<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>31745</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2019 18:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2019 18:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นัดถกซีพีอีกรอบ 28 มี.ค.2562นี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซีพี ลุยต่อยอมถอนข้อเสนอขัดต่อรัฐ โครงการรถไฟเชื่อมสามสนามบิน รฟท.นัดถก 28 มี.ค.นี้ คาดสรุปก่อนสงกรานต์ ฟุ้งเจรจาภาพรวมคืบหน้า80% ออกตัวเลือกตั้งไม่กระทบรัฐบาลไม่มีประวัติล้มโครงการ ประเทศมีวินัยการคลังสูงมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มี.ค.62-นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง เชื่อม3สนามบิน(ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา)งบประมาณ &amp;nbsp;2.24 แสนล้านบาท กับ กิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด (ซี.พี.) และพันธมิตร หรือกลุ่มซีพี &amp;nbsp;ว่าหลังจากได้เชิญทางซีพีมาหารือการเจรจาร่างสัญญาต่อผลการเจรจาเป็นไปได้ด้วยดี มีแนวโน้มที่ดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สำหรับเงื่อนไขที่ทางคณะกรรมการฯไม่สามารถรับได้ จำนวน12ข้อ แบ่งเป็น3 กลุ่มได้แก่ กลุ่มแรกเงื่อนไขเวลา กลุ่มที่2 ด้านเงิน กลุ่มที่3 เรื่องข้อความคำพูดที่ระบุเฉพาะเจาะจงรัฐมากเกินไป เช่นการย้ายสถานีการทำสเปอร์ไลน์ เป็นต้น ซึ่งส่วนทางซีพียอมผ่อนคลาย 8 ข้อหลักๆ โดยยอมปรับคำพูดที่อาจนะตีกรอบรัฐมากเกินไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ซีพี ยังได้มีการชี้แจ้งด้านเงื่อนไขเวลา ที่ทางรัฐเข้าใจผิด คือสัปทาน99ปี &amp;nbsp;นั้น คลาดเคลื่อน ในความเป็นจริงแล้วซีพียอมรับเงื่อนไขสัปทาน50ปี แต่หากในอนาคตได้มีการดำเนินธุรกิจครบสัปทานแล้ว หากรัฐจะดำเนินกิจการต่อก็สามารถคุยกับทางซีพีรับสัปทานต่อได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวุฒิกล่าวต่อว่าส่วนเงื่อนไข3-4ข้อ&amp;nbsp;
นั้นเป็นเรื่องของด้านการเงินที่ทางซีพีต้องเจรจากับแบงค์เกอร์3 สถาบัน ไทย จีน และญี่ปุ่น เรื่องการกู้เงินมาดำเนินโครงการ โดยทางซีพีรับปากว่าจะเจรจาอย่างเร็วภายในอาทิตย์นี้ และช้าสุดภายในต้นอาทิตย์หน้า โดยคณะกรรมการฯจะมีนัดประชุมภายในวันที่28 มี.ค.นี้ มั่นใจได้ข้อสรุปก่อนสงกรานต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แต่ทางซีพียังเจรจากับทางสถานบันการเงินไม่จบก็สามารถเลื่อนเจรจาก็ได้ &amp;nbsp;ซึ่งทิศทางการเจรจาเป็นไปได้ด้วยดีแล้ว ซึ่งภาพรวมการเจรจาคืบหน้าไป 70-80% โดยตั้งเป้าจะเจรจาจบก่อนสงกรานต์ จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติต่อไป &amp;ldquo;นายวรวุฒิ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวุฒิกล่าวต่อว่าส่วนกรณีที่ทางเอกชนไม่มั่นใจในการดำเนินโครงการ หลังจากเลือกตั้งนั้นซึ่งทางรถไฟฯได้ยืนยันกับทางเอกชนว่า ทางรัฐบาลเดินหน้าทำโครงการจริงๆ และรัฐบาลไทยไม่เคยมีประวัติล้มโครงการของประเทศ &amp;nbsp;และไทยเป็นประเทศที่มีวินัยการคลังสูงมาก อย่างเคร่งครัด มันเป็นเรื่องจริงพิสูจน์ได้ เทียบกับประเทศอื่น ขณะเดียวกันภาครัฐก็ไม่มีนโยบายที่จะทำเส้นทางรถไฟความเร็วสูงมาแข่งขันในเส้นทางเดียวกันด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31745</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), ซีพี, ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา, รถไฟ, รถไฟความเร็วสูง, รฟท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190319/image_big_5c90cfb367abd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14668</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2018 08:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2018 08:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กบอ.เคาะขยายระยะทางรถไฟฟ้าเชื่อม 3 สนามบินไปถึงระยอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กบอ.ไฟเขียวศึกษาขยายเส้นทางรถไฟฟ้าเชื่อม 3 สนามบิน จากเดิมสิ้นสุดที่สนามบินอู่ตะเภา ขยายไปอีก 30 ก.ม.ต่อไปสิ้นสุดที่ระยอง เตรียมเสนอนายกฯเคาะ10ส.ค.นี้

