<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>25617</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/01/2019 18:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/01/2019 18:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เงินเฟ้อ ธ.ค.เพิ่ม 0.36% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 18</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;ldquo;พาณิชย์&amp;rdquo;เผยเงินเฟ้อธ.ค. เพิ่ม 0.36% เป็นบวกต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 18 ติดต่อกัน ส่วนปี 61 ทั้งปี เงินเฟ้อเพิ่ม 1.07% เป็นไปตามกรอบ แต่สูงสุดในรอบ 4 ปี ตั้งเป้าปี 62 โต 1.2% ภายใต้กรอบ 0.7-1.7%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
02 ม.ค. 62 น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ (เงินเฟ้อ) เดือนธ.ค.2561 เท่ากับ 101.73 ลดลง 0.65% เมื่อเทียบกับเดือนพ.ย.2561 ที่ผ่านมา แต่เพิ่มขึ้น 0.36% เมื่อเทียบกับเดือนธ.ค.2560 ซึ่งเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 18 ติดต่อกัน ส่วนเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี 2561 เพิ่มขึ้น 1.07% อยู่ในกรอบที่ประเมินไว้ที่ 0.8-1.6% โดยเป็นเงินเฟ้อที่สูงที่สุดในรอบ 4 ปี นับจากปี 2557 ที่เงินเฟ้ออยู่ที่ 1.89% ปี 2558 ติดลบ 0.9% ปี 2559 เพิ่ม 0.19% และปี 2560 เพิ่ม 0.66%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเงินเฟ้อทั้งปี 2561 ที่สูงขึ้น 1.07% มีปัจจัยหลักมาจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น แม้จะเริ่มปรับลดลงในช่วงปลายปี แต่ก็ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าและบริการต่อเนื่องกับราคาน้ำมัน ส่วนราคาสินค้าเกษตร ที่ผลผลิตผันผวนตามฤดูกาล ส่งผลกระทบทั้งทางบวกและลบต่อเงินเฟ้อ ขณะที่ความต้องการในประเทศที่เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับอัตราค่าจ้างและรายได้จากภาษีมูลค่าเพิ่ม การกระตุ้นการใช้จ่ายและมาตรการต่างๆ ของภาครัฐ บวกกับการลงทุนและการส่งออกที่ดีขึ้น ได้ช่วยเพิ่มกำลังซื้อในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามแนวโน้มเงินเฟ้อปี 2562 สนค. คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 1.2% ภายใต้กรอบ 0.7-1.7% ภายใต้สมมติฐานจากอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ 3.5-4.5% น้ำมันดิบดูไบ 70-80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยน 32.5-33.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยเงินเฟ้อไตรมาสแรก น่าจะอยู่ที่ 0.86% ไตรมาส 2 อยู่ที่ 0.98% ไตรมาส 3 อยู่ที่ 1.27% และไตรมาส 4 อยู่ที่ 1.81%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เงินเฟ้อปี 2562 มีปัจจัยที่ต้องจับตา คือ ราคาพลังงานที่ยังคงผันผวน ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้มีการปรับขึ้นค่าโดยสารในประเทศ การลงทุนมีทิศทางดีขึ้น ส่งผลต่อรายได้ประชาชนเพิ่มขึ้น ราคาสินค้าเกษตรดีขึ้น ทั้งข้าวและมันสำปะหลัง ส่วนปาล์มน้ำมันและมะพร้าว มีสัญญาณดีจากมาตรการแก้ไขปัญหา ทำให้รายได้เกษตรกรสูงขึ้น สินค้าอุตสาหกรรม มีแนวโน้มปรับขึ้นไม่มาก การส่งออกยังคงดีขึ้น เป็นปัจจัยบวกต่อกำลังซื้อ และค่าเงินบาท ที่มีผลต่อต้นทุนสินค้านำเข้า และการส่งออก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25617</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป, น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร, พลังงาน, สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180801/image_big_5b61c89c4d89d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14548</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เงินเฟ้อขาขึ้น! พุ่ง13เดือนติด ชี้ทั้งปีโต1.2%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;น้ำมันแพงดัน &amp;quot;เงินเฟ้อ&amp;quot; เพิ่ม 1.46% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 13 พาณิชย์ชี้อยู่ในช่วงขาขึ้น ทั้งจากบริโภคกำลังซื้อประชาชนฟื้นตัว รายได้ภาคเกษตรกระเตื้อง คาดทั้งปีโต 1.2% อยู่ในกรอบที่ประเมินไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ (เงินเฟ้อ) เดือน ก.