<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26111</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2019 07:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2019 07:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยึดทรัพย์นับพันล้านนายทุนเงินกู้ฉ้อโกง 4 จังหวัดอีสาน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ม.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา &amp;nbsp; 20.00 น. วันที่ 8 ม.ค.ที่หอประชุมชัยจินดา ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ &amp;nbsp;พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ &amp;nbsp;หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) และศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปฉช.ตร.) , พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ &amp;nbsp;ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค &amp;nbsp;3, พล.ต.ต.กฤษกร &amp;nbsp;พลีธัญญวงศ์ รอง ผบช.สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, พล.ต.ต.วัชรินทร์ &amp;nbsp;บุญคง ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.นครราชสีมา, พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์สุเมธ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สุรินทร์, พล.ต.ต.วีรพล เจริญศิริ &amp;nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.บุรีรัมย์ &amp;nbsp;, นายกฤษฎา แก้วสองเมือง รองผู้ว่าราชการ จ.บุรีรัมย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ &amp;nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ &amp;nbsp;และหน่วยทหารในพื้นที่ แถลงข่าวการดำเนินการภายใต้ยุทธการ&amp;ldquo;ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองน่าอยู่&amp;rdquo;ครั้งที่ 24 ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 3 และภาค 4 เมื่อวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา ในพื้นที่ 4 จังหวัด มี จ.นครราชสีมา, บุรีรัมย์, สุรินทร์ และ จ.ขอนแก่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 7 รายในข้อหา &amp;ldquo;ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด&amp;rdquo;ประกอบด้วย นางสุภาภรณ์ นพวิชัย, น.ส.พรรณวิภา นพวิชัย, นายวิวัฒน์ เกตตะโกมล, นางเมธี กัลป์เจริญศรี, น.ส.ศิริอร รัตนมงคลกุล, นายพรชัย ศรีสุริยันโยธิน และ น.ส.ผาวรินทร์ จรัสบวรพันธุ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยตรวจยึดและอายัดทรัพย์สิน ผู้ต้องหามูลค่า 130 ล้านบาท ประกอบด้วย อาคารพาณิชย์ และตึกแถว จำนวน 9 คูหา, บ้านพร้อมที่ดินจำนวน 3 หลัง, เงินสด 900,000บาท, ที่ดินเนื้อที่ 300 ไร่, รีสอร์ท &amp;nbsp;27 &amp;nbsp;หลัง, รถยนต์กระบะ &amp;nbsp;3 คัน, ตรวจยึดโฉนดที่ดิน &amp;nbsp;774 ฉบับ เนื้อที่รวม 1,506 ไร่ 2 งาน 87 ตารางวา &amp;nbsp;รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดและอายัดในครั้งนี้ทั้งสิ้น 1,634.5 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของ จ.บุรีรัมย์ ได้เข้าทำการตรวจค้นในพื้นที่ อ.เมืองบุรีรัมย์ 4 จุด, อ.นางรอง 6 จุด, อ.โนนดินแดง 2 จุด และ อ.กระสัง 1 จุด ผลการตรวจค้นสามารถยึด/อายัดทรัพย์สินมูลค่า 40 ล้านบาท ยึดโฉนดที่ดินจำนวน 271 ฉบับ จำนวนเนื้อที่ 580 ไร่ คิดเป็นมูลค่า 542 ล้านบาท และจับกุมผู้ต้องหา 4 รายในข้อหา &amp;ldquo;ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ &amp;nbsp;กล่าวว่า ตามนโยบายของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำหนดให้ปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของพี่น้องประชาชนเป็นวาระแห่งชาติ จึงสั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องร่วมกันบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล และดำเนินการราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบอย่างจริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ &amp;nbsp;กล่าวต่อว่าการดำเนินการจับกุมกลุ่มนายทุนในครั้งนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองและไม่ได้กลั่นแกล้งใคร &amp;nbsp;เป็นการดำเนินการตามกฎหมายอย่างเท่าเทียม หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะแถลงข่าวได้มีประชาชนที่ได้รับการช่วยเหลือ &amp;nbsp;มามอบดอกไม้ขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ให้การช่วยเหลือด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26111</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองน่าอยู่, ดอกเบี้ยโหด, ปล่อยกู้นอกระบบ, พล.ต.ท.สุรเชษฐ์  หักพาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190109/image_big_5c353ba83739a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14786</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2018 12:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2018 12:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> จับผัวเมียเปิดโรงจำนำเถื่อนฟันดอกเบี้ยโหด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ช่องเม็ก รวบสองสามีภรรยาเปิดโรงจำนำเถื่อนฟันดอกเบี้ยโหดพร้อมโฉนดอื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;6ส.ค.61-เมื่อเวลา 11.00 น. พ.ต.อ.บุรภัช บุรีภักดี ผกก.สภ.