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบริหารการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(กบอ.) ว่า&amp;nbsp; กบอ.รับทราบตามที่การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)จะเดินหน้าศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายเส้นทางรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินออกไปอีก 30 กม.ต่อจากเดิมสิ้นสุดสถานีท่าอากาศยานนานานชาติอู่ตะเภาออกไปยังระยอง

อย่างไรก็ตามการดำเนินการดังกล่าวใช้ระยะเวลาศึกษาความเป็นไปได้ 17 เดือนนับจากนี้ไป&amp;nbsp; และกบอ.จะนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกชุดใหญ่ ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในวันที่ 10 สิงหาคมนี้ และหากได้รับความเห็นชอบ ก็จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เพื่ออนุมัติของบประมาณใช้สำหรับการลงทุนส่วนต่อขยายเพิ่มเติมต่อไป

&amp;quot;ส่วนต่อขยาย 30 กม.จากท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภาไปยังระยอง จะเป็นสัญญาใหม่ในลักษณะแบบรถไฟฟ้าบีทีเอสส่วนต่อขยาย มูลค่าก่อสร้างจะเพิ่มขึ้นหลักหมื่นล้านบาท ซึ่ง รฟท.ตั้งเป้า ก่อสร้างเสร็จในปี 2567&amp;nbsp; ซึ่งเสร็จภายหลังจากสถานีอู่ตะเภา 1 ปี &amp;quot;นายกรอบศักดิ์ กล่าว

นอกจากนี้&amp;nbsp; โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน&amp;nbsp; ยังได้พิจารณาปรับเส้นทางใหม่อีกด้วย จากเดิมวิ่งผ่านใจกลางนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เส้นทางจะปรับใหม่ ไม่วิ่งผ่าเข้าไปใจกลางนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดอีกต่อไป แต่จะปรับเส้นทางให้วิ่งอ้อม เพื่อป้องกันไม่ให้มีผลกระทบทั้งนิคมอุตสาหกรรมและตัวรถไฟฟ้าเองในกรณีเกิดปัญหาขึ้น การปรับเส้นทางใหม่จะต้องเวนคืนที่ดินเพิ่มเติมบ้างแต่ไม่มากนัก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14668</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอบศักดิ์ ภูตระกูล, จังหวัดระยอง, ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา, รถไฟเชื่อมสามสนามบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180409/image_big_5acb3230ba957.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13936</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2018 16:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2018 16:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท.เปิดชี้แจงข้อมูลรถไฟเชื่อม3สนามบิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รฟท.เปิดชี้แจงโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินวันแรกเอกชนที่ซื้อซองเอกสาร มากันครบทุกราย กำหนดรับซองข้อเสนอในวันที่ 12 พ.ย.นี้ พร้อมพาผู้ซื้อซองลงพื้นที่ก่อสร้างจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23ก.ค.61 นายวรวุฒิ มาลา รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมชี้แจงโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ดอนเมือง &amp;ndash; สุวรรณภูมิ &amp;ndash; อู่ตะเภาเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) &amp;nbsp;ครั้งที่ 1 เพื่อให้ข้อมูลโครงการ และเปิดเวทีให้ผู้ซื้อเอกสารได้ซักถามข้อสงสัยต่างๆ เกี่ยวกับการลงทุนและข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ โดยมีเอกชนผู้ซื้อเอกสารทั้ง 31 ราย ว่า วันนี้มีเอกชนผู้ซื้อเอกสารทั้ง 31 ราย