<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>31662</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2019 21:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2019 20:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจดัตช์ล่ามือปืนยิงรถรางเมืองอูเทรคต์ ดับ 3 เจ็บ 9</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกิดเหตุกราดยิงหลายแห่งรวมถึงภายในรถรางที่เมืองอูเทรคต์ของเนเธอร์แลนด์เมื่อวันจันทร์ นายกเทศมนตรีระบุมีคนเสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 9 ราย ตำรวจคาดอาจเป็นการก่อการร้าย พร้อมเผยแพร่ภาพผู้ต้องสงสัยเชื้อสายตุรกีที่ตำรวจกำลังตามล่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษตรวจสอบรถรางที่เกิดเหตุยิง ในเมืองอูเทรคต์ เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2562 อ้างคำกล่าวของตำรวจเมืองอูเทรคต์ภายหลังเกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 10.45 น.ตามเวลาท้องถิ่น (16.45 น.วันเดียวกันของไทย) ว่าคนร้ายที่ก่อเหตุครั้งนี้หลบหนีไปได้ ส่วนที่เกิดเหตุนั้น พบร่างผู้เสียชีวิต 1 รายถูกคลุมด้วยผ้านอนอยู่บนราง โดยสื่อดัตช์เผยแพร่ภาพถ่ายตำรวจคลุมหน้าติดอาวุธครบมือและรถของหน่วยพยาบาลอยู่ใกล้กับรถรางที่หยุดอยู่ใกล้กับสะพาน ผู้ให้บริการรถรางเผยกับข่าวเอเอ็นพีว่าได้ระงับบริการรถรางในพื้นที่นี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทวิตเตอร์ของตำรวจอูเทรคต์กล่าวว่า เหตุการณ์ยิงในรถรางเกิดขึ้นใกล้กับแยก 24 ออกโทเบอร์ไพลน์ มีคนโดนยิงบาดเจ็บหลายราย ตำรวจได้ปิดล้อมพื้นที่และกำลังสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ มาร์ก รุตเทอ ของเนเธอร์แลนด์ ยกเลิกการประชุมพรรคร่วมรัฐบาลของเขาทันทีหลังเกิดเหตุ และรับฟังรายงานสรุปสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ตำรวจดัตช์กล่าวว่า การสอบสวนมูลเหตุจูงใจนั้นรวมถึงความเป็นไปได้ของการก่อการร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีเตอร์-ยาป อัลเบอร์สเบิร์ก ผู้บัญชาการตำรวจต่อต้านก่อการร้าย เผยทางทวิตเตอร์ว่าหน่วยงานของเขากำลังเฝ้าจับตาสถานการณ์ในเมืองอูเทรคต์ และติดต่ออย่างใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น โดยยังไม่ตัดความเป็นไปได้ของการก่อการร้าย และมีการตั้งทีมรับมือวิกฤติแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนร้ายยังคงลอยนวล&amp;quot; อัลเบอร์สเบิร์กกล่าว และว่า ระดับเตือนภัยก่อการร้ายในเมืองอูเทรคต์ถูกปรับขึ้นสู่ระดับ 5 ที่เป็นระดับสูงสุด ชั่วคราวในช่วงเวลา 18 ชั่วโมงนับจากนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายตำรวจผู้นี้เผยในเวลาต่อมาว่า มีเหตุการณ์ยิงในหลายพื้นที่ของเมืองอูเทรคต์เมื่อวันจันทร์ และตำรวจกำลังเปิดปฏิบัติการเพื่อจับกุมมือปืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีในพื้นที่รายงานด้วยว่า ตำรวจได้วางกำลังล้อมอาคารหลังหนึ่งซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุไม่เกิน 200 เมตร แต่ไม่ชัดเจนว่ามือปืนอยู่ภายในหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่อมา ยาน ปาน ซาเนน นายกเทศมนตรีอูเทรคต์ แถลงผ่านวิดีโอเผยแพร่ทางทวิตเตอร์ว่า ถึงขณะนี้สามารถยืนยันแล้วว่ามีคนเสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 9 ราย ในจำนวนนี้ 3 รายอาการสาหัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพถ่ายผู้ต้องสงสัยที่ตำรวจอูเทรคต์เผยแพร่ทางทวิตเตอร์ / UTRECHT POLICE / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจยังได้เผยแพร่ภาพของผู้ต้องสงสัยเป็นชายเชื้อสายตุรกี