<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43174</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2019 22:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2019 09:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดอยตุง&#039; ชนะ &#039;สงครามขยะ&#039; สู้ต่อลด&#039;ก๊าซเรือนกระจก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;การคัดแยกขยะอย่างถูกต้อง 6 ชนิด ภายในศูนย์จัดการขยะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ความสำเร็จของแหล่งท่องเที่ยวมักวัดด้วยรายได้&amp;nbsp; ปริมาณนักท่องเที่ยว หรือการขยายพื้นที่ให้ใหญ่โตมากขึ้น แต่สำหรับ โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เชียงราย มีสถานที่สำคัญอย่างพระตำหนักดอยตุง สวนแม่ฟ้าหลวง ศูนย์รวมช่างฝีมือท้องถิ่นทอผ้า ช้อนกระดาษสา ปั้นเซรามิก และคั่วกาแฟ จนกระทั่งดอยตุง ลอดจ์ ที่พักบนดอยตุง พร้อมใจกันสร้างขยะให้น้อยลง ยึดแนวทางใช้น้อยและปล่อยน้อย แล้วยังมีการจัดการขยะแบบไม่มีขยะสู่บ่อฝังกลบ หรือ Zero Waste to Land Fill ที่จะไม่สร้างขยะใหม่ๆ และหมุนเวียนนำทรัพยากรกลับมาใช้ ปัจจุบันดอยตุงประสบผลสำเร็จ ไม่มีอะไรหลงเหลือจนเป็นขยะได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ดอยตุงไม่มีขยะสู่บ่อฝังกลบ คัดแยก เพิ่มมูลค่า ขายได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไอเดีย Zero Waste to Land Fill บนดอยตุงนี้ ทำให้เกิดศูนย์จัดการขยะอย่างศูนย์จัดการขยะและสำนักงานสิ่งแวดล้อม ที่รับขยะจากโครงการพัฒนาดอยตุงฯ ที่แยกขยะจากต้นทางมาส่วนหนึ่งแล้ว มาคัดแยกต่อที่ปลายทางให้ถูกต้องตรงตามการใช้ประโยชน์ต่างๆ มี 6 ชนิด ขยะย่อยสลายได้อย่างเศษอาหาร เศษผัก ขยะขายได้อย่างแก้ว-จานพลาสติก กระดาษ ขยะเปื้อน เช่น ถุงพลาสติกเปื้อนแกง ขยะพลังงานอย่างเศษด้าย กะลาแมคคาเดเมีย&amp;nbsp; ขยะอันตรายจำพวกกระป่องสเปรย์ แบตเตอรี่ กระทั่งขยะห้องน้ำ เช่น ทิชชู่ ผ้าอนามัย ผ้าอ้อม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภายในศูนย์ยังมีห้องเก็บขยะขายได้ เครื่องอัดพลาสติก ห้องเก็บขยะอันตราย และเครื่องบดย่อยหลอดไฟด้วย ซึ่งมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ พาเยี่ยมชมศูนย์จัดการขยะดังกล่าวเมื่อวันก่อนในโอกาสมูลนิธิจัดงานสัมมนาประจำปี 2562 ของอุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง (ไร่แม่ฟ้าหลวง) หัวข้อ &amp;quot;สิ่งแวดล้อมเชียงราย การแก้ไขปัญหาสู่ความยั่งยืน&amp;quot; ศูนย์จัดการขยะสร้างแรงบันดาลใจและทำให้หลายๆ คนมองเห็นความเป็นไปได้ที่จะลดขยะให้เหลือศูนย์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ดร.ธนพงศ์ ดวงมณี ผู้บริหารศูนย์เรียนรู้ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ธนพงศ์ ดวงมณี วิศวกรอาวุโสด้านสิ่งแวดล้อม มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ผู้บริหารศูนย์เรียนรู้ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ขยะเป็นประเด็นใหญ่ของดอยตุง เพราะเรามีส่วนสำนักงาน โรงงาน 8 โรง ห้องอาหาร และส่วนท่องเที่ยว ร้านกาแฟ มีพนักงาน 1,500 คน ยังไม่รวมนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาบนดอยตุงปีละกว่า 6 แสนคน&amp;nbsp;&amp;nbsp; มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เป็นองค์กรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมีนโยบายด้านจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง ทั้งแนวคิดขยะเหลือศูนย์ ลดและงดใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง และจัดการขยะแบบไม่มีขยะสู่บ่อฝังกลบตามแนวคิดธุรกิจหมุนเวียน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมของ ดร.ธนพงศ์ สะท้อนภาพความล้มเหลวจัดการขยะไทย เนื่องจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 7,782 แห่ง ในประเทศไทย มีเพียง 50% มีบริการเก็บขยะ และมี 740 แห่งที่จัดการถูกต้อง มีเตาเผากำจัดมลพิษ ระบบคัดแยก และฝังกลบถูกต้อง&amp;nbsp; ส่วนสถานการณ์ขยะเชียงราย ปัจจุบันมีขยะ 4 แสนตันต่อปี อปท.ที่มีระบบจัดการขยะแค่ 50 แห่ง จาก 143 แห่ง ที่เหลือเทกองแบบเปิด 26 แห่ง เตาเผาไม่ถูกต้อง 2 แห่ง และไม่ได้จัดการอะไรเลยถึง 93 แห่ง ส่วนปริมาณขยะบนดอยตุง 114 ตันต่อปี ข้อมูลปี 61&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot; บ่อฝังกลบเทศบาลตำบลห้วยไคร้พื้นที่ 90 ไร่ เป็น 1 ใน 3 บ่อที่ถูกหลักสุขาภิบาล บ่อนี้รับขยะจาก 3 หน่วยงาน คือ โครงการพัฒนาดอยตุงฯ อบต.