<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116140</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 12:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 12:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดฉุดดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคต่ำสุดเป็นประวัติการณ์รอบ 275 เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย. 2564 รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี มหาวิทยาลัย หอการค้าไทยศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค (Consumer Confidence Index: CCI) ปรับตัวลดลงจากระดับ 40.9 เป็น 39.6 ซึ่งอยู่ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 275 เดือน หรือ 22 ปี 11 เดือน นับตั้งแต่ทำการสำรวจในเดือน ต.ค.41 เป็นต้นมา

&amp;emsp;&amp;emsp; การที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยรวมยังคงเคลื่อนไหวคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 100 แสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคยังคงเห็นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมยังคงย่ำแย่จากวิกฤต COVID-19 ในประเทศไทยและทั่วโลก ซึ่งจะส่งผลกระทบในเชิงลบอย่างมากต่อกำลังซื้อภายในประเทศ ภาคการท่องเที่ยว ภาคการส่งออก ธุรกิจโดยทั่วไป และ การจ้างงานในอนาคต โดยบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้งในปัจจุบัน และ ในอนาคตได้อย่างต่อเนื่องในระยะอันใกล้นี้

&amp;emsp;&amp;emsp;สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวม และ ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 33.8 36.3 และ 48.6 ตามลำดับ โดยปรับตัวลดลงทุกรายการเมื่อเทียบกับดัชนีในเดือน ก.ค.ที่อยู่ในระดับ 35.3 38.0 และ 49.6 ตามลำดับ

&amp;emsp;&amp;emsp;อย่างไรก็ตาม ดัชนียังอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ (ที่ระดับ 100) แสดงว่า ผู้บริโภคยังไม่มีความมั่นใจเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ โอกาสในการหางานทำ และ รายได้ในอนาคตอย่างมาก เพราะมีความกังวลในวิกฤต COVID-19 รอบใหม่ในประเทศไทย และ ทั่วโลก ส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจไทย และ การจ้างงานมีโอกาสปรับตัวแย่ลงได้ในอนาคต ซึ่งจะทำให้รายได้ในอนาคตของผู้บริโภคลดลงในที่สุด

&amp;emsp;&amp;emsp;นอกจากนี้ การที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวลดลงอีกครั้ง สะท้อนว่าผู้บริโภคยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์โควิดในประเทศไทย และ ในโลกว่า จะส่งผละกระทบต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทย ส่งผลให้ผู้บริโภคจะระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอยในช่วงนี้ โดยต้องติดตามของการฉีดวัคซีนทั่วประเทศ การแพร่ระบาดโควิดรอบที่ 4 ตลอดจนรัฐบาลจะมีการประกาศผ่อนคลาย Lockdown เพิ่มเติมหรือไม่ รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในอนาคต จะมีผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย

&amp;emsp;&amp;emsp;อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยในปีนี้คาดว่าขยายตัวดีขึ้นจากระดับที่คาดการณ์ไว้ในเดือนส.ค.ที่ผ่านมาที่คาดว่าขยายตัว 0 ถึง -2% มาอยู่ที่ขยายตัว 0 ถึง 2%

&amp;emsp;&amp;emsp;&amp;ldquo;สัญญาณเศรษฐกิจดีขึ้น ทำให้เชื่อว่าจีดีพีปีนี้จะกลับมาเป็นบวกได้ หรือ อยู่ในกรอบ 0.8-1.2% โดยมาจากการที่โควิดคลายตัวลง และ ต้องไม่มีการล็อกดาวน์ซ้ำ เพราะสิ่งที่ประชาชน นักธุรกิจ ผู้ประกอบการ มีความกังวล คือ การล็อกดาวน์ และ ไม่สามารถเปิดเมืองได้ แต่หากรัฐกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านมาตรการต่าง ๆ จะทำให้มีเม็ดเงินสะพัดในไตรมาส 4 นี้ ประมาณ 3.5-5 หมื่นล้านบาท&amp;rdquo;รศ.ดร.ธนวรรธน์ กล่าว
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116140</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค, ม.หอการค้าไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210909/image_big_61399f846f345.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112883</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 20:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 20:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดฉุดดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ค.64 ตกวูบ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ส.