<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91769</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2021 16:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2021 16:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> FETCO เผยดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุนร้องแรงต่อเนื่องหวังเงินต่างชาติไหลเข้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.พ. 2564 นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า หรือเดือนเมษายน 2564 อยู่ที่ระดับ 132.55 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.5% จากเดือนก่อน ยังคงอยู่ในเกณฑ์ &amp;ldquo;ร้อนแรง&amp;rdquo; ต่อเนื่องเป็นเดือนที่สอง โดยนักลงทุนคาดหวังการไหลเข้าของเงินทุนเป็นปัจจัยหนุนมากที่สุด รองลงมาคือการคลี่คลายของสถานการณ์ไวรัสโคสิด-19 จากข่าวดีเรื่องวัคซีนที่ทยอยออกมา และผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ส่วนปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด ได้แก่ สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ รองลงมาคือสถานการณ์เศรษฐกิจยูโรโซน และการถดถอยของเศรษฐกิจในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนรายย่อยปรับเพิ่มขึ้น 22% อยู่ที่ระดับ 144.07, กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ปรับลดลง 3% อยู่ที่ระดับ 125.00 และกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ ปรับลดลง 17% อยู่ที่ระดับ 125.00 อยู่ในเกณฑ์ &amp;ldquo;ร้อนแรง&amp;rdquo; ส่วนกลุ่มนักลงทุนสถาบันปรับลดลง 1% อยู่ที่ระดับ 117.65 อยู่ในเกณฑ์ &amp;ldquo;ทรงตัว&amp;rdquo; โดยหมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือหมวดพลังงานและสาธารณูปโภค (ENERGY) และหมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือหมวดเหล็ก (STEEL)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในช่วงครึ่งแรกของเดือนมกราคม 2564 ดัชนีหุ้นไทยมีความผันผวน อยู่ระหว่าง 1,468.24-1,547.31 จุด จากการเทขายหุ้นที่มี free float ต่ำ โดยหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ได้รับผลกระทบมากที่สุด ช่วงครึ่งเดือนหลังดัชนีปรับตัวในกรอบแคบโดยมีข่าวดีจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมผ่านโครงการ &amp;ldquo;เราชนะ&amp;rdquo; ที่ออกมาช่วยเสริมสภาพคล่องด้านการใช้จ่ายภายในประเทศ และการประกาศผ่อนคลายพื้นที่ควบคุม แต่ดัชนีได้รับผลกระทบจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติที่อาจเกิดจากการปรับฐานการลงทุนซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับดัชนีตลาดหุ้นต่างประเทศ โดย ณ สิ้นเดือนมกราคม ปิดที่ 1,466.98 ปรับเพิ่มขึ้น 1.22% จากเดือนก่อนหน้า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ปัจจัยต่างประเทศที่ต้องติดตาม ได้แก่ โอกาสการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกจากการแจกจ่ายวัคซีน, การทบทวนข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน และการพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐ ส่วนปัจจัยในประเทศที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประกาศงบการเงินบริษัทจดทะเบียน (บจ.), ผลการประชุมรัฐสภาในส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจและการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญวาระสองที่อาจส่งผลต่อสถานการณ์การเมือง, จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ใหม่รายวันที่ยังเพิ่มสูงอยู่รวมถึงแผนการแจกจ่ายวัคซีนให้กับประชาชนในประเทศ และติดตามความเป็นไปได้ในการพิจารณาต่ออายุมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ต่าง ๆ ของภาครัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวอริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย กล่าวว่า คาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) รอบเดือนกุมภาพันธ์นี้ จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.5% เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำแล้ว และมาตรการการคลังที่ออกมาตั้งแต่ช่วงต้นปีจะลดความจำเป็นในการลดดอกเบี้ยนโยบายลง ทั้งนี้ หากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 มีแนวโน้มแย่ลง