<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22967</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2018 09:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2018 09:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สศอ.ชี้ MPI ยังโตจากศก.ฟื้นจับตา2เดือนสุดท้ายมีแผ่ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สศอ.เผยดัชนีเอ็มพีไอยังโต งวดต.ค. ขยายตัว 4.08% ส่งผล 10 เดือนของปี 61 ขยายตัว 3.04% ชี้ตลาดฟื้นส่งรถยนต์ บุหรี่ น้ำมันขายดี จับตาช่วงที่เหลืออาจขยายตัวช้าไม่ถึงเป้า แต่หวังปีหน้าเติบโตสูงจากความชัดเจนของการเลือกตั้ง-อีอีซี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอดิทัต วะสีนนท์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) ประจำเดือนต.ค. 2561 อยู่ที่ระดับ 112.79 &amp;nbsp;ขยายตัวที่ 4.08% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่อยู่ที่ระดับ 111.70 และอัตราการใช้กำลังการผลิต เดือนต.ค. อยู่ที่ 67.75% โดยอุตสาหกรรมสำคัญที่ส่งผลบวกในเดือนตุลาคม 2561 ได้แก่ รถยนต์และเครื่องยนต์ บุหรี่ น้ำตาลทราย น้ำมันปิโตรเลียม และเครื่องปรับอากาศและชิ้นส่วน ส่งผลให้ 10 เดือนแรกของปีนี้(ม.ค.-ต.ค.) เอ็มพีไอขยายตัว 3.04% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำให้คาดการณ์เอ็มพีไอทั้งปีจะอยู่ที่ 2.5%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่คาดการณ์จีดีพีอุตสาหกรรมทั้งปีนี้จะอยู่ที่ 2.5% จากเดิมคาดการณ์อยู่ที่ระดับ 3-4% เนื่องจากยังต้องจับตาช่วง 2 เดือนสุดท้ายที่การผลิตอาจจะลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะปีก่อนกำลังการผลิตสูงกว่าเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้มาก สำหรับประมาณการเอ็มพีไอและจีดีพีปี 2562 คาดว่าจะขยายตัวเท่ากันที่ 2-3% คิดเป็นค่าเฉลี่ย 2.5% โดยปัจจัยสนับสนุนในปี 2562 คือ ความชัดเจนของการเลือกตั้ง ภายหลังจากที่รัฐบาลกำหนดวันเลือกตั้งแล้ว คาดว่าความเชื่อมั่นการลงทุนจะดีขึ้นอย่างแน่นอน ประกอบกับการลงทุนของภาครัฐที่จะเห็นชัดเจนขึ้นจากโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 5 โครงการหลักในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่จะได้ผู้รับเหมาครบทุกโครงการในเดือน ก.พ.2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรายังต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงในปีหน้าคือ ความไม่แน่นอนในมาตรการการค้าของสหรัฐฯ ที่อาจมีการดำเนินการกีดกันการค้ากับจีนเพิ่มเติม การชะลอตัวทางเศรษฐกิจของจีนและความเสี่ยงต่อปัญหาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่ไม่สมดุล โดยปีหน้าคาดการณ์ว่าจีดีพีของจีนอาจชะลอตัวลงจากปีนี้ โดยปีนี้คาดว่าจีดีพีจะอยู่ที่ 6.6% ส่วนปีหน้าคาดว่าจะลดลงเหลือ 6.3%&amp;quot;นายอดิทัต กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การเติบโตของอุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลบวกต่อดัชนีเอ็มพีไอประจำเดือนต.ค. ได้แก่&amp;nbsp;
รถยนต์และเครี่องยนต์ ขยายตัว 16.73% เกือบทุกรายการสินค้า โดยเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซล รถบรรทุกปิคอัพ และรถยนต์นั่งขนาดกลาง ตามการขยายตัวของตลาดในประเทศ เป็นหลักจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ , บุหรี่ &amp;nbsp;ขยายตัว 434.61% จากฐานต่ำในปีก่อน , น้ำตาลทราย &amp;nbsp;ขยายตัว 145.09% จากผลผลิตอ้อยที่มีมากกว่าปกติทำให้โรงงานปิดหีบช้ากว่าปีก่อน จึงยังมีการแปรสภาพน้ำตาลทรายดิบเป็นน้ำตาลทรายขาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น้ำมันปิโตรเลียม &amp;nbsp;ขยายตัว 9.84% จากน้ำมันแก๊สโซฮอล 95 น้ำมันดีเซล และน้ำมันเบนซินออกเทน 91 เป็นหลักตามความต้องการใช้น้ำมันเพื่อการคมนาคมและการขนส่งในประเทศที่เพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตต่อเนื่อง และเครื่องปรับอากาศ และชิ้นส่วน &amp;nbsp;ขยายตัว 18.54% ตามการขยายตัวของตลาดในประเทศ จากการทำกิจกรรมทางการตลาดเพื่อกระตุ้นการตัดสินใจและเพิ่มยอดขายของผู้ผลิต และการส่งออกยังคงเป็นคำสั่งซื้อจากตลาดญี่ปุ่น เป็นหลัก รวมถึงคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจากลูกค้าแอฟริกา และอินโดนีเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวโน้มภาวะอุตสาหกรรมสำคัญในปี 2562 คาดว่าจะมรการผลิตเพิ่มขึ้นในหลาย ๆ อุตสาหกรรม อาทิ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ &amp;nbsp;คาดว่าจะมีการผลิตเพิ่มขึ้นประมาณ 