ค. 2564 นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เผยว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวมในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ได้ปรับตัวลดลงทั้งในปัจจุบันและในอนาคต เป็นผลจากการที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส&amp;nbsp; Covid &amp;ndash; 19 ที่ยังมีความรุนแรง มียอดผู้ติดเชื้อรายวันสูงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับภาครัฐได้มีการยกระดับความเข้มข้นของมาตรการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (พื้นที่สีแดง) งดออกจากบ้านในเวลา&amp;nbsp; 21.00 &amp;ndash; 04.00 น.&amp;nbsp; และขอให้งดภารกิจที่ต้องออกเดินทางนอกเคหสถานหรือที่พำนักโดยไม่จำเป็นในเวลากลางวัน ยกเว้นเพื่อจัดหาอาหาร ยา พบแพทย์ รับวัคซีน และอาชีพจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวม เดือนกรกฎาคม 2564 ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 36.7 เทียบกับระดับ 42.7 ในเดือนก่อนหน้า เป็นการปรับตัวลดลงทั้งดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบันและในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบัน ปรับตัวลดลงจากระดับ 34.4 มาอยู่ที่ระดับ 29.8 และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคต พบว่า ปรับลดลงจากระดับ 48.1 มาอยู่ที่ระดับ 41.3 หากจำแนกรายภูมิภาค จะพบว่าลดลงในทุกภูมิภาค โดยเฉพาะภาคใต้ มีสัดส่วนการลดลงมากที่สุด จากระดับ 44.7 มาอยู่ที่ระดับ 36.8 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 ประกอบกับราคาสินค้าเกษตรปรับลดลง เช่น ยางพารา ทุเรียน และมังคุด เป็นต้น รองลงมาคือ ภาคเหนือ ปรับตัวลดลงจากระดับ 41.1 มาอยู่ที่ระดับ 34.7 กรุงเทพฯ และปริมณฑล จากระดับ 41.6 มาอยู่ที่ระดับ 35.8 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากระดับ 44.2 มาอยู่ที่ระดับ 38.7 และภาคกลาง จากระดับ 41.3 มาอยู่ที่ระดับ 36.1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อจำแนกรายอาชีพ ก็ปรับลดลงทุกกลุ่มอาชีพ โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษา ปรับลดลงจากระดับ 43.0 มาอยู่ที่ระดับ 33.1 เนื่องจากมีความกังวลต่อการประกอบอาชีพในอนาคตหลังจากจบการศึกษา ประกอบกับครอบครัวได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 รองลงมาคือกลุ่มพนักงานเอกชน ปรับลดลงจากระดับ 41.9 มาอยู่ที่ระดับ 35.2 กลุ่มพนักงานของรัฐ จากระดับ 48.6 มาอยู่ที่ระดับ 42.8 กลุ่มผู้ประกอบการ จากระดับ 41.9 มาอยู่ที่ระดับ 36.3 กลุ่มเกษตรกร จากระดับ 43.7 มาอยู่ที่ระดับ 38.1 กลุ่มรับจ้างอิสระ จากระดับ 39.7 มาอยู่ที่ระดับ 34.2 และกลุ่มไม่ได้ทำงาน จากระดับ 36.6 มาอยู่ที่ระดับ 32.2 และยังคงเป็นกลุ่มที่มีความเชื่อมั่นต่ำที่สุด เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 มากที่สุด และมีความไม่มั่นคงในการดำรงชีพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภูสิต กล่าวสรุปว่า จากการที่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวลดลงครั้งนี้เป็นผลจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส&amp;nbsp; Covid &amp;ndash; 19 ที่ยังมีความรุนแรง มียอดผู้ติดเชื้อรายวันสูงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับประชาชนยังคงได้รับวัคซีนไม่ทั่วถึงในขณะที่มีการแพร่ระบาดมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ประกอบกับธุรกิจหลายประเภทไม่สามารถดำเนินการได้ จากการที่ภาครัฐประกาศยกระดับความเข้มข้นของมาตรการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (พื้นที่สีแดง) ใน 13 จังหวัด และได้ประกาศพื้นที่สีแดงเพิ่มอีก เป็น 29 จังหวัด ในเดือนสิงหาคม 2564 มีการจำกัดการเดินทางเข้า-ออกพื้นที่สีแดง ระบบการขนส่งสินค้าไม่สามารถดำเนินการได้ตามปกติ โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่ไม่สามารถกระจายสินค้าได้ ส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรลดลง เช่น ยางราคา ผลไม้ เป็นต้น &amp;nbsp; &amp;nbsp; ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้ผู้บริโภคมีความไม่เชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112883</URL_LINK>