แม่ฟ้าหลวง และเทศบาลตำบลห้วยไคร้ บ่อฝังกลบเต็มแล้วเต็มอีก เกินความสามารถรองรับการกำจัดขยะ 20-30% มีปัญหาประสิทธิภาพของระบบด้วย การหาบ่อฝังกลบแห่งใหม่ไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จึงเริ่มโครงการจัดการขยะแบบไม่มีขยะสู่บ่อฝังกลบ ทำตั้งแต่ปี 55 ปริมาณขยะที่ไปบ่อฝังกลบลดลงเรื่อยๆ แต่ติดที่ขยะเปื้อน 11% ถุงพลาสติกมีอาหารค้างในถุง เดิมเข้าหลุมฝังกลบหมด แต่เมื่อนำมาล้างในเครื่องล้างขยะ แล้วไปปั่นแห้ง เอาไปอัดเป็นก้อนไปขายต่อ ทำให้ปี 61 ไม่มีขยะบนดอยตุงสู่บ่อฝังกลบนี้อีกเลย พิชิตเป้าหมายสำเร็จ จะขยายผลวิธีนี้ให้กับหน่วยงานอื่นๆ ที่สนใจด้วย&amp;quot; ดร.ธนพงศ์&amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ขยะเปื้อนจัดการด้วยเครื่องล้างขยะ ก่อนนำไปปั่นแห้ง อัดเป็นก้อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการต่อ ผู้บริหารศูนย์เรียนรู้ฯ ระบุว่า ต้องลดค่าใช้จ่ายจัดการขยะให้น้อยกว่า 500 บาทต่อตัน ปัจจุบันวิธีนี้ยังแพงอยู่ที่ 2,000 บาทต่อตัน แต่มีประโยชน์กว่า เปลี่ยนขยะเป็นเงิน ไม่ก่อมลพิษ และพัฒนาขยะเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงจะเพิ่มการแยกขยะจากต้นทางจาก 80% เป็น 100% ให้ได้ ปัจจุบันมีปัญหาในกลุ่มนักท่องเที่ยวไม่คัดแยกขยะครึ่งต่อครึ่ง ต้องพยายามแก้ปัญหานี้ให้ได้ เพื่อเป็นต้นแบบจัดการขยะที่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากลดขยะแล้ว ดอยตุงยังเดินหน้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่ากับศูนย์ ดร.ธนพงศ์เผยว่า มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ สามารถลดความเข้มของการใช้พลังงานร้อยละ 36 และเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นร้อยละ 4.5 ในปี 61 โดยมีเป้าหมายจะเป็นองค์กรปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ในปีหน้า มีโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER) ในพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุงฯ เป็นความร่วมมือของพนักงานและชาวบ้านในพื้นที่ ปลูกและฟื้นฟูป่าช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอน ถ้านำปริมาณลดก๊าซ ที่เรียกว่าคาร์บอนเครดิต ไปขายในตลาด จะมีรายได้กลับคืนมา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เครื่องปั่นแห้งภายในศูนย์จัดการขยะ จ.เชียงราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนการใช้พลังงานทดแทนที่ดอยตุงก็เป็นต้นแบบ ผู้บริหารศูนย์หัวใจสีเขียวให้ข้อมูลว่า ที่นี่มีการใช้กะลาหรือเปลือกของแมคคาเดเมียเป็นเชื้อเพลิงต้มน้ำร้อนของโรงงานกระดาษสาและโรงงานย้อมสี ลดใช้ LPG ได้ 55% ประหยัดเงินกว่า 4 แสนบาท ทั้งยังผลิตซินแก๊สจากถ่านไม้ไผ่แห้ง ใช้โซลาร์เซลล์ที่หอแห่งแรงบันดาลใจและ 52 ไร่&amp;nbsp; มีปั๊มน้ำโซลาร์เซลล์เพื่อการเกษตร ตลอดจนสร้างโรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ ไบโอแก๊สจากน้ำเสียจากการแปรรูปกาแฟ ซึ่งกาแฟเป็นพืชเศรษฐกิจที่ส่งเสริมให้ชาวเขาปลูกทดแทนฝิ่น กระบวนการผลิตกาแฟต้องมีความยั่งยืนและปกป้องสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เยี่ยมชมระบบบำบัดน้ำเสียต้นแบบมาจากโครงการแหลมผักเบี้ยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ภายในศูนย์จัดการขยะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากดอยตุงสู่ศาลาแก้ว อุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง หรือที่เรียกว่า &amp;quot;ไร่แม่ฟ้าหลวง&amp;quot; สถานที่จัดงานสัมมนา &amp;quot;สิ่งแวดล้อมเชียงราย การแก้ไขปัญหาสู่ความยั่งยืน&amp;quot; เวทีนี้เป็นความตั้งใจของอาจารย์นคร พงค์น้อย กรรมการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และผู้อำนวยการอุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง เพื่อระดมแนวคิดและสร้างความตระหนักรู้ปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องไกลตัว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สัมมนา&amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งแวดล้อมเชียงราย การแก้ไขปัญหาสู่ความยั่งยืน&amp;quot; ที่ไร่แม่ฟ้าหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วงเสวนาฉายภาพเชียงรายขยะเกลื่อนเมือง หมอกควันพิษ จนถึงเรื่องฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 มหันตภัยใกล้ตัว โดยมีวิทยากรจากภาคส่วนต่างๆ อย่างอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ, วิทิตนันท์ โรจนพานิช นักปีนเขาไทยที่พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม,&amp;nbsp; อาจารย์ ดร.