มารับฟังรายละเอียดต่างๆคาดว่าหลังจากกำหนดรับซองข้อเสนอในวันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน อาจมีการรวมกลุ่มประมาณ 3-4 กลุ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามส่วนการส่งมอบพื้นที่ในจังหวัดฉะเชิงเทราซึ่งเป็นพื้นที่ตัวสถานีอยู่ในอำเภอเมืองและอำเภอบางน้ำเปรี้ยวกว่า 300 ไร่ ภายใต้งบประมาณ 3 พันล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนเพื่อก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง เชื่อม 3 สนามบินคาดว่า จะเริ่มส่งมอบพื้นที่ทั้งหมดให้กับเอกชนเริ่มก่อสร้าง ภายในต้นปี 2562 ส่วนพื้นที่บริเวณสถานีมะกะสัน จำนวน 150 ไร่ คาดว่าจะสามารถส่งมอบพื้นที่ได้ครบภายใน 5 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ภายหลังการประชุมการรถไฟฯ จะนำผู้แทนบริษัทเอกชนที่ซื้อเอกสารทั้ง 31 ราย ลงพื้นที่เพื่อชมสถานที่ก่อสร้างโครงการฯ เช่น การก่อสร้างร่วมกับโครงการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต การจัดการพื้นที่ของสถานีกลางบางซื่อ รองรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน เพื่อให้เห็นรูปแบบการเดินทางอย่างเป็นระบบ อย่างไรก็ตามตั้งเป้าไว้ว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในปี 2567&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับโครงการดังกล่าวเป็นระบบขนส่งมวลชนทางรางระบบหลักเชื่อมโยงการเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังพื้นที่ EEC และเชื่อมโยงการเดินทางของผู้โดยสารสามท่าอากาศยานเข้าสู่พื้นที่เศรษฐกิจ พื้นที่ท่องเที่ยว ให้เดินทางถึงกันได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ในเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง ตอบสนองความต้องการในการเดินทางที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเชื่อมโยงกับการคมนาคมขนส่งทางถนน และทางเรือได้อย่างครอบคลุม ส่งผลให้ระบบการขนส่งมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคเอเชีย &amp;ndash; แปซิฟิก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13936</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา, รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน, รฟท., อีอีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180723/image_big_5b559bb0e7f43.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5920</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2018 19:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2018 19:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม. สั่งลุยโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ค่าบริการไม่เกิน 330 บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครม. ไฟเขียวโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) เคาะกรอบวงเงินที่รัฐร่วมลงทุน 1.19 แสนล้านบาท โยนเอกชนลงทุนโยธา บำรุงรถไฟ บริหารพัฒนาพื้นที่ ซ่อมบำรุงและจัดเก็บค่าโดยสาร ขีดเส้นร่วมลงทุน 50 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรรภูมิ-อู่ตะเภา) ซึ่งถือเป็นโครงการที่ช่วยสนับสนุนภาพลักษณ์ของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น โดยอนุมัติให้ดำเนินโครงการดังกล่าวในรูปแบบพีพีพี เน็ตคอสต์ (PPP NetCost) คือภาครัฐเป็นผู้ลงทุนค่างานจัดสรรกรรมสิทธิ์ที่ดิน ส่วนภาคเอกชนลงทุนค่าโยธา ค่างานบำรุงรถไฟ และขบวนรถไฟ ค่าบริการพัฒนาพื้นที่เพื่อสนับสนุนบริการรถไฟฟ้าและบริการผู้โดยสาร รวมถึงค่าจ้างที่ปรึกษาโครงการ การบริหาร ซ่อมบำรุง รวมทั้งให้เอกชนจัดเก็บค่าโดยสารและรับความเสี่ยงจากจำนวนผู้โดยสาร รวมถึงจัดเก็บรายได้จากการพัฒนาพื้นที่โครงการ โดยมีระยะเวลาลงทุนร่วมกับภาครัฐ 50 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังอนุมัติให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มีอำนาจร่วมลงทุนกับเอกชนที่ได้รับการคัดเลือก