<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>60002</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2020 09:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2020 09:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เนาวรัตน์&#039;ออกบทความส.ส.ท้านายกฯดวลปืนวัดพระแก้ว กระทำอัปมงคล ณ มงคลสถานอันศักดิ์สิทธิ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มี.ค.63-เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ สมาชิกวุฒิสภา โพสต์บทความเรื่อง ผิดที่ถูกทาง ผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ศึกซักฟอกรัฐบาลจบลง แม้รัฐบาลจะยังไม่จบ แต่ก็เป็นเครื่องเตือนสติให้ทุกฝ่ายต้องคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลักในทุกเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติดใจที่ ส.ส. ท่านหนึ่งทิ้งท้ายอภิปรายด้วยการท้าทายนายกฯ &amp;ldquo;ดวลปืน&amp;rdquo; หน้าวัดพระแก้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นใจกับความจริงจังและจริงใจของท่าน ส.ส. ผู้นี้ แต่ประเด็นทิ้งท้ายนี้มีสาระน่าสนใจตรงที่สะท้อนภาวะ &amp;ldquo;มิจฉาทิฏฐิ&amp;rdquo; ค่านิยมของสังคมไทยอย่างน่าเป็นห่วงยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ค่านิยมที่เป็นมิจฉาทิฏฐินี้คือ การตัดสินปัญหากันด้วยชีวิตให้ตายตกกันไปข้างหนึ่ง เมื่อไม่สามารถจัดการกับปัญหานั้นๆได้ด้วยเหตุผลและด้วยการยอมรับ เหมือนมาตรการโบราณคือดำน้ำ ลุยไฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอาความเก่งกว่า เป็นมาตรวัด ว่างั้นเถิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่าทีที่จริงจังและจริงใจทิ้งท้ายของท่าน ส.ส. นั้น ดูเป็น &amp;ldquo;ลูกจริง&amp;rdquo; มากกว่าจะเป็น &amp;ldquo;ลูกเล่น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ค่านิยมมิจฉาทิฏฐิอีกเรื่องคือ การอ้างเอาวัดพระแก้วเป็นสถานที่ตัดสินชี้ขาดด้วยมาตรการโบราณดังกล่าว วัดพระแก้วคือวัดพระศรีรัตนศาสดาราม อันเป็นที่สถิตขององค์พระแก้วมรกต พระคู่บ้านคู่เมืองสยามมาแต่ดึกดำบรรพ์ วัดพระแก้วจึงเป็นเสมือนมงคลสถานศักดิ์สิทธิ์ การฆ่ากันจะด้วยปรารภเหตุใดๆก็ตาม เป็นเรื่องอัปมงคลที่ไม่พึงทำให้บังเกิด ณ มงคลสถานอันศักดิ์สิทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะอ้างเหตุว่าพระย่อมคุ้มครองผู้ประพฤติธรรม โดยขยายความคำว่าชอบธรรม หมายถึงผู้บริสุทธิ์ที่ฆ่าผู้ไม่บริสุทธิ์ลงเสียได้ ตามมาตรการโบราณนั้นเป็นเรื่องผิดที่ผิดทางยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วงนั้นเป็นบาป การฆ่าคนจะด้วยเหตุใดก็ตามเป็นบาปยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยิ่งฆ่ากันในสถานมงคลศักดิ์สิทธิ์ก็ยิ่งบาปหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังโวหารว่า &amp;ldquo;การทำผิดในโบสถ์ไม่เป็นเหตุให้พ้นบาป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้จะท้าดวลกันหน้าวัดไม่ใช่ในโบสถ์ก็บาปหนาแล้ว ด้วยการกระทำอัปมงคลย่อมเป็นบาปอยู่ในตัว จะอ้างพระคุ้มครองหรือให้องค์พระพิสูจน์ถูกผิดด้วยวิธีอัปมงคล เช่นนี้ยิ่งบาปยิ่งและยิ่งผิดยิ่งด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี้คือมิจฉาทิฏฐิ ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นค่านิยมที่ดำรงอยู่จริงในสังคมไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังเอะอะก็สาบานหน้าพระ โดยเฉพาะวัดพระแก้ว สาบานนั้นพอทำเนาด้วยมุ่งความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเป็นสำคัญ มากกว่าจะมุ่งเอาชีวิตกันดังการท้าดวลนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นใจและเข้าใจกับความจริงจังและจริงใจของท่าน ส.