<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118840</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 16:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 16:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เงินเฟ้อเริ่มขยับขึ้น เดือน ก.ย.เพิ่ม 1.68% หลังมาตรการลดค่าไฟฟ้า น้ำประปาสิ้นสุด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค. 2564 นายวิชานัน นิวาตจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) เดือนก.ย.2564 เท่ากับ 101.21 เทียบกับเดือนส.ค.2564 เพิ่มขึ้น 1.59% เทียบกับก.ย.2563 เพิ่มขึ้น 1.68% เป็นการกลับมาขยายตัวอีกครั้ง หลังจากหดตัวในเดือนที่ผ่านมา ส่วนเงินเฟ้อเฉลี่ย 9 เดือนของปี 2564 (ม.ค.-ก.ย.) เพิ่มขึ้น 0.83% ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐาน ที่หักอาหารสดและพลังงานที่มีความผันผวนด้านราคาออก พบว่า ดัชนีอยู่ที่ 100.59 เพิ่มขึ้น 0.16% เมื่อเทียบกับเดือนส.ค.2564 และเพิ่มขึ้น 0.19% เมื่อเทียบกับเดือนก.ย.2563 และเฉลี่ย 9 เดือน เพิ่มขึ้น 0.23%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาเหตุที่ทำให้เงินเฟ้อในเดือนก.ย.2564 กลับมาขยายตัวเพิ่มขึ้น เป็นผลจากการสิ้นสุดลงของมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของรัฐบาล ทั้งการลดค่ากระแสไฟฟ้าและค่าน้ำประปา ที่สิ้นสุดตั้งแต่เดือนส.ค.2564 และระดับราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงยังสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยน้ำมันเพิ่มขึ้นสูงถึง 32.44%&amp;nbsp;ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อเงินเฟ้อในเดือนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนปัจจัยที่ทอนเงินเฟ้อไม่ให้สูงขึ้นมาก เป็นผลจากสินค้าเคลื่อนไหวเป็นปกติและค่อนข้างทรงตัว แม้กลุ่มอาหารสดจะเคลื่อนไหวในทิศทางที่ค่อนข้างผันผวน แต่ส่วนใหญ่ยังมีราคาต่ำกว่าปีก่อน โดยเฉพาะข้าวสารเจ้า ข้าวสารเหนียว เนื้อสุกร ไก่สด ผักสดและผลไม้สด ยกเว้นไข่ไก่ที่ยังมีราคาสูงกว่าปีก่อนค่อนข้างมาก รวมถึงเครื่องประกอบอาหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับเดือนก.ย.2564 มีสินค้าที่ปรับขึ้นราคา&amp;nbsp;183&amp;nbsp;รายการ เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง เม็ดพลาสติก ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ ผลปาล์มสด น้ำมันปาล์ม มันสำปะหลัง ผลิตภัณฑ์จากมันสำปะหลัง น้ำตาลทราย เหล็กแผ่น เหล็กเส้น และเหล็กฉาก เป็นต้น สินค้าลดลง 92 รายการ เช่น ข้าวเปลือก ข้าวสาร สุกร ไก่ ผัก ผลไม้ มะพร้าวผล ทองคำ เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย และไม่เปลี่ยนแปลง 226 รายการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายวิชานันกล่าวว่า แนวโน้มเงินเฟ้อในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ หากไม่มีมาตรการลดค่าครองชีพของภาครัฐ ที่ลดค่าไฟฟ้า น้ำประปา แต่ยังอุดหนุนน้ำมันดีเซล แต่เบนซินไม่มีมาตรการ และมีการผ่อนคลายกิจกรรมจากโควิด-19 ที่จะทำให้การหมุนเวียนทางเศรษฐกิจจะกลับมา มีการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวเป็นระยะ ๆ บวกกับการอ่อนค่าของเงินบาท ที่กระทบต้นทุนนำเข้าน้ำมัน การผลิต และอาหารสดที่มีความผันผวน เช่น ข้าว ที่ยังต่ำกว่าปีที่แล้ว ผักและผลไม้ ที่มีความผันผวน รวมปัจจัยทั้งหมดนี้ จะทำให้เงินเฟ้อไตรมาส 4 ขยายตัวอยู่ในช่วง 1.4-1.8%&amp;nbsp;ถือว่าค่อนข้างสูง ตลอดทั้ง 3 เดือนที่เหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ สนค.ได้ปรับประมาณการเป้าหมายเงินเฟ้อในปี 2564 ใหม่ จากเดิมคาดการณ์ 0.7-1.2% มีค่ากลางอยู่ที่ 1.2% ปรับเป็น 1%&amp;nbsp;บวกลบ 0.2%&amp;nbsp;หรืออยู่ระหว่าง 0.8-1.2%&amp;nbsp;โดยมีสมมติฐานจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) 0.7-1.2%&amp;nbsp;ราคาน้ำมันดิบดูไบ เฉลี่ย 65-70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 31.5-32.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แม้ว่าเงินบาทขณะนี้เริ่มอ่อนค่าลง แต่เฉลี่ย 9 เดือนที่ผ่านมา ยังแข็งค่ากว่าปีที่แล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118840</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ย., ดัชนีราคาผู้บริโภค, ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.), เงินเฟ้อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615c18ad7e5f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112284</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2021 12:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2021 12:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เงินเฟ้อก.ค.64 เพิ่ม 0.45% ขยายตัวต่อเนื่อง 4 เดือนติด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
