพร่พื้นที่ตกของยานวิกรมซากยานที่พบกระจัดกระจายเกือบ 20 จุด กินพื้นที่หลายกิโลเมตร ภาพนี้ถ่ายโดยยานสำรวจลูนาร์ เรอคอนแนสซองส์ ออร์บิทเตอร์ (แอลอาร์โอ) ของนาซา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการแถลงของนาซาบอกว่า เมื่อวันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา นาซาเผยแพร่ภาพโมเสคของดวงจันทร์บริเวณที่ยานลงจอดพื้นผิวดวงจันทร์ลำนี้ตก ที่ถ่ายเมื่อวันที่ 17 กันยายน และเชิญชวนให้สาธารณชนเปรียบเทียบภาพนี้กับภาพอื่นในพื้นที่เดียวกันก่อนที่ยานตก เพื่อค้นหาซากยานลำนี้ และบุคคลแรกที่ระบุซากยานลำนี้ที่แม่นยำที่สุดคือ ชานมูกา ซูบรามาเนียน วิศวกรไอทีวัย 33 ปีจากเมืองเจนไน ซึ่งพบซากยานชิ้นแรกห่างราว 750 เมตรทางตะวันตกเฉียงเหนือของจุดที่ยานตก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชานมูกาเผยกับเอเอฟพีว่า ตอนที่นาซายังไม่พบซากยานวิกรมทำให้คนสนใจมาก เพราะเขาเป็นคนที่ชื่นชอบเรื่องอวกาศอยู่แล้ว เขาใช้เครื่องคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปเปรียบเทียบภาพ 2 ภาพ คือ ภาพเก่าก่อนยานวิกรมตก กับภาพใหม่ที่ยานนาซาเผยแพร่ แล้วค่อยๆ เปรียบเทียบทั้ง 2 ภาพทีละพิกเซล โดยได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ ทางทวิตเตอร์และเรดดิท งานนี้เป็นงานที่ค่อนข้างยากมาก แต่ในที่สุดนาซาก็ประกาศทางทวิตเตอร์เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ว่าพบซากยานวิกรมชิ้นแรกแล้ว จากนั้นนาซาจึงค้นหาพื้นที่นั้นต่อ ก่อนที่จะประกาศการค้นพบซากยานวิกรมอย่างเป็นทางการในอีก 2 เดือนต่อมา ชานมูกาบอกว่านาซาต้องมั่นใจ 100% ก่อนถึงจะประกาศเรื่องนี้ต่อสาธารณะ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51723</URL_LINK>
                <HASHTAG>จันทรายาน-2, ดวงจันทร์, ตกกระแทกดวงจันทร์, นาซา, พบซากยาน, ยานวิกรม, อินเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191203/image_big_5de66a75eb815.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25709</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2019 21:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2019 21:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนส่งยานสำรวจลงจอดด้านมืดดวงจันทร์สำเร็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ยานสำรวจดวงจันทร์ ฉางเอ๋อ-4 ของจีน ลงจอดบนพื้นผิวด้านไกลของดวงจันทร์สำเร็จเมื่อวันที่ 3 มกราคม สร้างประวัติศาสตร์เป็นชาติแรกของโลกที่สามารถ &amp;quot;เลิกผ้าคลุมอันลี้ลับ&amp;quot; ด้วยการส่งยานลงสำรวจพื้นผิวด้านมืดของดวงจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพด้านมืดของดวงจันทร์ที่ถ่ายโดยยานสำรวจฉางเอ๋อ-4 ที่เผยแพร่โดยสำนักงานอวกาศแห่งชาติจีน เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2562&amp;nbsp; / China National Space Administration / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานอ้างคำแถลงในเว็บไซต์ของสำนักงานอวกาศแห่งชาติของจีนว่า ยานสำรวจดวงจันทร์ &amp;quot;ฉางเอ๋อ-4&amp;quot; ของจีน ซึ่งถูกส่งขึ้นจากศูนย์ปล่อยจรวดซีชางในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีนเมื่อเดือนธันวาคม 2561 ลงแตะพื้นผิวด้านไกลของดวงจันทร์อย่างนุ่มนวลเมื่อเวลา 09.26 น. ของวันพฤหัสบดีที่ 3 มกราคม 2562 ตามเวลาไทย และได้ส่งสัญญาณภาพถ่ายระยะใกล้จากพื้นผิวด้านมืดของดวงจันทร์จากจุดลงจอด ผ่านดาวเทียมเช่ว์เชียว