<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112067</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2021 15:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2021 15:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ความเชื่อมั่นนักลงทุนดิ่งในรอบ9เดือน คาดครึ่งปีหลังเศรษฐกิจติดลบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ส.ค. 2564 นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (เฟทโก้)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน ประจำเดือนกรกฎาคม 2564 พบว่า ดัชนีในอีก 3 เดือนข้างหน้า อยู่ในเกณฑ์ซบเซา ที่ระดับ 64.37 ปรับตัวลดลง 39.3% จากเกณฑ์ทรงตัวในเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 9 เดือน ที่ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน ตกลงมาอยู่ในเกณฑ์ซบเซา ซึ่งค่อนข้างน่าเป็นห่วง เพราะความเชื่อมั่นของนักลงทุนขณะนี้ต่ำมากๆ แล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา ตลาดคาดหวังว่า รัฐบาลจะสามารถบริหารจัดการและกระจายฉีดวัคซีนได้ดี และเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ โดยเฉพาะสายพันธุ์เดลต้า จะไม่ได้แพร่ระบาดสาหัสมากนัก ทำให้ภาพขณะนี้ที่ไม่เป็นไปตามคาดการณ์ไว้ ก็ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น โดยปัจจัยลบที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด คือ การระบาดโควิด-19 ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่เริ่มทวีความรุนแรงขึ้น แต่หลายประเทศยังโชคดีที่สามารถฉีดวัคซีนได้มากแล้ว ขณะที่ประเทศไทยยังคงกระจายฉีดวัคซีนได้ไม่มากนัก ซึ่งยังไม่เห็นแนวโน้มที่รัฐบาลจะสามารถควบคุมการระบาดได้ จึงยกระดับมาตรการล็อกดาวน์ และเพิ่มจังหวัดควบคุมเข้มข้นหรือสีแดงเข้มเป็น 29 จังหวัด ทำให้ผลกระทบต่อเศรษฐกิจมีมากขึ้น ส่วนปัจจัยบวกที่คาดหวังคือ การเร่งฉีดวัคซีนให้กับคนในประเทศ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ขึ้นเร็วที่สุด และนโยบายของภาครัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากมีการฉีดวัคซีนในประเทศได้ตามที่คาดหวังไว้ ตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสในการดีดตัวขึ้น (รีบาวด์) ได้ แต่ในระยะสั้นๆ 1-2 เดือนนี้ คาดว่าจะเป็นไปได้ยาก เพราะการฉีดวัคซีนที่ผ่านมา ยังเห็นบางวันฉีดได้แค่หลัก 7-8 หมื่นคนเท่านั้น ส่วนบางวันก็เห็นฉีดได้หลัก 4 แสนคน ซึ่งมองว่าหากสามารถบริหารให้ฉีดวันซีนในหลัก 4-5 แสนคนต่อวันได้ จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนมากขึ้น โดยมองว่าการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ คงเป็นไปไม่ได้แล้วในปีนี้ บวกกับการล็อกดาวน์ที่ยาวนานขึ้น และเพิ่มเป็น 29 จังหวัด ทำให้ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ โอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ภาวะถดถอยมีสูงมาก โดยคาดว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) ครึ่งปีหลังจะติดลบ 0.4% แต่ทั้งปี 2564 จีดีพียังสามารถบวกได้ที่ 0.6% เพราะคาดว่าตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาส 2/2564 จะบวกได้ 6-7% จากฐานที่ต่ำมากๆ ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า&amp;rdquo; นายไพบูลย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยแนวโน้มระยะต่อไป เป้าหมายดัชนีสิ้นปี 2564 ประเมินว่า ดัชนีมีโอกาสที่จะแตะระดับ 1,600 จุดได้อีก หากไตรมาส 4/2564 เศรษฐกิจจะสามารถกลับมาฟื้นตัวได้ เพราะคุมการระบาดได้ในไตรมาส 3 นี้ แต่โอกาสที่ดัชนีทะลุระดับ 1,600 จุดสูงกว่านี้คงยาก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112067</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุน, ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (เฟทโก้)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_60628835723ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108781</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 09:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2021 09:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>FETCO เผยความเชื่อมั่นนักลงทุนลดลงหลังโควิดยืดเยื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6 ก.ค. 2564 นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO)&amp;nbsp;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน ในเดือนมิถุนายน 2564 พบว่า ความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนบุคคลปรับตัวลดลง 12.3% อยู่ที่ระดับ 109.91 กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ปรับตัวลดลง 44.4% อยู่ที่ระดับ 83.33 กลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น 9.5% อยู่ที่ระดับ 130.00 และกลุ่มนักลงทุนต่างชาติปรับตัวลดลงอยู่ระดับ 100.00 ในช่วงสองสัปดาห์แรกของเดือนมิถุนายน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากกระแสเงินลงทุนของกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศที่ทยอยไหลเข้าตลาดหุ้นไทยและตลาดหุ้นกลุ่มตลาดเปิดใหม่ หรือ Emerging Markets จากปัจจัยหนุนที่ค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัวลง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในช่วงครึ่งหลัง ดัชนีมีความผันผวนจากความไม่แน่นอนในการส่งมอบวัคซีนซึ่งส่งผลต่อแผนการฉีดวัคซีนในประเทศ จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่และผู้เสียชีวิตต่อวันเพิ่มขึ้นสูง การประกาศกึ่งล็อคดาวน์ในกรุงเทพฯ และจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุด รวมถึงคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยลงมาอยู่ที่ 1.8% และ 3.9% ในปี 2564 และ 2565 ตามลำดับ ส่งผลให้ ตลาดหุ้นไทย ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2564 ปิดที่ 1,587.79 จุด ปรับตัวลดลง 0.4% จากเดือนก่อนหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ด้านผลสำรวจโดยสรุปในอีก 3 เดือนข้างหน้า อยู่ในเกณฑ์ &amp;ldquo;ทรงตัว&amp;rdquo; ที่ระดับ 106.05 ปรับตัวลดลง 16.1% จากเกณฑ์ร้อนแรงเดือนก่อนมาอยู่ในเกณฑ์ทรงตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 8 เดือน ซึ่งธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดการแพทย์ นักลงทุนคาดหวังแผนการฉีดวัคซีนเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ โควิด-19 เป็นปัจจัยหนุนมากที่สุด รองลงมาคือการไหลเข้าของเงินทุน และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ สำหรับปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด ได้แก่ สถานการณ์ระบาดของ โควิด-19 ระลอกปัจจุบันที่ยืดเยื้อ รองลงมาคือความขัดแย้งระหว่างประเทศ และการถดถอยของเศรษฐกิจในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของปัจจัยต่างประเทศที่น่าติดตาม ได้แก่ ความคืบหน้าการพิจารณาแผนกระตุ้นเศรษฐกิจและแผนปรับขึ้นภาษีของประธานาธิบดี โจ ไบเดน โดยในการประชุม จี20 ในวันที่ 9-10 กรกฎาคมนี้ ที่จะมีการหารือเรื่องอัตราการจัดเก็บภาษีนิติบุคคลขั้นต่ำที่ระดับ 15% ทั่วโลก การประกาศประมาณการ จีดีพี ของ ไอเอ็มเอฟ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศในหลายประเทศ และการเฝ้าระวังการระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่โดยเฉพาะกลุ่มประเทศในเอเชียซึ่งอาจกระทบต่อการส่งออกของไทยได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของปัจจัยในประเทศ ได้แก่ สถานการณ์การระบาดระลอกปัจจุบันที่ยืดเยื้อซึ่งจะส่งผลต่อภาวะวิกฤติด้านสาธารณสุข แผนการจัดหาและอัตราการเร่งฉีดวัคซีนในประเทศที่ยังมีความไม่แน่นอนสูงซึ่งจะกระทบต่อความมั่นใจแก่นักลงทุนต่างประเทศเกี่ยวกับแผนการเปิดประเทศภายใน 120 วันตามประกาศของนายกรัฐมนตรี ผลการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ &amp;ldquo;ภูเก็ตแซนต์บ๊อกซ์&amp;rdquo; ในเดือนกรกฎาคมนี้ และมาตรการภาครัฐในการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108781</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุน, ดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุน, สภาธุรกิจตลาดทุนไทย ( FETCO)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210706/image_big_60e3c62486790.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79977</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2020 16:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2020 16:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>FETCOชี้ความเชื่อมั่นนักลงทุนซบเซา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ต.ค.2563 นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือน หรือเดือนธันวาคม 2563 อยู่ในเกณฑ์ &amp;ldquo;ซบเซา&amp;rdquo; ต่อเนื่องเป็นเดือนที่สอง อยู่ที่ระดับ 67.44 โดยนักลงทุนคาดหวังการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศเป็นปัจจัยหนุนมากที่สุด รองลงมาคือนโยบายภาครัฐและการฟื้นตัวของภาคธุรกิจท่องเที่ยว รวมถึงความคาดหวังการผลิตวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ส่วนปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด ได้แก่ การถดถอยของเศรษฐกิจในประเทศ, สถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ, สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และการระบาดรอบสองของไวรัสโควิด-19 ในหลายประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ความเชื่อมั่นรายกลุ่มนักลงทุน พบว่า ความเชื่อมั่นนักลงทุนบุคคลปรับตัวลงเล็กน้อยอยู่ในระดับ &amp;ldquo;ทรงตัว&amp;rdquo; ที่ 80.30 กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์อยู่ในระดับ &amp;ldquo;ทรงตัว&amp;rdquo; เท่าเดิมที่ 100.00 กลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศปรับตัวลดลงอยู่ในระดับ &amp;ldquo;ซบเซา&amp;rdquo; ที่ 68.42 และกลุ่มนักลงทุนต่างชาติปรับตัวขึ้นมาอยู่ในระดับ &amp;ldquo;ซบเซา&amp;rdquo; ที่ 42.86 สำหรับหมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือหมวดอาหารและเครื่องดื่ม (FOOD) และหมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือหมวดธนาคาร (BANK)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดัชนีหุ้นไทยเดือนกันยายน 2563 ปิดที่ 1,237.04 จุด ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อน 5.62% จากหลายปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นนักลงทุน อาทิ &amp;nbsp;ข่าวการหยุดชะงักของโครงการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ราคาหุ้นของบริษัทเทคโนโลยีในหลายประเทศปรับลงแรง ข่าวสถาบันการเงินของไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมการโอนเงินที่น่าสงสัย สถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองในประเทศ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณคงดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0-0.25% ไปจนถึงปี 2566 อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจยังได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐ และมาตรการภาครัฐที่ออกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปัจจัยต่างประเทศที่ต้องติดตาม ได้แก่ &amp;nbsp;การกลับมาระบาดอย่างรุนแรงอีกครั้งของไวรัสโควิด-19 จนต้องกลับมาใช้มาตรการ lock down ในหลายประเทศ ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ - จีนที่เพิ่มมากขึ้น การเจรจา Brexit ระหว่างสหราชอาณาจักรและ EU การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐที่ใกล้เข้ามา ส่วนปัจจัยในประเทศที่น่าติดตามได้แก่ ผลจากการอนุมัติให้บุคคลเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร รวมถึงเปิดรับนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ (Special Tourist VISA: STV) ปัญหาการว่างงานที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น สถานการณ์การเมืองในประเทศที่ร้อนแรงขึ้น และผลจากการกลับมาเริ่มใช้เกณฑ์ปกติ Short Selling Ceiling &amp;amp; Floor ของ SET และ TFEX&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79977</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซบเซา, ดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุน, ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO), ไพบูลย์ นลินทรางกูร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200813/image_big_5f34f8d6b1c7b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37804</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2019 08:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2019 08:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุนปรับตัวลดลงต่ำสุดในรอบ 2ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มิ.ย. 2562 นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (เฟสโก) เปิดเผยถึงดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน ประจำเดือน มิ.ย.62 พบว่า ความเชื่อมั่นนักลงทุน 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวลดลง 16.56% อยู่ที่ระดับ 87.20 ปรับลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และปรับลดลงต่ำสุดในรอบ 2 ปี นับตั้งแต่เดือน ส.ค.60 เนื่องจากนักลงทุนมีความกังวล ปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ, สถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ โดยเฉพาะการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ อาจส่งผลต่อการพิจารณางบประมาณภาครัฐปี 63 ล่าช้าออกไป แต่นักลงทุนบางส่วนยังมองว่าการเมืองและนโยบายภาครัฐที่ต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นการลงทุนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เชื่อว่าจะเป็นผลบวกต่อการลงทุนและผลไม่หนีจากที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่จะได้นายกรัฐมนตรีหน้าตาเดิม เพราะทิศทางการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เชื่อว่าจะจัดตั้งผ่านไปได้ด้วยดี เนื่องจากพรรคพลังประชารัฐสามารถรวมเสียงคะแนนได้เกินครึ่งแล้ว ซึ่งจะทำให้ครึ่งหลังของปี กระแสเงินทุนต่างชาติจะไหลกลับเข้ามาในตลาดหุ้นประมาณ 60,000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยเดือนละ 10,000 ล้านบาท แต่ก็ขึ้นกับการบริหารเสียงในสภาของรัฐบาลด้วยว่าจะบริหารเสียงที่มีอยู่ 254 เสียง ผลักดันนโยบายเศรษฐกิจสำคัญได้หรือไม่&amp;rdquo;
