<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111628</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2021 13:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2021 13:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ว่าที่ผู้สมัครส.ก.ก้าวไกลซัด&#039;ทิพานัน&#039;อ้างภาพคนตายข้างถนนคือการจัดฉาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
30 ก.ค.64 - - น.ส.ดวงพร สุขุมพันธุ์พงศ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตมีนบุรี พรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ตำแหน่งข้าราชการการเมือง ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวอ้างกรณีถึงโลกออนไลน์แชร์ภาพผู้เสียชีวิตนอนริมถนน เป็นการจัดฉากสร้างสถานการณ์ให้เกิดความเข้าใจผิด และบางกรณีน่าสงสัยว่าเป็นการรับจ้างไปนอนล้มในสถานที่ต่างๆ ว่า ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความหม่นหมองจะมีมนุษย์หน้าไหนจิตใจต่ำช้าได้ถึงเพียงนี้ สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ประชาชนทั้งประเทศรู้ดีว่ามาถึงจุดที่ดิ่งเหวที่มีแต่ลึกลงไป แต่ยังมองไม่เห็นกระทั่งก้นเหวที่เลวร้ายที่สุดด้วยซ้ำ เหตุผลก็เพราะการบริหารงานที่บกพร่องร้ายแรง และไม่มีประสิทธิภาพของรัฐบาล จนเมื่อมีเหตุการณ์ที่ประชาชนล้มตายมากขึ้นเรื่อยๆ จากความไร้ประสิทธิภาพนี้ แทนที่จะรีบหาทางแก้ไข บรรดาลิ่วล้อของรัฐบาลกลับเร่งทำผลงาน รีบดาหน้าออกมาพูดว่านี่คือการจัดฉาก เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะคือการที่รัฐบาลส่งตัวแทนออกมาเหยียบย่ำความรู้สึกของประชาชนที่กำลังอยู่ในห้วงทุกข์ คือความไม่ใยดีต่อความเป็นความตายของเพื่อนมนุษย์ หวังเพียงแต่จะใช้ความมีอำนาจบาทใหญ่มาบกดทับความจริงเอาไว้เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การที่คุณทิพานันออกมาแสดงความคิดเห็นดูแคลนความเจ็บปวด และซ้ำเติมความรู้สึกประชาชนเช่นนี้ ดิฉันเริ่มเข้าใจ และไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จึงเป็นคนดูดายต่อความเดือดร้อนของประชาชนมาตลอด ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะคนรอบตัวมีแต่โทษคนอื่น และหวังแต่ประโยชน์จากการยกยอปอปั้นชี้นำให้เห็นแต่วิมานสวรรค์ โดยพล.อ.ประยุทธ์ ไม่รู้ว่าโลกแห่งความจริงดิ่งจะถึงนรกชั้น 7 แล้ว อยากให้ลุกมาดูบ้าง เปิดใจ เปิดตา อย่าสักแต่รอรับการรายงานจากลิ่วล้อที่จิตใจเช่นนี้&amp;rdquo; น.ส.ดวงพร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ดวงพร กล่าวว่า ในฐานะคนที่ทำงานกับพี่น้องประชาชน และลงพื้นที่ทุกวันอยากบอกน.ส.ทิพานันว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงมันเลวร้ายกว่าภาพที่สื่อนำเสนอมาก ยิ่งสถานการณ์ตอนนี้ได้รับสายจากพี่น้องประชาชนขอความช่วยเหลือวันละหลายร้อยสาย สัปดาห์ที่ผ่านมา เฉพาะพื้นที่ที่รามคำแหง 166 เขตมีนบุรี มีคนไร้บ้านติดโควิดล้มลง ในขณะที่ยืนคุยกับตนต่อหน้าต่อตาเนื่องจากเขาติดโควิดมาหลายวันแล้ว แต่ไม่ได้รับการรักษา เพราะเป็นคนไร้บ้าน ไม่มีเอกสารยืนยันตัวตน แต่ถ้ายังไม่เชื่อว่าสถานการณ์จริงมันเลวร้ายแค่ไหน ก็ขอเชิญมาลงพื้นที่ด้วยกันสักวัน ตนจะช่วยเปิดหัวใจให้มีความเป็นคนบ้าง เวลาแบบนี้ไม่มีใครอยากเอาความทุกข์ลำเข็ญของตัวเองออกมาประจาน แต่มันคือสถานการณ์ที่เลี่ยงไม่ได้และที่เป็นเช่นนี้ก็มาจากรัฐบาลของพวกท่านที่เป็นต้นเหตุทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ดวงพร กล่าวเพิ่มเติมว่า คงเป็นโชคดีของคนเขตจอมทอง ที่ไม่เลือกคนแบบนี้เป็นตัวแทนของเขา เพราะน.ส.