0.5% เนื่องจากความต้องการส่วนประกอบและอุปกรณ์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เพิ่มขึ้น อุตสาหกรรมรถยนต์ คาดว่าจะมีการผลิตรถยนต์ประมาณ 2,200,000 คัน เนื่องจากเศรษฐกิจในประเทศจะขยายตัว จากการบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชนที่จะขยายตัวดีขึ้น เพราะเกิดความเชื่อมั่นของนักลงทุนจากเสถียรภาพทางการเมือง ประกอบกับการลงทุนของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง และการส่งออก แต่ก็ยังต้องติดตามผลของสงครามการค้า สหรัฐ-จีน ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุตสาหกรรมอาหาร &amp;nbsp;คาดว่าขยายตัวเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.5% จากปัจจัยบวก อย่างเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มขยายตัวระดับใกล้เคียงปีก่อน ค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าด้วยทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นของสหรัฐอเมริกา ปี 2562 &amp;nbsp;ประกอบกับแนวโน้มราคาส่งออกสินค้าเกษตรปรับตัวเพิ่มขึ้น อาทิ ข้าว น้ำตาลทราย แป้งมันสำปะหลัง และสับปะรดกระป๋อง รวมทั้งการขยายตัวต่อเนื่องของสินค้าสำคัญ เช่น ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง ไก่แปรรูป และทูน่ากระป๋อง นอกจากนี้ คาดว่าสินค้าสำคัญอีกรายการที่จะกลับมาขยายตัว คือ กุ้งสดแช่เย็นแช่แข็ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22967</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม, ตุลาคม, สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.), อดิทัต วะสีนนท์, เอ็มพีไอ)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181128/image_mid_5bfe03c2bf9e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10321</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2018 14:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2018 14:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สศอ.โชว์ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมบวกติดต่อกัน 12 เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สศอ.โชว์เอ็มพีไอ งวดเม.ย. ปี 2561 ขยายตัวเพิ่มขึ้น 4.0% ลั่นขยายตัวเป็นบวกติดต่อกันเป็นเดือนที่ 12 ฉุด 4 เดือนแรกของปีขยายตัว 4.1% ยังคงคาดการณ์ทั้งปีที่ 2.5-3% จับตาครึ่งปีหลังก่อนประเมิณปรับประมาณการณ์ใน 1-2 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค. 2561 - นายณัฐพล รังสิตพล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) ประจำเดือนเม.ย. 2561 มีการขยายตัว 4.0% อยู่ที่ระดับ 103.28 และเป็นบวกติดต่อกันเป็นเดือนที่ 12 ทำให้ 4 เดือนแรกของปี 61 เอ็มพีไอขยายตัว 4.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่หดตัว 0.3% ซึ่งอัตราการใช้กำลังการผลิตเดือนเม.ย. 61 อยู่ที่ 61.58% โดยอุตสาหกรรมสำคัญที่ส่งผลบวกประจำเดือนเม.ย. 2561 ได้แก่ น้ำตาลทราย รถยนต์และเครื่องยนต์ เม็ดพลาสติก ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ และน้ำมันปิโตรเลียม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้การส่งออกอุตสาหกรรม ที่ไม่รวมทองคำแท่งในเดือนเม.ย.นี้ ขยายตัว 11.6% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ 9.9% เป็นผลมาจากการส่งออกรถยนต์ เครื่องคอมพิวเตอร์ ผลิตภัณฑ์ยาง เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ และแผงวงจรไฟฟ้า ขณะที่การนำเข้าสินค้าทุนขยายตัว 6.0 อย่างไรก็ตาม สศอ.ยังคาดการณ์เอ็มพีไอรวมทั้งปี อยู่ที่ 2.5-3% และการเติบโตของเศรษฐกิจในภาคอุตสาหกรรม (จีดีพี อุตสาหกรรม) เติบโตที่ 2-3% ซึ่งอาจจะมีการทบทวนอีกครั้งใน 1-2 เดือนข้างหน้า เนื่องจากต้องรอติดตามผลเอ็มพีไอในช่วงครึ่งหลังของปีก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;คาดว่าเอ็มพีไอหลังจากนี้ของปีอาจจะไม่ขยายตัวมากนัก เพราะในช่วงหลังของทุก ๆ ปีที่ผ่านมา มีฐานของตัวเลขทั้งการผลิต นำเข้าหรือส่งออกสูงอยู่แล้ว และหากเพิ่มขึ้นก็อาจจะไม่ได้แบบก้าวกระโดดจนเป็นปัจจัยที่จะต้องปรับคาดการณ์ทั้งปี&amp;rdquo;นายณัฐพล กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10321</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐพล รังสิตพล, ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม, สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม, สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม, เอ็มพีไอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0e5349a3d1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
