<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116054</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 16:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 16:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.อ.ท.โอดความเชื่อมั่นอุตฯ ดิ่งสุดรอบ 16 เดือน วอนรัฐช่วยพักต้นพักดอกนาน 1 ปี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย. 2564 นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนส.ค. 2564 ว่า ความเชื่อมั่นอยู่ที่ระดับ 76.8 ลดลงจากระดับ 78.9 ในเดือนก.ค. 64 ลดลงในทุกภูมิภาคและทุกขนาดอุตสาหกรรม และค่าดัชนีฯ ยังต่ำที่สุดในรอบ 16 เดือน นับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2563 ปัจจัยที่ส่งผลกระทบมาจากมาตรการควบคุมโควิด-19 ที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดเป็น 29 จังหวัด และบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ตลอดเดือนสิงหาคม ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศลดลง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การแพร่ระบาดในโรงงานอุตสาหกรรมยังไม่คลี่คลายส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิตลดลงและการส่งมอบสินค้าล่าช้าโดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่เน้นการส่งออก นอกจากนี้ยังกังวลเกี่ยวการฉีดวัคซีนให้กับพนักงานในโรงงานที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย กำลังซื้อในประเทศที่ยังอ่อนแอ เอสเอ็มอีขาดสภาพคล่อง นอกจากนี้การส่งออกยังเจอปัญหาอัตราค่าระวางเรือระดับสูง ขาดแคลนชิปเซมิคอนดักเตอร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับดัชนีฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าพบว่า ปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 90.9 จากระดับ 89.3 ในเดือนก.ค. 2564 โดยผู้ประกอบการคาดหวังว่าการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ควบคู่ไปกับการเร่งฉีดวัคซีนให้กับประชาชนครอบคุลมทุกกลุ่ม จะช่วยลดจำนวนผู้ติดเชื้อลงได้ และทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจค่อยๆ ฟื้นตัว ทั้งนี้ ผู้ประกอบการเห็นว่าภาครัฐควรเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ รวมถึงเร่งขยายการส่งออกอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ส.อ.ท.ได้ทำการสำรวจถึงข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ มีจำนวน 4 ข้อ ได้แก่ 1. ขอให้ภาครัฐสนับสนุนงบประมาณในการจัดตั้งพื้นที่กักตัวและศูนย์พักคอยภายในโรงงาน รวมทั้งช่วยจัดหาและสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการซื้อชุดตรวจเอทีเค ตามมาตรการบับเบิล แอนด์ ซีล 2. ขอให้ภาครัฐเร่งฉีดวัคซีนให้แก่แรงงาน ม.33 ที่สถานประกอบการ เพื่อลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของโควิด 3. ขยายมาตรการพักชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยออกไปอย่างน้อย 6 เดือน ถึง 1 ปี ให้กับสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมของภาครัฐ รวมถึงสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อเสริมสภาพคล่องให้เอสเอ็มอี และ 4.ขอให้ภาครัฐเจรจากับประเทศคู่ค้าเพื่อสร้างความเชื่อมั่นเกี่ยวกับความปลอดภัยในสินค้าส่งออกของไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ล่าสุดจากการที่รัฐบาลเตรียมออกมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจเดือนต.ค.นี้ก็ขอให้เน้นมาตรการเพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชน แรงงาน และจัดหาวัคซีนให้เพียงพอตามที่ประกาศไว้ และอยากให้ช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการในการป้องกันโควิดภายในโรงงาน สำหรับการหารือระหว่างคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือกกร. ที่อยู่ระหว่างขอนัดหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นั้น ยังอยู่ระหว่างประสานงาน โดยกกร.กำลังจัดทำข้อเสนอให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปหลังจากรัฐคลายล็อกดาวน์ เบื้องต้นคาดว่าจะยังไม่มีการหารือในสัปดาห์หน้า แต่คาดว่าจะได้หารือร่วมกันในเร็วๆนี้&amp;quot;นายสุพันธุ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการสมาชิก ล่าสุด ส.อ.ท.