ปเนต มโนมัยวิบูลย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควันในประเทศและภูมิภาค และ พญ.วรรัตน์ อิ่มสงวน อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินหายใจ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ ร่วมพูดคุย ขณะที่ ดร.ธนพงศ์ ดวงมณี ถอดบทเรียนการจัดการขยะบนดอยตุงให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้รับฟังด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาจารย์ ดร.ปเนต มโนมัยวิบูลย์ กล่าวว่า เชียงรายที่เห็นนอกจากปัญหาขยะ ประชาชนยังเป็นผู้ประสบภัยหมอกควัน เป็นปัญหาใหญ่มาก พบว่าอายุเฉลี่ยของชาวเชียงรายสั้นกว่าที่ควรจะเป็น 4 ปี เพราะได้รับผลกระทบจากการสูด PM 2.5 เข้าปอด ปัจจุบันมีประชากรกลุ่มเสี่ยงกว่า 2 แสนราย ทั้งเด็ก สตรีมีครรภ์ และผู้สูงอายุ สถานการณ์หมอกควันเชียงรายปีนี้วิกฤติมาก เดิมฟ้าหม่นหนึ่งเดือน แต่ปี 62 โดนรมควันตั้งแต่วันที่ 11 ม.ค.ถึง 31 พ.ค. ไม่มีวันไหนเกณฑ์คุณภาพอากาศเป็นสีเขียว จะมีมาตรการอย่างไรไม่ให้วิกฤติซ้ำอีก นำมาสู่การตั้งศูนย์วิจัยหมอกควันฯ รวบรวมนักวิชาการทุกสาขาที่สนใจแก้ปัญหา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot; มาตรการระยะสั้นได้จัดทำระบบรับมือฝุ่น PM 2.5 สำหรับกลุ่มเสี่ยง โดยประสานจังหวัดเชียงรายของบขั้นต่ำ 5 ล้านบาท สนับสนุนการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดระดับมลภาวะใน อปท. และเทศบาล 114 แห่ง เพราะรับผิดชอบภัยพิบัติระดับท้องถิ่น เมื่อรู้ตัวเลขค่าฝุ่นจิ๋วทั้ง PM 2.5 และ PM 10 ศูนย์เฝ้าระวังจะส่งข้อความเตือนภัยให้ผู้ใหญ่บ้าน 1,000 คน มีการประกาศเสียงตามสายเพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่ป้องกันตัวเองเบื้องต้น ขณะเดียวกัน อสม.อีก 20,000 คน ที่ผ่านการอบรมจะดูแลกลุ่มเสี่ยง อีกกลไกจะเตรียมห้องปลอดภัย หรือ Clean Room มีเครื่องกรองอากาศ PM&amp;nbsp; 2.5 ใช้พื้นที่ รพ.สต. และศูนย์อนามัย จำนวน 215 จุดในเชียงราย เมื่อค่าฝุ่นจิ๋ววิกฤติ อพยพคนมาไว้ที่นี่ชั่วคราว ถ้าภายในเดือน พ.ย.นี้ ไม่เริ่มทำ ช่วยไม่ทัน ยอดผู้ป่วยที่เกี่ยวข้องกับ PM 2.5 เพิ่มแน่นอน&amp;quot; อาจารย์ ดร.ปเนตย้ำวิกฤติสุดๆ จะป่วยตายด้วยโรคจากมลพิษอากาศ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;อาจารย์ ดร.ปเนต มโนมัยวิบูลย์ ผู้อำนวยการศูนย์หมอกควัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนมาตรการระยะยาวจะแก้ไฟป่าและหมอกควันเชียงรายได้ ผู้อำนวยการศูนย์หมอกควันย้ำในท้ายต้องแก้ปัญหาการปลูกพืชเชิงเดี่ยวในป่าต้นน้ำของไทย ไม่ใช่แค่ไม่เผา แต่ต้องส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนจากพืชไร่เป็นปลูกไม้ยืนต้น รวมถึงการทำเกษตรอินทรีย์ เพราะเป็นการทำเกษตรอย่างยั่งยืน ลดผลกระทบทางสุขภาพและรักษาดิน น้ำ ป่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สารพัดกรณีปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในจังหวัดเชียงรายจากยอดดอยถึงพื้นราบ ถือเป็นกรณีศึกษากระตุ้นให้ประชาชน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ใส่ใจปัญหามากยิ่งขึ้น จะช่วยลดขยะให้เหลือศูนย์ ลดฝุ่นควันพิษ เพื่อสภาพแวดล้อมและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนของตนเอง ทั้งหมดนี้เป็นจริงได้ด้วยสองมือมนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43174</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.เชียงราย, ซีโร่เวสต์, ดร.ธนพงศ์ ดวงมณี, ดอยตุง, ปัญหาขยะ, มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ, ลดโลกร้อน, ศูนย์จัดการขยะ, อาจารย์ ดร.ปเนต มโนมัยวิบูลย์, โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เชียงราย, ไร่แม่ฟ้าหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190810/image_big_5d4edf4c7d9d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22667</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> แอ่ว…เจียงฮายเมืองศิลปะ  หนาวนี้สีสันแห่ง“ดอยตุง”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;จังหวัดเชียงราย นับเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางของนักเดินทางในระดับต้นๆ ของประเทศ โดยในปี 2561 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ชูภาพลักษณ์ให้เชียงรายเป็น 1 ในกลุ่มเมืองรอง หรือ Go Local จาก 55 จังหวัด ที่มีจุดเด่นทางด้านธรรมชาติที่งดงาม ชุมชนมีอัตลักษณ์เฉพาะตัว มีอาหารถิ่นสไตล์ล้านนา โดยมีไฮไลต์สำคัญเป็นเมืองแห่งศิลปะ แหล่งกำเนิดงานศิลป์หลายแขนง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นางสาวกรุณา เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานเชียงราย กล่าวว่า เมืองเชียงรายถือเป็นจุดหมายปลายทางทางการท่องเที่ยวในด้านต่างๆ และหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่อยากนำเสนอภายใต้โครงการ &amp;ldquo;เชียงราย แต้ แต้&amp;rdquo; คือความเป็นเมืองแห่งศิลปะที่มีสุนทรียภาพจากงานศิลป์ชั้นครู รวมทั้งศิลปินแห่งชาติ ตลอดจนบ้านศิลปินผู้สร้างสรรค์งานศิลป์จำนวนมาก เมื่อผสมผสานเชื่อมโยงเข้ากับแหล่งท่องเที่ยวของชุมชน ทั้งธรรมชาติ อาหาร วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวบ้าน ทำให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือนตลอดทั้งปีเกิดความประทับใจได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังจังหวัดเชียงราย สามารถสัมผัสกับจุดที่ถือเป็นแหล่งสร้างสรรค์งานศิลปะ ได้ทั้งเมือง เริ่มต้นจาก &amp;ldquo;หอนาฬิกาเฉลิมพระเกียรติ&amp;rdquo; ถือเป็นแลนด์มาร์คกลางเมือง เป็นงานศิลปะที่แฝงด้วยกลิ่นอายพระพุทธศาสนา นับเป็นสมบัติอันล้ำค่าของจังหวัดเชียงราย สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ออกแบบโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) มีการเปิดแสงไฟสลับสี พร้อมกับมีเสียงดนตรีอันไพเราะบรรเลงให้ได้ชมและได้ฟังกันทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ส่วนสถานที่ที่ไม่ควรพลาดคือ &amp;ldquo;วัดร่องขุ่น&amp;rdquo; ออกแบบและก่อสร้างโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ เช่นกัน ที่พระอุโบสถตกแต่งด้วยสีขาวเป็นพื้น ประดับด้วยกระจกแวววาว วิจิตรงดงามแปลกตา บนปูนปั้นเป็นลายไทย หน้าบันประดับด้วยพญานาค ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถ และห้องแสดงภาพวาดน่าสนใจมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถัดมา &amp;ldquo;วัดร่องเสือเต้น&amp;rdquo; พระอุโบสถใหม่ที่สร้างขึ้น ด้วยศิลปะแบบไทยประยุกต์ ที่มีศิลปะความสวยงดงามแปลกตา จากฝีมือการรังสรรค์ของนายพุทธา กาบแก้ว&amp;nbsp; หรือ สล่านก ศิลปินท้องถิ่นชาวเชียงราย ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์เฉลิมชัย และเคยเข้าไปทำงานที่วัดร่องขุ่น&amp;nbsp; เป็นศิลปะประยุกต์ที่เป็นเอกลักษณ์ ใช้เฉดสีเป็นสีน้ำเงินฟ้าตัดกับสีทองสถาปัตยกรรมความงดงามจากช่างปูนปั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;วัดห้วยปลากั้ง&amp;rdquo; เป็นอีกวัดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวชอบเดินทางมาชม ภายในวัดมีพระมหาเจดีย์เก้าชั้น มีเจ้าแม่กวนอิมจำลองแกะสลักด้วยไม้หอมตรงบริเวณชั้นหนึ่งของเจดีย์ และแต่ละชั้นจะมีพระพุทธรูปประจำชั้นประดิษฐานอยู่ด้วย มีเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่สีขาวเป็นองค์นั่งปางประทานพร ความสูง 79 เมตร สูงขนาดตึก 25-26 ชั้น มีลิฟต์ให้ขึ้นไปข้างบนได้ถึงชั้น 23 มีประติมากรรมนูนต่ำ รอบฝาผนังบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ได้อย่างน่าสนใจ และมองเห็นวิวเชียงรายจากมุมสูงได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;วัดพระธาตุผาเงา&amp;rdquo; มีเจดีย์ทรงระฆังขนาดเล็ก ตั้งอยู่บนก้อนหินใหญ่ ด้านล่างเจดีย์มีก้อนหินพาดอยู่ลักษณะคล้ายเงา ตัววิหารปัจจุบันสร้างทับซากวิหารเดิม ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปหลวงพ่อผาเงา ซึ่งถูกค้นพบในปี พ.ศ.2519 มีอายุระหว่าง 700-1,300 ปี บนยอดเขาด้านหลังวัดเป็นที่ตั้งพระบรมธาตุพุทธนิมิตเจดีย์ ซึ่งเป็นจุดที่มองเห็นทิวทัศน์สวยงามได้โดยรอบ และยังมีจุดท่องเที่ยวภายในบริเวณวัด ได้แก่ พระอุโบสถไม้สักทอง พระวิหารหลวงพ่อผาเงา หอพระไตรปิฎกเฉลิมพระเกียรติ และศูนย์จำหน่ายสินค้าโอท็อป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ถัดมาคือ &amp;ldquo;พิพิธภัณฑ์บ้านดำ&amp;rdquo; สร้างโดยอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ ที่มีฝีมือทางด้านจิตรกรรม ประติมากรรม ได้สร้างงานด้านศิลปะไว้มากมาย ทั้งทางด้านภาพเขียนและด้านประติมากรรมหลายชิ้น ลักษณะของบ้านดำ จะเป็นกลุ่มบ้าน เป็นงานสถาปัตยกรรมแบบล้านนา ทุกหลังทำด้วยสีดำ จึงเป็นที่มาของคำว่า &amp;ldquo;บ้านดำ&amp;rdquo; เปิดให้เข้าชมทุกวัน (ยกเว้นวันจันทร์) ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ปิดช่วงเวลา 12.00-13.00 น. โดยเก็บค่าเข้าชมท่านละ 80 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;บ้านดอยดินแดง&amp;rdquo; สร้างขึ้นโดยศิลปินเชียงราย อาจารย์สมลักษณ์ ปันติบุญ ซึ่งไปร่ำเรียนวิชางานปั้นมาจากมาสเตอร์นากาซาโตะ ทารุเอมอน ศิลปินเซรามิกคนดังแห่งเกาะคิวชู งานเครื่องปั้นดินเผาหลากรูปแบบของอาจารย์ มีวัตถุดิบคือ ดินแดง ที่หาได้ภายในท้องถิ่น ให้สีสวยและเนื้อดี บ้านดอยดินแดงอยู่ภายในอาณาบริเวณร่มรื่น มีพื้นที่ 9 ไร่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเรือนไม้ที่ดูเรียบง่ายแต่งดงาม มีหลายหลัง รวมถึงโรงงานผลิตเครื่องปั้นดินเผา และมีร้านจำหน่ายของที่ระลึกและร้านกาแฟให้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;พิพิธภัณฑ์อูบคำ&amp;rdquo; อาจารย์จุลศักดิ์ สุริยะไชย จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์อนุรักษ์มรดกล้ำค่าของอาณาจักรล้านนาโบราณ เช่น เครื่องใช้ในราชสำนักล้านนา เครื่องใช้ในราชสำนักคุ้มเจ้าต่างๆ ในล้านนา เช่น คุ้มเจ้าแพร่ คุ้มเจ้าเชียงใหม่ คุ้มเจ้าน่าน ฯลฯ ผ้าโบราณอายุ 200 ปี เกิดจากความตั้งใจที่จะรวบรวมของมีค่าสมัยล้านนาที่กระจายอยู่ในที่ต่างๆ ให้คืนกลับสู่แผ่นดินไทย และเพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาต่อไปในอนาคต ค่าเข้าชม คนไทย ผู้ใหญ่ 200 บาท, เด็ก 100 บาท / ต่างชาติ ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 200 บาท เปิดบริการให้เข้าชมทุกวัน 08.00- 17.30 น.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;หอศิลป์ไตยวน&amp;rdquo; สร้างขึ้นโดยศิลปินเชียงราย อาจารย์ฉลอง พินิจสุวรรณ ผลงานของอาจารย์ทั้งหมดเป็นภาพที่วาดขึ้นด้วยปากกาลูกลื่นเพียงอย่างเดียว ได้รับแรงบันดาลใจจากอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ&amp;nbsp; เอกลักษณ์ของงานอยู่ตรงที่ใช้ปากกาลูกลื่นฝนจุดให้เป็นวงกลมเล็กๆ ในการสร้างรูปแทนการใช้ปากกาลากเส้นไปมา ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;หอศิลป์ สุวิทย์ ใจป้อม&amp;rdquo; เป็นศิลปินวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 มาอย่างยาวนาน มีผลงานรูปวาดของในหลวงรัชกาลที่ 9 อยู่มากมาย โดยมีแรงบันดาลใจมาตั้งแต่เด็กๆ ที่ยังไม่รู้จักว่าพระองค์ท่านเป็นใคร แต่ได้รับคำบอกเล่าจากคุณครูว่า ประเทศไทยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของชาติ คอยดูแลประชาชนในประเทศให้อยู่ดีมีสุข ซึ่งก็คือบุคคลที่มีรูปอยู่ในธนบัตร ตั้งแต่นั้นมาก็เป็นแรงบันดาลใจ เริ่มวาดพระองค์ท่านมาตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;quot;หอศิลป์ นายพรมมา อินยาศรี&amp;quot;&amp;nbsp; ศิลปินจิตรกรรมไทย ที่เขียนสีอะครีลิกบนผ้าใบ ผลงานมีความประณีต วิจิตร ด้วยลายเส้นที่แต้มสี แสงเงาออกมาเป็นลวดลายที่บ่งบอกถึงรากเหง้าทางวัฒนธรรมไทย ตั้งแต่รอยพระพุทธบาท ช้าง พญานาค ไปจนถึงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ที่พำนักของพระอินทร์ และด้วยความรักในงานศิลปะ จึงได้สร้างหอศิลป์เปิดบ้านนายพรมมา เป็นแกลอรีให้เข้าเยี่ยมชมผลงานศิลปะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;quot;หอศิลป์ อภิรักษ์ ปันมูลศิลป์&amp;quot; โดยอาจารย์อภิรักษ์ ปันมูลศิลป์ ลักษณะของผลงานและแนวความคิดในการสร้างสรรค์ผลงานภาพธรรมชาติเป็นแบบของทุกสรรพสิ่ง การสร้างสรรค์ บันทึกธรรมชาติในช่วงเวลา ความรู้สึกต่างๆ ตามความแปรเปลี่ยนของฤดูกาล จึงเป็นการถ่ายทอดความงดงามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก ภาพวาดสีน้ำที่มีความฟุ้งกระจาย บวกกับจินตนาการที่รังสรรค์ออกมาอย่างสวยงาม อันเกิดจากผลงานที่วาดออกมาจากการสะสมฝีมือความชำนาญทางศิลปะมาอย่างยาวนาน และความหลงใหลในงานศิลปะนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;แกะสลักไม้ คำจันทร์ ยาโน&amp;rdquo; งานไม้แกะสลักไม้ เป็นส่วนหนึ่งที่บ่งบอกถึงความเป็นเชียงราย เพราะภาคเหนืออุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้ สิ่งก่อสร้างประติมากรรมในเชียงรายส่วนใหญ่ทำมาจากไม้ อาจารย์คำจันทร์ ยาโน เป็นผู้หนึ่งที่สืบสานความรู้ภูมิปัญญาเรื่องแกะสลักไม้มาจากบรรพบุรุษ และได้แรงบันดาลใจสร้างสรรค์ศิลปกรรมแกะสลักไม้จากอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี จึงมีผลงานแกะสลักไม้ที่วิจิตรงดงาม กลายเป็นผลงาน ลักษณะของผลงานของศิลปินเล่าเรื่องวิถีชีวิตวัฒนธรรมที่ดีงามของภาคเหนือที่ควรอนุรักษ์ และควรค่าแก่การรักษาไว้ให้ลูกหลานศึกษาเรียนรู้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ปิดท้ายงานศิลป์ &amp;quot;ขัวศิลปะ&amp;quot; ก่อตั้งโดยกลุ่มศิลปินเชียงราย จากความร่วมมือร่วมใจในการสร้างหอศิลป์สำหรับจัดแสดงผลงาน และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง โดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ มอบเงินทุน เมื่อต้นปี พ.