ทิพานัน ก็เคยเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเขตนั้นในนามพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แต่ถึงแม้จะสอบตก ด้วยคุณสมบัติความเป็นลิ่วล้อที่ดีนั่นคือการปกป้องเจ้านาย เลยทำให้มีที่ยืนในพรรคมาตลอดเพราะมีดีเอ็นตรงกัน โดยเฉพาะเรื่องการโทษคนอื่น ไม่โทษตัวเอง ใส่ร้ายป้ายสีและชอบปิดปากประชาชน ช่วงหนึ่งจึงได้เป็นโฆษกพรรคพปชร. ส่วนปัจจุบันก็เอาภาษีประชาชนไปอวยยศอวยตำแหน่งเป็นข้าราชการการเมืองสำนักนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากไม่อยากให้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลย่ำแย่ไปกว่านี้ คนสอพลอแบบนี้ไม่ควรเอาไว้ข้างตัว เพราะจะเป็นพิษภัยแก่ทั้งตัวเอง และประเทศชาติ สิ่งที่เกิดขึ้นกระทบความรู้สึกของประชาชนอย่างไม่อาจให้อภัยได้ จึงขอเรียกร้องให้นายกฯ มีคำสั่งระงับการปฏิบัติหน้าที่ของน.ส.ทิพานัน และอยากฝากไปยังน.ส.ทิพานัน ว่า หากต้องการเป็นตัวแทนของประชาชน เวลานี้ควรไปดูได้แล้วว่าพื้นที่จอมทองมีคนรอตรวจ รอเตียง รอความตายอยู่ที่บ้านกี่คน และกำลังจะมีคนล้มตายข้างถนนบ้างไหม จงไปดูความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชนด้วยตาตัวเอง ละวางกิเลสความอยากได้อยากมีตำแหน่งทั้งหมดลง แล้วใช้ความเป็นมนุษย์ที่อาจยังพอมีลงไปในทุกพื้นที่แล้วจะรู้ว่าสิ่งที่คุณพูดออกไปคือความผิดพลาด คือตราบาปขนาดใหญ่ในชีวิต ที่คุณควรจะสำนึกและขอโทษออกมาจากหัวใจของคุณเอง&amp;rdquo; น.ส.ดวงพร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111628</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดฉากนอนตายข้างถนน, ดวงพร สุขุมพันธุ์พงศ์, ทิพานัน ศิริชนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210730/image_big_610393a939f7b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94567</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภาพรวมเยียวยา ปชช.ให้ผ่านหวิว ยกนิ้วลด&#039;ค่าไฟ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; สั่งดูแลเยียวยาประชาชนให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม &amp;ldquo;ไตรศุลี&amp;rdquo; แนะโครงการเราชนะผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน-คนแก่ควรไปที่ศูนย์วันสต็อปเซอร์วิสให้ดูแล โพลชี้ประชาชนพึงพอใจสารพัดมาตรการผ่านครึ่งเฉียดฉิว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับมาตรการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ต้องครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่มให้มากที่สุด ว่าหลายหน่วยงานได้ปรับรูปแบบการดำเนินมาตรการต่างๆ ให้รับกับข้อสั่งการของนายกฯ โดยในส่วนของโครงการเราชนะ นอกจากขยายเวลาลงทะเบียนตามโครงการสำหรับกลุ่มประชาชนผู้ไม่มีสมาร์ทโฟนไปจนถึงวันที่ 5 มี.ค. จากเดิม 25 ก.พ.2564 แล้ว กระทรวงการคลังได้ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยในการเปิดศูนย์อำนวยความสะดวก One Stop Service โครงการเราชนะแก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ในพื้นหน่วยงานภายใต้กระทรวงการคลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลีกล่าวอีกว่า ล่าสุด นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง ได้ลงพื้นที่ 2 อำเภอของจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อติดตามความคืบหน้าของจุดบริการ One Stop Service โครงการเราชนะ ซึ่งได้พบปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการลงทะเบียนของกลุ่มผู้ไม่มีสมาร์ทโฟนว่า ก่อนหน้านี้ประชาชนจำนวนมากไม่ทราบข้อมูลว่าสามารถลงทะเบียนด้วยบัตรประชาชน ณ สาขาธนาคารของรัฐได้ จึงได้ใช้สมาร์ทโฟนของลูกหลานลงทะเบียนเพื่อรักษาสิทธิ์ก่อน แต่วิธีนี้ทำให้มีปัญหาการยืนยันตัวตน และไม่สะดวกในการใช้จ่ายเนื่องจากโทรศัพท์ไม่ได้อยู่กับเจ้าของสิทธิ์ ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหาให้เกิดความสะดวก หากประชาชนที่ได้ลงทะเบียนด้วยโทรศัพท์ลูกหลานและได้รับสิทธิ์แล้วยังไม่ได้ยืนยันสิทธิ์ ให้ยกเลิกสิทธิ์ในแอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือหากไม่สะดวกก็ให้นำบัตรประชาชนไปให้เจ้าหน้าที่ ณ &amp;nbsp;One Stop Service โครงการเราชนะดำเนินการให้ เมื่อแก้ไขแล้วก็สามารถใช้สิทธิผ่านบัตรประชาชนต่อไป ส่วนประชาชนที่ยังไม่ลงทะเบียน ก็สามารถใช้บริการ One stop Service โครงการเราชนะ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำทุกขั้นตอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.