ได้หาแหล่งเงินทุนรูปแบบ ซัพพลาย เชน แฟคตอริ่ง โดยอาศัยเครดิตของกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ช่วยเหลือซัพพลายเออร์ของตัวเองผ่านกลไกของธนาคาร 3 แห่ง ประกอบด้วย ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด(มหาชน) และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย วงเงินสินเชื่อรวม 40,000 ล้านบาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ที่เป็นสมาชิก ส.อ.ท. อาทิ &amp;nbsp;บริษัทในกลุ่มสิทธิผล บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) บริษัท อีโนเวรับเบอร์ (ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) กลุ่มบริษัท พี.เอฟ.พี. บริษัท เอส.พี.เอส. โคออพเพอเรท จำกัด(มหาชน) บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด(มหาชน) บริษัท นิภาเทคโนโลยี จำกัด(มหาชน) บริษัท ปัญจวัฒนาพลาสติก จำกัด(มหาชน) บริษัท เศรษฐ์ อินเตอร์เทรด จำกัด(มหาชน) รวมไปถึงกลุ่มธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ พร้อมช่วยเหลือซัพพลายเออร์โดยเฉพาะเอสเอ็มอีให้มากที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116054</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.), สุพันธุ์ มงคลสุธี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210730/image_big_6103f0faef000.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105703</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2021 19:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2021 19:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.อ.ท.โอดดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ ต่ำสุดในรอบ 11 เดือน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย. 2564 นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนพ.ค. 2564 อยู่ที่ระดับ 82.3 ปรับตัวลดลงจากระดับ 84.3 ในเดือนเม.ย. 64 และต่ำที่สุดในรอบ 11 เดือน นับตั้งแต่เดือนก.ค. 2563 โดยค่าดัชนีฯ ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 โดยมีปัจจัยลบจากสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ระลอกที่ 3 ยังไม่คลี่คลายและยังเกิดคลัสเตอร์ใหม่ๆอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในโรงงานอุตสาหกรรมซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคการผลิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การฉีดวัคซีนให้กับประชาชนยังมีความล่าช้าและภาครัฐมีการยกระดับมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจยังชะลอตัวและอุปสงค์ในประเทศยังฟื้นตัวช้า นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังเผชิญกับปัญหาต้นทุนประกอบการปรับตัวสูงขึ้น ทั้งราคาวัตถุดิบและราคาน้ำมันรวมถึงปัญหาขาดแคลนแรงงาน ขณะเดียวกันผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงินและขาดเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ ในด้านการส่งออกยังมีปัจจัยเสี่ยงเกี่ยวกับปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และอัตราค่าระวางเรือที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงปัญหาการขาดแคลนชิปอิเล็กทรอนิกส์ในอุตสาหกรรม &amp;nbsp;ยานยนต์และไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ผ่านโครงการเราชนะ &amp;nbsp;ม.33 เรารักกัน และเพิ่มเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐช่วยสนับสนุนกำลังซื้อในประเทศ ขณะที่เศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัวภายหลังสถานการณ์โควิด-19 ในหลายประเทศเริ่มคลี่คลายและเริ่มทยอยเปิดเมือง โดยเฉพาะเศรษฐกิจสหรัฐฯ และจีน มีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องจากความสามารถในการรับมือการแพร่ระบาดของโควิด-19ได้ดี และความคืบหน้าในการกระจายวัคซีนให้กับประชาชน รวมทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ทำให้การส่งออกของไทยได้รับอานิสงค์มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจผู้ประกอบการ 1,315 ราย ครอบคลุม 45 กลุ่มอุตสาหกรรมทั่วประเทศในเดือนพ.