<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102134</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2021 20:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3 จังหวัดชายแดนใต้ตื่นตัวหยุดโควิด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เฝ้าระวัง 3 ตำบลใน 3 ชายแดนภาคใต้ สตูล ยะลา นราธิวาส ผอ.สำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน นำทีมเสวนาออนไลน์ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งครั้งที่ 9 ทุกคนรู้จักโควิดเป็นอย่างดี โดยเฉพาะรอบที่ 3 นราธิวาสจัดทีมสวอฟเป็นของ รพ. ดักผู้ลักลอบเข้าเมืองตามแนวชายแดนผ่านช่องทางธรรมชาติ แจ้งหน่วยเคลื่อนที่เร็วทำงานเชื่อมโยงกับตำรวจตลอด 24 ชั่วโมง นายก อบต.ขอฉีดเป็นคนสุดท้าย เปิดทางให้กลุ่มเสี่ยงฉีดก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เสวนาออนไลน์ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งครั้งที่ 9 &amp;ldquo;ชุมชนท้องถิ่น รู้ทันปรับตัวสู้ภัยโควิด-19&amp;rdquo; ชุมชนท้องถิ่นมีแนวทางในการปรับตัวเพื่อสู้กับการระบาดโควิดรอบ 3 ในครั้งนี้อย่างไร? ผู้ร่วมเสวนารายการ ดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผู้ช่วยผู้จัดการอาวุโสกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) รักษาการ ผอ.สำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน เป็นผู้ซักประเด็น จำรัส ฮ่องสาย นายก อบต.ละงู อ.ละงู จ.สตูล (บุคคลดีเด่นด้านการพัฒนาครอบครัว จ.สตูล ประจำปี 2561) อาซัน สือนิล นายก อบต.สะเอะ อ.กรงปินัง จ.ยะลา ซุลกีฟรี เจ๊ะมามะ นายก อบต.โละจูด อ.แว้ง จ.นราธิวาส&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;อาซัน สือนิล นายก อบต.สะเอะ อ.กรงปินัง จ.ยะลา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อาซัน สือนิล นายก อบต.สะเอะ อ.กรงปินัง จ.ยะลา กล่าวว่า รับฟังประกาศจากรัฐบาลโดยตลอด ประชุม 4 เสาหลักเฝ้าระวัง หารือกับผู้นำชุมชนในท้องที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำทางศาสนา ภาคเอกชน วางแผนรับมือด้วยข้อตกลงการประชาสัมพันธ์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารการเฝ้าระวัง เตือนให้ทุกคนสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างทางสังคม พกเจลแอลกอฮอล์ หมั่นล้างมือบ่อยๆ อย่าออกไปชุมนุมกันนอกบ้าน กระตุ้นให้ใช้มาตรการเข้มงวด อย่างการระบาดของโควิดในรอบแรก ในช่วงแรกๆ ก็ค่อนข้างยากเพราะเขารู้สึกว่ายังเป็นเรื่องไกลตัว แต่ตอนหลังโควิดระบาดหนักมาก ชาวบ้านก็ให้ความสนใจและร่วมมือกันมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับการประกอบอาชีพ การทำมาหากินภายในชุมชนมีการปรับตัว ชาวสวนยางพาราไม่กระทบ แต่ร้านค้า การค้าขายมีผลกระทบ เราเข้าไปเคาะประตูร้านค้าสาขาในชุมชนให้คนซื้อและคนขายใส่หน้ากากอนามัย ขอความร่วมมือให้ขายอาหารไม่เกิน 3 ทุ่มในพื้นที่ ร้านน้ำชาให้ปิดเวลา 5 ทุ่ม ข้าราชการเข้ามาทำงานในตัวอำเภอ ครูเข้ามาในพื้นที่โรงเรียน กลุ่มเฝ้าระวังขอความร่วมมือทำความเข้าใจให้ปฏิบัติตามอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ขณะนี้ อสม.ฉีดวัคซีนในรอบแรกไปแล้ว สาธารณสุขอำเภอให้ความสมัครใจในการฉีดวัคซีนด้วยการไปลงทะเบียนล่วงหน้าที่อำเภอ เมื่อฉีดแล้วก็มีอาการปกติ ยังไม่มีใครแพ้ยาแต่อย่างใด ผมยังไม่ได้ฉีดวัคซีนเพราะให้ความสำคัญกับบุคลากรทางการแพทย์ อสม.ฉีดก่อน ผมขอฉีดเป็นคนสุดท้าย ขอจัดให้ชาวบ้านก่อน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การทำงานประชาสัมพันธ์ด้วยหอกระจายข่าวท้องถิ่น ผู้บริหาร อบต.เชิญเครือข่ายเข้ามาให้ความรู้ สมาชิก พนักงาน นายก อบต.ท้องที่ สภาสันติสุขกระจายความรู้ไปถึงมัสยิด โดยเฉพาะทุกวันศุกร์ นายกฯ จะไปละหมาดต่างมัสยิด ขอความร่วมมือผู้นำศาสนาประชาสัมพันธ์ให้สมาชิก อบต. ขณะนี้มีเด็กและเยาวชนเข้ามามีบทบาทช่วยทำให้มาตรการป้องกันโควิดเป็นจริง ด้วยการเป็นแบบอย่าง รณรงค์พูดคุยเผยแพร่ความรู้ เด็กเป็นตัวหลักที่ทำเป็นตัวอย่างในโรงเรียนและกลับมาทำเป็นตัวอย่างที่บ้าน ถึงวันนี้น่าจะไม่มีใครไม่รู้จักโควิดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ซุลกีฟรี เจ๊ะมามะ นายก อบต.โละจูด อ.แว้ง จ.นราธิวาส&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ซุลกีฟรี เจ๊ะมามะ นายก อบต.โละจูด อ.แว้ง จ.นราธิวาส เล่าว่า มีคนไทยที่ไปทำงานที่ประเทศมาเลเซีย กลับมาจากมาเลย์เราต้องรับเขากลับมาแต่มีเงื่อนไขต้องกักตัว 15 วัน ให้เขาตัดสินใจว่าจะกักตัวที่ไหน จะกักตัวที่สุไหงโก-ลกแล้วกลับเข้าบ้าน ยังมีคนไทยที่ไปทำงานอยู่ภาคเหนือ ภาคอีสาน กลับเข้ามาด้วย ก็ใช้มาตรการกักตัวเช่นเดียวกัน ช่วงที่ผ่านมาคนไทยที่ไปทำงานในต่างประเทศก็กลับเมืองไทยมาอยู่ที่บ้านกันหมด ถ้าไม่ยอมกักตัวจะถูกปรับ 800 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ในรอบที่ 3 นี้ เจ้าหน้าที่ อสม.มีความเชี่ยวชาญมากขึ้น มีการออกป้ายประชาสัมพันธ์ใช้งบประมาณจากกองทุน สปสช. ผลิตหน้ากากอนามัยให้กับผู้สูงอายุทำอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่ก็จ้างคนในพื้นที่เย็บหน้ากากอนามัยด้วยผ้า เพื่อจะได้ซักล้างนำกลับมาใช้ใหม่ได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เรื่องการฉีดวัคซีน นายก อบต.ก็ยังไม่ได้ฉีดแต่อย่างใด ขณะนี้เริ่มมีการลงทะเบียนเพื่อจะเตรียมฉีดวัคซีนในตัวอำเภอกันบ้างแล้ว มีทั้งคนที่อยากฉีดวัคซีนและบางคนไม่อยากฉีดวัคซีนปะปนกันไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ช่องทางป้องกันโควิดด้วยระบบสื่อสารสัปดาห์ละครั้ง เป็นการทำเฉพาะเรื่องเร่งด่วน ใช้หอกระจายเสียงตามสายเข้าไปทุกหมู่บ้าน ทั้งตำบล เชิญอนามัย รพ.สุขภาพตำบล สาธารณสุขเข้ามาให้ความรู้กับเยาวชน คนในหมู่บ้าน กลุ่มสันติสุข ผู้นำตามธรรมชาติ ผู้นำท้องที่ อสม. เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ขณะนี้กลุ่มเยาวชนมีบทบาทจัดอบรมให้ความรู้ เยาวชนที่นี่ไม่ขี่มอเตอร์ไซค์มั่วสุมรวมตัวกัน ไม่ออกนอกพื้นที่ ทำงานเป็นจิตอาสาในหมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เป็นที่สังเกตว่า ในช่วงที่คนกลับมาอยู่บ้านจะมีการเปิดร้านค้าเล็กๆ ภายในหมู่บ้าน ขับรถขายของ ใครที่มีความรู้ทำขนมก็ทำขนมไปฝากขาย หรือขายหน้าบ้านของตัวเอง มีการลงทะเบียนวางแผนเพื่อจัดการเรื่องอาชีพต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เนื่องจากนราธิวาสอยู่แนวเขตชายแดน จึงต้องเข้มข้นและเข้มงวดในการตรวจคนเข้าออกตามแนวชายแดนมีเส้นทางธรรมชาติ 7 ตร.กม. มีหน่วยทีมสวอฟเป็นของโรงพยาบาล แจ้งหน่วยเคลื่อนที่เร็วทำงานเชื่อมโยงกับตำรวจตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดำเนินการ &amp;ldquo;ผมก็มีชุดอวกาศอยู่ในรถ เตรียมพร้อมเสมอเมื่อจำเป็นต้องใช้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;สตูลไข่แตกเป็นจังหวัดสุดท้าย&amp;nbsp;แต่ที่ อ.ละงูยังไม่มีใครติดโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จำรัส ฮ่องสาย นายก อบต.ละงู อ.ละงู จ.สตูล (บุคคลดีเด่นด้านการพัฒนาครอบครัว จ.สตูล ประจำปี 2561) กล่าวว่า เป็นความภาคภูมิใจมากที่ละงูยังไม่มีใครติดโควิด ทั้งๆ ที่มีประชากรเป็นจำนวนมาก เพราะได้รับความร่วมมือจากประชาชนทุกฝ่าย ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อบต. ผู้นำศาสนาต่างให้ความสำคัญและให้ความรู้ในเรื่องการป้องกันโควิดได้เป็นอย่างดี คนที่นี่นับถือศาสนาอิสลาม 92% ไทยพุทธ 8%&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;จำรัส ฮ่องสาย นายก อบต.ละงู อ.ละงู จ.สตูล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เรามีประชากรในตำบลมากเป็นพันคนก็จริง แต่เราเตรียมพร้อมมาตลอด คนของเราไปทำงานต่างประเทศ ต่างจังหวัด แต่เราเฝ้าระวังไม่ให้ติดโควิดแม้แต่คนเดียว ด้วยการขอความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทุกองค์กร จ.สตูลไข่แตกเป็นจังหวัดสุดท้ายของแผ่นดินไทยที่ติดโควิด แต่ที่ อ.