<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108756</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2021 22:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2021 22:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯลักเซมเบิร์กป่วยโควิดอาการหนัก - ดัชเชสเคตกักตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลลักเซมเบิร์กเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า นายกรัฐมนตรีซาวีเยร์ เบตเทล ซึ่งตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อสัปดาห์ก่อน กำลังมีอาการป่วยหนักแต่ทรงตัว และจะรักษาตัวในโรงพยาบาลต่ออีก 2-4 วัน อีกด้าน เคต ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ซึ่งพระชายาในเจ้าชายวิลเลียม กำลังกักตัวภายหลังสัมผัสผู้ติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ นายกฯ ซาวีเยร์ เบตเทล แห่งลักเซมเบิร์ก ขณะร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอียู ที่กรุงบรัสเซลส์ของเบลเยียม เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2564 (Photo by Dursun Aydemir/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานอ้างแหล่งข่าวคนหนึ่งในสำนักงานของนายกรัฐมนตรีลักเซมเบิร์กเมื่อวันจันทร์ที่ 5 กรกฎาคม ว่าผู้นำวัย 48 ปีรายนี้มีอาการหายใจติดขัดแต่ไม่ถึงขั้นต้องสอดท่อหายใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งมีคู่สมรสเป็นเพศเดียวกัน ได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าโดสแรกเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม แต่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนโดสที่ 2 เขาแยกกักโรคภายหลังตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสนี้เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน โดยมีอาการเพียงเล็กน้อย แต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมาเขาเข้าโรงพยาบาลโดยคำประกาศระบุว่าเป็นมาตรการป้องกันไว้ก่อนนาน 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของรัฐบาลลักเซมเบิร์กกล่าวว่า ณ เวลานั้น ตรวจพบภาวะความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือดต่ำ และนายกรัฐมนตรีก็อยู่ภายใต้การสังเกตอาการโดยแพทย์นับแต่นั้น &amp;quot;อาการของนายกรัฐมนตรีขณะนี้ถือว่าร้ายแรง แต่ทรงตัว&amp;quot; แถลงการณ์กล่าว และว่า คณะแพทย์ตัดสินใจว่าเขาควรนอนโรงพยาบาลเพื่อเฝ้าสังเกตอาการต่อไปประมาณ 2-4 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบตเทลเริ่มมีอาการหลังกลับจากร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำ 27 ชาติสหภาพยุโรปที่บรัสเซลส์ได้ไม่ถึง 48 ชั่วโมง แต่ไม่มีผู้นำคนใดมีความเสี่ยงกับการติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่อังกฤษ พระราชวังเคนซิงตันแถลงในวันเดียวกันว่า ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ต้องแยกกักตัวเองเป็นเวลา 10 วัน หลังจากสัมผัสกับผู้ที่ติดเชื้อรายหนึ่ง แต่ดัชเชสไม่มีอาการใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครั้งสุดท้ายที่เคตปรากฏตัวในที่สาธารณะคือการเข้าชมการแข่งขันเทนนิสวิมเบิลดันเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ข่าวนี้มีออกมาในช่วงเวลาที่รัฐบาลอังกฤษประกาศจะยกเลิกมาตรการจำกัดเพื่อควบคุมไวรัสทั้งหมดในอังกฤษตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าชายวิลเลียม ดยุคแห่งเคมบริดจ์ เคยทรงเปิดเผยเมื่อเดือนพฤศจิกายนว่า พระองค์ประชวรติดเชื้อโควิด-19 เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว ไม่นานหลังจากเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ พระบิดา ทรงติดเชื้อไวรัสนี้ แหล่งข่าวนิรนามรายหนึ่งเคยเปิดเผยกับหนังสือพิมพ์เดอะซันว่า เจ้าชายชาร์ลส์มีพระอาการประชวรเล็กน้อย แต่เจ้าชายวิลเลียมประชวรหนักถึงขั้นหายพระทัยลำบาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108756</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซาวีเยร์ เบตเทล, ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์, ติดเชื้อโควิด, นายกรัฐมนตรีลักเซมเบิร์ก, ป่วยหนัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210705/image_big_60e32a0b2f730.