                <HASHTAG>1 กรกฎาคม, ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค, พาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210810/image_big_61127b4439be6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105894</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2021 11:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2021 11:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน พ.ค. ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มิ.ย.2564 ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน พ.ค.อยู่ที่ 44.7 จากเดือน เม.ย.64 ซึ่งอยู่ที่ 46.0 โดยดัชนีลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์&amp;nbsp;ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโดยรวม อยู่ที่ 38.9 จาก 40.3 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำ อยู่ที่ 41.3 จาก 42.9 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต อยู่ที่ 53.9 จาก 54.7&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และ ประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่าปัจจัยลบสำคัญที่ส่งผลต่อดัชนีความเชื่อมั่นเดือนพ.ค.นี้ ได้แก่ ความกังวลเรื่องการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตต่อประชาชนและภาคธุรกิจ, การกระจายวัคซีนโควิด-19 ที่ยังไม่แน่อน, สำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เผย GDP ไตรมาส 1/64 ติดลบ 2.6% และปรับลดคาดการณ์ GDP ปี 64 เหลือโต 1.5-2.5%, ราคาน้ำมันในประเทศปรับเพิ่มขึ้น, ความกังวลเสถียรภาพทางการเมืองในประเทศ, กังวลภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้รายได้ไม่สอคล้องค่าครองชีพ, เงินบาทแข็งค่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ปัจจัยบวก ได้แก่ รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อช่วยฟื้นเศรษฐกิจในประเทศ, การฉีดวัคซีนในประเทศเริ่มเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น, คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.5%, การส่งออกเดือนเม.ย. ขยายตัว 13%, ราคาพืชผลทางการเกษตรหลายรายการปรับตัวดีขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105894</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค, พ.ค., ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210610/image_big_60c18d9f23422.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102543</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2021 17:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2021 17:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเม.ย.64  ดิ่งลงอีกครั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ค. 2564 นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวมเดือนเม.ย.2564 ปรับตัวลดลงอีกครั้งมาอยู่ที่ระดับ 43.5 จาก 47.5 ในเดือนก่อนหน้า เป็นการปรับลดลงทั้งดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบันและในอนาคตในทุกภาคและทุกอาชีพ โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบัน ปรับตัวลดลงจากระดับ 40.2 มาอยู่ที่ระดับ 36.4 และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคต ปรับลดลงจากระดับ 52.3 มาอยู่ที่ระดับ 48.2 ซึ่งเป็นผลจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากแยกเป็นรายภูมิภาค พบว่า ลดลงในทุกภูมิภาค โดยกรุงเทพฯ และปริมณฑล จากระดับ 47.5 มาอยู่ที่ระดับ 41.5 ภากลาง ลดจาก 45.3 มาอยู่ที่ 44.2 ภาคเหนือ ลดจาก 45.8 มาอยู่ที่ 43.5 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลดจาก 49.6 มาอยู่ที่ 45.3 และภาคใต้ ลดจาก 48.5 มาอยู่ที่ 44.1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อจำแนกรายอาชีพ พบว่า ลดลงทุกกลุ่มอาชีพ โดยเฉพาะกลุ่มไม่ได้ทำงาน ปรับลดลงจากระดับ 42.9 มาอยู่ที่ระดับ 37.2 กลุ่มรับจ้างอิสระ ลดจาก 45.1 มาอยู่ที่ 41.0 เนื่องจากทั้งสองกลุ่มได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 มากที่สุด และมีความไม่มั่นคงในการดำรงชีพ ส่วนกลุ่มพนักงานของรัฐ ลดจาก 52.5 มาอยู่ที่ 49.6 เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด และยังคงมีความเชื่อมั่นสูงกว่าทุกกลุ่ม ขณะที่ผู้ประกอบการ ลดจาก 49.3 มาอยู่ที่ 43.1 พนักงานเอกชน ลดจาก 45.7 มาอยู่ที่ 42.4 เกษตรกร ลดจาก 47.7 มาอยู่ที่ 44.3 และนักศึกษา จาก 45.9 มาอยู่ที่ 41.6&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภูสิตกล่าวว่า ทุกครั้งที่มีการระบาดของโควิค-19 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจะปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องยอมรับ และต้องเข้าใจถึงความกังวลที่เกิดขึ้น และในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน การที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวลดลงถือเป็นเรื่องปกติ แต่การลดลงในครั้งนี้น้อยกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เทียบกับการระบาดรอบแรกในเดือนก.