ละงูยังไม่มีใครติดโควิด เรื่องนี้ผู้นำศาสนาให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เราสนับสนุนงบประมาณในการใช้เครื่องมือวัดไข้ หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ อุปกรณ์พร้อม ปกติอิสลามจะประกอบพิธีศาสนกิจ ละหมาด 5 เวลา ก่อนละหมาดจะต้องทำความสะอาดร่างกายเพื่อฆ่าเชื้อโรค เราใช้สื่อสาธารณะ ใช้ Line Facebook กลุ่มองค์กรสนับสนุนให้ความรู้ รวมถึงการบรรยายด้านสาธารณสุขถึงมัสยิด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การจัดการนอกพื้นที่ จ.สตูล ในตัวเมือง เป็นจังหวัดเล็กๆ ประชากรไม่มากนัก มีทางเข้าออกไม่มาก เส้นทางหนึ่งเข้ามาจาก จ.ตรัง อีกเส้นทางหนึ่งเข้ามาทาง จ.สงขลา อีกเส้นทางหนึ่งเป็นเส้นทางธรรมชาติ เดินทางลำบากมากเพราะต้องผ่านภูเขาสูง มีชายฝั่งติดกับมาเลย์ มีด่านตรวจมีชายฝั่งทางทะเลอันดามัน การกักตัวส่วนใหญ่ก็กักตัวกันที่บ้าน มีภาคีเครือข่ายคอยสังเกตการณ์ตลอดเวลา การให้ความรู้อย่าให้เกิดโควิดในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ขบวนรถให้ความรู้ป้องกันโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ ต.ละงู เป็นพื้นที่กว้างขวาง ยังมีความเป็นชนบทอยู่สูง ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำประมง อยู่กันอย่างไม่แออัด ทำนาทำสวนทำประมง ต่างคนต่างอยู่ แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือในช่วงเทศกาลศีลอด ในช่วงบ่ายๆ ประชาชนจะออกไปจ่ายตลาดพร้อมๆ กันเพื่อเตรียมทำกับข้าวเป็นอาหารมื้อเย็นหลังจากละศีลอดแล้ว ขอให้ระมัดระวัง เว้นระยะห่างในการจับจ่ายซื้อของ มีหอกระจายข่าว แจ้งข่าวผ่านทาง Line Facebook ทุกเช้า-เย็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;วันนี้ยังไม่มีโควิดที่ละงู แต่ถ้าจะมีก็เป็นเหตุสุดวิสัย ที่เราต้องป้องกันอย่างดีไว้ก่อน เราต้องรับมือให้ดีและสร้างความภาคภูมิใจที่เราไม่มีโควิดที่นี่ เราต้องสร้างพื้นที่เรียนรู้ ให้ความสำคัญกับการป้องกันตนเอง เราต้องสร้างความพร้อมให้ความร่วมมือ ที่นี่ไม่ค่อยมีการจัดงานสงกรานต์ ปีนี้จัดสรงน้ำพระ มี Time Line คนส่วนใหญ่รู้จักกันทั้งหมด เนื่องจากจังหวัดสวยงาม เป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อนๆ ก็จะตามมาพักอยู่ด้วย ยิ่งรู้ว่าที่นี่ไม่มีโควิด ใครๆ ก็อยากมาเที่ยว ก็ต้องระมัดระวังด้วย กลัวไข่แดงจะแตกเพราะนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ เพราะส่วนใหญ่ไม่พักที่โรงแรมหรือรีสอร์ต จะเข้ามาพักที่บ้าน เราเป็นห่วง ให้มีการกักตัว ขอความร่วมมือจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม.เข้มงวดโดยไม่มีข้อยกเว้นแต่อย่างใด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ชุดป้องกันโควิดในระหว่างการทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การระบาดโควิดรอบ 3 มีความน่ากลัวเพิ่มมากขึ้น ในชุมชนยังไม่มีใครฉีดวัคซีน มีการวางแผนไว้ว่าถ้ามีการฉีดวัคซีนจะฉีดให้กับกลุ่มเสี่ยงก่อน คนที่ขับรถไปรับเจ้าหน้าที่เข้าออกในตัวจังหวัดเป็นประจำ เพื่อให้เขาปลอดภัย &amp;ldquo;ในตำบลใครเข้าออกจะรู้หมด ต้องแจ้งชื่อกับผู้ใหญ่บ้านทั้ง 18 หมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านแจ้ง อสม.มาตรวจคัดกรองทุกราย ถ้าหากบ้านมีผู้อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก ก็ให้มาอยู่ที่ที่ว่าการอำเภอ มีระบบคัดกรองที่จัดเตรียมพร้อม มีม้าเร็วจัดการในพื้นที่ เราเข้มงวดมาก ทุกบ้านก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี มีรายงานผ่านทางไลน์ โทรศัพท์ติดต่อกันโดยตลอด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านการสื่อสารหลักนั้นพี่น้องประชาชนเชื่อข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและนำไปปฏิบัติตาม มีการกระจายเสียงตามสายตามมัสยิด 22 แห่งที่ขึ้นทะเบียนไว้แล้ว ครอบคลุมทั้งตำบล หมู่บ้าน นอกจากนี้ยังมีรถแห่ประชาสัมพันธ์ ข้อมูลก็ได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านช่วยกันประชาสัมพันธ์โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ไม่ต้องจ้าง แต่ขอรับบริจาคช่วยเป็นค่าน้ำมัน ป้ายโฆษณาเขาก็ทำกันเอง รถที่ใช้ก็เป็นรถส่วนตัวของชาวบ้านที่ใช้ทำงาน หลังเลิกงานก็นำมาใช้ในการแห่ไปตลาดย่านชุมชนเพื่อให้ความรู้ ปรากฏว่าได้ผลดีเพราะทุกคนจะได้ยินและนำไปปฏิบัติ &amp;ldquo;รถแห่เป็นการบังคับให้ฟัง ยังไงก็ได้ยินตลอด กลายเป็นช่องทางหลักอีกทางหนึ่งด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะนี้ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กต้องหยุดการเรียนการสอน แม้จะยังไม่มีคำสั่งจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ถ้าเราเปิดศูนย์เมื่อเกิดอะไรขึ้นน่ายกฯ จะต้องรับผิดชอบทุกปัญหา ดังนั้นเราต้องป้องกันไว้ก่อน ที่ผ่านมาศูนย์เด็กเล็กเป็นช่องทางที่ช่วยดูแลเด็ก พ่อแม่ไปทำงานได้ แต่ในช่วงที่ปิดศูนย์ฯ ครูยังต้องมาทำงานตามปกติ จัดเตรียมเอกสารการสอน งานทางด้านธุรการต่างๆ อบต.ออกไปทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคภายในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต.มี 3 ทีม ประสานงานกับ รพ.สต.โดยไม่ต้องว่าจ้าง ด้วยการใช้คนงานรถขนขยะทำงานตั้งแต่ 3 ทุ่ม-ตี 4 เราดึงคนงานมาทำงานในช่วงเที่ยงเป็นเรื่องการบริหารจัดการ ขณะเดียวกันครูยังต้องจัดเตรียมอาหารกลางวันให้นักเรียนแม้จะปิดศูนย์เด็กเล็ก โดยมีแม่บ้านคอยดูแล ให้ผู้ปกครองมารับอาหารกลางวันไปให้เด็ก หรือในบางรายไม่สะดวกมารับเอง ทางครูก็ดำเนินการให้ ศูนย์เด็กเล็กบางแห่งมีเด็กมากถึงกว่าร้อยคน แต่บางแห่งก็ไม่ถึง.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102134</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 ชายแดนภาคใต้, กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, จำรัส ฮ่องสาย, ชาวสวนยางพารา, ชุมชนท้องถิ่น รู้ทันปรับตัวสู้ภัยโควิด-19, ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งครั้งที่ 9, ซุลกีฟรี เจ๊ะมามะ, ดวงพร เฮงบุณยพันธ์, นราธิวาส, บุคคลดีเด่นด้านการพัฒนาครอบครัว, ยะลา, สตูล, สสส., สำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน, อาซัน สือนิล, โควิดรอบ 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210507/image_big_6095360134254.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57782</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2020 10:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2020 06:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พลังสูงวัยสร้างเมือง..พัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุโดยชุมชนท้องถิ่นด้วยนวัตกรรมข้อมูล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;เวทีสานพลังสูงวัยสร้างเมือง&amp;rdquo; สสส.ร่วมกับสถาบันวิชาการมหาวิทยาลัยจากล้านนาหลายแห่งจับคู่ความร่วมมือของชุมชนท้องถิ่นพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุโดยชุมชนท้องถิ่น ชี้ภาคเหนือเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์แล้ว ปัญหาพอกพูนอยู่โดดเดี่ยว เจ็บป่วย รายได้ไม่พอรายจ่าย ขณะที่เทศบาลตำบลแม่ปูคา จ.เชียงใหม่ ต้นแบบแก้ปัญหาฆ่าตัวตายด้วยทุนทางสังคมและศักยภาพของชุมชนท้องถิ่น ทำแผนที่เดินดินให้ อสม.เคาะประตูบ้านดูแลพูดคุยผู้ป่วยกลุ่มเปราะบาง/สูงอายุ สร้างสุขภาพกาย-ใจ ลดซึมเศร้า-ฆ่าตัวตาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในการประชุมเชิงปฏิบัติการ &amp;ldquo;เวทีสานพลังสูงวัยสร้างเมือง&amp;rdquo; โดยเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่พื้นที่ภาคเหนือ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศูนย์จัดการเครือข่ายสุขภาวะชุมชนพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ศูนย์จัดการเครือข่ายสุขภาวะชุมชนพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติเอ็มเพรส จ.