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96039</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2021 20:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2021 17:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จวกตร.ผู้ดีจับกุมผู้ร่วมงานรำลึกหญิงเหยื่อฆาตกรรม แม้แต่ดัชเชส&#039;เคต&#039;ก็มาด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตำรวจอังกฤษโดนรุมวิจารณ์รุนแรงหลังจากจับกุมผู้เข้าร่วมพิธีรำลึกการเสียชีวิตของหญิงวัย 33 ปีที่โดนลักพาตัวขณะเดินกลับบ้านแล้วฆ่าทิ้ง เผยเคต ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ก็มาร่วมแสดงความอาลัยเมื่อวันเสาร์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้คนร่วมกิจกรรมรำลึกซาราห์ เอเวอราร์ด และประท้วงที่แคลปแฮมคอมมินในกรุงลอนดอนเมื่อค่ำวันเสาร์ที่ 13 มีนาคม 2564 (Photo by Hollie Adams/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คดีการฆาตกรรมซาราห์ เอเวอราร์ด ผู้บริหารฝ่ายการตลาด อายุ 33 ปีที่หายตัวไปจากเมืองแคลปแฮมเมื่อค่ำวันที่ 3 มีนาคม กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงในอังกฤษที่ปลุกกระแสโกรธแค้นเกี่ยวกับความรุนแรงต่อเพศหญิง, ความล้มเหลวของตำรวจ และเป็นตัวอย่างตอกย้ำอันตรายที่ผู้หญิงหลายคนต้องเสี่ยงกับการเดินถนนเพียงลำพังยามค่ำคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันพุธที่แล้ว ตำรวจพบศพของเอเวอราร์ดในป่าที่เมืองแอชฟอร์ด ห่างจากกรุงลอนดอนทางตะวันออกเฉียงใต้ 80 กิโลเมตร โดยเวย์น คูเซนส์ วัย 48 ปี ตำรวจหน่วยอารักขาทางการทูตระดับสูงของตำรวจนครบาลเป็นผู้ต้องสงสัย เขาถูกส่งตัวขึ้นศาลเมื่อวันเสาร์โดยถูกตั้งข้อหาลักพาตัวและฆาตกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กิจกรรมรำลึกจัดที่เวทีกลางแจ้งในสวนแคลปแฮมคอมมอนของกรุงลอนดอน ที่กลายสภาพเป็นอนุสรณ์ชั่วคราวเต็มไปด้วยดอกไม้และเทียนไข มีผู้พบเห็นเอเวอราร์ดครั้งสุดท้ายใกล้กับบริเวณนี้ หลังจากเธอออกมาจากแฟลตของเพื่อนในละแวกนั้นเพื่อเดินกลับบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันอาทิตย์กล่าวว่า เคต ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ พระชายาในเจ้าชายแฮร์รี ดยุคแห่งเคมบริดจ์ เสด็จมาแสดงความอาลัยที่นี่ด้วย เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังคนหนึ่งกล่าวว่า เคต &amp;quot;จำได้ว่าการเดินในกรุงลอนดอนยามค่ำคืนก่อนที่เธอจะแต่งงานนั้นเป็นอย่างไร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงช่วงค่ำมีผู้คนประมาณ 1,000 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง มาร่วมไว้อาลัยและแสดงความไม่พอใจกับความไม่รู้สึกไม่ปลอดภัยเมื่อผู้หญิงต้องไปไหนมาไหนลำพัง บางคนร้องตะโกนด่าทอตำรวจที่มารักษาการณ์ว่า &amp;quot;หน้าไม่อาย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มรณรงค์หลายกลุ่มต้องการจัดงานรำลึกอย่างเป็นทางการ แต่ตำรวจนครบาลไม่อนุญาตให้มีการรวมตัวกันโดยอ้างข้อจำกัดเพื่อควบคุมการระบาดของโควิด-19 เครสซิดา ดิ๊ก ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลลอนดอน กล่าวว่า การจัดพิธีจะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและไม่ปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากเกิดความตึงเครียดเพิ่มขึ้น ตำรวจก็เริ่มจับกุมผู้หญิงหลายคนแล้วพาตัวออกไป เฮเลน บอลล์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า มีคนโดนจับกุม 4 คน ฐานก่อกวนความสงบเรียบร้อยของประชาชนและฝ่าฝืนข้อบังคับด้านการคุ้มครองสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่ม &amp;quot;ทวงคืนถนน&amp;quot; ผู้เริ่มจัดกิจกรรมนี้ในตอนแรก ประณามการกระทำของตำรวจที่ปฏิบัติไม่ดีต่อผู้หญิงที่มาร่วมกิจกรรมรำลึกต่อต้านความรุนแรงจากเพศชาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีภาพเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียเผยภาพที่ตำรวจควบคุมตัวผู้มาร่วมกิจกรรมบางคนใส่กุญแจมือ ซึ่งเรียกเสียงประณามจากฝ่ายการเมืองด้วย