ค. 64 พบว่า ปัจจัยที่ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีความกังวลเพิ่มขึ้น ได้แก่ ราคาน้ำมัน 57.4% และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 34.5% ส่วนปัจจัยที่ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีความกังวลลดลง ได้แก่ สภาวะเศรษฐกิจโลก 60.1% อัตราแลกเปลี่ยน (มุมมองผู้ส่งออก) โดยอัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ 46.0% และสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ 45.8% ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับดัชนีฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าปรับเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 92.8 จากระดับ 91.8 ในเดือนเมษายน 2564 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากความคืบหน้าในการกระจายวัคซีนโควิด-19 ของภาครัฐซึ่งจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันหมู่และควบคุมสถานการณ์โควิด-19ให้คลี่คลายลง ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐอย่างต่อเนื่องรวมทั้งการลงทุนของภาครัฐ และการขยายตัวของการส่งออกจะช่วยสนับสนุนให้ภาวะเศรษฐกิจไทยมีทิศทางที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ส.อ.ท. ยังได้รวบรวมข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ ได้แก่ 1. เร่งควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และเร่งกระจายวัคซีนให้กับประชาชนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่โดยเร็วที่สุด 2. ออกมาตรการทางการเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งลดเงื่อนไขและข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อ 3. ออกมาตรการลดค่าน้ำค่าไฟ และค่าสาธารณูปโภค 30% เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และ 4. เร่งแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น อาทิ ภาคก่อสร้าง อุตสาหกรรมอาหาร สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เป็นต้น รวมทั้งส่งเสริมการจ้างงานโดยเชื่อมโยงอุปสงค์และอุปทานด้านแรงงาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105703</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.), สุพันธุ์ มงคลสุธี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210608/image_big_60bf6111d8087.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100890</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2021 12:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2021 12:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.อ.ท. ส่งสัญญาณขอให้รัฐบาล ล็อกดาวน์ พื้นที่ระบาดของโควิดรุนแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เมษายน 2564 &amp;nbsp;นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนมี.ค.64 อยู่ที่ระดับ 87.3 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 85.1 ในเดือนก.พ.64 โดยค่าดัชนีฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกขนาดอุตสาหกรรมและทุกภูมิภาค โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากอุปสงค์ในประเทศและต่างประเทศขยายตัวต่อเนื่อง ส่งผลดีต่อภาคการผลิตรวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายและการบริโภคในประเทศ นอกจากนี้ ผู้ประกอบการเร่งผลิตสินค้าก่อนวันหยุดยาวในช่วงเทศกาลสงกรานต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ด้านการส่งออกมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นตามทิศทางเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มฟื้นตัว โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้ายานยนต์และชิ้นส่วนฯ เครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ และน้ำมันสำเร็จรูป นอกจากนี้ ความคืบหน้าเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนในหลายประเทศ รวมทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ อาทิ สหรัฐฯ จีนและยุโรป ช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจโลกมีทิศทางที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับดัชนีฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 94.0 จากระดับ 92.0 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 เนื่องจากผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นว่าความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในหลายประเทศ ตลอดจนมาตรกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ จะช่วยให้เศรษฐกิจการค้าโลกฟื้นตัวต่อเนื่อง นอกจากนี้ การผ่อนปรนมาตรการควบคุมการเดินทางเข้าประเทศของนักท่องเที่ยวต่างชาติจะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ประธาน ส.อ.