เชียงใหม่ การจัดงานเวทีสานพลังสูงวัยสร้างเมือง เพื่อขับเคลื่อนระบบการดูแลผู้สูงอายุโดยชุมชนท้องถิ่นผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สรุปแนวทางการพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุโดยชุมชนท้องถิ่น พร้อมเสนอทางเลือกนโยบายสาธารณะในการยกระดับการดูแลผู้สูงอายุโดยชุมชนท้องถิ่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ผลการสำรวจในปี 2560 ประเทศไทยมีประชากรผู้สูงอายุราว 11 ล้านคน คิดเป็น 17% ของประชากรทั้งหมด ปี 2562 จำนวนผู้สูงอายุจะมีมากกว่าจำนวนเด็ก และอีก 3 ปีจะเกิดปรากฏการณ์ผู้สูงวัยเต็มเมือง มีจำนวนผู้สูงวัยกว่า 30% ยังไม่มีความพร้อมที่จะเป็นผู้สูงวัยที่แข็งแรง ที่สามารถดูแลตัวเองได้ เนื่องจากขาดความตระหนักในเรื่องการดูแลสุขภาพ ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยที่จำเป็นต้องมีผู้ดูแล ทั้งนี้ การดูแลผู้สูงวัยที่เจ็บป่วยต้องมีการจัดสรรสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และได้รับการดูแลที่ถูกต้องเพื่อช่วยป้องกันและลดอุบัติเหตุภายในบ้าน ช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี เพิ่มความปลอดภัยทั้งผู้สูงวัยและตัวผู้ดูแลเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;คาดว่าภายในปี 2564 ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ โดยจะมีคนไทยที่อายุ 60 ปีขึ้นไป 20% ของประชากรทั้งหมด สำหรับในพื้นที่ภาคเหนือมีข้อมูลจากระบบข้อมูลตำบลของเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่พื้นที่ภาคเหนือ พบว่าเป็นภูมิภาคที่มีผู้สูงอายุจำนวน 818,544 คน (23.97%) สถานการณ์การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้สูงอายุนำไปสู่ปัญหาและความต้องการการดูแลช่วยเหลือที่เหมือนและแตกต่างกัน ความต้องการในการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยสูงอายุ การเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง รายได้ไม่เพียงพอ เข้าไม่ถึงสวัสดิการและมีความพิการ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ดวงพรกล่าวว่า จากสถานการณ์ปัญหาและความต้องการดังกล่าว สสส.ได้ดำเนินงานพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุของชุมชนท้องถิ่น โดยร่วมกับสถาบันวิชาการคู่ความร่วมมือกับศูนย์เรียนรู้ด้านการพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุโดยชุมชนท้องถิ่น 4 สถาบันวิชาการ ได้แก่ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา และคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในพื้นที่ภาคเหนือ 17 จังหวัด จำนวน 25 ศูนย์เรียนรู้ด้านการพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุโดยชุมชนท้องถิ่น เป็นการถอดบทเรียนรู้ ตำบลเครือข่ายที่ร่วมขับเคลื่อนประเด็นการพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุโดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง ส่งผลให้ชุมชนท้องถิ่นต้องดำเนินการดูแลในลักษณะต่างๆ โดยการนำใช้ทุนทางสังคมของพื้นที่อย่างน้อย 3 ภาคีเครือข่าย ได้แก่ 1) การจัดการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยการพัฒนานโยบายสาธารณะระดับท้องถิ่น การสนับสนุนงบประมาณหนุนเสริมแหล่งเรียนรู้ 2) การจัดบริการของหน่วยบริการสุขภาพ เช่น ศูนย์ดูแลระยะยาว ศูนย์กายอุปกรณ์ การจัดบริการดูแลกลางวัน (day care) ร่วมกับ อปท. 3) ภาคประชาชน กองทุนสวัสดิการชุมชน กลุ่มอาชีพ กองทุนออมบุญ กลุ่มเกษตรอินทรีย์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ให้ข้อคิดว่า เรามุ่งสร้างนวัตกรรมชุมชนท้องถิ่นให้สามารถใช้ทุนและศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่และสร้างสรรค์ ด้วยการจัดการข้อมูลชุมชนในหลากหลายด้าน ถือเป็นแก่นและกลไกสำคัญในการเอาพื้นที่เป็นฐานในการพัฒนา อันเป็นหนทางเดียวที่จะสามารถพัฒนาชุมชนท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ ภายใต้อัตลักษณ์และตัวตนของชุมชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;จิดาภา อิ่นแก้ว ประธานชมรมอุ่นใจ เทศบาลตำบลแม่ปูคา อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ที่ผ่านมาตำบลแม่ปูคาประสบปัญหาเพศชายในวัยทำงานมีอัตราการฆ่าตัวตายสูง จากสถิติของโรงพยาบาลสันกำแพงพบว่า ในปี 2552-2554 มีอัตราการฆ่าตัวตายของคนวัยทำงานถึงปีละ 4-5 คน ทีมงาน อสม.ได้ลงเยี่ยมบ้าน พบว่านอกจากปัญหาการฆ่าตัวตายแล้ว ยังพบว่าผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียงส่วนมากต่างมีภาวะซึมเศร้า ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป เนื่องจากการสูญเสียลูกหลานที่ฆ่าตัวตาย หรือลูกหลานไม่มีเวลาพูดคุยกับผู้สูงอายุ ดังนั้นการแก้ปัญหาการฆ่าตัวตายและต้องดูแลภาวะซึมเศร้าในกลุ่มผู้สูงอายุควบคู่กันไป ซึ่งเป็นที่มาของชมรมอุ่นใจที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2553
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;นอกจากปัญหาการฆ่าตัวตายที่มีผลกระทบต่อผู้สูงอายุ และยังอีกสาเหตุหนึ่งที่พบคือ ลูกหลานไม่มีเวลาที่จะมาพูดคุยกับผู้สูงอายุ เพราะต้องทำงานนอกบ้าน วิถีการดำเนินชีวิตเปลี่ยนไปแตกต่างจากในอดีต ดังนั้นการพูดคุยกับผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะซึมเศร้าจะช่วยให้ผู้สูงอายุกลับมามีสุขภาพจิตที่ดีได้เช่นกัน โดยมี อสม.ผู้เชี่ยวชาญสุขภาพจิต Caregiver จะเข้ามาดูแลด้วยการเยี่ยมบ้านเดือนละครั้ง ซึ่งพบว่าการที่มี อสม.เข้าไปพูดคุยกับผู้สูงอายุ ส่งผลให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้นตามลำดับ โดยในปีที่ผ่านมา ชมรมอุ่นใจได้รับการสนับสนุนจากสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) สสส.ทั้งในเรื่องของงบประมาณและองค์ความรู้ โดยเฉพาะเรื่องของสื่อความรู้ต่างๆ รวมทั้งการทำแผนที่เดินดินเพื่อวางแผนระบบการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน การอบรมให้ความรู้แก่ อสม.ที่เป็น Caregiver และให้การสนับสนุนในการอบรมกับผู้ที่ต้องดูแลผู้ป่วยอีกด้วย&amp;rdquo; จิดาภากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;หัวข้อสนทนาที่วิทยากรหลายท่านได้นำเสนอในที่ประชุมเสวนา ผู้สูงอายุทั้งประเทศ 22.12% ส่วนหนึ่งเจ็บป่วยด้วยโรคภัยไข้เจ็บ มีจิตใจย่ำแย่ เราจะทำอย่างไรที่จะดูแลผู้สูงอายุให้ดีขึ้นด้วย ในครอบครัวมีหลาย generation 1.ยุค Baby Boomer (เกิดปี 2486-2503) ทุ่มเททำงาน 2.ยุค Gen X (เกิด 2504-2524) วัยทำงานที่ไม่ชอบความเป็นทางการ 3.Gen Y มีความคิดสร้างสรรค์ชอบทำงานหลายอย่างพร้อมกัน 4.Gen Z เกิดในยุคสังคมก้มหน้าอยู่กับโทรศัพท์มือถือ ความแตกต่างของคนในแต่ละรุ่นจะอยู่ร่วมกันได้อย่างไร อาชีพก็เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ปี 2030 มีตำแหน่งงาน 130 ล้านตำแหน่งงานว่าด้วยสุขภาพ การดูแลสุขภาพ 50 ล้านตำแหน่งจะเกิดขึ้นมาพร้อมกับเทคโนโลยี คนเราจะทำงานน้อยลง มีจำนวนคนตกงานสูงขึ้น จำนวนครึ่งหนึ่งจะถูกทดแทนด้วย AI ระบบหุ่นยนต์จักรกลอัจฉริยะ คนในโลกอนาคต 375 ล้านคนจะเปลี่ยนอาชีพที่อนาคตจะไม่มีอาชีพที่อยู่ในปัจจุบัน ประเทศไทยในปี 2016-2030 จำนวน 45% อาชีพจะถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ รถยนต์ไร้คนขับ ทุกคนต้องเรียนรู้เรื่องเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผู้สูงอายุจะอยู่ในสังคมอย่างไรให้มีความสุข มีบทบาทสำคัญเป็นกำลังของสังคมในชุมชน การเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนการสร้างสุขภาวะแบบครบวงจร ท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ผลักดันการทำงานแบบครบวงจร การสร้างฐานข้อมูลเดียว ท้องถิ่นเก็บข้อมูลไว้มากมาย การทำงานต้องเป็นภาคีเครือข่าย มีกระทรวงมเหสี หรือกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยนวัตกรรมออกแบบ ออกแบบเก็บข้อมูลในชุมชนร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;กระทรวงมหาดไทยกำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประเมินประสิทธิภาพ การเปิดพื้นที่การเรียนรู้ ปรับสภาพแวดล้อมทางกายภาพ สังคมชุมชนเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ กระทรวงมหาดไทยสร้างพื้นที่เรียนรู้ การส่งเสริมอาชีพ ปัญหาการออม หนี้สิน ถ้าเรามีพื้นที่เล็กๆ กระทรวงมเหสีจัดการหลักสูตรให้ชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้ ไม่ปล่อยให้ถิ่นท้องเดินตาม ผู้สูงอายุแม้อยู่บ้านก็เรียนรู้ได้จากสื่อวิทยุออนไลน์ กระจายช่องทางการเรียนรู้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ในปี 2513 ประเทศไทยเริ่มใช้การคุมกำเนิด จากเดิมที่โครงสร้างประชากรไทยเป็นเจดีย์ยอดแหลม ผู้สูงอายุมีจำนวนน้อย เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เด็กเกิดใหม่มากกว่าประชากรทุกช่วงวัย แต่ในวันนี้ฐานเล็กลงส่วนกลางและปลายมีขนาดใหญ่มากขึ้น ในอนาคตผู้สูงอายุจะมีจำนวนมากกว่าเด็ก ปี 2579 ผู้สูงอายุ 1 ใน 3 ของประเทศ ผู้หญิงมีจำนวนมากกว่าผู้ชาย แสดงว่าประเทศไทยก้าวสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็วและรุนแรง คนวัย 40-50 ปีจะเป็นผู้สูงอายุในอนาคต จากเดิมที่ครอบครัวไทยมีลูก 5 คน ปัจจุบันมีลูกน้อยกว่า 2 คน กลุ่มคนทำงานจะลดน้อยลง มีภาระในการดูแลผู้สูงอายุมากยิ่งขึ้น วัยทำงาน 4 คนดูแลผู้สูงอายุ 1 คน เด็ก 1 คน วัยทำงาน 2 คนดูแลผู้สูงอายุ 1 คน เด็ก 1 คน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;คนที่มีลูกจะห่วงถึงอนาคต จึงทำให้ครอบครัวไม่มีลูกหรือมีลูกเพียงคนเดียว พ่อแม่วัยใสมีลูกเยอะทั้งๆ ที่ไม่พร้อม ในขณะที่ครอบครัวพร้อมจะมีลูก แต่ไม่มีลูก หรือคนที่พร้อมไม่ท้อง คนที่ไม่พร้อมกลับท้อง ทุกวันนี้การออมลดลงย่อมส่งผลกระทบ ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจจำนวน 2 ล้านคนมีระบบสวัสดิการรองรับในยามเจ็บป่วย คน 15 ล้านคนมีเงินกองทุนทดแทน คน 20 ล้านคนประกอบอาชีพอิสระ เป็นลูกจ้าง แรงงานนอกระบบไม่มีสวัสดิการรองรับ รัฐบาลตั้งกองทุนการออมแห่งชาติให้ออมไว้ใช้หลังเกษียณอายุ รัฐเติมเงินให้ส่วนหนึ่งเพื่อให้คนไทยรวยก่อนแก่ แต่ประเทศไทยมีปัญหาแก่ก่อนรวย รัฐจึงไม่สามารถจัดสวัสดิการ สังคมในวันนี้ก็ไม่สามารถคาดหวังกับลูกหลานตัวเองได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ประเทศเพื่อนบ้าน เมียนมา เขมร ลาว ก้าวสู่สังคมสูงวัย อนาคตขาดแคลนแรงงานเป็นปัญหาสำคัญที่จะต้องมีการพึ่งพิง ขณะนี้ธนาคารไทยและหลายหน่วยงานลดการทำงาน อายุ 45 ปีขึ้นไปเป็นผู้หญิงหยุดทำงานเพื่อจะอยู่บ้านดูแลพ่อแม่สูงอายุ ดูแลหลาน ผู้สูงอายุส่วนหนึ่งพอจะพึ่งพาตัวเองได้ ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ แต่ยังมีผู้สูงอายุอีกมากที่ดูแลตัวเองไม่ได้ ต้องพึ่งพาลูกหลานในครอบครัว ผู้สูงวัยบางคนประสบอุบัติเหตุภายในบ้าน แขนขาอ่อนแรง สายตาฝ้าฟาง อันเนื่องจากสิ่งแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย ทางเดินขรุขระ ควรมีการปรับระดับพื้นที่ให้ราบเรียบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57782</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพ (สสส.), ชุมชน, ดวงพร เฮงบุณยพันธ์, สูงวัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200221/image_big_5e4f4fb37da4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46936</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2019 12:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2019 06:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลือกเฟ้น 250 สุดยอดผู้นำชุมชนท้องถิ่นปี2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เวทีสุดยอดผู้นำชุมชนท้องถิ่นปีที่สอง 3-5 ต.ค. ผู้ร่วมงาน 4,000 คน ที่ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี พร้อมใจกันประกาศปฏิญญาเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่&amp;nbsp; วาระสร้างสุขภาพ 13 กลุ่ม ดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผอ.สำนัก 3 สสส. แจงเบื้องหลังขั้นตอนคัดสรรสุดยอดผู้นำชุมชนท้องถิ่น 250 คน ต้อง &amp;ldquo;อาสาทำดี&amp;rdquo; โปร่งใส เอื้อประโยชน์ส่วนรวมแท้จริง, สมพร ใช้บางยาง ประธานเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ แจกใบประกาศนียบัตร กระตุ้นเพื่อยกระดับสุดยอดผู้นำชุมชนระดับท้องถิ่น หรือ ครม.ประจำตำบล ด้วยยุทธศาสตร์สร้างสะพานเชื่อมโยงให้เอื้อประโยชน์ อดีตผู้นำชุมชนท้องถิ่น 140 คน บุคคลต้นแบบปีก่อนโชว์วิสัยทัศน์และผลงานปฏิบัติเห็นผล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผอ.สำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวถึงงานเวทีสุดยอดผู้นำชุมชนท้องถิ่น วาระสร้างสุขภาวะ 13 กลุ่มประชากร (Community Key Actors Summit: Enhancing Population Health) ระหว่างวันที่ 3-5 ต.ค.2562 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ผู้ร่วมงาน 4,000 คน จำนวน 3,700 คนมาจาก 4 องค์กรหลัก ผู้นำท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรชุมชนภาคปกครองท้องที่ ทั้งนี้มีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจัดการเรียนรู้จากภาคราชการ 500 คน ได้ประกาศปฏิญญาเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่เพื่อใช้เป็นทิศทางสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาตำบล ร่วมกับภาคีหลักในพื้นที่พัฒนาคุณภาพชีวิต (สุขภาวะ) ของประชาชนแบบมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในพื้นที่ รวมถึงการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เวทีสุดยอดผู้นำครั้งนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 เป็นการกระตุ้นเพื่อยกระดับสุดยอดผู้นำชุมชนระดับท้องถิ่น หรือ ครม.ประจำตำบล ด้วยยุทธศาสตร์สร้างสะพานเชื่อมโยงให้เอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน ทำให้ผู้นำชุมชนมีศักยภาพจัดการได้ทุกเรื่อง เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับการสร้างเสริมสุขภาพ ปัญหาโรคซึมเศร้าจะได้หาทางป้องกันไว้ล่วงหน้า ความบกพร่องทางการเรียนรู้ เพราะไม่ได้ถูกฝึกฝนให้เรียนรู้ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเติมความรู้ เพราะเด็กมีความสำคัญอย่างยิ่งในอนาคต เพื่อสร้างบรรยากาศสร้างเสริมสุขภาพให้มีความยั่งยืน คนในชุมชนซึมซับเศรษฐกิจที่มีการบริโภคเกินความจำเป็นมากกว่าการออมเพื่ออนาคต ถ้าปล่อยให้ปัญหาเหล่านี้คุกคามต่อไป ความรุนแรงของปัญหาจะมากยิ่งขึ้นกลายเป็นปัญหาการฆ่าตัวตายจากภาวะซึมเศร้า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ในสมัยรัชกาลที่ 9 พระองค์ทรงรณรงค์เศรษฐกิจพอเพียง ในขณะนั้นทรัพยากรธรรมชาติยังมีความสมบูรณ์อยู่บ้าง แต่ในวันนี้ทรัพยากรเริ่มลดลง ขาดแคลน ไม่ทั่วถึง พื้นที่อยู่อาศัยน้อยลง การทำเกษตรก็ลดพื้นที่ลงจากเดิม ผู้นำท้องถิ่นต้องมีกระบวนการคิดในการจัดการปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;การคัดเลือกสุดยอดผู้นำชุมชนระดับท้องถิ่นปีนี้จำนวน 250 คน ในวันเสาร์ที่ 5 ต.ค.