ศ.2555 ตามมาด้วยทุนจากศิลปินเชียงรายอีกหลายท่าน บริเวณขัวศิลปะมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านขายของที่ระลึก ห้องแสดงผลงานศิลปะแบบหมุนเวียนของศิลปินเชียงรายทั้งรุ่นใหญ่และรุ่นใหม่ๆ รวมถึงศิลปินนานาชาติ มาร่วมจัดแสดงผลงานศิลปะแบบหมุนเวียนตลอดปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นอกจากนี้ พิเศษสุดๆ ในช่วงฤดูหนาว ยังมีเทศกาล&amp;nbsp; &amp;ldquo;สีสันแห่งดอยตุง&amp;rdquo; ครั้งที่ 5 จัดขึ้นบริเวณโครงการพัฒนาดอยตุง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2561 ถึง 27 มกราคม 2562 เวลา 08.00-18.00 น. ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์&amp;nbsp; ท่านจะได้พบกับกิจกรรมครบรสในดอยเดียว! อาทิ สัมผัสวัฒนธรรมชนเผ่า 6 เผ่าในรูปแบบใหม่ พร้อมเป็นแรงบันดาลใจให้คนในพื้นที่ได้สืบสานคุณค่าและเอกลักษณ์ วิถีชีวิตและสร้างรายได้ในชุมชน&amp;nbsp; ที่จะพาคุณ ลิ้มรสอาหารชนเผ่าบนถนนคนเดินที่สูงที่สุดในประเทศไทย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พร้อมลุยเวิร์กช็อปหลากหลาย ได้แก่ ลงมือทำจริงตามคติดอยตุง, ลองแฟชั่นชุดพื้นเมืองเท่ๆ ไม่ได้มีแค่ชุดไทย, เล่นเรียนรู้ธรรมชาติวัฒนธรรมกิจกรรมสนุกๆ สำหรับวัยซนและรุ่นใหญ่ใจยังซน รื่นเริงสำราญไปกับการแสดงและดนตรีอินดอย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นี่คือสถานที่ท่องเที่ยวผ่านงานศิลป์ต่างๆ และกิจกรรมดีๆ สะท้อนอัตลักษณ์เฉพาะตัว ที่จะปลุกเร้าให้ทุกท่านเดินทางมาพักผ่อนและเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ที่เมืองเชียงราย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานเชียงราย โทร. 0-5371-7433, 0-5374-4674-5&amp;nbsp; https://www.facebook.com/tatchiangrai/&amp;nbsp; Line Official ID: @chiangrai2018&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สรณะ รายงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22667</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขัวศิลปะเชียงราย, ดอยตุง, ททท., บ้านดอยดินแดง, พิพิธภัณฑ์บ้านดำ, พิพิธภัณฑ์อูบคำ, วัดพระธาตุผาเงา, วัดร่องขุ่น, วัดร่องเสือเต้น, วัดห้วยปลากั้ง, หอนาฬิกาเฉลิมพระเกียรติ, หอศิลป์ นายพรมมา อินยาศรี, หอศิลป์ สุวิทย์ ใจป้อม, หอศิลป์ อภิรักษ์ ปันมูลศิลป์, หอศิลป์ไตยวน, เชียงราย, เชียงราย แต้ แต้, เชียงไฮ, แกะสลักไม้ คำจันทร์ ยาโน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181124/image_big_5bf93ab951cdf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21621</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เที่ยวหนาวหนาว ที่ดอยตุง จ.เชียงราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ลมหนาวมาแล้ว เป็นที่ดีอกดีใจของคนกรุงเทพฯ แม้จะมีอากาศร้อนดันไล่ความกดอากาศสูงให้จางๆ ไปในบางช่วง ทำให้ต้องรอลมหนาวรอบต่อไป แต่สำหรับดอยตุง จ.เชียงราย ไม่ต้องรอว่าจะหนาวเมื่อไหร่ เพราะช่วงนี้ถ้าใครอยากไปสัมผัสอากาศเย็นๆ ที่มีตลอดทั้งปีก็ต้องไปที่ดอยตุง และจะเหมือนได้รับโชคสองชั้นถ้าไปในช่วงวันที่ 1 ธันวาคม 2561-27 มกราคม 2562 เพราะโครงการพัฒนาดอยตุงกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จัดงาน &amp;ldquo;สีสันแห่งดอยตุง&amp;rdquo; โดยจะพาผู้แวะเวียนไปสูดรับโอโซนปะทะลมหนาวอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงที่เราไปเป็นเดือนตุลาคม ถึงจะเที่ยงวันแต่อากาศกำลังเย็นพอดี มีแสงแดดให้พอได้ถ่ายรูปได้สวยๆ แต่เหนือสิ่งอื่นใด กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ครัวตำหนักร้านอาหารบนดอยจึงเป็นเป้าหมายที่เราจะไปลิ้มรสอาหารและเมนูสุดพิเศษ จากเชฟเครือวัลย์ กาบุญก้ำ หรือป้าเครือ ที่เคยเป็นผู้ทำอาหารถวายสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เมื่อครั้งที่ประทับที่พระตำหนักดอยตุง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาหารเริ่มทยอยเสิร์ฟ ทั้งออเดิร์ฟดอยตุง ข้าวผัดดอยตุง น้ำพริกสะเป๊ะ แกงฮังเล ยำเห็ดกรอบภูแล แต่จานที่ถูกปากมากคงจะเป็นซี่โครงหมูอบน้ำผึ้งดอกแมคคาเดเมีย ที่ไม่หวานจนเลี่ยน เนื้อหมูก็นุ่มกินง่าย กินคาวเสร็จก็ต้องล้างปากด้วยของหวานกับเมนูไฮไลต์ ไอศกรีมวนิลา อะโวคาโด น้ำผึ้งดอกแมคคาเดเมีย รสชาติที่ผสมวัตถุดิบอย่างลงตัวละมุนสุดๆ ทานพร้อมชาอู่หลง บอกเลยว่าเมนูของหวานนี้มีเฉพาะช่วงเทศกาลสีสันแห่งดอยตุงเท่านั้นนะ อิ่มท้องเสร็จก็ย่อยด้วยแวะไปช็อปกันที่กาดดอยตุงซะหน่อย