5 ก.ค. 2564 นายวิชานัน นิวาตจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) เดือนก.ค.2564 เท่ากับ 99.81 เทียบกับเดือนมิ.ย.2564 ลดลง 0.12% เทียบกับก.ค.2563 เพิ่มขึ้น 0.45% สูงขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 แต่เพิ่มในอัตราที่ชะลอตัวลง ส่วนเงินเฟ้อเฉลี่ย 7 เดือนของปี 2564 (ม.ค.-ก.ค.) เพิ่มขึ้น 0.83% ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐาน ที่หักอาหารสดและพลังงานที่มีความผันผวนด้านราคาออก พบว่า ดัชนีอยู่ที่ 100.50 เพิ่มขึ้น 0.03% เมื่อเทียบกับเดือนมิ.ย.2564 และเพิ่มขึ้น 0.14% เมื่อเทียบกับเดือนก.ค.2563 และเฉลี่ย 7 เดือน เพิ่มขึ้น 0.26%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาเหตุที่ทำให้เงินเฟ้อยังคงขยายตัว มีปัจจัยหลักมาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ที่เพิ่มสูงขึ้น 29.35% อาหารสดบางชนิด เช่น เนื้อสุกร ไข่ไก่ ผลไม้สด ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องของฐานปีที่แล้วต่ำ และมีความต้องการเพิ่มขึ้นในบางช่วง และเครื่องประกอบอาหาร เช่น น้ำมันพืช ซีอิ้ว พริกแกง ที่เพิ่มขึ้นจากฐานปีที่แล้วต่ำ โดยมีปัจจัยทอนไม่ให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นมาก จากมาตรการลดค่าครองชีพของรัฐบาล คือ การลดค่าน้ำประปา และค่าไฟฟ้าที่ลดค่อนข้างแรงกว่าเดือนที่แล้ว เพราะใช้ฐานคำนวณใหม่ เป็นเดือนก.พ. จากเดิมเม.ย. ทำให้จ่ายค่าไฟถูกลง และยังมีการลดค่าธรรมเนียมการศึกษาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีการลดลงของสินค้าอาหารสดบางชนิด เช่น ข้าว ข้าวสารเหนียว ผักสด ที่ฐานปีที่แล้วต่ำ และผลผลิตเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผลไม้ภาคใต้ เช่น มังคุด ที่ลดลงมาก เพราะมีปัจจัยเรื่องผลผลิตออกมาก มีปัญหาเรื่องการเก็บผลไม้ การขนส่ง ทำให้มีสต็อกค่อนข้างเยอะ เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เช่น น้ำดื่ม กาแฟผงสำเร็จรูป น้ำอัดลม ที่ราคาปรับลดลง และเครื่องนุ่งห่ม ที่ราคาลดลง เพราะความต้องการลดลงในช่วงสถานการณ์โควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เงินเฟ้อเดือนก.ค.2564 กลุ่มที่ทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น มีมากกว่ากลุ่มที่ทำให้เงินเฟ้อหดตัว จึงทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นเพียง 0.45% แต่ถ้าไม่มีมาตรการรัฐ ทั้งลดค่าน้ำ ค่าไฟ จะมีผลทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นอีก 1.3% ถ้าบวกเข้าไปเงินเฟ้อเดือนนี้ ก็จะวิ่งไปที่ 1.8% พอมีมาตรการมาช่วย ก็ขึ้นไม่มากอย่างที่เห็น&amp;rdquo;นายวิชานันกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชานันกล่าวว่า แนวโน้มเงินเฟ้อในเดือนส.ค.2564 คาดว่าจะขยายตัวไม่สูงมากนัก เพราะยังมีปัจจัยบวกจากมาตรการลดค่าครองชีพของรัฐบาล ทั้งค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ในรอบเดือนก.ค.-ส.ค.2564 ส่วนราคาน้ำมัน แม้จะมีแนวโน้มสูงขึ้น แต่ก็มีแนวโน้มชะลอตัวลง เพราะฐานปีก่อนเริ่มสูงกว่าช่วงที่ผ่านมา สำหรับสินค้าในหมวดอื่น ๆ น่าจะยังคงเคลื่อนไหวในทิศทางปกติ ตามปริมาณผลผลิตและความต้องการ ขณะที่ราคาสินค้าเกษตรยังมีโอกาสผันผวนตามสภาพอากาศ และยังมีปัจจัยจากโควิด-19 ที่กระทบต่อกำลังซื้อของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเงินเฟ้อทั้งปี ยังคงคาดการณ์อยู่ในช่วง 0.7-1.7% มีค่ากลางอยู่ที่ 1.2% และมองว่าโอกาสที่จะขยับขึ้นไปถึง 1.7% มีความเป็นไปได้น้อย เพราะน้ำมันไม่ได้ขยับขึ้นต่อเนื่อง และยังมีมาตรการลดค่าครองชีพของรัฐบาลถึงส.ค.2564 โดยไตรมาส 2 เงินเฟ้ออยู่ที่ 2.36% ได้รับอิทธิพลจากราคาน้ำมันเป็นหลัก ส่วนไตรมาส 3 และ 4 คาดว่าเงินเฟ้อจะอยู่ที่ 1.01% และ 1.90% ภายใต้สมมตฐาน รัฐบาลไม่มีมาตรการลดค่าครองชีพเพิ่มเติม แต่ถ้ามี ตัวเลขนี้จะลดลงอีก แต่ทั้งปี จะอยู่ที่ 1.18-1.2% ภายใต้สมมติฐาน จีดีพี 1.5-2.5% ราคาน้ำมัน 60-70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยน 30-32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112284</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดัชนีราคาผู้บริโภค, วิชานัน นิวาตจินดา, สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.), เงินเฟ้อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210805/image_big_610b74ff1d889.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