พ.2563 ที่ค่าดัชนีลดลงมาอยู่ที่ระดับ 43.1 การระบาดในเดือนก.ค.2563 ดัชนีลดลงมาอยู่ที่ระดับ 41.0 และการระบาดในเดือนม.ค.2564 ดัชนีลดลงมาอยู่ที่ระดับ 43.2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จะเห็นได้ว่าการระบาดในรอบนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวลดลงน้อยกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ซึ่งน่าจะมาจากการที่เรายังมีความหวังจากวัคซีน ที่จะทยอยดำเนินการได้ต่อเนื่อง และสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจากเครื่องชี้วัดต่างๆ ก่อนหน้านี้ รวมทั้งมาตรการต่างๆ ของรัฐที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง น่าจะช่วยให้ประชาชนบางส่วนยังเชื่อมั่น&amp;rdquo;นายภูสิตกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สนค.ประเมินว่า หากสามารถควบคุมสถานการณ์การระบาดให้กลับเข้าสู่ระดับก่อนการระบาดได้โดยเร็ว ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น ด้วยพื้นฐานเศรษฐกิจอันเข้มแข็ง และแนวโน้มการฟื้นตัวที่มีสัญญาณดีขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงก่อนการระบาด ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐในหลากหลายรูปแบบ น่าจะช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศกลับเข้าสู่ทิศทางเดิมและพร้อมจะขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องอีกครั้ง และจะส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของไทยปรับตัวดีขึ้นตามลำดับได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102543</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค, เมษายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210511/image_big_609a5c447e162.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95718</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2021 12:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2021 12:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค ก.พ.ฟื้นในรอบ 3 เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มี.ค. 2564 ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.พ.64 อยู่ที่ 49.4 จาก 47.8 ในเดือน ม.ค.64 โดยดัชนีปรับตัวดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโดยรวม อยู่ที่ 43.4 จาก 41.6 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำ อยู่ที่ 46.1 จาก 45.1 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต อยู่ที่ 58.7 จาก 56.8
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
ปัจจัยบวก ได้แก่ ภาครัฐดำนินมาตรการต่างๆ เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ อาทิ&amp;nbsp;&amp;nbsp;โครงการ&amp;quot;เราชนะ&amp;quot; &amp;quot;เรารักกัน&amp;quot; &amp;quot;คนละครึ่ง&amp;quot; &amp;quot;เราเที่ยวด้วยกัน&amp;quot;, การเริ่มต้นฉีดวัคซีนโควิด-19 ส่งผลให้ผู้บริโภคคลายความกังวล, คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และพืชผลทางการเกษตรหลายรายการปรับตัวดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
ปัจจัยลบ ได้แก่ สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ยังคงมีอยู่ กระทบต่อการดำเนินชีวิต การทำธุรกิจ และภาวะเศรษฐกิจของประเทศ, สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ปรับคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปี 64 เหลือ 2.5-3.5% จากเดิม 3.5-4.5%, ความกังวลเสถียรภาพทางการเมือง, ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับเพิ่มขึ้น, เงินบาทแข็งค่าทำให้มีความกังวลต่อความสามารถในการแข่งขันสินค้าไทย และผู้บริโภคยังกังวลเศรษฐกิจชะลอตัว
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95718</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค, ม.หอการค้าไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210311/image_big_6049a5b50be99.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89079</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2021 13:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2021 13:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดระบาดฉุดดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค ธ.ค.วูบต่ำสุดในรอบ 5 เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7&amp;nbsp; ม.ค. 2564 นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ธ.ค.63 อยู่ที่ 50.1 จาก 52.4 ในเดือน พ.ย.63 โดยดัชนีความเชื่อมั่นฯ ลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโดยรวม อยู่ที่ 43.5 จาก 45.6 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำ อยู่ที่ 47.5 จาก 50.0 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต อยู่ที่ 59.2 จาก 61.6