อาจมีการพิจารณาปรับลดดอกเบี้ยนโยบายได้ ส่วนคาดการณ์อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 5 ปี ยังทรงตัวใกล้เคียงระดับ 0.70% และ 10 ปี อยู่ที่ 1.29%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91769</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน, นายไพบูลย์ นลินทรางกูร, ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180711/image_big_5b462ae00ec6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35267</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักลงทุนกังวล รัฐบาลปริ่มน้ำ ฉุดดัชนีเชื่อมั่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เฟทโก้เผยดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุน 3 เดือนข้างหน้าลด 2.83% เหตุกังวลการเมืองเสถียรภาพน้อย คาดรัฐบาลใหม่มีเสียงแค่ 260 เสียง แนะหาคนฝีมือดีเร่งทำงานทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม นายไพบูลย์ นลินทรางกูร &amp;nbsp; ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (เฟทโก้) เดือน พ.ค.62 ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวลดลง 2.83% มาอยู่ที่ระดับ 104.49 เป็นเดือนที่ 2 เนื่องจากนักลงทุนกังวลปัจจัยภายในประเทศจากสถานการณ์การเมืองภายหลังการเลือกตั้ง รวมทั้งเสถียรภาพรัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้ง และผลการเจรจานโยบายการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ถือว่ามีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด แต่หากสถานการณ์ต่างๆ &amp;nbsp; คลี่คลายและมีความชัดเจนขึ้น เชื่อว่ากระแสเงินทุนต่างชาติจะไหลกลับเข้ามาในตลาดหุ้นไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับทิศทางการลงทุนอีก 3 เดือนข้างหน้า ปัจจัยที่มีผลต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด ยังคงเป็นปัจจัยในประเทศจากสถานการณ์ทางการเมืองที่อยู่ระหว่างการประกาศผลเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลในช่วงเดือน พ.ค.นี้ เบื้องต้นประเมินว่าโอกาสรัฐบาลใหม่จะมีเสียงข้างมากนั้นมีน้อย โดยคาดว่าจะอยู่ที่ 250-260 เสียง ถือว่าเก่งแล้ว และต้องยอมรับว่าเสียงที่มีอยู่ อาจทำให้เสถียรภาพลดลง เวลาการบริหารงานมีน้อย หากจะเข้ามาบริหารประเทศทันที ต้องเลือกคนที่มีความสามารถเข้ามาทำงานได้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาต้องทำงานได้ทันที เนื่องจากมีเวลาจำกัด และหมดเวลาฮันนีมูนแล้ว จึงต้องหาคนมีฝีมือเข้ามาบริหารงานทันที ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ทำให้เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบ เนื่องจากยังคงพึ่งพาการส่งออกและการท่องเที่ยวอยู่ โดยต้องมีนโยบายการกระตุ้นบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชนให้เกิดความต่อเนื่อง รวมถึงสานต่อนโยบายรัฐบาลเดิม เพื่อไม่ให้นักลงทุนเกิดความกังวล และหากมีความชัดเจนตลาดหุ้นไทยก็จะสามารถปรับตัวขึ้นได้ไม่ยาก&amp;quot; นายไพบูลย์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ปัจจัยทางเศรษฐกิจโลกที่ต้องติดตาม ได้แก่ ความเป็นไปได้กรณีปรับลดอัตรานโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และผลกระทบความคืบหน้าและการคาดหวังการบรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐและจีน, กรณีพิพาทระหว่างสหรัฐและสหภาพยุโรป เรื่องการให้เงินอุดหนุนอุตสาหกรรมการบินที่อาจส่งผลต่อการขึ้นภาษีนำเข้าระหว่างกัน ทำให้เศรษฐกิจโลกยังมีความเสี่ยงที่จะชะลอตัวลง และการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายจนถึงสิ้นปี ทิศทางเบร็กซิต ภายหลังการเลื่อนเส้นตายข้อตกลงจนถึงวันที่ 31 ต.ค.นี้ ยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.อริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย กล่าวถึงดัชนีคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยเดือน พ.ค.62 ว่า ดัชนีคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เดือน พ.ค.นี้ อยู่ที่ระดับ 60 เพิ่มขึ้นจากครั้งที่แล้ว แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากปัจจุบัน สะท้อนมุมมองตลาดที่คาดว่าดอกเบี้ยนโยบายจะยังคงอยู่ที่ระดับ 1.75% ต่อไป โดยให้น้ำหนักกับอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ทิศทางดอกเบี้ยในตลาดโลก และอัตราเงินเฟ้อ เป็นปัจจัยหลัก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35267</URL_LINK>