ซึ่งถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรของดวงจันทร์เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว จากนั้นภาพที่ได้ก็ส่งต่อมายังหอควบคุมบนพื้นโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงกล่าวด้วยว่า การลงจอดบนด้านไกล หรือที่เรียกว่า &amp;quot;ด้านมืด&amp;quot; ของดวงจันทร์ เป็นการ &amp;quot;เลิกผ้าคลุมอันลึกลับ&amp;quot; ของด้านไกลของดวงจันทร์ และ &amp;quot;เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในการสำรวจดวงจันทร์ของมนุษย์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากแรงไทดัลทำให้การหมุนรอบตัวเองของดวงจันทร์ถูกล็อกจนมีคาบเท่ากับคาบการโคจรของโลก (ไทดัลล็อก) จึงทำให้มีเพียงด้านหน้าของดวงจันทร์ที่หันหาโลก ส่วนด้านไกลนั้นไม่อาจมองเห็นได้จากโลก ที่ผ่านมาเคยมียานอวกาศหลายลำถ่ายภาพด้านไกลของดวงจันทร์ไว้ แต่ยังไม่เคยมียานลำใดลงจอดบนพื้นผิวด้านนั้นมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยานฉางเอ๋อ-4 ซึ่งเป็นทั้งยานลงจอดและยานรถสำรวจ ลงแตะพื้นผิวของด้านมืดใกล้ขั้วใต้ของดวงจันทร์ในหลุมอุกกาบาตฟอ คาร์มัน หลังจากยานลำนี้เข้าสู่วงโคจรของดวงจันทร์เมื่อกลางเดือนธันวาคม พื้นผิวด้านนี้ของดวงจันทร์แตกต่างจากด้านที่หันหาโลกซึ่งมีพื้นที่ราบมากกว่า แต่พื้นผิวด้านมืดนั้นเต็มไปด้วยหลุมบ่อและขรุขระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ China National Space Administration / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จีนทุ่มเทเงินหลายพันล้านดอลลาร์ไปกับโครงการด้านอวกาศที่บริหารโดยกองทัพ โดยตั้งเป้าหมายว่าจะสร้างสถานีอวกาศของจีนที่มีนักบินอวกาศประจำการ ภายในปี 2565 และส่งมนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยานฉางเอ๋อ-4 เป็นยานสำรวจดวงจันทร์ลำที่ 2 ของจีนที่ลงจอดบนพื้นผิวของดวงจันทร์ ต่อจากยานยวี่ถู่ (กระต่ายหยก) ที่ลงจอดบนดวงจันทร์เมื่อปี 2556 ภารกิจของฉางเอ๋อ-4 ครั้งนี้รวมถึงการทดลองหลายด้าน แบ่งเป็นการทดลองของจีน 6 ชิ้น และของต่างประเทศ 4 ชิ้น อาทิ การศึกษาดาราศาสตร์วิทยุความถี่ต่ำ ซึ่งต้องการอาศัยประโยชน์จากด้านมืดของดวงจันทร์ที่ไม่มีการรบกวน และการทดสอบด้านแร่ธาตุและรังสี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลกำลังมีแผนจะส่งยานลงจอดบนดวงจันทร์อีกลำชื่อ ฉางเอ๋อ-5 ไปยังดวงจันทร์ภายในปีนี้ เพื่อเก็บตัวอย่างกลับมายังโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการนี้เป็นเพียงส่วนเสี้ยวของเป้าหมายอันทะเยอทะยานของจีนเพื่อก้าวเป็นหนึ่งในมหาอำนาจด้านอวกาศของโลกต่อจากสหรัฐและรัสเซีย เป้าหมายนี้รวมถึงการใช้จรวดนำส่งแบบนำกลับมาใช้ใหม่ได้ภายในปี 2564, การสร้างจรวดซูเปอร์พาวเวอร์ที่สามารถบรรทุกได้มากกว่าจรวดของนาซาและจรวดสเปซเอ็กซ์ของบริษัทเอกชน, การสร้างฐานบนดวงจันทร์, การสร้างสถานีอวกาศถาวรที่มีมนุษย์ประจำอยู่ และการส่งยานรถสำรวจลงดาวอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ว่าจีนจะยืนกรานว่าความทะเยอทะยานด้านอวกาศของจีนเป็นไปอย่างสันติล้วนๆ แต่กระทรวงกลาโหมสหรัฐกล่าวหาการดำเนินกิจกรรมของจีนว่า มีวัตถุประสงค์ป้องกันประเทศอื่นไม่ให้ใช้ทรัพย์สินที่อยู่ในอวกาศได้ในช่วงยามวิกฤติ และนอกจากกิจการด้านพลเรือน จีนก็เคยทดสอบมิสไซล์ต่อต้านดาวเทียมมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระนั้นก็ดี ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐก็กระโจนเข้าสู่การช่วงชิงในอวกาศกับจีนด้วยการประกาศจะสถาปนากองทัพอวกาศ เป็นกองทัพที่ 6 ของสหรัฐภายในปี 2563.