อย่างไรก็ตาม อยากให้รัฐบาลใหม่ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการบริโภค เนื่องจากปัจจุบันเศรษฐกิจไทยและการส่งออกชะลอตัว เพราะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า ทำให้รัฐบาลใหม่ต้องเข้ามาดูแลและกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดแรงขับเคลื่อนต่อไป รวมทั้งสานต่อโครงการลงทุนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.อริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย กล่าวถึงกรณีที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณจะดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายลง ประกอบกับการเมืองไทยมีความชัดเจน ทำให้กระแสเงินทุนต่างชาติไหลกลับเข้ามาลงทุนในตลาดตราสารหนี้ไทยจำนวนมาก สะท้อนจากเดือน พ.ค.62 ที่ยอดขายสุทธิ 50,000 ล้านบาท เหลือขายสุทธิ &amp;nbsp;26,000 ล้านบาท ณ วันที่ 5 มิ.ย.62 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนผลสำรวจความคิดเห็นนักลงทุนถึงดัชนีคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย เดือนมิ.ย.62 คาดว่าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีโอกาสที่จะคงดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ระดับ 1.75% ต่อไป โดยยังคงให้น้ำหนักกับอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ทิศทางดอกเบี้ยในตลาดโลก และอัตราเงินเฟ้อ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37804</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุน, นายไพบูลย์ นลินทรางกูร, สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (เฟสโก)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180711/image_big_5b462ae00ec6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13249</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2018 23:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2018 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุนฟื้นในรอบ 5เดือน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;FETCO เผยดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุนฟื้นรอบ 5 เดือน คาด 3 เดือนข้างหน้า ปรับตัวเพิ่มขึ้น 10.55% ส่วนเชื่อมั่นทองพุ่ง ศก.ไม่แน่นอน หนุนซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน เดือน ก.ค.61 คาดว่าเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวเพิ่มขึ้น 10.55% จากเดือน มิ.ย. ขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 101.33 ถือเป็นการปรับขึ้นเดือนแรกในรอบ 5 เดือน เนื่องจากนักลงทุนเชื่อมั่นภาวะเศรษฐกิจในประเทศเป็นตัวสนับสนุนการลงทุน แต่สถานการณ์การเมืองเป็นปัจจัยกดดันความเชื่อมั่นมากที่สุด ส่วนปัจจัยต่างประเทศ นักลงทุนเฝ้าติดตามทิศทางเงินทุนไหลเข้าออกระหว่างประเทศ ภายหลังตัวเลขขายสุทธิของนักลงทุนต่างประเทศปีนี้เพิ่มขึ้น จากผลกระทบจากนโยบายกีดกันทางการค้า และการลงทุนของสหรัฐกับประเทศคู่ค้าและนโยบายการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ภาพรวมความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติเริ่มดีขึ้น หลังจากช่วงที่ผ่านมามีการขายเพื่อปรับพอร์ตไปค่อนข้างมาก ซึ่งขณะนี้ราคาหุ้นไทยที่ค่อนข้างถูก และสถานะการถือครองหุ้นไทยของต่างชาติที่อยู่ระกับต่ำในรอบ 10 ปี จะทำให้ต่างชาติเริ่มชะลอการขายหุ้นไทยเป็นระยะ โดยหมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือหมวดธนาคาร เพราะผ่านผลกระทบเรื่องค่าธรรมเนียมกดดันในระยะสั้นแล้ว รวมถึงราคาหุ้นเริ่มอยู่ในระดับน่าลงทุน ขณะที่หมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือหมวดธุรกิจเหล็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีทุจริตภายในของ บมจ.โกลบอลกรีนเคมิคอล (จีจีซี) เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง แต่เชื่อว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) จะติดตาม และให้ บรมจ.ปตท. ซึ่งเป็นบริษัทแม่ เร่งคลี่คลายปัญหาภายใน &amp;nbsp;แม้ขณะนี้นักลงทุนต่างชาติยังไม่มีการตั้งคำถาม โดยคาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมธรรมาภิบาลทั้งตลาด เพราะบริษัทจดทะเบียนกว่า 99% ยังมีธรรมาภิบาลอยู่ในระดับที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำ เดือน ก.ค.61 ปรับเพิ่มขึ้นจากเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา จากระดับ 52 จุด มาอยู่ที่ระดับ 54.72 จุด เพิ่มขึ้น 2.72 จุด หรือคิดเป็น 5.23% เนื่องจากนักลงทุนคาดว่าน่าจะมีปัจจัยมาจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ความต้องการซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย แรงซื้อเก็งกำไร นโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีสหรัฐ และราคาน้ำมันในตลาดโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คาดการณ์ราคาทองคำเดือน ก.ค.61 ของผู้ประกอบกิจการค้าทองคำรายใหญ่ให้กรอบเฉลี่ยบริเวณ 1,235 &amp;ndash; 1,296 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ โดยราคาทองคำแท่งในประเทศความบริสุทธิ์ 96.5% ให้กรอบเฉลี่ยบริเวณบาทละ 19,400 &amp;ndash; 20,100 บาท และด้านค่าเงินบาทไทยให้กรอบเฉลี่ยบริเวณ 32.41 &amp;ndash; 33.55 บาทต่อเหรียญสหรัฐ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13249</URL_LINK>
                <HASHTAG>FETCO, ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน เดือน ก.ค.61, ดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำ, ดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุน, ตลาดหุ้น, ไพบูลย์ นลินทรางกูร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180711/image_big_5b462ae00ec6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
