<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117732</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2021 13:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2021 13:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตรียมเปิดมหา &#039;ลัย ทั่วประเทศพ.ย.นี้  อว. แบ่งเป็น 3 ระยะ พื้นที่แดงเข้ม 29จังหวัด เข้าห้องเรียนได้ไม่เกิน  25 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
24ก.ย.64-นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (เลขาฯ รมว.อว.) ในฐานะโฆษก อว. กล่าวถึงแนวทางและหลักเกณฑ์การเปิดสถานที่ทำการของสถาบันอุดมศึกษา โดยเตรียมเปิดมหาวิทยาลัยทั่วประเทศในเดือน พฤศจิกายน 2564 ว่า ขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&amp;ndash;19 เริ่มคลี่คลายดีขึ้น รัฐบาลได้กำหนดวิธีปฏิบัติเพื่อที่จะสามารถดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ได้ โดยมีมาตรการดูแลที่เหมาะสม รวมถึงการใช้อาคารสถานที่ของสถาบันอุดมศึกษาเพื่อจัดการเรียนการสอน การสอบ การฝึกอบรมหรือการจัดกิจกรรมต่าง ๆ โดยให้มีการประเมินร่วมกันกับทางการแพทย์และสาธารณสุข โดยดำเนินการเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 เดือนพฤศจิกายน 2564 อนุญาตเฉพาะคณาจารย์ บุคลากร นักวิจัย และนิสิตนักศึกษาที่เข้ามาปฏิบัติงานจัดการเรียนการสอน หรือทำกิจกรรมในพื้นที่สถาบันอุดมศึกษา ส่วนระยะที่ 2 เดือน ธันวาคม 2564 กำหนดจำนวนผู้ที่เข้ามาในพื้นที่สถาบันอุดมศึกษา โดยคำนึงถึงการป้องกันการติดเชื้อและภูมิคุ้มกันของผู้ปฏิบัติ เช่น มีผู้ที่ได้รับวัคซีนอย่างน้อยร้อยละ 90 ของบุคคลทั้งหมดที่เข้ามาในสถาบันอุดมศึกษา และระยะที่ 3 เดือนมกราคม 2565 กำหนดจำนวนของผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในพื้นที่สถาบันอุดมศึกษา โดยระยะที่ 1 กำหนดไม่เกินร้อยละ 25 ของจำนวนผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ในสถานการปกติ ระยะที่ 2 ไม่เกินร้อยละ 50 ของจำนวนผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ในสถานการปกติ และระยะที่ 3 ให้เป็นไปตามข้อกำหนดของของภาครัฐหรือพื้นที่ในขณะนั้น อย่างไรก็ตาม ในเรื่องดังกล่าว รมว.อว.ได้ประชุมหารือร่วมกับตัวแทนอธิการบดี ทั้ง 4 ทปอ. ผ่านระบบออนไลน์แล้ว พร้อมมอบนโยบายเน้นย้ำให้ใช้มาตรการเฝ้าระวังสูงสุด โดยต้นเดือน พ.ย.64 สถาบันอุดมศึกษาสามารถเปิดได้ และอธิการบดีแต่ละพื้นที่สามารถพิจารณาได้ตามความเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขานุการ รมว.อว. และ โฆษก อว. กล่าวต่อว่า ส่วนการเข้ามาปฏิบัติงาน จัดการเรียนการสอน หรือทำกิจกรรมกลุ่ม ได้มีการจำแนกตามพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด โดยพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ไม่เกินกลุ่มละ 25 คน พื้นที่ควบคุมสูงสุด ไม่เกินกลุ่มละ 50 คน พื้นที่ควบคุม ไม่เกินกลุ่ม 100 คน พื้นที่เฝ้าระวังสูง ไม่เกินกลุ่มละ 200 คน และพื้นที่เฝ้าระวัง ไม่เกินกลุ่มละ 500 คน ทั้งนี้ สถาบันอุดมศึกษาสามารถกำหนดเกณฑ์เพิ่มเติมหรือลดหย่อนเกณฑ์บางอย่างได้ขึ้นอยู่กับการประเมินสถานการณ์ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ที่เข้ามาในพื้นที่ของสถาบันอุดมศึกษาเป็นสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การตัดสินใจเปิดสถาบันอุดมศึกษา อยู่ที่การเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมและให้มีการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอน การเสริมประสิทธิภาพการเรียนการสอนด้วยเทคโนโลยีสร้างสรรค์ การเรียนรู้ทั้งแบบออนไซด์และออนไลน์ ส่วนการจัดการเรียนการสอนจะต้องคำนึงถึงกลุ่มเป้าหมายเป็นหลัก ปรับรูปแบบกิจกรรมมุ่งสู่วิถีชีวิตแนวใหม่&amp;rdquo;โฆษก อว. กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117732</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อว., #โควิด19, ดวงฤทธิ์ เบ็ญจธิกุล ชัยรุ่งเรือง, มหาวิทยาลัยเปิดเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210924/image_big_614d6df04efc0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117731</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตรียมเปิดมหา &#039;ลัย ทั่วประเทศพ.ย.นี้  อว. แบ่งเป็น 3 ระยะ พื้นที่แดงเข้ม 29จังหวัด เข้าห้องเรียนได้ไม่เกิน  25 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
