<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37246</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2019 20:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2019 07:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กำลังซื้อชะลอตัว-ส่งออกสะดุดฉุดเศรษฐกิจชุมชนทรุด   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หอการค้า&amp;rdquo; ชี้ดัชนีเศรษฐกิจชุมชนเดือน เม.ย. 2562 ทรุดทุกรายการ หลังเจอพิษภัยแล้ง กำลังซื้อชะลอตัว ราคาน้ำมันพุ่ง ส่งออกดิ่งจากสงครามการค้าโลก และจำนวนนักท่องเที่ยววืดถ่วงหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค. 62- นายธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีอาวุโสวิชาการและงานวิจัย และผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีเศรษฐกิจชุมชน ประจำเดือนเม.ย.&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;ว่า ดัชนีเศรษฐกิจชุมชนปรับตัวลดลงทุกรายการ ที่สำคัญดัชนีทุกรายการยังทรงตัวต่ำกว่าค่ากลางที่&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ต่อเนื่อง&amp;nbsp;3เดือนติดต่อกัน โดยดัชนีเศรษฐกิจชุมชนปัจจุบันลดลงมาเหลือ&amp;nbsp;48.3&amp;nbsp;ดัชนีอนาคตเหลือ&amp;nbsp;48.7&amp;nbsp;และดัชนีโดยรวมเหลือ&amp;nbsp;48.5&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปัจจัยด้านลบที่กระทบต่อดัชนีเศรษฐกิจชุมชน ได้แก่ รายได้ของเกษตรกรในเดือน เม.ย.&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;ลดลง เพราะผลผลิตปรับลดจากสถานการณ์ภัยแล้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;กำลังซื้อประชาชนชะลอตัว ราคาน้ำมันปรับขึ้น การส่งออกลดลงจากปัญหาสงครามการค้า และจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาด โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ ส่วนปัจจัยบวก เช่น การใช้จ่ายช่วงเทศกาลสงกรานต์&amp;nbsp;&amp;nbsp;มาตรการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาครัฐ ราคาสินค้าเกษตรบางตัวปรับตัวดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนแนวโน้มดัชนีเศรษฐกิจชุมชนในอนาคต มีโอกาสปรับตัวลดลงได้อีก ตามสถานการณ์เศรษฐกิจ หากปัญหาสงครามการค้าโลกยังยืดเยื้อ การเบิกจ่ายงบประมาณประจำปียังล่าช้า รวมถึงเกิดความไม่แน่นอนทางการเมือง เนื่องจากธุรกิจชุมชนยังต้องผูกโยงเกี่ยวกับภาพเศรษฐกิจใหญ่ของประเทศอยู่ แต่ก็ยังถือว่าเศรษฐกิจชุมชนมีความผันผวนน้อยกว่าเศรษฐกิจตัวอื่น สำหรับสิ่งที่ต้องการได้รับความช่วยเหลือจากรัฐเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประกอบด้วย การพัฒนาสินค้าชุมชนเพื่อให้มีช่องทางการตลาดมากขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลดราคาต้นทุนวัตถุดิบ เพิ่มเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ กระตุ้นใช้จ่ายในประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้ความรู้ในการประกอบอาชีพ พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ลดการเก็บภาษีซ้ำซ้อน และแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ข้อเสนอต่อธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ ต้องการให้ช่วยผ่อนปรนเงื่อนไขเข้าถึงแหล่งทุน แก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลดดอกเบี้ยเงินกู้ ให้ธุรกิจมีสภาพคล่องมากขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้ความรู้ ทักษะการประกอบธุรกิจชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้คำแนะนำด้านการเงิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;พัฒนาศักยภาพธุรกิจ รวมถึงส่งเสริมช่องทางตลาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวรมิตร ครุฑโต&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;รองกรรมการผู้จัดการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เอสเอ็มอีแบงก์ กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในปีนี้ธนาคารตั้งเป้าหมายอนุมัติสินเชื่อ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท เพื่อผลักดันธุรกิจชุมชนเข้าถึงแหล่งทุนกว่า&amp;nbsp;3หมื่นราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกิดการเชื่อมโยงกับธุรกิจชุมชนกับธุรกิจภายนอก เช่น ท่องเที่ยง ขนส่ง สินค้าที่ระลึก ฯลฯ ก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า&amp;nbsp;1.45&amp;nbsp;แสนล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยผู้ประกอบการธุรกิจชุมชนสามารถยื่นขอสินเชื่อได้ทั้งผ่านสาขา และแอพพลิเคชัน&amp;nbsp;SME D Bank&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ธนาคารจะเร่งยกระดับธุรกิจชุมชน ด้วยการเติมความรู้คู่เงินทุนต่อเนื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เช่น อบรมความรู้การทำบัญชีให้แก่ผู้ประกอบการท้องถิ่น จัดอบรมพัฒนาบรรจุภัณฑ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่งเสริมปรับปรุงบ้านพักเป็นบูติกโฮเทลเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน เสริมแกร่งปรับปรุงโชห่วย ขยายช่องทางตลาดออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งเน้นนำสินค้าชุมชนมาขายผ่านออนไลน์ รวมถึง จัดงานแสดงสินค้าชุมชนเป็นประจำทุกเดือน เพื่อเป็นช่องทางขายสินค้าให้แก่ธุรกิจชุมชน ปีนี้จัดมาแล้ว&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ครั้ง มีผู้ประกอบการเข้าร่วมแล้วกว่า&amp;nbsp;150&amp;nbsp;ราย สร้างรายได้กว่า&amp;nbsp;1.6&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;rdquo;&amp;nbsp;นายวรมิตร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีการเติมทุนให้ธุรกิจชุมชนในกลุ่มต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เช่น เกษตรแปรรูป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ท่องเที่ยวชุมชน และโชห่วย เพื่อนำไปลงทุน ขยาย ยกระดับธุรกิจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผ่านโครงการสินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน คิดดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนนานถึงสูงสุด&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;บุคคลธรรมดา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปีแรกเพียง&amp;nbsp;0.42%&amp;nbsp;&amp;nbsp;และนิติบุคคล อัตราดอกเบี้ย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปีแรกเพียง&amp;nbsp;0.25%&amp;nbsp;ต่อเดือน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37246</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดัชนีเศรษฐกิจชุมชน, นายธนวรรธน์ พลวิชัย, มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190530/image_big_5cefd986a6d2c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14774</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2018 09:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2018 09:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การเคหะ เปิดผลสำรวจดัชนีชุมชนผู้พักอาศัย พบว่าคุณภาพชีวิตดีขึ้น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กคช.เผยผลสำรวจดัชนีเศรษฐกิจชุมชนเดือน ก.ค.ปี 61 พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง พบมีค่าดัชนีโดยรวมของครัวเรือนที่อยู่อาศัยของการเคหะแห่งชาติมีค่าเท่ากับ 56.5 ซึ่งสูงกว่าค่ากลางและดัชนีรวมของชุมชนผู้มีรายได้น้อยอื่นๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) เปิดเผยถึงดัชนีเศรษฐกิจชุมชน ว่า กคช.ได้ติดตามข้อมูลพื้นฐานของครัวเรือน ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสภาพทั่วไปเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย รวมถึงความพึงพอใจของครัวเรือนที่มีต่อปัจจัยด้านต่างๆ โดยในช่วงไตรมาสที่ 3 (เดือนกรกฎาคม 2561) ได้ดำเนินการสำรวจกลุ่มตัวอย่างครัวเรือน ผู้อยู่อาศัยในโครงการเคหะชุมชนในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันตก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในด้านเศรษฐกิจ พบว่า ครัวเรือนที่อยู่อาศัยในโครงการของการเคหะแห่งชาติมีค่าดัชนีด้านเศรษฐกิจอยู่ในระดับ 53.9 ยังคงสูงกว่าครัวเรือนที่อาศัยในชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่มีค่าดัชนีเท่ากับ 34.5 เนื่องจากครัวเรือนในชุมชนของการเคหะแห่งชาติมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ดัชนีทางสังคม พบว่า ครัวเรือนที่อยู่อาศัยในโครงการของการเคหะแห่งชาติมีค่าดัชนีเท่ากับ 50.4 ส่วนครัวเรือนในชุมชนผู้มีรายได้น้อยมีค่าดัชนีเท่ากับ 36.8 และดัชนีด้านที่อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อม พบว่า มีค่าสูงถึง 65.3 ในขณะที่ครัวเรือนในชุมชนผู้มีรายได้น้อยมีค่าดัชนีเพียง 20.7&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลการประเมินดัชนีรวมทั้ง 3 ด้าน พบว่า ครัวเรือนที่อยู่อาศัยในโครงการของการเคหะแห่งชาติมีค่าเท่ากับ 56.5 ซึ่งสูงกว่าค่ากลางและสูงกว่าดัชนีรวมของชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่มีค่า 30.7 ที่ต่ำกว่าค่ากลาง (ค่ากลาง = 50) เท่ากับว่า ครัวเรือนที่อาศัยอยู่ในโครงการของการเคหะแห่งชาติมีสภาพทางเศรษฐกิจ สังคม และการอยู่อาศัยมีสภาพความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่สูงกว่าค่ากลางหรือค่ามาตรฐาน ในขณะที่ชุมชนผู้มีรายได้น้อยอื่นๆ มีค่าที่ต่ำกว่าค่ากลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาแนวโน้มของดัชนีทางด้านเศรษฐกิจของครัวเรือนโครงการของการเคหะแห่งชาติกับดัชนีทางเศรษฐกิจกับกลุ่มอื่นๆ พบว่า ในไตรมาสที่ 3 (เดือนกรกฎาคม) ดัชนีเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 2 (เดือนเมษายน) จาก 52.1 เป็น 53.9 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มขึ้นในทิศทางเดียวกับดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของผู้บริโภค และดัชนีเศรษฐกิจฐานราก เนื่องจากเศรษฐกิจในภาพรวมยังขยายตัวได้ต่อเนื่องอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14774</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเคหะแห่งชาติ, คุณภาพชีวิต, ดัชนีเศรษฐกิจชุมชน, ธัชพล กาญจนกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180709/image_big_5b431c1c2b186.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
