<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21353</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2018 09:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2018 09:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประมูลรถไฟเชื่อม 3 สนามบินหนุนหุ้นอีอีซี คึกคัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อานิสงส์เปิดประมูลรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน-เมืองการบินภาคตะวันออก หนุนอมตะ-ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น คึกคัก จับตาเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ ตัดสินนโยบายทรัมป์ คาดดอกเบี้ยไทยคงที่ 1.5% แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า การที่รัฐบาลเตรียมเดินหน้า 2 โครงการลงทุนขนาดใหญ่ เริ่มจากรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินที่ผู้สนใจจะยื่นซองราคา ในวันที่ 12 พ.ย.61 และในวันเดียวกันจนถึง 26 พ.ย.61 จะเปิดขายซองโครงการเมืองการบินภาคตะวันออก (อู่ตะเภา) มูลค่า 300,000 ล้านบาท ช่วยส่งผลดีต่อราคาหุ้นของบริษัทที่มีสินทรัพย์รวมถึงฐานธุรกิจอยู่ใน 3 จังหวัด โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) เริ่มจากผู้ประกอบการในธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม เพราะถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินอยู่ 10,000 ไร่ ทั้ง 2 บริษัท ได้แก่ บมจ.อมตะ คอร์ปอเรชัน และบมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น รวมถึง บมจ.จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก (อีสวอเตอร์) ที่เป็นผู้จําหน่ายน้ำให้กับผู้ใช้ภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่อีอีซี เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวโน้มหุ้นสัปดาห์นี้ ยังต้องติดตามปัจจัยจากต่างประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ วันนี้ 6 พ.ย.นี้ ซึ่งจะเป็นการเลือกตั้ง สส. 435 ที่นั่ง และ สว. 35 ที่นั่ง &amp;nbsp;หากเดโมแครตสามารถครองเสียงข้างมากได้ในสภาใดสภาหนึ่ง เชื่อว่าจะมีผลต่อการผลักดันนโยบายสําคัญของรัฐบาลทรัมป์ในอนาคต แต่หากรีพับลิกันยังครองเสียงส่วนใหญ่ ทั้ง 2 สภา มาตรการต่าง ๆ ก็ยังดําเนินต่อไป โดยเฉพาะมาตรการทางภาษีกับจีน ถือเป็นปัจจัยที่มีผลภาวะการลงทุนในระยะถัดไป แม้ระยะสั้นจะมีความคาดหวังเชิงบวกจากความเป็นไปได้ที่ผู้นําทั้ง 2 ประเทศจะเจรจากันนอกรอบก่อนการประชุม จี20 ในวันที่ 30 พ.ย.-1 ธ.ค.ก็ตาม รวมถึงการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ วันที่ 7-8 พ.ย. คาดยังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ย แต่น่าจะปรับขึ้นในเดือน ธ.ค. นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยไทย คาดว่าการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 14 พ.ย.นี้่ ยังไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย &amp;nbsp;แต่อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยยังคงอยู่ที่ 1.5% ต่อเนื่อง โดยที่มี 2 ปัจจัยเป็นตัวชี้นําเริ่มจากผลกระทบที่เป็นรูปธรรมของสงครามการค้าต่อเศรษฐกิจ จากตัวเลขการส่งออกเดือน ก.ย. หดตัว 5.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 1 ปี 7 เดือน ตามด้วยการชะลอตัวของอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งเดือน ต.ค. อยู่ที่ 1.23% เทียบกับ 1.33% ในเดือน ก.ย. และยังต่ำกว่าดอกเบี้ยนโยบาย ภาวะดังกล่าวทําให้ยังสามารถคงอัตราดอกเบี้ยไว้ได้อีกระยะ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21353</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดับบลิวเอชเอ, ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม, อมตะ คอร์ปอเรชัน, อีสวอเตอร์, อีอีซี, แนวโน้มหุ้นสัปดาห์นี้, โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180516/image_big_5afb9254e3e07.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