24ก.ย.64-นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (เลขาฯ รมว.อว.) ในฐานะโฆษก อว. กล่าวถึงแนวทางและหลักเกณฑ์การเปิดสถานที่ทำการของสถาบันอุดมศึกษา โดยเตรียมเปิดมหาวิทยาลัยทั่วประเทศในเดือน พฤศจิกายน 2564 ว่า ขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&amp;ndash;19 เริ่มคลี่คลายดีขึ้น รัฐบาลได้กำหนดวิธีปฏิบัติเพื่อที่จะสามารถดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ได้ โดยมีมาตรการดูแลที่เหมาะสม รวมถึงการใช้อาคารสถานที่ของสถาบันอุดมศึกษาเพื่อจัดการเรียนการสอน การสอบ การฝึกอบรมหรือการจัดกิจกรรมต่าง ๆ โดยให้มีการประเมินร่วมกันกับทางการแพทย์และสาธารณสุข โดยดำเนินการเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 เดือนพฤศจิกายน 2564 อนุญาตเฉพาะคณาจารย์ บุคลากร นักวิจัย และนิสิตนักศึกษาที่เข้ามาปฏิบัติงานจัดการเรียนการสอน หรือทำกิจกรรมในพื้นที่สถาบันอุดมศึกษา ส่วนระยะที่ 2 เดือน ธันวาคม 2564 กำหนดจำนวนผู้ที่เข้ามาในพื้นที่สถาบันอุดมศึกษา โดยคำนึงถึงการป้องกันการติดเชื้อและภูมิคุ้มกันของผู้ปฏิบัติ เช่น มีผู้ที่ได้รับวัคซีนอย่างน้อยร้อยละ 90 ของบุคคลทั้งหมดที่เข้ามาในสถาบันอุดมศึกษา และระยะที่ 3 เดือนมกราคม 2565 กำหนดจำนวนของผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในพื้นที่สถาบันอุดมศึกษา โดยระยะที่ 1 กำหนดไม่เกินร้อยละ 25 ของจำนวนผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ในสถานการปกติ ระยะที่ 2 ไม่เกินร้อยละ 50 ของจำนวนผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ในสถานการปกติ และระยะที่ 3 ให้เป็นไปตามข้อกำหนดของของภาครัฐหรือพื้นที่ในขณะนั้น อย่างไรก็ตาม ในเรื่องดังกล่าว รมว.อว.ได้ประชุมหารือร่วมกับตัวแทนอธิการบดี ทั้ง 4 ทปอ. ผ่านระบบออนไลน์แล้ว พร้อมมอบนโยบายเน้นย้ำให้ใช้มาตรการเฝ้าระวังสูงสุด โดยต้นเดือน พ.ย.64 สถาบันอุดมศึกษาสามารถเปิดได้ และอธิการบดีแต่ละพื้นที่สามารถพิจารณาได้ตามความเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขานุการ รมว.อว. และ โฆษก อว. กล่าวต่อว่า ส่วนการเข้ามาปฏิบัติงาน จัดการเรียนการสอน หรือทำกิจกรรมกลุ่ม ได้มีการจำแนกตามพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด โดยพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ไม่เกินกลุ่มละ 25 คน พื้นที่ควบคุมสูงสุด ไม่เกินกลุ่มละ 50 คน พื้นที่ควบคุม ไม่เกินกลุ่ม 100 คน พื้นที่เฝ้าระวังสูง ไม่เกินกลุ่มละ 200 คน และพื้นที่เฝ้าระวัง ไม่เกินกลุ่มละ 500 คน ทั้งนี้ สถาบันอุดมศึกษาสามารถกำหนดเกณฑ์เพิ่มเติมหรือลดหย่อนเกณฑ์บางอย่างได้ขึ้นอยู่กับการประเมินสถานการณ์ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ที่เข้ามาในพื้นที่ของสถาบันอุดมศึกษาเป็นสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การตัดสินใจเปิดสถาบันอุดมศึกษา อยู่ที่การเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมและให้มีการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอน การเสริมประสิทธิภาพการเรียนการสอนด้วยเทคโนโลยีสร้างสรรค์ การเรียนรู้ทั้งแบบออนไซด์และออนไลน์ ส่วนการจัดการเรียนการสอนจะต้องคำนึงถึงกลุ่มเป้าหมายเป็นหลัก ปรับรูปแบบกิจกรรมมุ่งสู่วิถีชีวิตแนวใหม่&amp;rdquo;โฆษก อว. กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117731</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อว., #โควิด19, ดวงฤทธิ์ เบ็ญจธิกุล ชัยรุ่งเรือง, มหาวิทยาลัยเปิดเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210924/image_big_614d6df04efc0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91659</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2021 16:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2021 16:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อว. สั่งทุก มหา’ลัยดูแล นศ.ใกล้ชิด หลังเกิดเหตุนิสิตฆ่าตัวตาย ด้านจุฬาฯตั้งศูนย์ดูแลสุขภาวะทางจิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1ก.พ.64-นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (เลขาฯ รมว.