ที่นี่มีผลิตภัณฑ์ของชนเผ่ามาวางจำหน่าย ตั้งแต่อาหารไปจนถึงเสื้อผ้า เครื่องประดับ ยาสมุนไพรต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นก็ถึงเวลาสำคัญ คือ การเดินขึ้นไปชมพระตำหนักดอยตุง ซึ่งใช้เวลาไม่เกิน 20 นาทีก็ถึง ที่นี่มีกฎที่ผู้เข้าชมต้องปฏิบัติ อย่างแรกที่สำคัญมากคือ ต้องแต่งกายสุภาพ ใครใส่แขนกุด สายเดี่ยว หรือกางเกงขาสั้น กระโปรงสั้น ก็ต้องไปเปลี่ยนสวมชุดที่ทางเจ้าหน้าที่จัดเตรียมไว้ให้ เมื่อมาถึง ก่อนเข้าพระตำหนักก็ถอดรองเท้าใส่ถุง พร้อมกับรับอุปกรณ์ฟังบรรยายพื้นที่ภายในพระตำหนักดอยตุง กฎเหล็กข้อสำคัญคือห้ามถ่ายรูปนะจ๊ะ แม้ใจจะอยากแค่ไหนก็เก็บภาพเหล่านั้นเข้าไปในความทรงจำแทนละกันนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดินเข้าไปภายในพระตำหนักของสมเด็จย่าที่มีให้ชมกว่า 20 จุด ทำให้เราได้แนวคิดอะไรหลายๆ อย่าง พระองค์ประทับอยู่แบบเรียบง่าย พื้นที่ต่างๆ ถูกจัดสรรให้เหมาะกับการใช้งาน ระเบียงที่มองเห็นสวนแม่ฟ้าหลวง แต่ที่เราชอบมากที่สุดคงจะเป็นห้องบรรทม แม้จะได้มองผ่านกระจกกั้นหน้าต่าง แต่ก็ทำให้เราเห็นห้องนอนที่ทรงจัดทุกอย่างเป็นระเบียบ เตียงขนาดพอดี ไม่ได้หรูหราเหมือนพระราชวังอย่างในละครหรือภาพยนตร์ เมื่อชมเสร็จเรียบร้อยก็เตรียมตัวเดินลงไปชมสวนแม่ฟ้าหลวงต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ออกจากพระตำหนักก็ต้องไปชมสวนแม่ฟ้าหลวงที่เต็มไปด้วยดอกไม้เมืองหนาวอย่างดอกพิทูเนีย ดอกชัลเวีย ดอกลำโพง ฯลฯ ที่มีทั้งสีแดง เหลือง ชมพู ม่วง เบ่งบานตัดกับสีท้องฟ้าและพื้นหญ้าสีเขียวบนพื้นที่ราวๆ 10 ไร่ มองแล้วรู้สึกสดชื่นมากๆ เพราะอยู่แต่ในเมืองกรุงก็จะมีแต่ป่าปูนซีเมนต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในรายละเอียดของช่วงเทศกาลสีสันดอยตุง ผู้มาช่วงนั้นจะได้ชมการแสดง มีพี่น้องชนเผ่าต่างๆ เช่น เดินไม้โกงกาง หรือการเดินบนไม้ไผ่ที่มีที่เหยียบ การเล่น &amp;quot;สะบ้า&amp;quot; อีกชื่อก็คือ อ๊ะเบอฉ่อเออ เป็นการเล่นคล้ายกับโยนโบว์ลิ่ง และการนั่งลาหล่อ หรือที่เรียกว่าสามล้อซิ่ง ที่ทั้งตัวรถและล้อทำด้วยไม้ทั้งหมด รูปร่างเหมือนรถแจ่งซูเปอร์คาร์ยังไงยังงั้น วิธีเล่นคือ รถก็จะวิ่งลิ่วจากทางลาดชันลงมาแบบเร็วๆ ทั้งหวาดเสียว ทั้งสนุก ซึ่งในงานจะมีทั้งเส้นทางลงเขาไว้ให้ได้ซิ่ง และเส้นทางง่ายๆ เรียบๆ สำหรับมือใหม่สมัครเล่น แต่พอเราเห็นแล้วคงต้องขอผ่าน เพราะดูจะหวาดเสียวทีเดียว แต่ก็มีครอบครัวหนึ่งที่เธอพาลูกนั่งเล่น ยิ้มร่า ดูท่าจะสนุกไม่น้อยเพราะหลังจากรอบแรกก็ยังมีรอบต่อไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กิจกรรมยังไม่หมดแค่นี้ เวลาที่เหลือก่อนเข้าที่พัก คณะของเราก็มาอวดการทำงานฝีมือกันที่จุดเวิร์กช็อปที่จะเปิดตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. แบ่งเป็น กลุ่มเซรามิก กลุ่มกระดาษสา กลุ่มกระเป๋าผ้า และกลุ่มพวงกุญแจ ใครใคร่อยากทำกลุ่มไหนก็เลือกได้เลย ถึงทำไม่เป็นหรือไม่ถนัดก็ไม่ต้องกังวล เพราะมีพี่เลี้ยงคอยดูแลอยู่ตลอด ซึ่งเราได้เลือกกลุ่มกระดาษสาที่มีทั้งเป็นสมุดและการ์ด คิดว่าน่าจะง่ายสุด แต่ที่ไหนได้นี่มันงานประณีตมาก และต้องใช้ความอดทนอยู่เหมือนกันนะ เพราะต้องใช้ด้ายเย็บตามเส้นประของกระดาษรูปช้าง (มีหลายรูปให้เลือกนะคะ) ที่คิดว่ามีรายละเอียดน้อย แต่ก็เสร็จเป็นคนสุดท้ายเลย แต่ก็ภูมิใจที่ได้ทำด้วยตนเองแถมยังเอากลับบ้านได้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คืนนั้นคณะของเราก็ได้มานอนที่ดอยตุง ลอดจ์ พักร่างกาย เก็บสัมภาระเรียบร้อยก็ได้เวลาอาหารเย็นพอดี มื้อค่ำนี้ก็จะครึกครื้นไปด้วยการแสดงจากชนเผ่า ทั้งเต้นรำ ร้องเพลง ที่จัดโชว์มาให้เราได้ชมกัน ก่อนเดินทางกลับเราก็ได้แวะซื้อของฝากกันที่ศูนย์จำหน่ายงานฝีมือ ที่มีผลิตภัณฑ์ให้เลือกมากมาย ทั้งพรมทอมือ ผลิตภัณฑ์กระดาษสา งานปั้นและเครื่องเคลือบดินเผา หากใครได้ไปงานเทศกาลสีสันแห่งดอยตุงมาแล้วก็แวะมารีวิวกันบ้างนะ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21621</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดอยตุง, ท่องเที่ยว, มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง, เชียงราย, โครงการพัฒนาดอยตุง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181108/image_big_5be4455b3b440.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12596</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดอยผาหมีที่ ร.๙ เคยเสด็จฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ใจจดใจจ่อ....