<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77001</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2020 07:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2020 07:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พ.ต.อ.ไพรัตน์&#039; ปฏิเสธทุกข้อหาปมคลิปเสียงโต้เถียง &#039;รองผบ.ตร.&#039; เรื่องบัตรคอนเสิร์ต ขู่ฟ้องกลับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ย.63 - จากกรณีที่มีคลิปเสียงการพูดคุยระหว่างตำรวจยศ &amp;quot;พล.ต.อ.&amp;quot; ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา กับผู้ใต้บังคับบัญชายศ &amp;quot;พ.ต.อ.&amp;quot; ในเรื่องเกี่ยวกับการขายบัตรคอนเสิร์ต &amp;quot;คัมภีร์แผ่นดิน&amp;quot; เพื่อนำเงินเข้าชมรมเพื่อนช่วยเพื่อนตำรวจแห่งชาติ จนกระทั่ง มีการสัมภาษณ์ พ.ต.อ.ไพรัตน์ ไพพรรณรัตน์ รอง ผบก.อก.บช.ภ.9 ยอมรับว่าเป็นคนในคลิปเสียง ส่วนอีกฝ่ายมีการระบุว่า เป็น พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. จนนำไปสู่การแจ้งความดำเนินคดีและออกหมายจับ พ.ต.อ.ไพรัตน์ ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 9 ก.ย. ที่ สน.ปทุมวัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ไพรัตน์ ไพพรรณรัตน์ รอง ผบก.อก.บช.ภ.9 ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.เจริญสิทธิ์ จงอิทธิ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.ปทุมวัน หลังมีหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ เลขที่ จ.498/2563 ลงวันที่ 9 ก.ย. 2563 ในข้อหา &amp;quot;ดักฟัง ใช้ประโยชน์หรือเปิดเผยข้อความที่มีการติดต่อทางโทรศัพท์หรือเครื่องมือสื่อสารอื่นใด โดยไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย ,กระทำด้วยประการใดๆเพื่อดักรับไว้ใช้ประโยชน์หรือเปิดเผยข้อความข่าวสารหรือข้อมูลอื่นใด ที่มีการสื่อสารทางโทรคมนาคมโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ,หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา เพื่อเข้ามารับทราบข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ไพรัตน์ กล่าวว่า ภายหลังเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกเบื้องต้นได้ชี้แจงกับพนักงานสอบสวนว่า คดีดังกล่าวได้มีการร้องขอความเป็นธรรมมาที่สน.ปทุมวัน แล้ว 4-5 ครั้ง แต่ไม่มีการตอบรับ จนเวลาผ่านไปหลายเดือน มีจดหมายเรียกไปที่บ้านตน ซึ่งตนมองว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการส่งหมายเรียกที่ไม่ชอบเพราะไม่มีการเซ็นรับเอกสารทั้งที่ในบ้านมีคนอยู่อาศัย แต่ใช้การใส่ในตู้ไปรษณีย์เหมือนจดหมายทั่วไป พอมาถึงโรงพักถึงทราบว่ามีการออกหมายจับตน ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้อ่านหมายจับให้ฟัง โดยตนได้ให้การกับพนักงานสอบสวน พร้อมนำพยานหลักฐานต่างๆที่เกี่ยวข้องมามอบให้ เช่น เรื่องที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าคลิปนีัเข้าข่ายเป็นการข่มขู่ หรือกระทำผิดกฎหมายใดหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงที่มีการฟ้องร้องคดีในชั้นศาลในความผิดฐานหมิ่นประมาทที่เกี่ยวพันถึงคลิปเสียงดังกล่าวนั้น ก็ได้ขอให้พนักงานสอบสวนรอการพิจารณาว่าผลการพิจารณาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะออกมาอย่างไร อย่างไรก็ตาม หลังให้ปากคำ พนักงานสอบสวนได้นัดหมายให้ตนสามารถนำหลักฐานมาส่งให้ เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาเพิ่มเติมได้ภายใน 30 วัน ซึ่งหากพนักงานสอบสวนพิจารณาแล้วมีความเห็นสั่งฟ้อง ก็จะส่งสำนวนอัยการรับไปพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ไพรัตน์ กล่าวด้วยว่า ตนให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และไม่ต้องมีการวางหลักทรัพย์เพื่อประกันตัว เนื่องจากเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนเอง ทั้งนี้ ในช่วงบ่ายของวันที่ 10 ก.