ชื่อก็อกเมน ทานิส อายุ 37 ปี และเตือนประชาชนอย่าเข้าใกล้เขา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการเนเธอร์แลนด์ได้เพิ่มการรักษาความปลอดภัยที่สนามบินทั่วประเทศและอาคารสถานที่สำคัญหลายแห่งภายหลังเกิดเหตุ โรงเรียนได้รับคำขอร้องให้ปิดประตู และมัสยิดทั่วประเทศได้เพิ่มการรักษาความปลอดภัย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31662</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อการร้าย, ดัตช์, ยิงรถราง, อูเทรคต์, เนเธอร์แลนด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190318/image_big_5c8fa26a08a68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23683</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2018 22:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2018 22:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดัตช์ล้มปาร์ตี้สาววัย 15 สกัดจลาจล เหตุเฟซบุ๊กโพสต์เชิญคนนับหมื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สาวน้อยชาวดัตช์วัย 15 ปี ประกาศผ่านผ่านแอปสแนปแช้ตชวนเพื่อนมาปาร์ตี้วันเกิด แต่ข้อความโดน &amp;quot;ไฮแจ็ก&amp;quot; ไปเผยแพร่แบบเปิดสาธารณะทางเฟซบุ๊ก ส่งผลให้มีคนตอบรับร่วมปาร์ตี้เกือบหมื่นคน เด็กสาวต้องล้มปาร์ตี้ ส่วนเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นต้องเตรียมพร้อมรับมือสกัดเหตุจลาจลซ้ำรอยปี 2555&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นเมื่อ 6 ปีที่แล้วในเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งของเนเธอร์แลนด์ ที่มีต้นตอจากคำเชิญปาร์ตี้แบบเดียวกัน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวบีบีซีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 ธันวาคม 2561 กล่าวว่า เดิมงานเลี้ยงวันเกิดของเด็กสาววัย 15 ปี ซึ่งข่าวไม่เปิดเผยชื่อ กำหนดจัดในวันศุกร์นี้ ที่บ้านของเธอในเมืองคัตไวค์ เมืองเล็กๆ ของเนเธอร์แลนด์ แต่แผนเลี้ยงฉลองของเด็กสาวกลับกลายเป็นฝันร้าย เมื่อข้อความเชิญที่เธอส่งถึงเพื่อนๆ ผ่านแอปพลิเคชันสแนปแช้ตถูกใครคนหนึ่งนำไปโพสต์ลงเฟซบุ๊ก และยังเปิดให้เป็นโพสต์สาธารณะ จนมีผู้คนจากทั่วประเทศแสดงความสนใจเข้าร่วมปาร์ตี้นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปาร์ตี้วันศุกร์ที่บ้านฉัน ขอเชิญทุกคน และถ้าจะมา ก็ขอให้บอกด้วยว่าจะพาใครมาด้วย&amp;quot; ข้อความเชื้อเชิญของเด็กหญิงในสแนปแช้ต ซึ่งต่อมาถูกส่งต่อผ่านกลุ่มแช้ตใน &amp;quot;วอตส์แอพ&amp;quot; และในเฟซบุ๊กภายใต้ชื่อโพสต์ว่า &amp;quot;ปาร์ตี้! ที่คัตไวค์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิม ฮิลเลนาร์ นายกเทศมนตรีของเมืองในจังหวัดบราแบนต์ทางภาคใต้ของเนเธอร์แลนด์ กล่าวว่า มีใครบางคน &amp;quot;ไฮแจ็ก&amp;quot; ข้อความเชิญปาร์ตี้ของเด็กสาว ซึ่งขณะนี้ต้องหลบซ่อนตัวและได้ยกเลิกปาร์ตี้นี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองคัตไวค์แห่งนี้มีประชากรแค่ไม่กี่ร้อยคน แต่ภายหลังมีการโพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก ก็มีคนมากกว่า 8,000 คน แสดงความจำนงว่าจะมาร่วมงาน และอีก 20,000 คน แสดงความสนใจ ซึ่งทำให้ตำรวจและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นต้องดำเนินการ เนื่องจากเกรงว่าจะซ้ำรอยเหตุการณ์ผู้ร่วมงานปาร์ตี้มากเลยเถิดเมื่อเดือนกันยายน 2555 ที่จบลงด้วยการจลาจล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์ครั้งนั้นเกิดที่เมืองฮาเรนทางภาคเหนือของเนเธอร์แลนด์ เมื่อคำเชิญร่วมปาร์ตี้วันเกิดของสาววัย 16 ปี ที่แพร่สะพัดเป็นไวรัลทางเฟซบุ๊ก มีคนมาร่วมงานถึง 4,000 คน และตำรวจปราบจลาจลต้องเข้าควบคุมสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกล่าวว่า พวกเขากำลังเตรียมรับมือทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น โดยกำหนดแนวทางไว้ว่าจะไม่มีปาร์ตี้นี้หรือปาร์ตี้ไหนๆ ที่คัตไวค์ และใครก็ตามที่มาในวันศุกร์ด้วยเจตนาผิดๆ จะต้องถูกขัดขวาง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23683</URL_LINK>
