<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118429</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2025 10:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 12:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลายล็อกดาวน์ดันดัชนีเชื่อมั่นค้าปลีกเพิ่ม2เท่า วอนรัฐฟื้นมาตรการช้อปดีมีคืนกระตุ้นศก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ต.ค.64- นายฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ รองประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยว่า ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นค้าปลีกในเดือนกันยายน ส่งสัญญาณที่ดีโตขึ้น 2 เท่า เมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคมในปีเดียวกัน เป็นผลจากมาตรการการผ่อนปรนให้เปิดกิจการและธุรกิจเพิ่มเติมในห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า และคอมมูนิตี้มอลล์ ส่งผลให้ความถี่ในการจับจ่ายเพิ่มมากขึ้น แต่ยอดการใช้จ่ายต่อครั้งเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย สะท้อนให้เห็นถึงกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ และต้องการการกระตุ้นจากภาครัฐเพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยทั้งระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นผู้ค้าปลีก Retail Sentiment Index (RSI) เดือนกันยายน 2564 ปรับตัวดีขึ้นกว่า 2 เท่าอย่างชัดเจน จากที่ระดับ 25.0 ในเดือนสิงหาคม มาอยู่ที่ระดับ 59.0 ในเดือนกันยายน หลังการประกาศผ่อนคลายมาตรการฯ ของรัฐ ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ค้าปลีก RSI ในอีก 3 เดือนข้างหน้า ก็ปรับตัวดีจากระดับที่ 47.8 เดือนสิงหาคม มาอยู่ที่ระดับ 63.8 ในเดือนกันยายน ซึ่งเพิ่มขึ้นเพียง 25% ในขณะที่ความเชื่อมั่นสภาวะปัจจุบันเพิ่มขึ้นกว่า 200% สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการยังมีความวิตกกังวลอยู่มากของมาตรการการผ่อนคลาย และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ยังไม่มีความชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันดัชนีความเชื่อมั่น RSI แยกตามภูมิภาค จะพบว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการต่อยอดขายเดิมเดือนกันยายนดีขึ้นอย่างชัดเจนในทุกภูมิภาค และอยู่เหนือระดับค่าเฉลี่ยกลางที่ 50 ยกเว้น ภาคเหนือ และภาคใต้ ซึ่งยังต่ำกว่าระดับค่าเฉลี่ยกลางที่ 50 ต่อเนื่องมานับจากเดือนพฤษภาคม เนื่องจากเป็นภูมิภาคที่ถูกผลกระทบจากการท่องเที่ยว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่หดหาย และการเลื่อนการบินภายในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนดัชนีความเชื่อมั่น RSI แยกตามประเภทร้านค้าปลีก มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกประเภทธุรกิจอย่างชัดเจน โดยเฉพาะร้านค้าวัสดุก่อสร้าง ตกแต่ง ซ่อมบำรุง แต่ในขณะที่ร้านค้าปลีกประเภทร้านสะดวกซื้อที่ดัชนีความเชื่อมั่นยังอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลางที่ระดับ 50 เป็นผลจากมาตรการเคอร์ฟิว ส่งผลกระทบยอดขายในรอบดึกซึ่งมีสัดส่วนราว 35% ของยอดขายต่อวันหายไป รวมถึงมาตรการ WFH และการปิดสถานศึกษา ส่งผลให้ปริมาณลูกค้าลดน้อยลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายฉัตรชัย กล่าวว่า ยังมีบทสรุปประเด็นสำคัญของการประเมินผลกระทบต่อยอดขายและกำลังซื้อและแนวโน้มกิจกรรมทางเศรษฐกิจ จากมุมมองผู้ประกอบการในเดือนกันยายน พบว่า 68% ผู้ประกอบการคาดว่าการบริโภคภาคเอกชนในไตรมาส 3 น่าจะหดตัวถึง 30% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ส่วน 57% ผู้ประกอบการระบุว่ายอดขายในไตรมาส 3 น่าจะลดลงมากกว่า 50% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ขณะที่ 73% ของผู้ประกอบการคาดว่า สถานการณ์จะกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2565 ซึ่งเป็นผลจากการกระจายวัคซีนให้กับประชาชนได้ตามเกณฑ์ โดยมี 26% จะเปิดเป็นบางส่วนหรือปิดชั่วคราว แม้ว่าภาครัฐจะผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์ก็ตาม ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อธุรกิจของในสถานการณ์ปัจจุบัน ระบุว่า 83%&amp;nbsp;&amp;nbsp; มาตรการเคอร์ฟิวมีผลต่อยอดขายมาก, 58%&amp;nbsp;&amp;nbsp; กำลังซื้อผู้บริโภคหดหาย ไม่ฟื้นตัวเร็ว, 42% ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น, 33%&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีบุคลากรที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนอีกมาก,33%&amp;nbsp;&amp;nbsp; ค่าใช้จ่ายตามประกาศ Covid Free Setting บานปลาย โดย 90% ไม่มีความมั่นใจในนโยบายที่ภาครัฐประกาศจะเปิดประเทศ 120 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอต่อภาครัฐ อาทิ ภาครัฐต้องเร่งฟื้นโครงการ &amp;ldquo;ช้อปดีมีคืน&amp;rdquo; อย่างเร่งด่วน เพื่อสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบ กระตุ้นมู้ดการจับจ่ายในช่วงไฮซีซั่นให้กลับมาคึกคัก รวมถึงการใช้มาตรการทางภาษีเพื่อช่วยผู้ประกอบการในด้านค่าใช้จ่ายทางสาธารณสุข นอกเหนือจากการลดหย่อนภาษี 1.5 เท่าของค่าใช้จ่าย ATK ควงคู่ไปกับความชัดเจนในการนำมาตรการ Covid Free Setting และ Universal Prevention โดยกำหนดให้ผู้ประกอบการสามารถปฎิบัติได้ง่ายและมีขั้นตอนที่ชัดเจน และภาครัฐเร่งการกระจายการฉีดวัคซีนให้รวดเร็วและเข้าถึงประชาชนมากกว่า 70% ของประชากรทั้งหมดของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จะเห็นได้ว่ามาตรการผ่อนปรนฯ เป็นกุญแจสำคัญที่เรียกความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจกลับคืนมา และยังเป็น การสร้างเม็ดเงินเข้าสู่ระบบค้าปลีกและบริการได้อย่างทันท่วงที อย่างไรก็ตาม รัฐบาลควรเร่งการกระจายการฉีดวัคซีนให้ได้ 70% ของประชากรทั้งประเทศตามที่ได้ตั้งเป้าไว้ เพื่อจะได้เปิดประเทศอย่างปลอดภัยและเร็วที่สุด อีกปัจจัยที่สำคัญ&amp;nbsp; ที่จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งเป็นโค้งสุดท้ายของปีนี้ ขอเสนอให้นำมาตรการ &amp;ldquo;ช้อปดีมีคืน&amp;rdquo; กลับมาใช้อย่างเร่งด่วน เพราะจะเป็นการอัดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;rdquo; นายฉัตรชัย กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118429</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot; Helena Citronova &quot; รักต้องห้าม&quot;นักโทษหญิงชาวยิว กับทหารนาซี&quot;, https://teslastocknetwork.com/, การตลาด, การพนัน, ดัชนีความเชื่อมั่นค้าปลีกในเดือนกันยายน, นายฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์, สมาคมผู้ค้าปลีกไทย, สล็อตเว็บตรง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211001/image_big_6156a0ae1b7e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