รัฐมนตรีมหาดไทย พริตี พาเทล และนายกเทศมนตรีลอนดอน ซาดิก ข่าน ร้องขอคำอธิบายจากตำรวจนครบาลเกี่ยวกับการดูแลกิจกรรมนี้ ส่วนเอ็ด ดาวีย์ ผู้นำพรรคเสรีประชาธิปไตย ถึงขั้นเรียกร้องให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลลอนดอนลาออก เพราะเธอสูญเสียความเชื่อมั่นของผู้หญิงหลายล้านคนในลอนดอน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96039</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความรุนแรงต่อผู้หญิง, ซาราห์ เอเวอราร์ด, ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์, ตำรวจอังกฤษ, เคต มิดเดิลตัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210314/image_big_604de0db10446.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48354</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2019 20:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2019 20:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำลุ้นระทึก เครื่องบินพระที่นั่ง &#039;ปรินซ์วิลเลียม&#039; ลงจอดอิสลามาบัดไม่ได้ 2 ครั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจ้าชายวิลเลียม ดยุคแห่งเคมบริดจ์ และแคทเธอรีน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ พระชายา เสด็จกลับกรุงอิสลามาบัดได้แล้วเมื่อวันศุกร์ หลังจากต้องกลับไปประทับที่เมืองลาฮอร์ซ้ำอีกในวันพฤหัสบดี เนื่องจากพายุทำให้นักบินนำเครื่องบินพระที่นั่งลงจอดไม่ได้ถึง 2 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าชายวิลเลียม ดยุคแห่งเคมบริดจ์ และแคทเธอรีน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ พระชายา ขณะเสด็จมัสยิดบัดชาฮีในเมืองลาฮอร์ เมื่อวันพฤหัสบดี / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวสายราชวงศ์อังกฤษที่ตามเสด็จเจ้าชายวิลเลียม ดยุคแห่งเคมบริดจ์ และพระชายา แคทเธอรีน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ในการเสด็จเยือนปากีสถานอย่างเป็นทางการ 4 วัน รายงานว่า เจ้าชายวิลเลียมและพระชายาแคทเธอรีนทรงกลับไปประทับที่โรงแรมเมืองลาฮอร์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม แต่เครื่องบินพระที่นั่งบินกลับกรุงอิสลามาบัดได้แล้วเมื่อเช้าวันศุกร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักบินเครื่องบินพระที่นั่งของกองทัพอากาศอังกฤษไม่สามารถนำเครื่องบินลงจอดที่กรุงอิสลามาบัดได้เมื่อวันพฤหัสบดี เนื่องจากมีพายุฝนฟ้าคะนองและฟ้าผ่า โดยนักบินพยายามนำเครื่องบินลง 2 ครั้งที่ฐานทัพอากาศราวัลปินดี และที่สนามบินหลักของกรุงอิสลามาบัด ในที่สุดต้องตัดสินใจบินกลับไปเมืองลาฮอร์ ปกติเครื่องบินใช้เวลาเดินทาง 25 นาทีจากเมืองลาฮอร์มากรุงอิสลามาบัด แต่เมื่อวันพฤหัสบดีต้องบินวนอยู่มากกว่า 2 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บีบีซีรายงานว่า ผู้โดยสารบนเครื่องบินพระที่นั่งลำนี้รายหนึ่งเผยว่า เครื่องบินเผชิญพายุที่ค่อนข้างรุนแรง และเป็นเที่ยวบินที่ตกหลุมอากาศไม่ต่างจากนั่งรถไฟเหาะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี เจ้าชายวิลเลียมและพระชายาแคทเธอรีนทรงเล่นคริกเก็ตและเสด็จเยี่ยมบ้านเด็กกำพร้าและโรงพยาบาลโรคมะเร็งและศูนย์วิจัยที่เจ้าหญิงไดอานาพระมารดาเคยเสด็จเยี่ยม 1 ปีก่อนสิ้นพระชนม์ และเสด็จมัสยิดบัดชาฮี หนึ่งในมัสยิดใหญ่ที่สุดในโลก ที่เมืองลาฮอร์ จากนั้นทรงมีกำหนดเสด็จมากรุงอิสลาบาบัด แต่เครื่องบินพระที่นั่งลงจอดไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระกรณียกิจของทั้งสองพระองค์ในวันศุกร์ คือการเสด็จเยี่ยมศูนย์สุนัขทหารในกรุงอิสลามาบัด แต่ต้องยกเลิกการเสด็จชมช่องเขาไคเบอร์ ก่อนเสด็จกลับอังกฤษช่วงบ่ายวันเดียวกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48354</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดยุคแห่งเคมบริดจ์, ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์, ลงจอดไม่ได้, วิลเลียม-เคท, เครื่องบินพระที่นั่ง, เจ้าชายวิลเลียม, เสด็จเยือนปากีสถาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191018/image_big_5da9bd0d06329.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