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกคน ทุกลมหายใจ ในวันนี้ ต่างเฝ้ามองการช่วยเหลือทีมหมูป่า ๑๓ ชีวิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อไหร่จะเจอเสียที?&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างที่รู้กันการเดินทาง ดำน้ำ ปีนป่าย ถ้ำหลวง ที่เต็มไปด้วยน้ำ คืบคลานไปแต่ละเมตรๆ นั้น ไม่ง่ายเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ (๒ กรกฎาคม) เป็นวันที่ ๙ แล้ว ข่าวลือ ข่าวลวง ข่าวปล่อย เยอะไปหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพจที่ต่อต้านรัฐบาลสนับสนุนคนโกงชาติ ก็ผสมโรง โยงเป็นตุเป็นตะราวกับตัวเองเข้าไปอยู่ในถ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลายเป็นเรื่องนักการเมือง เรื่องยาเสพติด &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อวดอ้างว่าตัวเองรู้ดีกว่าใคร ว่า &amp;quot;ดอยผาหมี&amp;quot; คือเส้นทางส่งและพักยาเสพติด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกนี้จิตวิปลาส!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาชิกพันทิปชื่อ &amp;quot;พิมปะการัง&amp;quot; ทำรีวิวดอยผาหมี เอาไว้เมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๓๙ ไม่ใช่รีวิวท่องเที่ยว แต่เป็นรีวิวว่าครั้งหนึ่งในหลวง ร.๙ เคยเสด็จฯ ไปที่ดอยผาหมี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;....พุทธศักราช ๒๕๑๓ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ เสด็จฯ มายังที่แห่งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามประวัตินั้น ชาวบ้านที่นี่อพยพมาจากสิบสองปันนา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แรกสุดมาตั้งรกราก ณ บ้านผาแตก ดอยตุง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เมื่อเริ่มอพยพเข้ามามากขึ้น ที่ทำกินไม่เพียงพอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลยย้ายเข้ามายังจุดบ้านผาหมี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พื้นที่ที่อยู่อาศัยกันตอนแรกนั้นติดชายแดนมากเกินไป แล้วยังเป็นเส้นทางของคาราวานฝิ่นที่ลำเลียงข้ามชายแดน จึงมีการต่อสู้ไล่ล่ากันตลอด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลามีการสู้รบกันลูกปืนก็จะเข้ามาในหมู่บ้านบ่อยครั้ง จึงทำให้ชาวอาข่ามีแต่ความรู้สึกหวาดระแวง ไม่ปลอดภัย รวมทั้งพื้นที่บริเวณนั้นจำกัด แทบจะขยายไม่ได้ การคมนาคมทำได้แค่เดินเท้า ไม่มีถนน ไม่มีเส้นทางสัญจรใด อยากจะขยับขยายย้ายหนี รวมถึงความไม่มีอาชีพใดๆ จึงต้องดำรงชีพด้วยการปลูกฝิ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันที่จริงแรกเริ่มเดิมทีของการปลูกฝิ่นนั้น ก็เพื่อเป็นยารักษาโรค แต่ภายหลังพัฒนากลายเป็นยาเสพติด เป็นเฮโรอีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บนดอยผาหมี เป็นดอยหญ้าคาเหลืองแห้ง ผู้คนลำบากยากจน เรียกว่าแทบไม่มีความหวังใดในชีวิต จนกระทั่ง ฟ้าสว่างในวันหนึ่ง....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในปีพุทธศักราช ๒๕๑๓ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ เสด็จฯ มายังที่แห่งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระองค์ท่านก็เดินถามไถ่ความเป็นอยู่ของชาวบ้าน จนถึงกับนั่งลงคุยอย่างไม่ถือพระองค์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ่อหลวงซาเจ๊ะ หม่อโป๊ะกู่ คือผู้ใหญ่บ้านในสมัยนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สามสิ่งที่ในหลวงรับสั่งไว้กับพ่อหลวงซาเจ๊ะคือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๑.ขอให้รักษาแหล่งน้ำ ไม่ตัดไม้ทำลายป่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๒.ดูแลผู้คนให้ดี ไม่ให้เกิดปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๓.ไม่ทำผิดกฎหมาย ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ่อหลวงซาเจ๊ะ และชาวอาข่าทุกคนล้วนรับเป็นสัญญายึดมั่นจวบจนวันนี้....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้นคนที่นั่งเทียนบอกว่าดอยผาหมีเป็นแหล่งพักยาเสพติด มีพ่อค้ายาเสพติด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หามีความเป็นคนไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12596</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดอยตุง, ดอยผาหมี, ดำน้ำ, ถ้ำหลวง, ทีมหมูป่า, บ้านผาแตก, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙, พิมปะการัง, พ่อหลวงซาเจ๊ะ, ยาเสพติด, อ่านเอาเรื่อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b69ad52eea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