ส. ผู้ทิ้งท้ายอภิปรายซักฟอกรัฐบาลวันนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มันสะท้อนอะไรๆ ในสังคมได้อย่างน่าคิดและน่าเป็นห่วงยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกเรื่องคือ การชุมนุมเชิงสร้างภาพ (แฟลชม็อบ) ของนักเรียน-นักศึกษา เห็นด้วยกับพลังความคิดใหม่ของคนรุ่นใหม่ แต่ยังดูผิดที่ถูกทางอยู่ชอบกล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอคัดลอกข้อความทางไลน์ที่ส่งต่อๆ กันมา
ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุดมคติของคนหนุ่มสาว บนเวทีมิสยูนิเวิร์ส 2017&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ย้อนกลับไปบนเวทีการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2017 ที่พิธีกรการประกวด สตีฟ ฮาร์วีย์ ถามนางงามจากประเทศไทยในรอบ 5 คนสุดท้ายว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คุณคิดว่าขบวนการขับเคลื่อนทางสังคมที่สำคัญที่สุดในยุคสมัยของคุณคืออะไร และเพราะอะไร&amp;rdquo; (What do you think has been the most important social movement of your generation and why?)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มารีญาตอบว่า &amp;ldquo;เรากำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยก็จริง แต่ขบวนการขับเคลื่อนทางสังคมที่สำคัญที่สุดในยุคสมัย คือ เยาวชนคนรุ่นใหม่ พวกเขาคืออนาคต พวกเขาคือกลุ่มคนที่เราจำเป็นต้องให้ความสำคัญ เพราะคนรุ่นใหม่คือคนที่ต้องดูแลโลกที่พวกเราอาศัยอยู่&amp;rdquo; (So far, we are having aging population but the most important movement in our time is the youth. So the youth is the future, is something we have to invest in because they are the ones to look after the earth that we live in.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไมถึงนึกถึง &amp;ldquo;เยาวชนคนรุ่นใหม่&amp;rdquo; ในตอนนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทันทีที่มารีญาพูดจบ คำถามนี้ก็ได้ก่อให้เกิดการอภิปรายถกเถียงอย่างกว้างขวางในสื่อสังคมออนไลน์ ตั้งแต่นิยามคำว่า Social Movement หรือ ขบวนการขับเคลื่อนทางสังคม ไปจนถึงความเห็นต่อคำตอบของนางงามจากประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มารีญาให้สัมภาษณ์บีบีซีไทย ทางโทรศัพท์เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ว่า เหตุที่เธอเลือกตอบคำถามเช่นนั้นเพราะเห็นว่า หนึ่งในปัญหาที่ตามมาจากก้าวสู่สังคมสูงวัย ก็คือ แนวนโยบายต่างๆ ที่สร้างขึ้นมาโดยคนรุ่นก่อน อาจจะไม่สะท้อนความต้องการของคนรุ่นใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เธอยืนยันในคำตอบที่ตอบออกไปบนเวทีประกวดมิสยูนิเวิร์สในวันนั้น เพราะเธอเชื่อว่าคนรุ่นใหม่มีวิสัยทัศน์ในอนาคตสำหรับพวกเขา และพวกเขาคือคนที่จะทำให้ปรากฏเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มารีญาเชื่อว่า &amp;ldquo;ช่วงเวลาการเป็นนักเรียน-นักศึกษา เป็นช่วงเวลาที่เรากำลังสร้างอุดมการณ์ อุดมคติของเรา เพราะฉะนั้นสังคมต้องฟังเยาวชน ถ้าเริ่มจากจุดๆนั้น เราก็ไปต่อได้&amp;rdquo; เธออธิบาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Line ต่อๆกันมาของกมล กระมลตระกูล