นี้ สุดยอดผู้นำจะได้รับใบประกาศนียบัตรจากสมพร ใช้บางยาง ประธานเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ โดยมีเงื่อนไขว่ามีส่วนร่วมในการสร้างความเปลี่ยนแปลงในตำบลด้วยผลงานที่ปรากฏเป็นจริงที่จะนำมานำเสนอในปีต่อไป ทั้งนี้ ก่อนจะมีการคัดเลือกสุดยอดผู้นำชุมชนระดับท้องถิ่นต้องผ่านการอบรมเป็นเวลา 5 วัน เมื่อปีก่อนวาระ: ลดปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ เพิ่มปัจจัยเสริมสุขภาวะ (Community Key Actors Summit: Reducing Health Risk Factors, Enhancing Health Reinforcing Factors) ได้สุดยอดผู้นำชุมชนท้องถิ่นจำนวน 140 คน เป็นบุคคลต้นแบบที่มีคุณลักษณะครบ 10 ประการ ในที่ประชุมได้ประกาศสัตยาบันร่วมกันที่จะพัฒนาตนเองให้เป็นกำลังสำคัญของชุมชนท้องถิ่น คนที่ได้รับรางวัลปีที่แล้วจะมาแสดงวิสัยทัศน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;เวทีสุดยอดผู้นำชุมชนท้องถิ่นมาเรียนรู้ร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวกันในวิธีที่พัฒนาศักยภาพ อย่างที่เรียกว่าพลิกฝ่ามือในการแก้ไขปัญหาได้อย่างไร ปัญหาไฟไหม้ป่าเกิดขึ้นทุกปี ปัญหาสารเคมีในผลผลิตการเกษตร เราต้องให้ความสำคัญกับผู้นำ เพราะโลกใบนี้ต้องการผู้นำ การอยู่ร่วมกันต้องมีผู้นำ ผู้ตาม ผู้จัดการ มีให้ครบ มิฉะนั้นชุมชนจะเข้มแข็งไม่ได้ การที่ผู้นำมีจิตวิญญาณ แต่ไม่มีผู้จัดการก็จบ เรามีเจ้าของบริษัท แต่ไม่มี CEO บริษัทก็ไปไม่รอด ถ้าเปรียบเทียบชุมชนท้องถิ่นกับองค์กรเป็นบริษัทใหญ่ๆ มีแฟรนไชส์เยอะมาก ธุรกิจหลากหลาย ชุมชนหวังให้คนอยู่ร่วมกันอย่างลงตัวมีความยั่งยืน ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกัน ไม่มีความรุนแรง พออยู่พอกิน มีธุรกิจที่เกื้อกูลต่อสิ่งแวดล้อมด้วย สิ่งเหล่านี้มีส่วนแตกต่างจากเป้าหมายของภาคเอกชน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;การคัดสรรสุดยอดผู้นำชุมชนท้องถิ่นให้ผู้นำที่ถูกเสนอชื่อประเมินตัวเอง ชุมชนเป็นผู้ประเมินผู้นำ ตัวแทนกรรมการบริหารแผนประเมิน ข้อมูลจะต้องสอดคล้องกับศูนย์สนับสนุนวิชาการ จากนั้นจะมีการสัมภาษณ์ผู้นำที่ถูกเสนอชื่อเป็นขั้นตอนสุดท้าย การคัดเลือกผู้นำแต่ละปีจะไม่ซ้ำกับคนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;กระบวนการคัดเลือกสุดยอดผู้นำชุมชนท้องถิ่น เรามีเครือข่ายสุดยอดผู้นำจำนวนหมื่นคนจาก 2,000 ตำบล เป็นนักรณรงค์ให้กับเรา ส่งต่อเพื่อคัดเลือกคนต้นแบบ ไม่สูบบุหรี่ ไม่กินเหล้า ไม่มีอุบัติเหตุ เป็นผู้รอบรู้ทางด้านสุขภาพ ผู้นำในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมคนในชุมชน เพื่อให้คนในชุมชนเข้าสู่วงการซ่อมสุขภาพก่อนเวลาอันควร คนที่จะเลิกบุหรี่ เหล้าได้นั้นต้องได้กำลังใจสำคัญจากคนในครอบครัว ด้วยคำพูดที่ว่า &amp;ldquo;ขอให้มีชีวิตยืนยาว จะได้ดูแลหลาน ถ้าไม่มีผู้ใหญ่เป็นหลัก ใครจะดูแล คนในครอบครัวช่วยกันพูดให้กำลังใจได้&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ที่ผ่านมานั้นเราไม่เปิดโอกาสให้ผู้นำชุมชนท้องถิ่นเรียนรู้ข้ามพื้นที่ ทำให้ผู้นำชุมชนท้องถิ่น 90% ไม่ค่อยได้ไปไหน เก่งอยู่ในชุมชน ทำงานซ้ำซาก โอกาสที่จะประสบความสำเร็จในงานใหม่ๆ กลายเป็นเรื่องยาก จำเป็นต้องเปิดเวทีชุมชนผู้นำท้องถิ่น เปิดวิสัยทัศน์ให้ก้าวไกล นำไปสู่การปฏิบัติ ไม่ใช่เพียงการรับรู้อย่างเดียว ต้องเข้าใจและลงมือปฏิบัติ ถ้า สสส.รณรงค์งดเหล้า บุหรี่ โดยไม่มีคนปฏิบัติ การโฆษณาให้เหล้าเท่ากับแช่ง พักตับเข้าพรรษา บางคนคิดว่าเราไม่เกี่ยวเพราะเราไม่ได้สูบบุหรี่ ไม่ได้กินเหล้า คนที่จะเป็นสุดยอดผู้นำได้นั้นต้องหยิบเรื่องพักตับเข้ามาอยู่ในกลยุทธ์ ใครในชุมชนที่ต้องการพักตับบ้าง ขอคนในชุมชนจำนวน 100 คนที่จะเป็นจิตอาสาพักตับให้เป็นตัวอย่างในการลด ละ เลิกเหล้า บุหรี่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยเป้าหมายชวนคนทำดี เน้นการปฏิบัติ สิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อชุมชน การเรียนรู้ปัญหาร่วมกัน ทำเรื่องยากให้คลี่คลายได้ มีการตั้งหัวข้อเรื่อง วันนี้พูดเรื่องเหล้า อีกวันหนึ่งพูดเรื่องศาสนสถาน นำกลุ่มผู้นำชุมชนมารวมตัวกัน สร้างศาสนสถานปลอดเหล้า บุหรี่ มีการจัดเปลี่ยนกลุ่มทุกๆ 45 นาที &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;การทำงานของสำนัก 3 และเครือข่าย เราเห็นโอกาสเสมอเพื่อให้งานประสบความสำเร็จ เราไม่มองให้เป็นปัญหา เรากระตุ้นชุมชนเสาะหาโอกาสทำงานให้สำเร็จ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เรื่องบุหรี่ไฟฟ้า เท่าที่สำนัก 3 และเครือข่ายสำรวจชุมชน ส่วนใหญ่เขาไม่มีสตางค์ซื้อบุหรี่ไฟฟ้า แต่เขาจะหันไปสูบยาเส้น สมัยก่อนเมื่อ 40 ปีก่อนใช้ใบจากมวนยาเส้น เพราะหนังสือพิมพ์ยังเข้าไม่ถึงชุมชน แต่วันนี้หนังสือพิมพ์เข้าถึงชุมชน ทุกหมู่บ้าน ใช้กระดาษ นสพ.ห่อยาเส้น หรือบางครั้งใช้กระดาษจดหมาย ทั้งๆ ที่หมึกพิมพ์ค่อนข้างอันตรายยิ่งกว่าใบจาก เพราะสูดกลิ่นหมึกเข้าปอดโอกาสเสี่ยงสูงมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ในช่วงปี 2562 แผนสุขภาวะชุมชน โดยเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ได้ทบทวนงานและกิจกรรมต่อเนื่องจากปี 2561 ภายใต้ 2 หลักการ คือ การพัฒนาโดยเอาพื้นที่เป็นฐาน และทุกนโยบายคำนึงถึงสุขภาวะ จากการวิเคราะห์ข้อมูลจากการสำรวจกว่า 2,000 ตำบล และนำข้อมูลมาวิเคราะห์ร่วมกับทุนทางสังคมและศักยภาพของชุมชนท้องถิ่น ถอดบทเรียนจากพื้นที่ต้นแบบ และทบทวนองค์ความรู้จากงานวิชาการ จึงได้เลือก 13 กลุ่มประชากรที่ครอบคลุมการดำเนินงานในพื้นที่ สอดคล้องกับภารกิจของ สสส. และวาระของประเทศ ประกอบด้วย (1) เด็ก 0-2 ปี (2) เด็ก 3-5 ปี (3) เด็ก 6-12 ปี (4) เด็กและเยาวชน (5) หญิงตั้งครรภ์ (6) กลุ่มวัยทำงาน (7) ผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) (8) ผู้ป่วยเอดส์ (9) ผู้ป่วยจิตเวช (10) ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (11) ผู้ด้อยโอกาส (12) คนพิการ และ (13) ผู้ป่วยระยะสุดท้าย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ได้ร่วมกันสรุปบทเรียนและประสบการณ์จากการดำเนินงานทั้ง 13 กลุ่มประชากร ประมวลผลร่วมกับข้อมูลทางวิชาการที่เกี่ยวข้อง พัฒนาเป็นแนวทางในการพัฒนาและปรับปรุงการดำเนินการงานที่สามารถปรับใช้ได้ในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ของสมาชิกเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46936</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดวงพร เฮงบุณยพันธ์, ผู้นำชุมชนท้องถิ่นปี2, สนับสนุนสุขภาวะชุมชน, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190930/image_big_5d918dce28306.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43750</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2019 13:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2019 06:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อีหม่าม-ผู้นำ“ศรัทธา”เปลี่ยนเป็น“ปัญญา” ใช้หลัก SDG ขจัดความยากจน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ผอ.สำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สสส. ชี้นำหนังสือพระมหาชนกของพ่อหลวงเป็นสุดยอดองค์ความรู้ สร้างผู้นำชุมชนท้องถิ่น น้อมนำศาสตร์พระราชาเข้ามาในวิถีชุมชน ชาวบ้าน ชุมชนนำ ราชการเข้ามาหนุนเสริม อสม.ภาคชุมชน เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล สต.หนุนเสริมเพื่อดูแลสุขภาพในชุมชนด้วย การแปรเปลี่ยน &amp;ldquo;ศรัทธา&amp;rdquo; ให้กลายเป็น &amp;ldquo;ปัญญา&amp;rdquo; อีหม่ามและผู้นำใช้หลัก SDG ขจัดความยากจน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผอ.สำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สสส. กล่าวว่า หนังสือพระมหาชนกของพ่อหลวงเป็นสุดยอดองค์ความรู้ที่จะสร้างผู้นำชุมชนท้องถิ่น มหาวิชชาลัยสร้างชุมชนน่าอยู่มาใช้ในพื้นที่ มหาวิชชาลัยปริกเน้นพิสูจน์การมีส่วนร่วมคนปริกจัดการตัวเอง น้อมนำศาสตร์พระราชาเข้ามาในวิถีชุมชนในพื้นที่เทศบาล ต.ปริก เชื่อมโยงสู่เป้าหมายการพัฒนาสหประชาชาติ ชาวบ้านชุมชนนำ ราชการเข้ามาหนุนเสริม อสม.ภาคชุมชน เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล สต.หนุนเสริมเพื่อดูแลสุขภาพในชุมชนด้วย ราชการวางแนวทางกำกับดูแล ชุมชนคิดเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ลงมาทำให้ทุกแห่งเป็นมหาวิทยาลัย ชุมชนได้ปฏิบัติร่วมคิดร่วมออกแบบสนับสนุนบทเรียนด้วย สร้างการเรียนรู้ เครือข่ายสังคมใช้ข้อมูลชุมชน ทำให้เทศบาลปริกเข้าถึงคนทุกคนในชุมชน นำข้อมูลมาวางแผนจัดการตัวเองแต่ละชุมชน ราชการนำนโยบายเปลี่ยนแนวทางเปลี่ยนชุมชนให้ทำตามด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;แนวคิดใหม่กระบวนการพัฒนาในชุมชนเรียนรู้ไม่หยุดนิ่ง ใช้ความสามารถชุมชนดึงทรัพยากรภายนอกมาหนุนช่วยด้วยการน้อมนำศาสตร์พระราชา เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ระเบิดจากข้างใน ใช้ทุนทางสังคม ชุมชนท้องถิ่นมาจัดการตัวเอง ด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เรามีผู้นำชุมชนท้องถิ่นเป็นผู้นำที่ดี เน้นการสร้างอำนาจบารมีจากความรู้ประสบการณ์ นำมาผลิตเป็นความรู้ เน้นการทำงานตามบริบทพื้นที่ ประยุกต์ กม.ให้เข้ากับชุมชน ดึงปัจจัยภายนอกฟื้นฟูชุมชนแก้ไขปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;การทำงานเน้นความร่วมมือในชุมชนปริก ด้วยภารกิจหลักของ สสส.ต้องการให้เป็นพื้นที่น่าอยู่ ลดปัจจัยเสี่ยง สร้างชุมชนเข้มแข็งให้มาพบกัน ชุมชนปริกมีความชัดเจนในกระบวนการพัฒนา เริ่มต้นเมื่อคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ถอดบทเรียนความร่วมมือของหน่วยงานรัฐ การปกครองส่วนท้องถิ่น จุดแข็งเรื่องคุณภาพคนในเขตพื้นที่ปริกเป็นเจ้าของพื้นที่เทศบาล ทำอะไรให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม แม้จะมีงบประมาณน้อยก็ทำงานได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ผู้นำสวมวิญญาณธรรมชาติเป็นแหล่งเรียนรู้ในชุมชน ซื่อสัตย์ มีคุณธรรม เป็นต้นแบบทำเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ทุกอย่างเริ่มต้นจากผู้นำทางการก่อน คนในชุมชนพร้อมทำตาม มีผู้นำที่เป็นพี่เลี้ยง ผู้เชี่ยวชาญปฏิบัติให้ดูด้วย ผู้นำที่ทดแทนบุญคุณแผ่นดินได้รับการยอมรับอย่างสูง ผู้นำที่ได้รับการคัดเลือกตาม กม. มีจุดแข็ง มีมหาวิทยาลัยทำงาน มีสถานที่ฝึกงาน มหาวิชชาลัยปริกดูดซับความรู้ทางวิชาการ การให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องการคัดเลือกแยกขยะส่งผลให้จำนวนขยะน้อยลงครึ่งต่อครึ่ง ขยะที่เหลือสามารถเป็นขยะอินทรีย์นำไปใช้ทำปุ๋ยหมักได้อย่างดี ปริกทำทุกอย่างเพื่อให้ชุมชนเรียนรู้ที่จะดูแลตัวเองให้ได้ สังคมมุสลิมมีความเข้มแข็งใช้หลักศาสนาเชื่อมโยงทำได้ทั้งหมดส่งผลให้สังคมไม่เดือดร้อน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;การแปรเปลี่ยน &amp;ldquo;ศรัทธา&amp;rdquo; ให้กลายเป็น &amp;ldquo;ปัญญา&amp;rdquo; อีหม่ามและผู้นำใช้หลัก SDG ขจัดความยากจน ความหิวโหย การจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดี สั่งสมประสบการณ์ ขจัดความยากจน สังคมมุสลิมมีปัจจัยเสี่ยงสูงเรื่องสุขภาพ เนื่องจากอาหารการกินมีกะทิ แม้ไม่ดื่มเหล้า อีกทั้งการไม่คุมกำเนิด.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;บ้าน-มัสยิดต้นแบบชุมชนปริกปลอดบุหรี่-เหล้า-ขยะเทศบาลทะลายภูเขาขยะเป็นชุมชนในฝันปลอดขยะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สสส.นำสื่อมวลชนสัญจรพบสุริยา ยี่ขุน นายกเทศมนตรี ต.ปริก ครองตำแหน่ง 20 ปี สร้าง 7 ชุมชนต้นแบบ จัดการขยะ รักบ้านเกิด สร้างสังคมสันติสุข แต่ก่อนสังคมปริกติดกับดักอบายมุขกันทุกหย่อมหญ้า กว่าจะเห็นความเปลี่ยนแปลงกลายเป็นบ้าน-มัสยิดต้นแบบปลอดบุหรี่ เหล้า การพนัน ขยะ มีอาชีพกรีดยางขยันสร้างรายได้เสริมทำพริกแกง กลุ่มดอกไม้ รณรงค์ลดขยะในครัวเรือน ผลงานเทศบาลทะลายภูเขาขยะเป็นชุมชนไร้กลิ่นในฝันปลอดขยะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ต้องยกนิ้วให้สุริยา ยี่ขุน นายกเทศมนตรี ต.ปริก และผู้บริหารเทศบาล ต.ปริก ที่หลอมรวมใจกันทำงานอย่างเป็นหนึ่งเดียวกันในการกำจัดภูเขาขยะที่กองสะสมมานับสิบๆ ปี แม้จะเป็นเทศบาลขนาดเล็ก (เส้นทางยุทธศาสตร์สายสำคัญจาก อ.หาดใหญ่ ผ่านไป อ.สะเดา ประเทศมาเลเซีย) ที่มีข้อจำกัดในเรื่องงบประมาณและทรัพยากร แต่ไม่เคยมีใครยอมจำนนต่อปัญหา ด้วยความร่วมมือร่วมใจกันเนรมิตให้บ้าน มัสยิด ชุมชนต้นแบบปลอดบุหรี่ เหล้า การพนัน ขยะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สสส.นำสื่อมวลชนสัญจรเพื่อรู้จักชุมชนเล็กๆ ที่ชื่อปริก แต่ด้วยแนวคิดระดับโลกจะกลายเป็นชุมชนในฝันและเป็นจุดหมายปลายทางของผู้คนที่อยากจะมาใช้ชีวิตที่มีฐานเรียนรู้ 8 ฐาน มหาวิชชาลัยปริกเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ไตรพลังสร้าง 8 สังคมยั่งยืนสู่การพัฒนา (ไตรพลัง : COACHING เคียงบ่าเคียงไหล่ ภูมิบุตรา) การศึกษาจะช่วยขัดเกลาบ่มเพาะให้เข้าใจตัวเอง รักบ้านเกิด สร้างสังคมสันติสุข เมื่อคนในชุมชนทะเลาะเบาะแว้งกัน มีอนุญาโตตุลาการในระดับชุมชนร่วมกันขับเคลื่อนสังคมสันติสุข ใช้หลักธรรมาภิบาลสร้างความผาสุกให้พี่น้องประชาชน สังคมสวัสดิการอยู่กันแบบพึ่งพา กลุ่มออมทรัพย์สัจจะวันละบาทช่วยเหลือยามตกทุกข์ได้ยาก กองทุนฌาปนกิจช่วยในชุมชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สุริยา ยี่ขุน นายกเทศมนตรี ต.ปริก เล่าว่า เมื่อ 20 ปีก่อนสังคมปริกอยู่ในระบบเศรษฐกิจทุนนิยม ติดกับดักอบายมุข มีการเล่นหวย กินเหล้า สูบบุหรี่ เล่นการพนันกันทุกหย่อมหญ้า ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาปรากฏการณ์เหล่านี้ค่อยๆ ลดลง เนื่องจากสังคมมุสลิมการปฏิบัติเช่นนี้ไม่ถูกต้องตามหลักศาสนา สายตาทุกคู่จ้องมองอยู่ ถ้ามีคนสำมะเลเทเมาก็ต้องเปลี่ยนแปลงสู่การเป็นคนที่มีหลักการของศาสนายึดเหนี่ยวจิตใจ ประกอบสัมมาอาชีพสุจริตในชุมชน เข้าสวนกรีดยาง หลังจากกรีดยางแล้วมีอาชีพเสริมสร้างรายได้เป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ทำพริกแกง กล้วยทองม้วน กลุ่มดอกไม้ แต่ขณะนี้ยังมีปัญหายาเสพติดซึ่งจะต้องแก้ไข เป็นปัญหาทุกสังคม เสมือนเม็ดกรวดในรองเท้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;กว่าจะเห็นความเปลี่ยนแปลงในเทศบาลปริก คือช่วง 10 ปีหลัง การจัดการขยะต้นทาง (ครัวเรือน) ขยะมีค่า จัดการขยะกลางทาง (กองทุนขยะมีบุญร้านใน ใช้หลักคำสอนทางศาสนาสู่การจัดการขยะและบริจาคขยะรีไซเคิลแก่มัสยิดเพื่อจัดทำกองทุน การจัดการขยะปลายทาง จากสถานที่ทิ้งขยะ (ขยะเป็นปุ๋ย กองทุน แหล่งพลังงานทางเลือกโซลาร์เซลล์) จากเดิมที่ชุมชนต่างคนต่างอยู่ เราตั้งคณะ กก.ชุมชน ระดมความคิดทำกิจกรรมร่วมกัน เกิดการรวมพลังกัน บางคนเป็นญาติกัน แต่ไม่เคยไปมาหาสู่กันสร้างความสมัครสมานสามัคคี&amp;rdquo; สุริยา ยี่ขุน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เทศบาลปริกมี 7 ชุมชน ชุมชนตลาดปริก ชุมชนตลาดใต้-บ้านกลาง ชุมชนทุ่งออก ชุมชนร้านใน ชุมชนสวนหม่อม ชุมชนปริกใต้ ชุมชนปริกตก รวมกันแล้วจะมีประชากรอาศัยอยู่ 1,905 ครัวเรือน หรือ 6,507 คน (ชาย 3,166 คน หญิง 3,341 คน) ชาวไทยมุสลิมร้อยละ 90 ของประชากรทั้งหมด มีคลองอู่ตะเภา คลองปริก คลองต้นขนุน อาชีพหลักจึงเป็นเกษตรกรรม การทำสวนยางพารามากถึง 70% อาชีพชาวสวนผลไม้คือ ลองกอง มังคุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ปี 2552 กำหนดนโยบายการจัดการขยะแบบพึ่งพาตนเองตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง ส่วนใหญ่ขยะเหลือค้างที่ปลายทางก็คือพลาสติก ปี 2556-2557 สร้างพันธมิตรเพื่อร่วมมือกันแก้ไขปัญหา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ บริษัท ปตท. จัดทำเครื่องคัดแยกขยะ โรงอบ เครื่องสะบัดขยะ ที่เทศบาล ต.ปริกเปลี่ยนเป็นชุมชนน่าอยู่ มหาวิชชาลัยปริกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;การเป็นแบบอย่างดีกว่าการบอก&amp;rdquo; ดังนั้นผู้บริหารเทศบาลทุกคนต้องทำเป็นตัวอย่างที่ดีให้คนในชุมชน บ้านและที่ทำงานปลอดเหล้าและบุหรี่ รวมทั้งการพนันอบายมุข ชาวบ้านก็เป็นแนวร่วมได้ง่ายขึ้น การใช้ความรู้นำการเปลี่ยนแปลง กำแพงที่ก้าวข้ามสู่การเปลี่ยนแปลงอยู่ที่ผู้นำต้องมีความกล้าที่จะเปลี่ยนค่านิยมเดิมๆ ที่เมื่อคนมาอยู่รวมกันมากๆ ต้องมีการจัดมหรสพ งานเลี้ยงยาดอง ของเมา กว่าจะทลายสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องต่อสู้ ใช้เวลา ทำความเข้าใจ ยิ่งมีฝ่ายตรงข้ามที่คอยจ้องสกัดใช้กลไกดิสเครดิตต่างๆ แต่ถ้าผู้นำยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้อง ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตบนพื้นฐานของสังคมเรียบง่าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;การเคาะประตูบ้าน รณรงค์ลดขยะในครัวเรือน ขยะอินทรีย์แปรสภาพเป็นปุ๋ย ผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยสงขลาฯ คณะสิ่งแวดล้อม ระบุว่า ปริกมีขยะ 100% เป็นขยะอินทรีย์ 72% ขยะรีไซเคิล 23% ขยะอื่นปนๆ 1-2% ในช่วงปี 42 ที่เริ่มรณรงค์จัดการแยกขยะ ทำอะไรไม่ได้เลย เพราะถูกด่าทุกชุมชนว่านายกฯ ทำอะไรไม่เป็น ทำไมไม่คิดทำถนน ไฟฟ้า มาชวนชาวบ้านเก็บแยกขยะ บางครั้งเดินผ่านไป 10 เมตร เขาไปเอาขยะจากหลังบ้านมาทิ้งบนถนน เป็นความเจ็บปวดมาก &amp;ldquo;บางบ้านกินแกงกะทิโยนทิ้งอยู่ตรงนั้นเป็นขยะร้อยปี มีน้ำขัง อสม.