                <HASHTAG>คัตไวค์, คำเชิญไวรัล, ดัตช์, ปาร์ตี้วันเกิด, สแนปแช้ต, เนเธอร์แลนด์, เฟซบุ๊ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181206/image_mid_5c0943fca0c80.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19134</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2018 22:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2018 22:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดัตช์อ้างสกัดกั้นรัสเซียโจมตีไซเบอร์องค์การห้ามอาวุธเคมี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หน่วยความมั่นคงของเนเธอร์แลนด์อ้างว่าสามารถขัดขวางการโจมตีไซเบอร์โดยรัสเซีย ที่มุ่งเป้าเจาะระบบขององค์การห้ามอาวุธเคมี ขณะรัฐบาลหลายชาติตะวันตกกล่าวโทษรัสเซียวางแผนแฮ็กครั้งใหญ่สุดในรอบหลายปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากกระทรวงกลาโหมเนเธอร์แลนด์ เผยแพร่เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2561 เผยภาพของกลุ่มบุคคลที่ถูกระบุว่าเป็นสายลับรัสเซีย ที่ลานจอดรถใกล้องค์การห้ามอาวุธเคมี ในกรุงเฮก เมื่อเดือนเมษายนปีนี้ / DUTCH DEFENSE MINISTRY / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2561 ว่าคำกล่าวหาของเนเธอร์แลนด์นั้นประกาศออกมาไม่กี่ชั่วโมงคล้อยหลังรัฐบาลอังกฤษและออสเตรเลียกล่าวโทษสำนักงานข่าวกรองทหารของรัสเซีย (จีอาร์ยู) ว่ามีแผนเจาะระบบครั้งใหญ่ โดยเป้าหมายรวมถึงพรรคเดโมแครตของสหรัฐ และหน่วยงานต่อต้านการใช้สารกระตุ้นขององค์กรด้านกีฬาระดับโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีของเนเธอร์แลนด์นั้น ทางการดัตช์ได้เนรเทศบุคคลที่ถูกระบุว่าเป็นสายลับรัสเซีย 4 คนเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา หลังจากพบว่าจีอาร์ยูมีความพยายามโจมตีองค์การห้ามอาวุธเคมี (โอพีซีดับเบิลยู) ในกรุงเฮก ในลักษณะแบบนิยายสายลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยงานด้านความมั่นคงดัตช์กล่าวว่า สายลับรัสเซียได้นำรถยนต์คันหนึ่งซึ่งติดต้้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มาจอดไว้ในที่จอดรถของโรงแรมแมริออต ซึ่งอยู่ถัดจากสำนักงานของโอพีซีดับเบิลยู และพยายามแฮ็กระบบไวไฟและพาสเวิร์ดของเครื่องคอมพิวเตอร์ขององค์กรนี้ ช่วงเวลาที่รัสเซียพยายามโจมตีนั้น โอพีซีดับเบิลยูกำลังสอบสวนการใช้สารพิษทำลายประสาทโนวิช็อกลอบสังหารเซอร์เกย์ สกรีปัล อดีตสายลับสองหน้าชาวรัสเซีย กับลูกสาวของเขา ที่เมืองซอลส์บรีของอังกฤษ แต่เจ้าหน้าที่ดัตช์กล่าวว่า ยังไม่มีความชัดเจนว่าการโจมตีไซเบอร์ครั้งนี้เกี่ยวข้องกับการสอบสวนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการดัตช์กล่าวด้วยว่า เมื่อสายลับรัสเซียโดนหน่วยข่าวกรองดัตช์และอังกฤษสะกดรอยตาม พวกเขาก็ทิ้งเบาะแสไว้ ซึ่งรวมถึงแลปท็อป และใบเสร็จค่าแทกซีจากสำนักงานใหญ่จีอาร์ยูไปยังสนามบินมอสโก การตรวจแลปท็อปยังเชื่อมโยงเครือข่ายนี้ไปถึงบราซิล, สวิตเซอร์แลนด์ และมาเลเซีย ที่กำลังสอบสวนการเหตุเที่ยวบินเอ็มเอช 17 โดนยิงตกที่ยูเครนเมื่อปี 2557.