2/3/63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลังความคิดของคนรุ่นใหม่นี่แหละที่รัฐบาลต้องฟังโดยแยบคาย ภาษาพระว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โยนิโสมนสิการ&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60002</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซักฟอกรัฐบาล, ดวลปืน, วัดพระแก้ว, ส.ส.เครางาม, เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181105/image_big_5bdfb3f57a02c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50074</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2019 08:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2019 08:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลอยกระทงเลือด!ก๊งเหล้าแล้วสาดกระสุน&#039;อบต.&#039;ดวลปืน&#039;ผช.ผู้ใหญ่บ้าน&#039;ตาย1เจ็บ1</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ย.62-เมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 พ.ต.ท.คณากร ดลเกศสิริ &amp;nbsp;สารวัตรเวรฯ สภ.เมืองตรัง ได้รับแจ้งมีเหตุใช้อาวุธปืนทำร้ายร่างกาย บริเวณอ่างเก็บน้ำ หมู่ที่ 4 ต.น้ำผุด อ.เมือง จ.ตรัง จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วรุดไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ประเสริฐ ส่งแสง รอง ผกก.สส.สภ.เมืองตรัง ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองตรัง แพทย์เวรจากโรงพยาบาลศูนย์ตรัง และนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามชาวบ้านซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ด้วย ทราบว่าคู่กรณีที่เกิดดวลปืนกันในครั้งนี้ คือ ระหว่างนายเชิดชัย เพ็งลำ ตำแหน่ง อบต.หมู่ที่ 4 ต.น้ำผุด อ.เมืองตรัง กับนายสมหมาย สุวรรณวร ตำแหน่งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 4 ต.น้ำผุด อ.เมืองตรัง โดยทั้ง 2 คน ในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา ต่างได้มาช่วยอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้าน ในการจัดงานลอยกระทง แต่หลังจากลอยกระทงแล้วเสร็จ ชาวบ้านที่มาลอยกระทงต่างแยกย้ายกลับบ้าน ยังคงเหลือแต่ชาวบ้านอาสาสมัคร รวมทั้ง อบต.และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ประมาณ 10 คน ได้นั่งดื่มเหล้ากันต่อ และขณะที่ทั้ง 2 คน ได้แยกย้ายออกมาจากที่จัดงานประมาณ 30 เมตร ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด ชาวบ้านได้วิ่งออกมาดู พบว่าทั้ง อบต.และ ผช.ผู้ใหญ่บ้าน ต่างนอนจมกองเลือดอยู่บนถนน ก่อนจะช่วยกันนำร่างทั้งสองคน ส่งโรงพยาบาลศูนย์ตรัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบอาวุธปืน 1 กระบอก ปลอกกระสุนอาวุธปืน ยังไม่ทราบขนาด ตกอยู่จำนวน 3 ปลอก พบกองเลือดกองใหญ่ และโทรศัพท์มือถือตกอยู่ และหลักฐานอื่นๆอีกจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ล่าสุดได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลศูนย์ตรังว่า นายสมหมาย สุวรรณวร ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ได้เสียชีวิตแล้ว หลังจากนำส่งโรงพยาบาลศูนย์ตรังได้ไม่นาน เนื่องจากถูกยิงเข้าจุดสำคัญของร่างกาย ขณะที่นายเชิดชัย เพ็งลำ อบต. ที่ถูกยิงเข้าบริเวณร่างกายเช่นกัน ขณะนี้ยังอยู่ในห้องฉุกเฉิน และอาการยังไม่ปลอดภัย แพยท์เร่งการช่วยเหลืออยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการสอบสวน เพื่อหาข้อเท็จจริง ล่าสุด พ.