ช่องเม็ก นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวน สภ.ช่องเม็ก เข้าตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 147 ม.11 บ้านโนนสมบูรณ์ ต.โนนก่อ อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี หลังสืบทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวได้เปิดเป็นสถานรับจำนำโดยไม่ได้รับอนุญาต และยังเปิดกิจการเครดิตฟองซิเอร์ ให้กู้ยืมเงินโดยคิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยไม่ได้รับอนุญาต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตรวจค้นพบนายชัยนคร บุญสาง อายุ 55 ที่อยู่ 147 ม.11 ต.โนนก่อ อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี และนางโฉมยงค์ บุญสาง &amp;nbsp;อายุ 48 ปี ที่อยู่ 147 ม.11 ต.โนนก่อ อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี ทั้งสองเป็นสามีภรรยา แสดงตัวเป็นเจ้าของบ้าน จากการตรวจค้นพบเอกสารโฉนดที่ดินฉบับจริงจำนวนกว่า 30 ใบ สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารต่างๆรวมถึงธนาคาร ธกส.ของบุคคลอื่นอีก จำนวน 15 เล่ม พร้อมสัญญาเงินกู้ที่มีการลงนามระหว่างผู้กู้และผู้ให้กู้อีกจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองรายให้การรับสารภาพว่าได้เปิดให้ชาวบ้านนำทรัพย์สินมาจำนำทั้งโฉนดที่ดิน ทะทะเบียนรถต่างๆ และปล่อยเงินกู้ที่คิดอัตราดอกเบี้ยตั้งแต่ร้อยละ 10 &amp;ndash; 20 และยังปล่อยกู้ในลักษณ์ของเครดิตฟองซิเอร์ ของบริษัทเครดิตฟอฃซิเอร์ ที่รับฝากเงินหรือรับเงินจากประชาชนที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถาม หรือเมื่อครบกำหนดระยะเวลา และให้สินเชื่อ ให้กู้ยืมเงิน โดยมีเงื่อนไขการรับจำนองอสังหาริมทรัพย์ และรับซื้ออสังหาริมทรัพย์โดยวิธีขายฝากเท่านั้น โดยในการประกอบกิจการดังกล่าวผู้ต้องหาไม่ได้รับอนุญาต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จึงควบคุมตัวและแจ้งข้อหาว่าประกอบกิจการสินเชื่อโดยไม่ได้รับอนุญาต,ให้กู้ยืมเงินโดยคิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด,ตั้งโรงรับจำนำโดยไม่ได้รับอนุญาต,ประกอบกิจการเครดิตฟองซิเอร์(กิจการรับซื้อขายฝากให้กู้ยืมเงิน โดยวิธีรับจำนอง จำนำ ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์)โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมได้ยึดรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า &amp;nbsp;1 คัน หมายเลขทะเบียน &amp;nbsp; บท 3966 ศรีสะเกษ ตาม พรบ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน จึงนำผู้ต้องหาทั้งสองพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวนดำเนิคดีตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14786</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่องแม็ก, ดอกเบี้ยโหด, สภ.ช่องแม็ก, เครดิตฟองซิเอร์, โรงจำนำเถื่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180806/image_big_5b67dff4c9e4b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1954</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2018 13:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2018 13:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบแขกอินเดียปล่อยกู้ดอกโหด ผงะ!คนไทยเป็นลูกหนี้นับพันราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29&amp;nbsp;ม.ค.61 -&amp;nbsp; ที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์&amp;nbsp; หักพาล รอง ผบช.ทท. พล.ต.ต. ประเสริฐ เงินยวง พ.ต.อ. นิติธร จิตกานนท์ รอง ผบก.สปพ.พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1 ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนาย ซานโตส และนายคูมา&amp;nbsp; ยาเดฟ&amp;nbsp;&amp;nbsp;สัญชาติชาวอินเดีย ร่วมกันปล่อยเงินกู้เรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่ากฎหมายกำหนด โดยจับกุมได้ที่บริเวณหน้าร้านขายของชำ ไม่มีเลขที่ตรงข้าม ซี วันแมนชั่น ถนนสุขุมวิท 50 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร พร้อมของกลาง สมุดจดบันทึกและกระดาษจดรายชื่อผู้ที่กู้เงินและเงินสดจำนวน 4,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ รอง ผบช.ทท.เปิดเผยว่า ซานโตส เป็นผู้มีอิทธิพล ปล่อยเงินกู้โดยเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ส่วนใหญ่เป็นพ่อค้าแม่ค้าย่านสุขุมวิท ซอยนานา ตรวจสอบในสมุดบัญชีพบมีลูกหนี้กว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;ราย &amp;nbsp;นอกจากนั้นยังมีเครือข่ายชาวอินเดีย เข้ามาอาศัยในประเทศไทยทำความผิดในสนามปล่อยเงินกู้อยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งเรื่องนี้กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวจะได้มีการสืบสวนจับกุม จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คนให้การรับสารภาพว่าได้ปล่อยเงินกู้และเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฏหมายกำหนดจริง จึงแจ้งข้อกล่าวหาว่า ปล่อยเงินกู้เงินเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด นำตัวส่งพนกงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1954</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดอกเบี้ยโหด, ปล่อยเงินกู้, อาชญากรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180129/image_big_5a6ebfa859156.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
