<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 16:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2021 07:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>NPC S&amp;E ศูนย์ควบคุมภาวะฉุกเฉิน ฝึกอบรมสร้างบุคลากรยุคใหม่รองรับอีอีซี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีของเหตุระเบิดและไฟไหม้ที่บริษัท หมิงตี้เคมีคอล จำกัด ที่ตั้งอยู่ที่ ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ถือเป็นสาธารณภัยร้ายแรงอย่างยิ่ง เพราะเป็นการระเบิดของสารเคมีสไตรีนโมโนเมอร์ ของบริษัท หมิงตี้เคมีคอล ถือว่าเป็น 1 ใน 2 ของผู้ประกอบการที่ผลิตเม็ดโฟม EPS หรือ Expendable Polystyrene รายใหญ่ของประเทศ นอกจากจะสร้างความสูญเสียต่อชีวิต ทรัพย์สิน และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจนต้องระดมทุกสรรพกำลังควบคุมเหตุเพลิงไหม้แล้ว บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ถือว่าเป็นหนึ่งในผู้ร่วมการปฏิบัติการในครั้งนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่ง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท. กล่าวว่า กลุ่ม ปตท.มีความห่วงใยในสถานการณ์ดังกล่าว จึงระดมความช่วยเหลือ โดยส่ง&amp;nbsp; บริษัท เอ็นพีซี เซฟตี้ แอนด์ เอ็นไวรอนเมนทอล เซอร์วิส จำกัด หรือ NPC S&amp;amp;E&amp;nbsp;ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม ปตท. มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดการสารเคมีและระงับเหตุ และยังมีความเชี่ยวชาญด้านการดับเพลิง กู้ภัย และระงับเหตุฉุกเฉิน เข้าไปร่วมดำเนินการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังได้สนับสนุนโฟมดับเพลิง รถดับเพลิง และได้ส่งผู้เชี่ยวชาญพร้อมเจ้าหน้าที่ร่วมปฏิบัติการ เพื่อให้คำปรึกษาและช่วยเหลือการดับเพลิง พร้อมอุปกรณ์หัวฉีดน้ำดับเพลิงแบบ Fix Monitor หุ่นยนต์ดับเพลิงและโฟมดับเพลิง 3000 ลิตร อีกทั้งโรงแยกก๊าซธรรมชาติ ปตท. พร้อมกลุ่มความร่วมมือช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน (EMAG: Emergency Mutual Aid Group) ซึ่งเป็นการรวมตัวของทีมตอบโต้เหตุฉุกเฉินในกลุ่มโรงงานนิคมอุตสาหกรรมพื้นที่มาบตาพุดและใกล้เคียง จ.ระยอง ได้ร่วมปฏิบัติการด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หลายคนคงยังไม่รู้ว่าบริษัท NPC S&amp;amp;E มีบทบาทอย่างไรในกลุ่ม ปตท. ซึ่ง นายวรพงษ์ นาคฉัตรีย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารความยั่งยืน ปตท. กล่าวว่า NPC S&amp;amp;E นั้นเป็นบริษัทในกลุ่มของ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2548 ดำเนินธุรกิจให้บริการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมที่ทันสมัยอย่างครบวงจร ได้แก่ บริการฝึกอบรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมทุกประเภท บริการที่ปรึกษาด้านการจัดทำระบบมาตรฐาน การจัดการระบบคุณภาพและระบบความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม รวมถึงงานบริการบุคลากรดูแลงานด้านความปลอดภัย อาทิ พนักงานดับเพลิง เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยเพื่อปฏิบัติงานในหน่วยงานหรือโรงงานต่างๆ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงยังให้บริการจัดจำหน่ายและให้เช่าอุปกรณ์ทางด้านความปลอดภัย และอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลทุกชนิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา NPC S&amp;amp;E ได้รับความไว้วางใจจากภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมี อิเล็กทรอนิกส์ น้ำมันและยานยนต์ ส่งเจ้าหน้าที่มาเข้าอบรมมากกว่า 26,000 คนต่อปี รวมแล้วกว่า 4,700 บริษัท ด้วยวิสัยทัศน์ของบริษัทที่จะเป็นผู้นำในการให้บริการด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมที่ทันสมัยอย่างครบวงจร จึงมุ่งพัฒนาบุคลากร คิดค้นและพัฒนาหลักสูตรใหม่ที่รองรับความต้องการของลูกค้า สรรหาอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย ตลอดจนสร้างสถานีฝึกอบรมที่สามารถจำลองเหตุการณ์เสมือนจริง เพื่อให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการได้รับความรู้อย่างพึงพอใจสูงสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ปกติ ปตท. กับหน่วยงานภาครัฐจะทำงานร่วมกันหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะในเรื่องของความมั่นคงปลอดภัยของพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นมาบตาพุด หรือ จ.ชลบุรี จะมีการประสานงานอย่างต่อเนื่อง แม้กระทั่งหน่วยงานที่เกี่ยวกับบรรเทาสาธารณภัย ได้มีการประสานงานกับ NPC S&amp;amp;E เพื่อร่วมกันทำงานและฝึกซ้อมเมื่อเกิดเหตุ และเมื่อ ปตท.