ต.ท.ประเสริฐ ส่งแสง รอง ผกก.สส. สภ.เมืองตรัง จะได้เชิญตัวผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 4 ต.น้ำผุด และชาวบ้านอาสมัคร มาสอบปากคำ ที่ สภ.เมืองตรัง เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50074</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำนัน, ดวลปืน, ตรัง, ลอยกระทง, อบต.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191112/image_big_5dca03ce57121.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6308</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ปะทะเดือดแก๊งยาเสพติดถูกยิงเจ็บ2นาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ตำรวจภาค 9 สกัดจับไอซ์ล็อตใหญ่ 651 กก. มูลค่ากว่า 500 ล้านบาท ขนจากภาคเหนือลงสู่ใต้ ก่อนลักลอบนำเข้าประเทศเพื่อนบ้าน ได้ผู้ต้องหา 2 คน ส่วนที่กรุงเทพฯ แก๊งยาเสพติดดวลปืนเจ้าหน้าที่ 2 ผู้หมู่ถูกยิงบาดเจ็บ แต่คนร้ายก็จนมุมพร้อมของกลาง ส่วนอีกคนพังฝาบ้านหลบหนีไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 2 เมษายนนี้ ที่ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 แถลงข่าวการจับกุมไอซ์ล็อตใหญ่ น้ำหนัก 651 กิโลกรัม มูลค่า 520 ล้านบาท พร้อมผู้ต้องหา 2 คน มีนายสัมพันธ์ หรือแทน แซ่หาญ อายุ 29 ปี และนายบารมี หรือหวัง ย่างเจริญทรัพย์ อายุ &amp;nbsp;37 ปี ทั้งสองคนเป็นชาว จ.แพร่ ยึดรถยนต์กระบะ 2 คัน โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง โดย พ.ต.ท.พรชัย สุวรรณวงศ์ รอง ผกก.กก.สส.2 บก.สส.จชต. หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติด กองบังคับการสืบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ นำกำลังติดตามจับกุมได้ที่บริเวณริมถนนสายเอเชีย หน้าปั๊มน้ำมันเชลล์ท่าช้าง ถนนสายเอเชีย หมู่ 5 ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา ขณะลำเลียงมากับรถยนต์กระบะ โดยจับกุมนายสัมพันธ์พร้อมไอซ์ได้ที่เกิดเหตุ ส่วนนายบารมีสามารถขับรถหลบหนีไปได้ แต่ถูกสกัดจับได้บริเวณจุดสกัดท่างาม หมู่ 2 ต.วัดโบสถ์ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนทราบว่า ไอซ์ล็อตนี้ถูกลักลอบนำเข้ามาจากชายแดนในพื้นที่ภาคเหนือ และนำมาพักไว้ในพื้นที่ จ.สงขลา เพื่อรอให้เครือข่ายค้ายาเสพติดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ส่งต่อเข้าไปยังประเทศมาเลเซีย และเป็นเครือข่ายค้ายาเสพติดของนักค้ายาเสพติดข้ามชาติรายสำคัญ ฉายา &amp;quot;พ่อเลี้ยงตี๋&amp;quot; ซึ่งมีเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด 12 คน ทั้งในไทยและในประเทศมาเลเซีย ขณะนี้เจ้าหน้าที่รู้ตัวหมดแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมเครือข่ายค้าไอซ์และยาบ้าข้ามชาติได้หลายราย เช่น เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 60 จับกุมนายมาโนช วัดจินดา พร้อมพวกรวม 2 คน ยึดยาบ้าได้ 372,000 เม็ด วันที่ 9 มกราคม จับกุมนายอดุล เมฆชัย พร้อมพวกรวม 2 คน ยึดไอช์ 150 กิโลกรัม และล่าสุดเมื่อวันที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมา ยึดไอซ์ล็อตมโหฬารได้ 700 กิโลกรัม ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกราย ที่กรุงเทพฯ เวลา 01.30 น. วันที่ 2 เมษายน ร.