ท. กล่าวถึงข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ มีดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ขอให้ภาครัฐเร่งควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ให้ได้โดยเร็ว โดยใช้มาตรการล็อกดาวน์เฉพาะพื้นที่ที่มีความเสี่ยงและมีการแพร่ระบาดสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เร่งรัดการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับประชาชนเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนเกี่ยวกับความปลอดภัยของวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. สนับสนุนให้เอกชนนำเข้าวัคซีนที่ได้ขึ้นทะเบียนกับ อย.แล้ว เพื่อช่วยให้การฉีดวัคซีนเร็วขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ขอให้ภาครัฐดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. เร่งแก้ไขปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. เร่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ที่ยังเป็นปัญหาต่อเนื่องเพื่อช่วยเหลือผู้ส่งออก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100890</URL_LINK>
                <HASHTAG>6 ข้อเสนอฟื้นฟูเศรษฐกิจ, ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม, นายสุพันธุ์ มงคลสุธี, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210421/image_big_608042b408229.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84120</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/11/2020 16:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/11/2020 16:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอกชนตั้งรับการระบาดโควิด-19 รอบ 2 แม้ดัชนีฯ อุตขยับขึ้น 6 เดือนต่อเนื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ย. 2563 นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนต.ค.&amp;nbsp;2563 อยู่ที่ระดับ 86.0 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 85.2 ในเดือนก.ย. 2563 โดยค่าดัชนีฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 นับตั้งแต่เดือนพ.ค.ที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากอุปสงค์ในประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าคงทน ส่งผลให้ภาคการผลิตมีการฟื้นตัว ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐผ่านการท่องเที่ยวและการบริโภคสนับสนุนให้เกิดการใช้จ่ายในประเทศเพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อยอดขายสินค้าและรายได้ของผู้ประกอบการ นอกจากนี้ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐอย่างต่อเนื่องส่งผลดีต่อความต้องการใช้สินค้าวัสดุก่อสร้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผู้ประกอบการยังมีความกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกที่มีความรุนแรงขึ้น หลายประเทศในยุโรปประกาศล็อกดาวน์รอบ 2 ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัว คำสั่งซื้อจากต่างประเทศ มีแนวโน้มลดลง รวมทั้งการปิดด่านการค้าชายแดนที่ติดกับประเทศเมียนมาร์ ทำให้การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศมีความล่าช้า ขณะเดียวกันผู้ประกอบการเอสเอ็มอี บางรายยังประสบปัญหาขาดสภาพคล่องเนื่องจากยอดขายสินค้าลดลงในช่วงการระบาดของโควิด-19 และยอดขายยังไม่กลับมาเท่ากับช่วงก่อนการระบาด นอกจากนี้ สถานการณ์ชุมนุมทางการเมืองยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นด้านการลงทุน&amp;rdquo;นายสุพันธุ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันสถานการณ์ค่าเงินบาทของประเทศที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเหรียญสหรัฐอย่างต่อเนื่องนั้นส่งผลกระทบโดยตรงกับการส่งออกและต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจต่าง ๆ เนื่องจากเป็นการแข็งค่าขึ้นมากกว่าประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะเวียดนาม ซึ่งที่ผ่านมาตั้งแต่ช่วงวันที่ 1 เม.ย. &amp;ndash; 16 พ.ย. 2563 ค่าเงินบาทแข็งตัวขึ้นกว่า 8.20% ขณะที่เวียดนามค่าเงินแข็งขึ้นเพียง 1.66% ซึ่งจะเป็นการเสียเปรียบต่อการแข่งขันของประเทศ จึงต้องการให้ภาครัฐและหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาดูแลในเรื่องนี้โดยเร็ว ซึ่งมองว่าค่าเงินบาทที่สมควรอยู่ที่ประมาณ 32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับดัชนีฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวลดลงอยู่ที่ระดับ 91.9 จากระดับ 93.3 ในเดือนก.