ต้องตามไปคว่ำกะลารณรงค์โครงการหน้าบ้านน่ามอง โครงการแลกของแลกไข่ มีกติกาประกวดหน้าบ้านน่ามอง ไม่มีสิ่งบ่มเพาะเชื้อโรค&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;บางบ้านถึงกับประกาศว่า อย่าเข้ามาในบ้านนี้ไม่ต้อนรับ แรกๆ เขาบอกว่าเป็นเรื่องไร้สาระ เรื่องขยะเป็นหน้าที่ของเทศบาล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เรื่องอะไรให้ฉันเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย กว่าเราจะเปลี่ยน Mind Set ได้ มีนักศึกษาปริญญาโท 4 รุ่นเข้ามาทำงานวิจัยในชุมชนฮาร์ดคอร์ เด็กถูกด่ากลับไปร้องไห้ เพราะไม่เคยถูกต่อต้าน ต้องหารืออาจารย์ในการเข้ากลุ่มเพื่อให้ได้ข้อมูล กว่าจะก้าวถึงยุคเปลี่ยนผ่านไปได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;กลุ่มฮาร์ดคอร์ต่อต้านการทำงานของเทศบาลซึ่งไม่ได้เป็นการสร้างอิทธิพล อำนาจ แต่เป็นการใช้ความรู้สู่การเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี การสร้างความสมัครสมานสามัคคี ตอนหลังกลุ่มฮาร์ดคอร์ก็เงียบไป ตอนนี้อยู่กันแบบพี่น้องแบบเพื่อน มีการเสนอความคิดเห็นที่แตกต่างกันได้ ไม่ได้มีการแตกหัก&amp;nbsp; เราทำงานเป็นนายกเทศมนตรีไม่ได้เป็นการเลือกข้าง ทำงานด้วยความตั้งใจ แม้กลุ่มคนที่ไม่ได้เลือกเรา เราก็เข้าไปเก็บกวาดขยะให้กับเขา เราไม่เคยคิดว่าอยู่กันคนละขั้วแล้วจะไม่ช่วยเหลือเมื่อเขาประสบอุทกภัย เราส่งคนเข้าไปถึงที่เพื่อช่วยเหลืออย่างที่เรียกว่าเข้าถึงแม้กลุ่มคนที่เคยต่อต้านเรามาก่อน เราเจาะเข้าไปทุกกลุ่ม แม้แต่กลุ่มที่เคยด่าว่าและไม่ให้ความร่วมมือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เราสร้างบ้านตัวอย่างที่บ้านสะอาดทั้งภายในบ้านและอาณารอบบริเวณน่าอยู่ เกิดความปลอดภัย มีกลุ่ม อสม.ช่วยรณรงค์ทำกิจกรรมในชุมชน สร้างความโปร่งใส สร้างพลังชุมชนให้เติมเต็ม ด้วยยุทธศาสตร์ระเบิดจากข้างใน ทุกคนเข้าใจการทำงาน มีโค้ชแนะนำ ทำงานแบบมีส่วนร่วมเป็นหุ้นส่วนระหว่างเทศบาลและชุมชนด้วยความตื่นรู้ เด็กรุ่นใหม่สร้าง รร.พลเมืองของเทศบาล เยาวชนต้นปริก เด็กในวัยเรียนนอกวัยเรียนขับเคลื่อนกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง มีแกนนำสานต่อด้วยสำนึกรักบ้านเกิด มีความตื่นตัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;มัสยิด บ้าน ชุมชนต้นแบบในการรณรงค์ให้ความรู้ด้านการจัดการขยะต้นทางตั้งแต่ครัวเรือน การจัดการขยะกลางทางเป็นการคัดแยกขยะที่มีมูลค่าไว้ขาย เป็นการเพิ่มช่องทางการเรียนรู้การคัดแยกขยะของเยาวชนโรงเรียนตาดีกา มีผู้นำศาสนาโต๊ะอิหม่ามสามารถเชื่อมโยงการสอนหลักศาสนากับการจัดการขยะได้ โดยใช้เวลาในช่วงที่ประชาชนในชุมชนมาทำการละหมาดในวันศุกร์ และอ่านคุตบะห์ให้ประชาชนในพื้นที่รับรู้ กิจกรรมขยะมีบุญเป็นการปลูกจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคมโดยนำหลักศาสนามาเชื่อมโยง ซึ่งศาสนาอิสลามสั่งให้ผู้มีศรัทธารักษาความสะอาด ขยะมีบุญนัดพิเศษ นำขยะมาไว้ที่มัสยิด เด็กๆ จิตอาสาช่วยกันแยกขยะ มีผู้รับซื้อขยะที่มัสยิด เพียงวันเดียวจะไม่มีกองขยะเหลืออยู่ที่มัสยิด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;แนวคิดในการต่อยอดหลังจากกำจัดขยะแล้ว การผลิตดินสำหรับเพาะปลูก ปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพใช้ดินและปุ๋ยที่ทำขึ้นเองเพื่อปลูกผัก ต้นไม้ ส่วนที่เหลือนำไปจำหน่าย และในอนาคตจะนำขยะพลาสติกที่ได้จากการคัดแยกมาแปรรูป ทำเป็นวัสดุเชื้อเพลงเพื่อจำหน่าย กิจกรรมต่างๆ จำเป็นต้องมีพลังงานไฟฟ้าที่มีความเสถียรต่อการดำเนินงาน ที่นี่จะมีการพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง (Integrated Learning Center for Sufficiency Economy:ILC3) สำหรับประชากรกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ และเครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งในและนอกพื้นที่ ตลอดจนผู้สนใจทั่วไป. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43750</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพ (สสส.), ชุมชนปริก, ดวงพร เฮงบุณยพันธ์, มัสยิดต้นแบบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190819/image_big_5d5a474a92a8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43580</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสส.เปิดมหาวิชชาลัยปริกเพื่อการพัฒนายั่งยืน สร้างสนามเด็กเล่นสร้างปัญญารร.เทศบาลปริก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(เปิดแพรคลุมป้าย PRIK USD ไพโรจน์ จริตงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา (สิงห์ทอง) สมพร ใช้บางยาง ประธานเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา (สิงห์ดำ) สุริยา ยีขุน นายกเทศมนตรี ต.ปริก ธวัชชัย ฟักอังกูร ประธาน กก.บริหารแผน คณะที่ 3 สสส. ดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สสส.)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สสส.สำนัก 3 สนับสนุน &amp;ldquo;มหาวิชชาลัยปริกเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;rdquo; สู่เวทีสุดยอดผู้นำชุมชนท้องถิ่นพื้นที่ภาคใต้เป็นมหาวิชชาลัยแห่งที่ 4 ได้รับรางวัลองค์กรบริหารจัดการที่ดีโดดเด่นจากสำนักนายกรัฐมนตรี ตอบสนองความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน มุ่งสร้างคน จากชุมชนเล็กๆ ใช้แนวคิดระดับโลกแห่งปีเป็นชุมชนในฝันของผู้คน มอบสนามเด็กเล่นสร้างปัญญาที่ รร.เทศบาลปริก ความรู้ไม่ได้อยู่แค่ในห้องเรียน สนามเด็กเล่นแห่งนี้ สสส.สนับสนุนออกแบบไว้เพื่อให้เด็กๆ ได้ตะลุยโลกแห่งการเรียนรู้อย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สสส. สำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) นำคณะสื่อมวลชนสู่เวทีสุดยอดผู้นำชุมชนท้องถิ่นพื้นที่ภาคใต้ &amp;ldquo;มหาวิชชาลัยปริกเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;rdquo; วันที่ 22-23 ก.ค. ที่เทศบาล ต.ปริก อ.สะเดา จ.สงขลา คีย์แมนสำคัญ ไพโรจน์ จริตงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา สมพร ใช้บางยาง ประธานเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สสส. และคณะกรรมการบริหารแผนคณะที่ 3 สสส. หัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้บริหารเทศบาล ต.ปริก สมาชิกเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(พิธีเปิดป้าย &amp;ldquo;มหาวิชชาลัยปริกเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;rdquo; Open House PRIK USD ที่หน้าอาคารตึกสันติรังสฤษดิ์ โดยมี สสส.ให้การสนับสนุน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่มาของมหาวิชชาลัยปริก เริ่มต้นเมื่อเทศบาล ต.ปริกได้เข้าร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) เมื่อปี 2552-2556 ภายใต้โครงการ &amp;ldquo;การพัฒนาเครือข่ายชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ร่วมขับเคลื่อนสู่ตำบลสุขภาวะ&amp;rdquo; และพัฒนาเป็นศูนย์ประสานงานเครือข่ายชุมชนท้องถิ่น 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง โดยมีเครือข่ายองค์กรปกครองท้องถิ่นจำนวนกว่า 100 แห่ง เข้าร่วมเป็นเครือข่ายร่วมพัฒนาชุมชนท้องถิ่นในการจัดการตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วิสัยทัศน์ &amp;ldquo;เศรษฐกิจพอเพียง ร้อยเรียงวิถีชุมชน คนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา ประชาสังคมสันติสุข&amp;rdquo; จากประสบการณ์ในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ที่ผ่านมา เทศบาล ต.