ต.อ.ภัทรศักดิ์ สมงาม รอง สว. (สอบสวน) สน.คันนายาว รับแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกคนร้ายยิงบาดเจ็บ 2 นาย ภายในบ้านเลขที่ 93 ชุมชนริมคลองลำเกร็ด ซอยกาญจนาภิเษก 8/1 ถนนเลียบด่วนวงแหวนกาญจนาภิเษก แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว จึงไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.ณัชพิสิษฐ์ เสียงหวาน สวป.สน.คันนายาว เจ้าหน้าที่ชุดจู่โจม สน.คันนายาว เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เกิดเหตุเป็นบ้านแบ่งเช่าอยู่ภายในชุมชนดังกล่าว บริเวณหน้าบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจพบรอยเลือดหยดเป็นทาง ก่อนจะควบคุมตัวนายมณเทียร ปันโรคา อายุ 36 ปี ผู้ก่อเหตุ พร้อมปืนแมกกาซีน ขนาด .380 ซูเปอร์ออโต้ ภายในแมกกาซีนเหลือกระสุน 3 นัด ใกล้กันพบปลอกกระสุนตกอยู่ 1 ปลอก และรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า มีโอ สีม่วง ทะเบียน กษข 922 นครปฐม ตรวจค้นภายในบ้านพบยาบ้าประทับตรา 999 จำนวน 2 มัด มัดละ 2,000 เม็ด ยาบ้าซองเล็ก 5 ถุง ถุงละ 200 เม็ด ยาบ้ารวม 5,000 เม็ด ไอซ์ชนิดเกล็ดประมาณ 200 กรัม อุปกรณ์เสพยา ถุงพลาสติกจำนวนหนึ่ง เครื่องชั่งน้ำหนัก และอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ขนาด .38 อีก 1 กระบอก ซุกซ่อนในลำโพงเครื่องเสียง เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับตำรวจผู้บาดเจ็บ 2 นาย คือ ส.ต.ท.สุเทพ บุญยืน อายุ 32 ปี ผบ.หมู่ กองร้อยที่ 1 กก.ควบคุมฝูงชน 1 บก.อคฝ. มีแผลถูกยิง 2 นัด บริเวณศอกและแขนซ้าย และ ส.ต.ท.ศราวุทธ นาคพันธ์ อายุ 30 ปี ผบ.หมู่ ป. สน.คันนายาว ถูกยิงบริเวณท้อง 1 นัด ถูกนำส่งโรงพยาบาลนพรัตน์ อาการปลอดภัยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนนายมณเทียร ให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุตนขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวมาจากบ้านพักย่านคู้บอน 25 เพื่อมารับยาบ้า 200 เม็ด และยาไอซ์ 40 กรัม จากนายตุ่น ไม่ทราบชื่อ สกุลจริง อายุประมาณ 30 ปี ที่พักอาศัยอยู่ในบ้านที่เกิดเหตุ เพื่อนำไปขายต่อให้เอเยนต์รายย่อยละแวกบ้านพัก แต่ระหว่างนั้นมีตำรวจบุกเข้ามาจับกุม ตนเองเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคู่อริจะเข้ามาทำร้าย จึงชักปืนยิงสวนไป 3 นัด และเกิดการชุลมุนกันขึ้น ก่อนที่ตนเองจะถูกจับกุมได้ ส่วนนายตุ่นได้พังฝาห้องกระโดดหนีไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6308</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.สงขลา, ดวลปืน, พ.ต.ท.พรชัย สุวรรณวงศ์, พ่อเลี้ยงตี๋, มณเทียร ปันโรคา, มาโนช วัดจินดา, ยาไอซ์, ส.ต.ท.ศราวุทธ นาคพันธ์, ส.ต.ท.สุเทพ บุญยืน, สภ.หาดใหญ่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180402/image_big_5ac238ba5b953.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
