<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14061</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2018 09:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2018 09:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สบน. แจงดอกเบี้ยขาขึ้นไม่สะเทือนแผนบริหารหนี้ประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สบน. ระบุไม่ห่วงดอกเบี้ยขาขึ้น-อัตราแลกเปลี่ยนผันผวนสะเทือนแผนบริหารหนี้ประเทศ แจงยิบปิดความเสี่ยงหมดแล้ว พร้อมจี้ อปท. จัดทำแผนกู้เงิน แผนบริหารหนี้ และสถานะหนี้คงค้างตาม พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังของรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภูมิศักดิ์ อรัญญาเกษมสุข ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า การบริหารหนี้สาธารณะท่ามกลางแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นนั้น ไม่มีความน่าเป็นห่วง เนื่องจากโครงสร้างหนี้สาธารณะมีสัดส่วนที่เป็นหนี้ระยะยาวถึง 90% ซึ่งในส่วนนี้ได้มีกำหนดอัตราดอกเบี้ยตายตัวไว้แล้ว ส่วนหนี้ระยะสั้นที่ใกล้จะครบกำหนดชำระมีเพียง 10% เท่านั้น ดังนั้นจึงเชื่อว่าจะไม่ได้รับผลกระทบจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การบริหารหนี้สาธารณะในภาวะที่อัตราแลกเปลี่ยนค่อนข้างผันผวนก็ไม่มีความน่าเป็นห่วงเช่นกัน เนื่องจากได้มีการปิดความเสี่ยงไว้หมดแล้ว โดยหนี้ต่างประเทศของรัฐบาลปัจจุบันมีอยู่ไม่ถึง 1% ของหนี้รัฐบาลทั้งหมดจำนวน 5.2 ล้านล้านบาท ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำ โดยข้อมูลล่าสุด ณ สิ้นเดือนพ.ค.2561 พบว่า รัฐบาลมีหนี้ต่างประเทศ 9.44 หมื่นล้านบาท โดยจำนวนหนี้ดังกล่าวได้มีการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไว้แล้ว 6.11 หมื่นล้านบาท และอีก 3.32 หมื่นล้านบาทยังไม่ได้มีการบริหารความเสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 ที่เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 20 เม.ย. ที่ผ่านมา ได้ให้คำนิยามของคำว่า &amp;quot;หน่วยงานรัฐ&amp;quot; ที่มีความกว้างขวางขึ้น ซึ่งจะครอบคลุมไปถึงหน่วยงานของรัฐสภาและหน่วยงานของศาล, องค์การมหาชน, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) รวมไปจนถึงกองทุนหมุนเวียน ซึ่งจะทำให้มีหน่วยงานที่จำเป็นต้องปฏิบัติภายใต้เงื่อนไขของกฎหมายใหม่นี้เพิ่มขึ้นเป็น 2.68 พันแห่ง จากเดิมที่มีเพียง 159 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในส่วนของ อปท.ทั่วประเทศนั้นจากนี้ไปหากจะมีการกู้เงินที่เป็นภาระต่องบประมาณในอนาคต ก็จำเป็นต้องจัดทำแผนการกู้เงิน การบริหารหนี้ รายงานการกู้เงินและสถานะหนี้คงค้าง เพื่อให้ สบน.ได้รับทราบและจัดทำเป็นรายงานการเงินรวมของภาครัฐ ที่จากนี้ต่อไปจะมีการแยกออกเป็นรายงานการเงินรวมของรัฐบาลและหน่วยงานรัฐ, รายงานการเงินรวมของรัฐวิสาหกิจ และรายงานการเงินรวมของ อปท. เพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใน 210 วันนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณ ก่อนที่จะมีการเปิดเผยต่อสาธารณชนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภูมิศักดิ์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบัน อปท.ทั่วประเทศมีหนี้คงค้างราว 2.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือว่าไม่ได้มากเมื่อเทียบกับจำนวนหนี้สาธารณะโดยรวมของประเทศ แต่ในอนาคตก็มีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากมีอำนาจในการกู้เงินได้มากขึ้น ซึ่งหาก อปท.แต่ละแห่งมีศักยภาพในการบริหารการใช้งบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ก็จะทำให้เกิดโครงการดีๆ ที่มีประโยชน์และส่งผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในแต่ละท้องถิ่นเองด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14061</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดอกเบี้ยขาขึ้น, ภูมิศักดิ์ อรัญญาเกษมสุข, สบน., สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ, หนี้สาธารณะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180725/image_big_5b57e39378503.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