พร้อมทั้งอนุมัติค่างานที่เกี่ยวข้องกับกรรมสิทธิ์ที่ดินและค่าสำรวจอสังหาริมทรัพย์ในโครงการรถไฟความเร็วสูงดังกล่าว วงเงิน 3.57 พันล้านบาท พร้อมทั้งอนุมัติกรอบวงเงินที่รัฐบาลจะร่วมลงทุนที่ 1.19 แสนล้านบาท โดยตัวเลขดังกล่าวเป็นมูลค่าปัจจุบัน ซึ่งรัฐบาลจะทยอยจ่ายให้เอกชนเป็นรายปี ระยะเวลา 10 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยังเห็นชอบให้รัฐบาลรับภาระหนี้โครงการโครงสร้างพื้นฐานแอร์พอร์ตเรียลลิ้งค์ ของ รฟท. วงเงิน 2.25 หมื่นล้านบาท พร้อมทั้งกำหนดให้พื้นที่โครงการรถไฟความเร็วสูง ตั้งแต่ดอกเมือง ถึงสุดเขตกรุงเทพมหานคร และสุวรรณภูมิซึ่งเดิมเป็นพื้นที่นอกอีอีซี ให้เป็นพื้นที่อีอีซีเพิ่มเติม และมอบหมายให้กระทรวงคมนาคม กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ รฟท. และคณะกรรมการอีอีซี รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการในส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) นั้น จะวิ่งด้วยความเร็วสูงที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยเฉลี่ยจากสนามบินอู่ตะเภาเข้ากรุงเทพมหานคร คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 45 นาที โดยจะมีสถานีบริการทั้งสิ้น 5 สถานี ได้แก่ สถานีฉะเชิงเทรา สถานีชลบุรี สถานีศรีราชา สถานีพัทยา และสิ้นสุดที่สนามบินอู่ตะเภา ซึ่งโครงการดังกล่าวจะทำให้พื้นที่รอบบริเวณมีการพัฒนามากยิ่งขึ้น และจะทำให้มีการเชื่อมโยงพื้นที่ไปสู่จังหวัดระยอง จันทบุรี และตราดอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผลการวิเคราะห์อัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ (EIRR) พบว่า โครงการดังกล่าวใช้เงินลงทุนทั้งสิ้น 7 แสนล้านบาท โดยแบ่งเป็น ในช่วง 50 ปีแรก 4 แสนล้านบาท และ 50 ปีถัดมา 3 แสนล้านบาท แต่จะมีผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นจากมูลค่าที่เพิ่มสูงขึ้นของสนามบินอู่ตะเภา รวมถึงทำให้ลดการใช้น้ำมัน ลดเวลาการเดินทางลดมลพิษ และยังมีผลตอบแทนจากการพัฒนาพื้นที่และเศรษฐกิจตลอดเส้นทาง ความเจริญรอบสถานีรถไฟ การจ้างงาน การใช้ปัจจัยการผลิตในประเทศ และภาษีที่คาดว่าจะเก็บได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย&amp;rdquo; นายณัฐพร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐพร กล่าวอีกว่า โครงการดังกล่าวยังรวมไปถึงการพัฒนาที่ดินบริเวณมักกะสันและศรีราชา รวมถึงจะรวมเอาโครงการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรียลลิ้งเข้าเป็นชิ้นเดียวกันอีกด้วย โดยในส่วนของขบวนรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรียลลิ้งที่จอดให้บริการทุกสถานีจะยังคงวิ่งให้บริการเหมือนเดิม โดยเป็นการใช้รางเดียวกับรถไฟความเร็วสูง แต่จะมีการให้บริการที่ถี่ขึ้น คือ 10 นาทีต่อ 1 ขบวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับอัตราค่าบริการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) เริ่มต้นที่สถานีมักกะสัน-สถานีพัทยา ค่าบริการอยู่ที่ 270 บาท และสถานีมักกะสัน-สนามบินอู่ตะเภา อยู่ที่ 330 บาท โดยหลังจากนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบจะทำการร่างทีโออาร์และสรรหาผู้ประมูล หลังจากนั้นจะมีการเสนอให้ที่ประชุม ครม. พิจารณาอีกครั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5920</URL_LINK>
                <HASHTAG>PPP, ครม., ณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์, ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา, ดอนเมือง-สุวรรรภูมิ-อู่ตะเภา, รถไฟ, รถไฟความเร็วสูง, รถไฟเชื่อมสามสนามบิน, รฟท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180227/image_big_5a95554e41b1f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