ย. 63 จากปัจจัยสภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอนสูงเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยกดดันต่อการฟื้นตัวของภาคการส่งออกของ โดยภาคเอกชนมีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลซึ่งต้องการให้รักษามาตรฐานการควบคุมโรคโควิด-19 และขอให้ภาครัฐเร่งรัดการจ่ายเงินการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐทุกโครงการภายใน 30 วัน หลังจากการตรวจรับเรียบร้อยเพื่อช่วยในการเสริมสภาพคล่องทางการเงินภาคเอกชน รวมถึงเร่งผลักดันโครงการลงทุนและโครงการก่อสร้างของภาครัฐทุกโครงการที่ได้วางแผนไว้เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84120</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.), สุพันธุ์ มงคลสุธี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190829/image_big_5d67b72ca6afd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81182</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แห่ลงทะเบียนคนละครึ่ง หวั่นเชื่อมั่นอีก3เดือนหด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คลัง&amp;quot; มองม็อบระอุไม่มีผลกระทบโครงการคนละครึ่ง เหตุคนยังต้องจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวัน ฟุ้ง 3 วันคนแห่ลงทะเบียนแล้ว 5.8 ล้านคน &amp;quot;ส.อ.ท.&amp;quot; เผยดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ก.ย.ปรับขึ้นอยู่ที่ระดับ 85.2 ยังหวั่นโควิด-19 ระลอกสองทำความเชื่อมั่นอีก 3 เดือนหด เสนอรัฐเปิดเวทีสภาสมัยวิสามัญถกกลุ่มผู้ชุมนุมหาทางออกด้านการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ยอดลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com ล่าสุดวันที่ 19 ต.ค.63 มีผู้ลงทะเบียนแล้ว 5.8 ล้านคน จากจำนวนสิทธิ์ทั้งหมด 10 ล้านคน ขณะที่ร้านค้าลงทะเบียนแล้ว 2.9 แสนร้านค้า ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่เป็นร้านค้า รถเข็น&amp;nbsp; หาบเร่ แผงลอย จำนวน 4.9 หมื่นร้านค้า และเป็นร้านค้าที่มีหน้าร้าน 1.7 แสนร้านค้า ทำให้เห็นว่าประชาชนให้ความสนใจโครงการนี้เป็นอย่างมากหลังเปิดให้ลงทะเบียนเพียง 3 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากสถานการณ์ชุมนุมทางการเมืองที่เกิดขึ้นในพื้นที่สำคัญของกรุงเทพฯ และทั่วประเทศในขณะนี้ เชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบต่อคนลงทะเบียนและการใช้สิทธิ์ซื้อสินค้าจากร้านต่างๆ เพราะเชื่อว่าคนยังจำเป็นต้องจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวันอยู่ แม้จะมีการชุมนุมก็ไม่น่าจะลำบากอะไรในการไปใช้สิทธิ์ในโครงการ มั่นใจว่าไม่กระทบการจับจ่ายใช้สอยแน่นอน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;แม้ว่าจะมีการตั้งข้อสังเกตว่ามีคนลงทะเบียนในมาตรการคนละครึ่งเริ่มช้าลง ไม่ได้มากเหมือนวันแรก เพราะมาตรการไม่มีความจูงใจ คลังก็ขอเวลาก่อนเพราะเพิ่งเปิดให้ลงทะเบียนได้ 3 วัน และยอดล่าสุดขณะนี้ก็เกือบ 6 ล้านคนแล้ว ก็ขอรอดูสักระยะหนึ่งว่าคนต้องการอะไร ติดขัดเรื่องนี้จึงยังไม่มีการพิจารณาปรับเงื่อนไขให้สิทธิ์ต่างๆ ในตอนนี้ ในหลักการคนที่ลงทะเบียนคนละครึ่งจะไม่ได้สิทธิ์ช้อปดีมีคืน ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง&amp;quot; นายกฤษฎากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจะมีการลงทะเบียนครบ 10 ล้านคนตามเป้าหมายหรือไม่ นายกฤษฎากล่าวว่า กระทรวงการคลังเชื่อว่าคนลงทะเบียนยิ่งน้อยยิ่งดี สะท้อนว่าเศรษฐกิจดี คนยังมีเงินจับจ่ายใช้สอย โดยไม่ต้องพึ่งพามาตรการรัฐบาล คนใช้น้อยก็แปลว่าไม่ต้องการความช่วยเหลือจากรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนกันยายน 2563 ปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 85.2 จากเดือนสิงหาคมอยู่ที่ระดับ&amp;nbsp; 84 เป็นผลมาจากมาตรการของภาครัฐที่ออกมากระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ การคลายล็อกดาวน์ทำให้กิจกรรมธุรกิจดำเนินไปได้ ภาคการส่งออกและการขนส่งระหว่างประเทศมีสัญญาณดีขึ้น การควบคุมโควิด-19 ทำได้ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัจจัยลบจากการปิดด่านชายแดนที่ติดกับเมียนมา จึงส่งผลกระทบต่อการส่งออกและปัญหาการขาดแคลนแรงงานต่างด้าว ดังนั้นคาดการณ์ว่าในอีก 3 เดือนข้างหน้า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมมีแนวโน้มปรับตัวลดลงอยู่ที่ระดับ 93.3 จาก 94.5 ในเดือนสิงหาคม เพราะกังวลเกี่ยวกับการระบาดของโควิด-19 รอบสองทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านจึงต้องมีการล็อกดาวน์อีกครั้ง การสิ้นสุดมาตรการพักชำระหนี้ในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งอาจส่งผลต่อสภาพคล่องของธุรกิจและกำลังซื้อในประเทศ รวมถึงปัญหาการเมืองในประเทศ ราคาน้ำมัน อัตราดอกเบี้ย เงินกู้มากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดัชนีฯ ที่ลดลงเพราะความช่วยเหลือภาครัฐจะหมดลง แต่รัฐก็มีมาตรการอื่นๆ มาเติม เช่น โครงการคนละครึ่ง เที่ยวด้วยกัน ส่วนการชุมนุมทางการเมือง 3-4 วันที่ผ่านมาก็กังวลเพราะมันกระจายหลายจุด ทุกฝ่ายต้องช่วยกันแก้ปัญหาว่าจะทำยังไง ควรเปิดสภาสมัยวิสามัญให้เขาได้มีเวทีออกมาชี้แจง อย่างการแก้รัฐธรรมนูญอันไหนเห็นร่วมกันก็แก้ไปก่อน แต่ที่ห่วงตอนนี้คือมือที่สาม&amp;quot; นายสุพันธุ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับข้อเสนอต่อภาครัฐคือ เอกชนต้องการให้เร่งเบิกจ่ายงบประมาณผ่านโครงการลงทุนภาครัฐทั้งในและภูมิภาค ออกมาตรการเพิ่มเติมช่วย SMEs หลังใกล้สิ้นสุดมาตรการเดิม และรัฐต้องจัดซื้อจัดจ้างสินค้าที่ผลิตในประเทศ และจะเห็นได้ว่าดัชนีความเชื่อมั่นรายใหญ่นั้นกลับลดลง เพราะกังวลการระบาดโควิด-19 รอบสอง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมปิโตรเคมี แอร์ โรงกลั่นน้ำมัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยวันที่ 19 ต.ค.63 บรรยากาศการซื้อวันนี้นักลงทุนยังคงเทขายหุ้นออกมาตลอดทั้งวัน เนื่องจากมีความกังวลต่อการชุมนุมการเมืองที่มีขึ้นต่อเนื่อง และกระจายไปยังที่ต่างๆ ในหลายพื้นที่เกือบทั่วประเทศ ประกอบกับใกล้จะทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/63 ซึ่งยังมีทิศทางที่ดีมาก ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) และการตั้งสำรองฯ ทำให้ภาพระยะสั้นกลุ่มแบงก์ยังไม่มีความน่าสนใจมากนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ตลาดภูมิภาคส่วนใหญ่กลับปรับตัวอยู่ในแดนบวก รับความคืบหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐอเมริกา และตัวเลขเศรษฐกิจของจีนที่ออกมาอยู่ในทิศทางที่ดี ส่งผลปิดตลาดวันนี้ที่ระดับ 1,208.75 จุด ลดลง 24.93 จุด มูลค่าการซื้อขาย 54,008.12 ล้านบาท.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81182</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวัน, ดัชนีความเชื่อมั่น, ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปิดเวทีสภาสมัยวิสามัญ, โครงการคนละครึ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201019/image_big_5f8dafbece99f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74999</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2020 11:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2020 11:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.อ.ท.ดัชนีอุตฯกระเตื้องขึ้นต่อเนื่องชงรัฐขยายมาตรการช่วย SMEs ถึงสิ้นปี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค. 2563 นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจ ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนกรกฎาคม 2563 อยู่ที่ระดับ 82.5 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 80.0 ในเดือนมิถุนายน 2563 โดยค่าดัชนีฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ทั้งนี้ พบว่า การฟื้นตัวของภาคการผลิตมีทิศทางที่ดีขึ้น โดยมีปัจจัยบวกจากการที่รัฐบาลมีการผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์ทำให้กิจการต่างๆ กลับมาดำเนินการได้มากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการใช้สินค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องนุ่งห่ม สินค้าวัสดุก่อสร้าง ขณะเดียวกันผู้ประกอบการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ เช่น งาน Motor Show และโปรโมชั่น Mid Year Sale เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม แม้ว่าดัชนีความเชื่อมั่นฯ จะเพิ่มขึ้น แต่ยังต่ำกว่าระดับ 100 และยังต่ำกว่าก่อน การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั้งนี้ ผู้ประกอบการยังมีความกังวลต่อสภาพคล่องและการเข้าถึงสินเชื่อ รวมทั้งการฟื้นตัวของภาคการส่งออก ตลอดจนความเสี่ยงของการกลับมาระบาดรอบสองของไวรัสโควิด-19 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินกิจการภาคอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจผู้ประกอบการ 1,211 ราย ครอบคลุม 45 กลุ่มอุตสาหกรรมทั่วประเทศในเดือนกรกฎาคม 2563 พบว่า ปัจจัยที่ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีความกังวลเพิ่มขึ้น ได้แก่ สถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ ร้อยละ 51.8, ราคาน้ำมัน ร้อยละ 38.0 และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ร้อยละ 22.0 ตามลำดับ ส่วนปัจจัยที่ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีความกังวลลดลง คือ สภาวะเศรษฐกิจโลก ร้อยละ 67.9 และอัตราแลกเปลี่ยน (มุมมองผู้ส่งออก) โดยอัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ร้อยละ 44.3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับดัชนีฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 93.0 โดยเพิ่มขึ้นจาก 90.1 ในเดือนมิถุนายน 2563 ทั้งนี้ ความเชื่อมั่นปรับตัวดีขึ้นทุกองค์ประกอบ ซึ่งผู้ประกอบการมองว่าภาคการผลิตเริ่มมีสัญญาณการปรับตัวดีขึ้น หากไม่มีการระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบสอง จะทำให้ผู้ประกอบการดำเนินกิจการต่อไปได้ อย่างไรก็ตามค่าดัชนีฯ ยังต่ำกว่าระดับ 100 สะท้อนว่าความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการในอนาคตยังต่ำกว่าระดับปกติ เนื่องจากยังมีปัจจัยกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจในประเทศและต่างประเทศรวมทั้งปัญหาความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. เสนอให้ภาครัฐขยายระยะเวลามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการออกไปจนถึงสิ้นปี 2563 เช่น การพักหนี้ ลดเงินนำส่งประกันสังคม เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ
2. เร่งเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการลงทุนของภาครัฐ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74999</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.), สุพันธุ์ มงคลสุธี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200820/image_big_5f3df67fe05cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17952</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2018 15:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2018 15:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น้ำท่วมทำพิษฉุดดัชนีเชื่อมั่นอุตฯหดตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.อ.ท.มึนดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ งวด ส.ค. ลดอยู่ที่ระดับ 92.5 ชี้ปัจจัยน้ำท่วมทำพิษ ฉุดยอดขายชะลอตัว วอนรัฐดูแลค่าเงินสร้างความเข้มแข็งด้านส่งออก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ย. 2561 - นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนส.ค.2561 ว่าอยู่ที่ระดับ 92.5 ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนอยู่ที่ระดับ 93.2 เนื่องจากปัจจัยด้านฤดูกาล เนื่องจากในช่วงเดือนส.ค.มีฝนตกต่อเนื่อง และน้ำท่วมในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้กระทบต่อกำลังซื้อในส่วนภูมิภาคส่งผลให้ยอดขายชะลอตัวลง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าไม่คงทนและกลุ่มอุตสาหกรรมก่อสร้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ต้นทุนประกอบการเพิ่มขึ้นตามการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันและวัตถุดิบ รวมทั้งความกังวลของผู้ส่งออกที่มีต่อมาตรการภาษีนำเข้าของประเทศสหรัฐ ทั้งนี้ดัชนีความเชื่อมั่นฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ระดับ 105.6 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ระดับ 104.5 สะท้อนว่าผู้ประกอบการมีมุมมองต่อการดำเนินกิจการใน 3 เดือนข้างหน้าอยู่ในระดับที่ดีขึ้น โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากคำสั่งซื้อและการผลิตสินค้าเพื่อส่งมอบในช่วงปลายปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามปัจจัยที่ผู้ประกอบการมีความกังวลเพิ่มขึ้น ได้แก่ ราคาน้ำมันอัตราแลกเปลี่ยน และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ทั้งนี้ผู้ประกอบการจึงมีข้อเสนอแนะให้ภาครัฐดูแลค่าเงินบาทให้สอดคล้องกับประเทศอื่นในภูมิภาค เพื่อไม่ให้เสียเปรียบกับประเทศคู่แข่งทางการค้าของไทย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17952</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม, น้ำท่วมฉุดดัชนีความเชื่อมั่น, ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, สุพันธุ์ มงคลสุธี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180919/image_big_5ba2088c4aa3e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