ค.2561 เท่ากับ 102.00 สูงขึ้น 1.46% เมื่อเทียบกับเดือน ก.ค.2560 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 13 ติดต่อกัน แต่ลดลง 0.05% เทียบกับเดือน มิ.ย.2561 ที่ผ่านมา ส่งผลให้เงินเฟ้อช่วง 7 เดือนของปี 2561 (ม.ค.-ก.ค.) สูงขึ้น 1.04%&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาเหตุหลักที่ทำให้เงินเฟ้อเดือน ก.ค.เพิ่มขึ้น มาจากดัชนีหมวดอื่นๆ ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม เพิ่ม 2.29% สินค้าสำคัญที่เพิ่มขึ้น เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง เพิ่ม 13.85% สูงขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 20, หมวดยาสูบและเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ เพิ่ม 5.86%, ค่าเช่าบ้าน ค่าเช่าหอพัก เพิ่ม 1.12%, ค่าโดยสารสาธารณะ เพิ่ม 0.70% ส่วนหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เพิ่ม 0.02% สินค้าที่ราคาเพิ่มขึ้น เช่น เครื่องประกอบอาหาร เพิ่ม 1.74%, เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เพิ่ม 1.48%, &amp;nbsp;อาหารบริโภคในบ้าน เพิ่ม 1.10% นอกบ้าน เพิ่ม 1.23% และข้าวแป้งและผลิตภัณฑ์จากแป้ง เพิ่ม 3.65% แต่ผักสด ลด 5.33% ผลไม้สด ลด 2.35%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อแยกรายการสินค้า 422 รายการ ที่ใช้คำนวณเงินเฟ้อ พบว่า สินค้าสูงขึ้น 224 รายการ ได้แก่ ข้าวสารเจ้า เพิ่ม 6.91%, ครีมเทียม เพิ่ม 1.07%, ซีอิ๊ว เพิ่ม 1.63%, กาแฟสำเร็จรูปพร้อมดื่ม เพิ่ม 11.07%, &amp;nbsp;กาแฟผงสำเร็จรูป เพิ่ม 1.15%, กับข้าวสำเร็จรูป เพิ่ม 1.29%, ก๋วยเตี๋ยว เพิ่ม 1.51%, ข้าวราดแกง เพิ่ม 1.22%, อาหารตามสั่ง เพิ่ม 1.37%, ก๊าซหุงต้ม เพิ่ม 10.76%, ค่ากระแสไฟฟ้า เพิ่ม 2.62%, น้ำยาปรับผ้านุ่ม เพิ่ม 3.13%, แชมพูสระผม เพิ่ม 1.01%, ค่าโดยสารเรือ เพิ่ม 10.38%, น้ำมันดีเซล เพิ่ม 17.52%, บุหรี่ เพิ่ม 12.02%, เบียร์ เพิ่ม 1.16% และสุรา เพิ่ม 0.37% ส่วนสินค้าราคาไม่เปลี่ยนแปลง 84 รายการ และสินค้าราคาลดลง 114 รายการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พิมพ์ชนกกล่าวว่า สนค.คาดว่าเงินเฟ้อไตรมาส 3 จะขยายตัวเพิ่มขึ้น 1.35% และไตรมาส 4 เพิ่มขึ้น 1.5% ซึ่งทั้งปีจะทำให้เงินเฟ้อขยายตัวเพิ่มขึ้น 1.2% หรืออยู่ในกรอบที่ประเมินไว้ 0.8-1.6% ภายใต้สมมุติฐานคือ อัตราขยายตัวเศรษฐกิจไทยเติบโต 4.2-4.7% น้ำมันดิบตลาดดูไบ 60-70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล โดยคาดว่าช่วงครึ่งปีหลังราคาน้ำมันดิบจะอยู่ในกรอบ 65-75 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล อัตราแลกเปลี่ยนทั้งปี 32-34 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งปัจจุบันค่าเงินบาทอ่อนค่าลงมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เงินเฟ้อที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากราคาน้ำมันที่แพงขึ้น และต้องดูราคาน้ำมันในช่วงที่เหลือของปีนี้อีกว่าจะขึ้นมากน้อยแค่ไหน แต่อีกส่วนหนึ่งมาจากกำลังซื้อของประชาชนดีขึ้น โดยเฉพาะภาคการเกษตร ที่มีรายได้จากราคาสินค้าเกษตร เช่น ข้าว มัน ข้าวโพด ราคาดีขึ้น และเงินบาทอ่อนที่ทำให้การส่งออกสินค้าเกษตรดีขึ้น รวมทั้งยังมีการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาล เช่น รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ที่จะทำให้มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น&amp;rdquo; ผู้อำนวยการ สนค.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (เงินเฟ้อพื้นฐาน) ที่หักรายการสินค้าอาหารสดและพลังงานออกไปเดือนก.ค.2561 เท่ากับ 102.10 สูงขึ้น 0.79% และสูงขึ้น 0.04% เมื่อเทียบกับเดือน มิ.ย.2561 ส่วนยอดเฉลี่ย 7 เดือน สูงขึ้น 0.70%.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14548</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป, น้ำมันแพง, พิมพ์ชนก วอนขอพร, หนังสือพิมพ์, เงินเฟ้อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180801/image_big_5b61c854df479.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