ย.&amp;nbsp;ตนพรัอมทนายความ จะเดินทางไปที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อดำเนินการฟ้องกลับคนที่มารัองทุกข์ดำเนินคดีกับตนในขัอหาดักฟัง ในความผิดฐานแจ้งความเท็จ โดยยืนยันว่าเพื่อเป็นการรักษาความยุติธรรมให้เป็นไปอย่างถูกต้อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77001</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอนเสิร์ตคัมภีร์แผ่นดิน, ดักฟัง, พ.ต.อ.ไพรัตน์ ไพพรรณรัตน์, สน.ปทุมวัน, หมิ่นประมาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200910/image_big_5f597179b1f46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18265</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2018 23:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2018 23:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปอมเปโอ&#039; ไล่เจ้าหน้าที่ทรยศพ้นรัฐบาล โต้ข่าว รมต.หาทางขจัด &#039;ทรัมป์&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐมนตรีต่างประเทศ ไมค์ ปอมเปโอ ของสหรัฐระบุ เจ้าหน้าที่ในรัฐบาลสหรัฐควรสนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มิเช่นนั้นก็ควรลาออกไปเสีย ภายหลังมีรายงานข่าวว่ารัฐมนตรีช่วยกระทรวงยุติธรรมมองหาวิธีถอดถอนทรัมป์ด้วยการติดเครื่องดักฟัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่จงรักภักดีต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิวยอร์กไทมส์รายงานเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า ร็อด โรเซนสไตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงยุติธรรม เคยแนะนำให้ลอบบันทึกเสียงของทรัมป์ เพื่อใช้สำหรับการยื่นถอดถอนทรัมป์พ้นตำแหน่งประธานาธิบดีตามบทบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ 25 ที่อนุญาตให้คณะรัฐมนตรีและสภาคองเกรสถอดถอนประธานาธิบดีที่ไร้ความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2561 อ้างคำกล่าวให้สัมภาษณ์ของไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ต่อรายการ &amp;quot;ฟอกซ์นิวส์ซันเดย์&amp;quot; ที่ตอบคำถามที่ว่า เขาเคยได้ยินเรื่องการดักฟังหรือการใช้บทบัญญัติดังกล่าวหรือไม่ โดยปอมเปโอยืนยันว่าไม่ แต่เมื่อกล่าวถึงกรณีโรเซนสไตน์ ปอมเปโอกล่าวว่า เขามีหลักชัดเจนแต่เริ่มแรกที่ทำงานให้รัฐบาลนี้ ว่าหากคุณทำงานเป็นทีมไม่ได้ หากคุณไม่สนับสนุนภารกิจนี้ คุณก็ควรออกไปหางานอื่นทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ร็อด โรเซนสไตน์&amp;nbsp; / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรเซนสไตน์ปฏิเสธรายงานของนิวยอร์กไทมส์แล้วว่าไม่เป็นความจริง เจ้าหน้าที่อีกคนบอกว่า โรเซนสไตน์กล่าวคำพูดเรื่องดักฟังทรัมป์แบบติดตลกมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐมนตรีผู้นี้ตกเป็นเป้าจับตาและมักโดนทรัมป์ตำหนิ เนื่องจากเขาได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลการสอบสวนของโรเบิร์ต มุลเลอร์ อัยการพิเศษ ที่กำลังสอบคำกล่าวหาที่ว่าทีมหาเสียงของทรัมป์ร่วมมือกับรัสเซียในการแทรกแซงการเลือกตั้งเมื่อปี 2559 หรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18265</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดักฟัง, ถอดถอน, ร็อด โรเซนสไตน์, โดนัลด์ ทรัมป์, ไมค์ ปอมเปโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180923/image_big_5ba7bf868e0dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