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19134</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดัตช์, รัสเซีย, สกัดแผน, สำนักงานข่าวกรองทหารรัสเซีย, องค์การห้ามอาวุธเคมี, เนเธอร์แลนด์, โจมตีไซเบอร์, โอพีซีดับเบิลยู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181004/image_big_5bb62b369ea72.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10003</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2018 20:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2018 20:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออสซี่-ดัตช์ย้ำชัด รัสเซียต้องรับผิดชอบ มิสไซล์สอย MH17 ร่วง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลเนเธอร์แลนด์และออสเตรเลียเตรียมดำเนินการทางกฎหมายต่อรัสเซีย โดยกล่าวโทษรัสเซียว่าอยู่เบื้องหลังการยิงมิสไซล์โจมตีเครื่องบินโดยสารของมาเลเซียแอร์ไลน์ เที่ยวบินเอ็มเอช 17 เหนือภาคตะวันออกของยูเครนซึ่งเป็นพื้นที่ที่ฝ่ายรัฐบาลกำลังสู้รบกับกบฏที่รัสเซียหนุนหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพเมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2557 เศษชิ้นส่วนของเครื่องบินโบอิง เที่ยวบินเอ็มเอช 17 ที่โดนมิสไซล์ยิงตกเหนือหมู่บ้านกราโบโวของยูเครน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีกล่าวว่า คำประกาศของรัฐบาลทั้งสองเมื่อวันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม 2561 มีออกมา 1 วันให้หลังคณะกรรมการสอบสวนร่วมหลายประเทศมีข้อสรุปว่า มิสไซล์บุ๊กที่ผลิตโดยรัสเซีย ซึ่งเป็นอาวุธโจมตีเครื่องบินโบอิง 777 ลำนี้กลางอากาศเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2557 นั้น มีที่มาจากกองพลน้อยของรัสเซียในเมืองคูร์สก์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของรัฐบาลเนเธอร์แลนด์กล่าวว่า เนเธอร์แลนด์และออสเตรเลียถือว่ารัสเซียมีส่วนต้องรับผิดชอบกับการยิงเครื่องบินโดยสารของมาเลเซียแอร์ไลน์เที่ยวบินเอ็มเอช 17 ลำนี้ จากนี้รัฐบาลทั้งสองจะดำเนินขั้นตอนต่อไปด้วยการยื่นเอกสารที่มีความซับซ้อนต่อผู้พิพากษาหรือองค์กรระหว่างประเทศต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เที่ยวบินนี้โดนมิสไซล์ยิงระเบิดกลางอากาศเหนือภาคตะวันออกของยูเครน ระหว่างเส้นทางบินจากกรุงอัมสเตอร์ดัมของเนเธอร์แลนด์ไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย ผู้คน 298 ชีวิตบนเครื่องถูกสังหารทั้งหมด คนบนเครื่องส่วนใหญ่เป็นชาวดัตช์ และมีพลเมืองอีก 17 สัญชาติ รวมถึงออสเตรเลีย อยู่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านรัฐบาลรัสเซีย ปฏิเสธความรับผิดชอบโดยทันที รัฐมนตรีต่างประเทศเซอร์เกย์ ลัฟรอฟ กล่าวว่า เนเธอร์แลนด์ไม่ได้ให้ข้อเท็จจริงที่สนับสนุนผลการสอบสวนนี้แต่อย่างใด มีแต่เพียงการคาดเดาเพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการเมืองของพวกเขาเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลัฟรอฟกล่าวว่า ตนได้รับแจ้งจากรัฐมนตรีของเนเธอร์แลนด์คนหนึ่งว่า พวกเขาไม่สงสัยเลยว่ามิสไซล์บุ๊กนี้มาจากรัสเซีย แต่เมื่อตนถามเขาเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ข้ออ้างนี้ เขากลับไม่มีให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สเตฟ บล็อก รัฐมนตรี&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่างประเทศเนเธอร์แลนด์กล่าวถึงผลการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนร่วมนานาชาติ (เจไอที) ที่มีชาวดัตช์เป็นผู้นำ ว่าจากบทสรุปของเจไอที รัฐบาลเนเธอร์แลนด์และออสเตรเลียเชื่อมั่นว่ารัสเซียรับผิดชอบต่อการติดตั้งระบบยุทโธปกรณ์บุ๊กที่ถูกใช้ยิงเที่ยวบินเอ็มเอช 17 ตก และรัฐบาลของเขากำลังดำเนินมาตรการต่อไปเพื่อทำให้รัสเซียต้องรับผิดชอบอย่างเป็นทางการ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10003</URL_LINK>