ปัจจัยลบ ได้แก่ ความวิตกกังวลต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบใหม่ที่เป็นวงกว้างและรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน การทำธุรกิจ และ ภาวะเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต โดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยวและบริการต่างๆ, คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 64 จาก 3.6% มาที่ 3.2% จากสถานการณ์โควิด-19 ในต่างประเทศที่ยืดเยื้อและรุนแรงกว่าที่คาด ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวที่เปิดรับได้จะจำกัดกว่าที่ประเมินไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
อีกทั้งการแพร่ระบาดระลอกใหม่ในไทยส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ, ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น, การส่งออกและการนำเข้าของไทยเดือนพ.ย.63 ลดลง ทำให้ดุลการค้าเกินดุล 52.59 ล้านเหรียญสหรัฐ และในช่วง 11 เดือน เกินดุลการค้ารวม 23,512.97 ล้านเหรียญสหรัฐฯ, เงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ทำให้กังวลว่าจะส่งผลกระทบในเชิงลบต่อความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดโลก, ผู้บริโภคยังกังวลเศรษฐกิจชะลอตัว ตลอดจนปัญหาค่าครองชีพและราคาสินค้าที่ยังทรงตัวในระดับสูง รวมถึงกังวลรายได้ในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
ขณะที่ปัจจัยบวก ได้แก่ กนง.มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.50% ต่อปี เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนสูงในระยะข้างหน้า พร้อมปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 63 หดตัวที่ 6.6% ดีกว่าที่ประเมินไว้ จากเดิมที่หดตัว 7.8%, ภาครัฐดำเนินมาตรการ ประกอบด้วยโครงการ&amp;quot;คนละครึ่ง&amp;quot; &amp;quot;เราเที่ยวด้วยกัน&amp;quot; &amp;quot;ช้อปดีมีคืน&amp;quot; และโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในช่วงปลายปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;quot;ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือน ธ.ค.63 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 50.1 เป็นการปรับลดลงครั้งแรกในรอบ 3 เดือนนับตั้งแต่เดือน ก.ย.63 โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวลดลงทุกรายการในเดือนนี้ และถือว่าดัชนีฯ อยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือนนับตั้งแต่ ส.ค.63&amp;quot; นายธนวรรธน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
การที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวลดลงอีกครั้ง และอยู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือน ทำให้คาดว่าผู้บริโภคยังคงชะลอการใช้จ่ายอย่างมากตลอดในไตรมาส 1/64 จนกว่าสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิดในประเทศไทยจะคลี่คลายลง ซึ่งต้องติดตามผลสัมฤทธิ์ของการควบคุมการระบาดไวรัสโควิดรอบใหม่ของรัฐบาลในช่วงไตรมาส 1-2 นี้ ว่าจะสามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยได้มากน้อยเพียงใด ประกอบกับสถานการณ์ทางการเมืองของไทยจะดีขึ้นหรือแย่ลงอย่างไร เพราะปัจจัยทั้ง 2 ตัวนี้ มีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในอนาคตเป็นอย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
อย่างไรก็ดี การสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนธ.ค.63 นี้ดำเนินการในช่วงก่อนที่รัฐบาลจะประกาศมาตรการควบคุมการระบาดของไวรัสโควิดที่แบ่งพื้นที่ตามระดับความรุนแรงของสถานการณ์การแพร่ระบาดในแต่พื้นที่ จึงคาดว่าแนวโน้มดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในระยะ 1-2 เดือนข้างหน้าจะปรับลดลงต่ำกว่าเดือนธ.ค.63&amp;nbsp;&amp;nbsp;และมีโอกาสจะลดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์มากกว่าที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในเดือน เม.ย.63 ที่ช่วงนั้นมีการประกาศล็อกดาวน์และเคอร์ฟิวเพื่อควบคุมการระบาดภายในประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;quot;การสำรวจความเชื่อมั่นฯ ยังไม่ได้รวมถึงเหตุการณ์ที่หนักขึ้น จากการปิดล็อก 5 จังหวัด และการงดกิจกรรมหลายอย่างในกทม.และหลายจังหวัด ดังนั้นความเชื่อมั่นที่ลดลงในเดือนธ.ค.ยังเป็นแค่จุดเริ่มต้น ที่อยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน...ถ้าปลายม.ค.สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น ก็มีโอกาสที่ความเชื่อมั่นฯ จะตกลง และหลุดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ได้ในช่วง 1-2 เดือนนี้&amp;quot; นายธนวรรธน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