ปริกได้สั่งสมความรู้ ทักษะและประสบการณ์สามารถสร้างผู้นำระดับบุคคล ระดับกลุ่ม แกนนำชุมชน และการวิจัยชุมชน จัดทำข้อมูลเพื่อพัฒนาต่อยอดจนทำให้เกิดความเชี่ยวชาญและเป็นที่ยอมรับของเครือข่ายจนสามารถยกระดับพื้นที่เป็นมหาวิชชาลัยปริกเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Prik University of wisdom and Technology for Sustainable Development:Prik USD) และได้รับรางวัลองค์กรที่มีการบริหารจัดการที่ดีประเภทโดดเด่นจากสำนักนายกรัฐมนตรีและรางวัลจากหน่วยงานอื่นๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ปรัชญาหลักสูตรมุ่งเน้นการพัฒนาหลักสูตรใหม่ให้มีความทันสมัย เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่อย่างยั่งยืน ให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมให้มีคุณภาพ สามารถพัฒนาตนเองและสังคมได้ มีความรับผิดชอบผ่านการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง โดยใช้ปัญญาเป็นฐานในการศึกษา นำองค์ความรู้และทักษะไปบูรณาการในการเสริมสร้างสังคมสันติสุขได้อย่างยั่งยืน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผอ.สำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สสส. กล่าวว่า ขณะนี้แผนสุขภาวะชุมชนสนับสนุนให้มีมหาวิชชาชัยจำนวน 4 แห่ง จากจุดเริ่มต้นของการบูรณาการการดูแลสุขภาพชุมชนโดยชุมชนในการจัดงานครั้งนี้ได้เปิดตัว &amp;ldquo;มหาวิชชาชัยปริกเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;rdquo; มหาวิชชาลัยแห่งแรกในภาคใต้อย่างเป็นทางการ ปัจจัยความสำเร็จนอกจากชุมชนจะมีทุนศักยภาพของพื้นที่แล้ว ยังมีสุดยอดองค์กรความรู้สุดยอดผู้นำที่มีการลงมือปฏิบัติจริงจนเห็นผลสำเร็จ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ดวงพรกล่าวว่า เป็นเรื่องน่าชื่นชมที่เทศบาล ต.ปริกที่มีแนวคิดการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน ตอบสนองต่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน เป็นการมุ่งสร้างคนให้เป็นพลเมืองที่มีความกระตือรือร้น (Active Citizens) ด้วยการจัดกระบวนการเรียนรู้ในทุกกลุ่มคนมีระบบบริหารจัดการตำบลที่มีการสร้างผู้นำ การวางแผนที่ตอบสนองต่อการแก้ไขปัญหาและจัดระบบการทำงานในลักษณะพหุภาคี เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งของประชาชนและสังคม โดยการน้อมนำศาสตร์พระราชาและหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี เพื่อมุ่งให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชนในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ แผนสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สสส. นำโดยธวัชชัย ฟักอังกูร ประธานกรรมการบริหารแผน คณะที่ 3 สสส. เข้ามามีส่วนร่วมส่งเสริมและขับเคลื่อน ต.ดอนแก้วให้เป็น ต.สุขภาวะ จนกระทั่งยกสถานะเป็นมหาวิชชาลัยดอนแก้วสร้างสุข โดย อบต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เป็นมหาวิชชาลัยของชุมชนเป็นแห่งแรกในปี 2557 ต่อมาเกิดมหาวิชชาชัยอุโมงค์สร้างพลเมือง โดย ทต.อุโมงค์ อ.เมือง จ.ลำพูน ปี 2558 ในปี 2562 เปิดตัวมหาวิชชาชัยบ้านแฮดสร้างความเท่าเทียม โดย ทต.บ้านแฮด อ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่น และล่าสุดเปิดตัวมหาวิชชาลัยปริกเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยทต.ปริก อ.สะเดา จ.สงขลา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สุริยา ยีขุน นายกเทศมนตรี ต.ปริก กล่าวว่า เทศบาล ต.ปริกร่วมขับเคลื่อน ต.สุขภาวะ โดยได้รับการสนับสนุนจาก สสส.ตั้งแต่ปี 2552 เป็นเวลา 10 ปี สั่งสมประสบการณ์มีความเชี่ยวชาญการพัฒนาสุขภาวะชุมชนสร้างผู้นำ เครือข่าย บริหารจัดการพื้นที่โดยยึดหลักธรรมาภิบาล และมีขีดความสามารถในการสร้างนวัตกรรมโดยใช้ชุมชนท้องถิ่นเป็นฐานนำไปสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน 1.ยึดหลักน้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 มาเป็นแนวทางพัฒนาพื้นที่ 2.โปร่งใส ตรวจสอบได้ เปิดเผยข้อมูลการปฏิบัติงานทุกขั้นตอน เปิดโอกาสให้มีผู้ส่วนได้ส่วนเสียภายในและภายนอกหน่วยงานเข้าถึงข้อมูลได้ 3.สร้างหุ้นส่วนในการทำงาน ทุกคน ทุกหน่วยงานในชุมชนร่วมลงมือปฏิบัติการร่วมกัน และรับผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกัน 4.ยึดหลักคุณธรรม คณะผู้บริหาร สมาชิกสภา ข้าราชการ พนักงานในเทศบาล ต.ปริก เป็นแบบอย่างในการปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เสียสละ มีความอดทน ขยันหมั่นเพียร ยึดมั่นในความถูกต้องดีงาม 5.พัฒนาผ่านปฏิบัติการจริง ค้นหาวิธีการโดยการลองผิดลองถูก ส่งเสริมเรียนรู้บนฐานความเข้าใจในวิถีชีวิต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; กิจกรรมอาสาทำดีด้วยการปลูกต้นไม้ทองอุไร จำนวน 300 ต้น บริเวณ รร.เทศบาล ต.ปริก เนื่องจากต้นทองอุไรเป็นต้นไม้สิริมงคลสีเหลือง ใช้ปลูกเสริมมงคลได้ ไม้ปลูกง่าย โตไว ต้นหนึ่งมีได้ถึงพันดอก กลุ่มที่ 1 ทองอุไรใจเดียวกัน กลุ่มที่ 2 เพาะกล้าพาสุข กลุ่มที่ 3 เสวียนรักษ์โลก กลุ่มที่ 4 หญ้าน้อยร้อยใจ เป็นหญ้าพันธุ์มาเลเซีย ปลูกง่าย แม้บนดินลูกรังก็งอกงามดี เพียงรดน้ำชุ่มๆ ทั้งนี้ ต้นไม้ที่อยู่รายรอบ รร.เทศบาลปริก มีต้นปริก พญาสัตบรรณ สัก นนทรี ใบหม่อน มะพร้าว กล้วย มะละกอ มะม่วง อินทนิล ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;พิธีเปิดป้าย &amp;ldquo;มหาวิชชาลัยปริกเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;rdquo; Open House PRIK USD ที่หน้าอาคารตึกสันติรังสฤษดิ์ โดยไพโรจน์ จริตงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา (สิงห์ทอง) สมพร ใช้บางยาง ประธานเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา (สิงห์ดำ) สุริยา ยีขุน นายกเทศมนตรี ต.ปริก ธวัชชัย ฟักอังกูร ประธาน กก.บริหารแผน คณะที่ 3 สสส. ดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สสส. และคณะกรรมการบริหารแผน คณะที่ 3 สสส. &amp;ldquo;สร้างสุขคนใต้ใจเต็ม&amp;rdquo; ซือนามัน ฆีมบิรา (ภาษามลายู หมายถึง ทีมสร้างสุข มอบความสุข เพลิดเพลินให้เครือข่าย&amp;rdquo; จากนั้นมีชุดการแสดง &amp;ldquo;ฮูลูบ้านปริก&amp;rdquo; โดยนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-2 รร.เทศบาล ต.ปริก และชมวีดิทัศน์มหาวิชชาลัยปริกเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน 14 นาที &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ครูอุษณีย์ เหล็มหมัน ผอ.สถานศึกษา รร.เทศบาล ต.ปริก รับโล่รางวัลจากสมพร ใช้บางยาง ประธานเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ อดีตพ่อเมืองสงขลา)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อุษณีย์ เหล็มหมัน ผอ.รร.เทศบาล ต.ปริก จัดการเรียนการสอนระดับชั้นอนุบาล 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในการสร้างคนดีในเทศบาลปริก จัดตั้งขึ้นโดยเทศบาลเมื่อปี 2548 ก่อนหน้านี้ ผอ.รร.เทศบาลปริกและคณะครูนำนักเรียนอนุบาล 3 ห้อง จำนวน 80 คน ลงพื้นที่เพื่อสร้างและพัฒนากระบวนการเรียนรู้แก่เด็กๆ ผ่านการละเล่นในสนามเด็กเล่นสร้างปัญญา รร.เทศบาล ต.ปริก โดยคณะครูได้มีการออกแบบการบริหารจัดการ และจัดทำแผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านสนามเด็กเล่นสร้างปัญญา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สนามเด็กเล่นสร้างปัญญา ความรู้ไม่ได้อยู่แค่ในห้องเรียน สนามเด็กเล่นแห่งนี้ สสส.สนับสนุนออกแบบไว้เพื่อให้เด็กๆ ได้ตะลุยโลกแห่งการเรียนรู้อย่างเต็มที่ เด็กได้หล่อหลอมในสิ่งที่ถูกต้อง เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต เป็นการพัฒนาคน ฐานที่ 1 สระอินจัน จำลองลักษณะภูมิประเทศและฝึกทักษะชีวิต ฐานที่ 2 สระทารก ช่วยหนูๆ เรียนรู้เรื่องน้ำ ฐานที่ 3 ค่ายสไปเดอร์แมน ฝึกความแข็งแรงและความกล้าหาญ ฐานที่ 4 เรือสลัดลิง ส่งเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ จินตนาการ ฐานะที่ 5 ฝึกทักษะการหัดว่ายน้ำ. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43580</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดวงพร เฮงบุณยพันธ์, มหาวิชชาลัยปริก, สุริยา ยีขุน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุษณีย์ เหล็มหมัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190816/image_big_5d568262989ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