อว.) ในฐานะโฆษก อว. กล่าวถึงกรณีที่นิสิตชั้นปีที่ 2 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยฆ่าตัวตาย จากความเครียดสะสมเพราะการเรียนออนไลน์ ว่า ตนได้หารือร่วมกับผู้บริหารของจุฬาฯ แล้ว ซึ่งทางจุฬาฯก็มีความเป็นห่วงนิสิต นักศึกษา รวมไปถึงกลุ่มอาจารย์ด้วย ทั้งนี้ทางจุฬาฯ ได้รายงานให้ตนรับทราบว่า กรณีดังกล่าวคาดว่าจะเกิดจากการเครียดสะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ผู้บริหารจุฬาฯ ได้มีการเน้นย้ำให้อาจารย์ผู้สอนทุกคน ดูแลนักศึกษาอย่างใกล้ชิด ทาง อว.โดยนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อว. ก็ได้เน้นย้ำให้ทุกมหาวิทยาลัยมีการดูแลนักศึกษาอย่างใกล้ชิด พร้อมกับดูแลในเรื่องการสอนออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพและเหมาะสม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ จุฬาฯ ได้มีการตั้งศูนย์สุขภาวะทางจิต (Center for Psychological Wrlness) ให้บริการปรึกษาเชิงจิตวิทยาสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบทางจิตใจ จากความเครียดในชีวิตประจำวัน จากการเรียน การทำงาน สามารถรับบริการปรึกษาเชิงจิตวิทยาได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และยังมีสายด่วนเยียวยาทางจิตใจ ที่เบอร์ 02-218-0000 ด้วย เพื่อที่จะให้คำปรึกษาแก่นิสิต นักศึกษา ทั้งในระบบออนไลน์และออฟไลน์ นอกจากนี้ทางจุฬาฯ อยู่ระหว่างการเตรียมจัดทำคู่มือสำหรับอาจารย์ที่จะต้องสอนในระบบออนไลน์ เพื่อให้ระบบการเรียนการสอนเหมาะสมที่สุด ไม่ให้งานนิสิต นักศึกษามากเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนของเรื่องความเครียดสะสม ผมคิดว่าน่าจะมีองค์ประกอบมาจากหลายด้าน และการที่อาจารย์สั่งงานมากเกินไปนั้น ผมคิดว่าเป็นความเป็นห่วงของอาจารย์ ที่ห่วงว่านิสิต นักศึกษาจะได้รับเนื้อหา วิชาการไม่เต็มที่ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ อว.เป็นห่วง ดังนั้นทุกมหาวิทยาลัยต้องดูแลนักศึกษาอย่างใกล้ชิด อีกทั้งขณะนี้มหาวิทยาลัยหลายแห่ง มีการปรับการเรียนการสอนเป็น 2 ระบบ คือ ออนไลน์ และออฟไลน์แล้ว แต่ว่าต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โควิด-19 อย่างเข้มข้นยกเว้นกลุ่มจังหวัดพื้นที่สีแดงเข้มที่ยังไม่ให้มีการจัดการเรียนการสอนในห้องเรียน&amp;rdquo;เลขาฯ รมว.อว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91659</URL_LINK>
                <HASHTAG>#จุฬาฯ, #นิสิต, #อว., ดวงฤทธิ์ เบ็ญจธิกุล ชัยรุ่งเรือง, ศูนย์สุขภาวะทางจิต (Center for Psychological Wrlness)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210201/image_big_6017c723e9bc4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76474</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2020 09:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2020 09:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชกิจจาฯแพร่คำสั่ง &#039;รมว.อว.&#039; ตั้ง &#039;ดร.จักษ์&#039; นั่งกุนซือ &#039;เอนก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ย.63 - เว็บไชต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ คำสั่งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมที่ ๑๕๓/๒๕๖๓ เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตามประกาศลงวันที่ 5 สิงหาคม 2563 นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ วรรคสอง แห่งพระราชญญัติระเบียบข้ารการการเมือง พ.ศ. ๒๕๓๕ ด้วยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๓ จึงแต่งตั้งข้าราชการการเมือง ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑. นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจธิกุล ชัยรุ่งเรือง เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒. รองศาสตราจารย์จักษ์ พันธ์ชูเพชร เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๓ เป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่ ๒๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
เอนก เหล่ำธรรมทัศน์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76474</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, การเมือง, จักษ์ พันธ์ชูเพชร, ดวงฤทธิ์ เบ็ญจธิกุล ชัยรุ่งเรือง, ที่ปรึกษา, เอนก เหล่าธรรมทัศน์, ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb8838b37db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