                <HASHTAG>กังวลการเมืองเสถียรภาพน้อย, ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน, นายไพบูลย์ นลินทรางกูร, รสภาธุรกิจตลาดทุนไทย, ลด 2.83%, หนังสือพิมพ์, เฟทโก้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190507/image_big_5cd198f32816a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13247</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2018 23:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2018 09:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุนฟื้นในรอบ 5เดือน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;FETCO เผยดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุนฟื้นรอบ 5 เดือน คาด 3 เดือนข้างหน้า ปรับตัวเพิ่มขึ้น 10.55% ส่วนเชื่อมั่นทองพุ่ง ศก.ไม่แน่นอน หนุนซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน เดือน ก.ค.61 คาดว่าเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวเพิ่มขึ้น 10.55% จากเดือน มิ.ย. ขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 101.33 ถือเป็นการปรับขึ้นเดือนแรกในรอบ 5 เดือน เนื่องจากนักลงทุนเชื่อมั่นภาวะเศรษฐกิจในประเทศเป็นตัวสนับสนุนการลงทุน แต่สถานการณ์การเมืองเป็นปัจจัยกดดันความเชื่อมั่นมากที่สุด ส่วนปัจจัยต่างประเทศ นักลงทุนเฝ้าติดตามทิศทางเงินทุนไหลเข้าออกระหว่างประเทศ ภายหลังตัวเลขขายสุทธิของนักลงทุนต่างประเทศปีนี้เพิ่มขึ้น จากผลกระทบจากนโยบายกีดกันทางการค้า และการลงทุนของสหรัฐกับประเทศคู่ค้าและนโยบายการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ภาพรวมความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติเริ่มดีขึ้น หลังจากช่วงที่ผ่านมามีการขายเพื่อปรับพอร์ตไปค่อนข้างมาก ซึ่งขณะนี้ราคาหุ้นไทยที่ค่อนข้างถูก และสถานะการถือครองหุ้นไทยของต่างชาติที่อยู่ระกับต่ำในรอบ 10 ปี จะทำให้ต่างชาติเริ่มชะลอการขายหุ้นไทยเป็นระยะ โดยหมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือหมวดธนาคาร เพราะผ่านผลกระทบเรื่องค่าธรรมเนียมกดดันในระยะสั้นแล้ว รวมถึงราคาหุ้นเริ่มอยู่ในระดับน่าลงทุน ขณะที่หมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือหมวดธุรกิจเหล็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีทุจริตภายในของ บมจ.โกลบอลกรีนเคมิคอล (จีจีซี) เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง แต่เชื่อว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) จะติดตาม และให้ บรมจ.ปตท. ซึ่งเป็นบริษัทแม่ เร่งคลี่คลายปัญหาภายใน &amp;nbsp;แม้ขณะนี้นักลงทุนต่างชาติยังไม่มีการตั้งคำถาม โดยคาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมธรรมาภิบาลทั้งตลาด เพราะบริษัทจดทะเบียนกว่า 99% ยังมีธรรมาภิบาลอยู่ในระดับที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำ เดือน ก.ค.61 ปรับเพิ่มขึ้นจากเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา จากระดับ 52 จุด มาอยู่ที่ระดับ 54.72 จุด เพิ่มขึ้น 2.72 จุด หรือคิดเป็น 5.23% เนื่องจากนักลงทุนคาดว่าน่าจะมีปัจจัยมาจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ความต้องการซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย แรงซื้อเก็งกำไร นโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีสหรัฐ และราคาน้ำมันในตลาดโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คาดการณ์ราคาทองคำเดือน ก.ค.61 ของผู้ประกอบกิจการค้าทองคำรายใหญ่ให้กรอบเฉลี่ยบริเวณ 1,235 &amp;ndash; 1,296 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ โดยราคาทองคำแท่งในประเทศความบริสุทธิ์ 96.5% ให้กรอบเฉลี่ยบริเวณบาทละ 19,400 &amp;ndash; 20,100 บาท และด้านค่าเงินบาทไทยให้กรอบเฉลี่ยบริเวณ 32.41 &amp;ndash; 33.55 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13247</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน, นักลงทุนต่างชาติ, สภาธุรกิจตลาดทุนไทย, เดือนก.ค.61</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180711/image_big_5b462ae00ec6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