                <HASHTAG>MH17, ดัตช์, มาเลเซียแอร์ไลน์, มิสไซล์, รับผิดชอบ, รัสเซีย, ออสซี่, ออสเตรเลีย, เนเธอร์แลนด์, เอ็มเอช17</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180525/image_big_5b0814667f6b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3141</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2018 21:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2018 21:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เนเธอร์แลนด์ขึ้นบัญชีพลเมืองทุกคนเป็นผู้บริจาคอวัยวะอัตโนมัติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เนเธอร์แลนด์ผ่านกฎหมายให้พลเมืองทุกคนที่อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป อยู่ในรายชื่อผู้บริจาคอวัยวะโดยอัตโนมัติ ถ้าบุคคลนั้นไม่แสดงความจำนงว่าไม่ต้องการบริจาคอวัยวะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;แฟ้มภาพ AFP &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ประชุมวุฒิสภาของเนเธอร์แลนด์ลงมติผ่านร่างกฎหมายนี้เมื่อวันอังคารที่ 13 กุมภาพันธ์ ด้วยคะแนนเฉียดฉิว 38 ต่อ 36 เสียง ซึ่งกฎหมายนี้เสนอโดย ส.ส.คนหนึ่งของพรรคดี 66 อังกี บรูเคอร์ โนล ประธานวุฒิสภาประกาศต่อที่ประชุมวุฒิสมาชิกซึ่งมีที่นั่งทั้งหมด 75 ที่นั่งว่า กฎหมายนี้ผ่านการเห็นชอบจากวุฒิสภาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายใต้กฎหมายนี้ พลเมืองดัตช์ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปจะได้รับจดหมายจากทางการ 2 ฉบับ เพื่อสอบถามว่าต้องการเป็นผู้บริจาคอวัยวะหลังจากเสียชีวิตหรือไม่ เมื่อได้รับจดหมายทั้ง 2 ฉบับแล้ว แต่ไม่ยอมตอบกลับมา โดยเฉพาะคำตอบที่ว่าไม่ต้องการเป็นผู้บริจาคอวัยวะ ทางการจะให้ผู้ไม่ตอบกลับมาอยู่ในรายชื่อของผู้บริจาคอวัยวะโดยอัตโนมัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายนี้ผ่านการเห็นชอบจากสภาล่างของเนเธอร์แลนด์เมื่อเดือนกันยายน 2559 ด้วยผลโหวตเฉียดฉิวเช่นกันคือ 75 ต่อ 74 เสียง ซึ่ง ส.ส.ที่ค้านกฎหมายฉบับนี้เห็นว่าเป็นกฎหมายที่ให้อำนาจรัฐมากเกินไป แม้กระทั่งตัดสินใจสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับพลเมืองของตนหลังพวกเขาเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน เปีย เดคสตรา ส.ส.พรรคดี 66 ซึ่งเป็นผู้เสนอกฎหมายฉบับนี้ เผยภายหลังกฎหมายผ่านการเห็นชอบจากสภาล่างแล้วว่า มีการแก้ไขกฎหมายนี้บางประการ ได้แก่ ให้ญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตที่เป็นผู้บริจาคอวัยวะมีโอกาสกล่าวคำอาลัยแก่ผู้เสียชีวิตเป็นครั้งสุดท้าย และเมื่อผู้บริจาคอวัยวะเสียชีวิตลง เจ้าหน้าที่จะต้องคอยให้คำปรึกษาญาติของผู้เสียชีวิตด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอ็นโอเอสของทางการดัตช์รายงานว่า ปัจจุบันมีพลเมืองดัตช์ที่ลงทะเบียนเป็นผู้บริจาคอวัยวะมากกว่า 40% แต่ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2559 มีผู้ป่วย 59 รายที่รอคอยการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะใหม่ต้องเสียชีวิตลง หวังว่าภายใต้ระบบการบริจาคอวัยวะใหม่นี้จะทำให้ผู้ป่วยที่รอการเปลี่ยนอวัยวะเสียชีวิตลดลง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3141</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดัตช์, บริจาคอวัยวะ, เนเธอร์แลนด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180214/image_big_5a8440d562cd7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