ในเบื้องต้น ประเมินว่าสถานการณ์โควิดรอบใหม่ อาจจะคลี่คลายลงได้ภายในช่วงปลายไตรมาสแรกปีนี้ หากมาตรการควบคุมการระบาดทำได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เศรษฐกิจก็พร้อมจะเริ่มฟื้นตัวได้ในไตรมาส 2 อย่างไรก็ดี การแก้ไขปัญหาจะต้องตรงจุดลงไปในพื้นที่ที่เป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาด เพราะผลทางจิตวิทยาจะขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ติดเชื้อว่าจะลดลงได้เร็วเพียงใด และการระบาดจะกระจายพื้นที่ครอบคลุมไปมากน้อยแค่ไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
ดังนั้น มาตรการในการดูแลและควบคุมการแพร่ระบาดจึงจำเป็นต้องเข้มข้นขึ้น ล่าสุด รัฐบาลได้เลือกใช้แนวทางปิดการเคลื่อนย้ายของประชาชนใน &amp;quot;พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด&amp;quot; ใน 5 จังหวัด และพยายามรักษาความสมดุลทางเศรษฐกิจกับการควบคุมจำนวนผู้ติดเชื้อไว้เป็นสำคัญ เพราะหากปล่อยให้สถานการณ์ยืดเยื้อ จะก่อให้เกิดความบอบช้ำที่รุนแรงต่อเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งรัฐบาลจำเป็นต้องเข้าไปเยียวยาผลกระทบจากโควิดด้วยการอัดฉีดเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างน้อย 2 แสนล้านบาทภายในไตรมาสแรกปีนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;quot;จากสถานการณ์รอบนี้ คนจะชะลอการใช้จ่าย ผลทางจิตวิทยาจะผูกกับตัวเลขผู้ติดเชื้อในแต่ละวัน ผูกกับผลสัมฤทธิ์ของมาตรการควบคุมโควิด ดังนั้นประเด็นสำคัญมากๆ คือการยับยั้งไม่ให้ตัวเลขเพิ่มขึ้นด้วยมาตรการเข้มข้น และจำเป็นต้องทำให้เกิดประสิทธิภาพ&amp;quot; นายธนวรรธน์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89079</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค, ธนวรรธน์  พลวิชัย, ลดต่อเนื่อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210107/image_big_5ff6b0059a635.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79879</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2020 18:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2020 18:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปัญหาการเมืองฉุดดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคก.ย.ลดลงครั้งแรกรอบ 5 เดือน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย. 2563 นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกันยายน 2563 มีการปรับตัวลดลงครั้งแรกในรอบ 5 เดือน แตะระดับ 50.2 เนื่องจากผู้บริโภคกังวลเสถียรภาพการเมือง หลังจากมีการชุมนุมทางการเมืองหลายครั้ง และการลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของนายปรีดี ดาวฉาย ซึ่งจะเกี่ยวโยงกับภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงฟื้นตัวช้า และในอนาคตอาจเกิดการว่างงานมากขึ้นจากผลกระทบของโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มีความกังวลว่าหากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวไม่เห็นผลได้ทันในเดือนตุลาคมนี้ จะทำให้ภาคการท่องเที่ยวแบกรับภาระด้านการจ้างงานมากขึ้น มีความเสี่ยงที่จะปลดคนงานอีก 500,000 คน ในช่วงไตรมาส 4 รัฐบาลจำเป็นต้องประคับประคองให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจให้ได้ เพื่อประคองกำลังซื้อลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมช่วงเดือนกันยายน อยู่ที่ระดับ 42.9 โอกาสหางานทำอยู่ที่ระดับ 48.2 และรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 59.4 โดยเป็นดัชนีที่ปรับตัวลดลงทุกรายการและหากภาครัฐมีมาตรการกระตุ้นศรษฐกิจดีต่อเนื่องและดูแลโควิด-19 รอบสองได้เป็นอย่างดี เชื่อว่าเศรษฐกิจปีหน้ามีโอกาสที่จะกลับมาเติบโตขึ้นได้ โดยมองว่าปี 2564 จีดีพีไทยจะกลับมาเป็นบวก 3-4% จากปีนี้ติดลบมากกว่า 7-8%
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79879</URL_LINK>
                <HASHTAG>12ก.ย., ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค, ปัญหาการเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200611/image_big_5ee22f75e34e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