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25709</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ฉางเอ๋อ-4, ดวงจันทร์, ด้านมืด, ยานสำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190103/image_big_5c2e17cfa243d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15984</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2018 22:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2018 22:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิทยาศาสตร์พบหลักฐานยืนยันมีน้ำแข็งที่ขั้วดวงจันทร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นักวิทยาศาสตร์เผย พบหลักฐานที่สามารถยืนยันเป็นครั้งแรกว่ามีน้ำแข็งบนพื้นผิวขั้วเหนือและขั้วใต้ของดวงจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ดวงจันทร์ขณะเกิดจันทรุปราคาเต็มดวง เหนือท้องฟ้าเลบานอน เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นี่เป็นครั้งแรกที่นักวิทยาศาสตร์พบหลักฐานชี้ชัดถึงการมีน้ำแข็งบนพื้นผิวของดวงจันทร์&amp;quot; ส่วยหลี หัวหน้าทีมวิจัยเรื่องนี้ของสถาบันธรณีฟิสิกส์และวิทยาดาวเคราะห์แห่งฮาวาย เผยกับเอเอฟพีเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะนักวิทยาศาสตร์เขียนในบทความที่เผยแพร่ในวารสาร Proceedings of the National Academy of Sciences เมื่อวันจันทร์ว่า หลายปีมานี้นักวิทยาศาสตร์รายงานถึงการพบสัญญาณว่ามีน้ำแข็งบนดวงจันทร์ แต่เป็นการสังเกตและอธิบายจากปรากฏการณ์อื่นๆ เช่น ดินบนดวงจันทร์ที่สะท้อนแสงอย่างผิดปรกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การค้นพบครั้งนี้ใช้ข้อมูลจากอุปกรณ์ทำแผนที่แร่ธาตุบนดวงจันทร์ (เอ็ม 3) ขององค์การนาซา ที่ส่งไปกับยานสำรวจดวงจันทร์ &amp;quot;จันทรายาน-1&amp;quot; ของอินเดียซึ่งส่งขึ้นสู่อวกาศเมื่อปี 2551 คำแถลงของนาซากล่าวว่า นักวิทยาศาสตร์ใช้ข้อมูลที่ได้ในการระบุสถานะของสารเคมี 3 ชนิดที่พิสูจน์ว่ามีน้ำบนพื้นผิวของดวงจันทร์อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น้ำแข็งส่วนใหญ่พบอยู่บริเวณเงามืดที่เย็นจัดของแอ่งหลุมของดวงจันทร์ทั้งที่ขั้วเหนือและขั้วใต้ ซึ่งหลีเผยว่า มีอุณหภูมิสูงที่สุดไม่เคยเกิน -157 องศาเซลเซียส แต่ยังไม่ชัดเจนว่ามีน้ำแข็งอยู่บนพื้นผิวดวงจันทร์ปริมาณเท่าใด เนื่องจากอุปกรณ์นี้สามารถตรวจจับน้ำแข็งบนพื้นผิวดวงจันทร์ได้เพียง 2-3 มิลลิเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์การนาซาระบุว่า ถ้ามีน้ำแข็งมากพอ น้ำบนดวงจันทร์ก็จะสามารถใช้เป็นทรัพยากรสำหรับการสำรวจหรือแม้แต่อาศัยอยู่บนดวงจันทร์ได้ในอนาคต ตามแผนนั้นนาซาตั้งเป้าจะส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่งจะเป็นการกลับไปดวงจันทร์ครั้งแรกนับแต่ปิดภารกิจของยานอพอลโลในทศวรรษ 1960-1970&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลีกล่าวว่า วิธีดีที่สุดที่จะศึกษาเกี่ยวกับน้ำแข็งบนดวงจันทร์ และวิธีที่จะนำมันมาใช้เป็นทรัพยากร ก็คือการส่งยานหุ่นยนต์ไปสำรวจที่ขั้วดวงจันทร์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15984</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขั้วเหนือ, ขั้วใต้, ดวงจันทร์, น้ำแข็ง, พื้นผิวดวงจันทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180822/image_big_5b7d6d795c4b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