ส.ดวงพร สุขุมพันธุ์พงศ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.พรรคก้าวไกลกล่าวว่า การช่วยเหลือเยียวยาผลกระทบจากโควิด-19 ของรัฐบาลควรรู้ตัวได้แล้วว่ามาตรการที่ออกมานั้นตกหล่น ไม่ทั่วถึง และไม่รอบคอบ โดยได้ไปพูดคุยกับคนเฒ่าคนแก่ในพื้นที่ หลายคนสะท้อนว่าทำไม่เป็น ไม่มีเงินซื้อสมาร์ทโฟน ส่วนการจะให้ไปลงทะเบียนที่ธนาคารก็ไม่สะดวกแล้ว โดยเฉพาะต้องไปต่อคิวรอกันจำนวนมาก ซึ่งยิ่งสะท้อนว่ารัฐบาลออกมาตรการโดยไม่ได้คิดถึงพวกเขาเลย ที่ร้ายไปกว่านั้นคืออาจทำให้สถานการณ์อาจบานปลายจนไปกระทบสถานการณ์ด้านสาธารณสุขด้วย เพราะมีรายงานว่าได้พบผู้ติดเชื้อที่ธนาคารกรุงไทยใน จ.อ่างทอง&amp;nbsp;
&amp;ldquo;เรื่องนี้ต้องฝากท่านสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ ท่านอาคม รวมถึง ศบค. และทีมเศรษฐกิจ ว่าอย่าทำงานกันแบบติดนิสัยราชการจนมองไม่เห็นความเป็นจริงของคนตัวเล็กตัวน้อย เวลานี้ประชาชนกำลังเดือดร้อนหนัก และไฟกำลังลามมาจ่ออยู่ที่เท้าท่าน ควรรู้ตัว รู้ปัญหาให้เร็ว แล้วรีบกำหนดมาตรการใหม่อย่างเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาได้แล้ว&amp;rdquo; น.ส.ดวงพรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,087 คนทางออนไลน์ เรื่อง &amp;quot;มาตรการเยียวยาโควิด-19 ระลอกใหม่ของรัฐบาล&amp;quot; พบว่า 41.58% พอใจมาตรการลดค่าไฟฟ้า 2 เดือน, &amp;nbsp;40.66% ลดค่าน้ำ 10% 2 เดือน, 40.20% คนละครึ่ง : ขยายสิทธิ์เพิ่มอีก 1 ล้านสิทธิ์, 38.09% เราชนะ : จ่ายเงินเยียวยารายละ 3,500 บาท 2 เดือน และ 32.47% สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ โดยธนาคารต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงเรื่องจุดเด่น-จุดด้อยของมาตรการเยียวยาโควิด-19 พบว่า ในเรื่องจุดเด่น 48.58% บรรเทาความเดือดร้อนของผู้มีรายได้น้อย, 21.53% มีความพยายามช่วยเหลือประชาชน มีหลายมาตรการ และ 16.19% กระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ กระจายรายได้ ส่วนจุดด้อยนั้น 52.34% ระบุว่าเงื่อนไขมากเกินไป เกิดความเหลื่อมล้ำ, 33.19% ขั้นตอนยุ่งยาก ซับซ้อน ล่าช้า ขาดประสิทธิภาพ และ 6.81% ไม่ได้แก้ปัญหาระยะยาว ต้องรับภาระในอนาคต&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสิ่งที่ประชาชนอยากให้รัฐบาลคำนึงถึงในการออกมาตรการช่วยเหลือประชาชน คือ 71.72% เยียวยาประชาชนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมกัน, 62.38% ขั้นตอนลงทะเบียนต้องไม่ยุ่งยาก ไม่ซับซ้อน, 61.37% ไม่ต้องมีการลงทะเบียน/ไม่ต้องแย่งกันลงทะเบียน, 60.44% ควรหลีกเลี่ยงการใช้เทคโนโลยี/โซเชียลมีเดียกับกลุ่มผู้สูงอายุ และ 59.52% การเยียวยาต้องไม่สร้างภาระเพิ่ม/ใช้เงินได้ง่าย และถามถึงภาพรวมความพึงพอใจของประชาชนที่มีต่อมาตรการต่างๆ ของรัฐบาล 50.60% ค่อนข้างพอใจ, 19.69% ไม่ค่อยพอใจ, 17.66% พอใจมาก และ 12.05% ไม่พอใจ.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94567</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดวงพร สุขุมพันธุ์พงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อาคม เติมพิทยาไพสิฐ, ไตรศุลี ไตรสรณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210228/image_big_603ba91380b85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