ได้รับการประสานงานก็จะเร่งเข้าไปช่วยเหลือ ดังนั้น NPC S&amp;amp;E ถือว่ามีความชำนาญเฉพาะในด้านความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นด้านการผจญเพลิง การดูแลด้านความปลอดภัยทั่วไป&amp;quot; นายวรพงษ์ กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐธัญ ละอองทอง ผู้จัดการส่วนบริหารภาวะฉุกเฉิน NPC S&amp;amp;E กล่าวว่า นักดับเพลิงทั่วไปจะไม่คุ้นเคยกับสารเคมี แต่กลุ่ม ปตท.มีความคุ้นเคยกับปิโตรเคมีว่ามีคุณสมบัติอย่างไร มีความพร้อมในด้านอุปกรณ์ที่สามารถดำเนินการได้ทันที และยังมี ศูนย์ควบคุมภาวะฉุกเฉิน ซึ่งมีพนักงานถึง 210 คน เป็นทีมดับเพลิงโดยเฉพาะ ทำให้สามารถตอบโต้เหตุฉุกเฉินได้ทันที ที่ผ่านมานั้นได้เข้าไปช่วยมาแล้วหลายประเทศ เช่น ดับเพลิงบ่อขยะเมียนมา อย่างไรก็ตามเราฝึกอบรมบุคลากรอยู่ตลอดเวลา ทั้งทางด้านความรู้และสภาพร่างกายและจิตใจเพื่อความพร้อมในการเผชิญเหตุตลอด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐธัญ กล่าวในพื้นที่ภาคตะวันออกที่มีโรงงานปิโตรเคมีและโรงกลั่นน้ำมันของ ปตท.เป็นจำนวนมาก บริษัทได้เตรียมความพร้อมไว้หลายด้าน นอกจากแผนฉุกเฉินแล้ว การคาดการณ์ด้วยโปรแกรมต่างๆ พร้อมทั้งคำนวณความเสียหายและผลกระทบที่จะเกิดขึ้น หากเกิดอุบัติเหตุหรือระเบิด &amp;nbsp;ซึ่งสามารถบอกได้ถึงระยะทางที่จะได้รับผลกระทบ ส่วนอุปกรณ์ต่างๆ ก็จะมีการเตรียมพร้อม และยังได้ลงทุน 500 ล้านบาทเพื่อสร้าง ศูนย์ควบคุมภาวะฉุกเฉิน ตั้งอยู่ที่มาบตาพุด ซึ่งเป็นศูนย์ฝึกดับเพลิงที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้ NPC S&amp;amp;E ได้ร่วมมือกับสถาบันไทย-เยอรมัน หรือ TGI และคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรืออีอีซี ดำเนินการจัดฝึกอบรมหลักสูตร EEC Model Type B เป็นหลักสูตรระยะสั้น โดยโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างบุคลากรยุคใหม่ เรียนรู้-พัฒนาทักษะจากประสบการณ์จริงด้วยการศึกษา และการฝึกอบรมยุคใหม่ พัฒนาทักษะบุคลากรแบบตรงตามความต้องการของผู้ประกอบการในเขตพื้นที่อีอีซี หรืออีอีซี โมเดล (EEC Model)
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับโครงการนี้ โดยจะเป็นการฝึกอบรมเป็นหลักสูตรระยะสั้นรุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 14 มิ.ย.-23 ก.ค.64 ประกอบไปด้วย 4 กลุ่มหลักสูตร เช่น Injection Moulding Machine (Smart Production), CNC Machine &amp;amp; Robotics, Industrial IoT และ Industrial Robot &amp;amp; Automation System โดยจะมีการฝึกอบรม ณ สถาบันไทย-เยอรมัน ศูนย์ชลบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐธัญ กล่าวถึงงานดับเพลิงที่บริษัท หมิงตี้เคมีคอล ว่า ถือเป็นงานที่ไม่ง่าย เมื่อเดินทางไปถึงหน้างานก็รู้ทันที่ว่ามีความรุนแรง เพราะเพลิงไหม้ลักษณะนี้เป็นลักษณะพิเศษ ไหม้ปิโตรเคมี ไม่ใช่เพลิงไหม้ทั่วไป มีความซับซ้อน มีสารเคมีมาเกี่ยวข้อง มีอันตรายและส่งผลกระทบซึ่งมีความเสี่ยงอย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ดังนั้น กระบวนการและขั้นตอนการควบคุมต้องทำให้สงบอย่างรวดเร็ว และจะปลอดภัยได้อย่างไรนั้นต้องมองที่ปัญหาของหน้างาน ซึ่งที่มองเห็นคือ ระบบการควบคุมสั่งงานยังไม่ลงตัว ไม่มีการบูรณาการร่วมกันอย่างเป็นระบบ ซึ่งก็เป็นปัญหาทั่วไปเมื่อเกิดเหตุก็จะมีการโกลาหล วุ่นวาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109362</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชลบุรี, ณัฐธัญ ละอองทอง, ดับเพลิง, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท., บริษัท เอ็นพีซี เซฟตี้ แอนด์ เอ็นไวรอนเมนทอล เซอร์วิส จำกัด หรือ NPC S&amp;E, มาบตาพุด, ระยอง, วรพงษ์ นาคฉัตรีย์, ศูนย์ควบคุมภาวะฉุกเฉิน, สารเคมี, อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210711/image_big_60eab7f4d4c9b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107819</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2021 18:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2021 18:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟไหม้ห้องแถว13คูหากลางเมืองโคราชเสียหายกว่า10ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย.64-เกิดเหตุไฟไหม้บ้านเรือนประชาชน บริเวณ ไชยณรงค์ซอย 3 เขตเทศบาลนครราชสีมา อ.เมือง จ.นครราชสีมา ที่เกิดเหตุเป็นห้องแถวปลุกติดกัน เบื้องต้นเสียหายหลายคูหา เพลิงได้โหมลุกไหม้อย่างรวดเร็วประกอบกับอากาศที่ร้อนจัดเจ้าหน้าที่ระดมรถดับเพลิงจากเทศบาลนครนครราชสีมา เทศบาลโพธิ์กลาง เทศบาลตำบลหัวทะเล สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา และจากพื้นที่ใกล้เคียงกว่า 10 คันเข้าระงับเหตุใช้เวลานานเกือบ 2 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ต.อัครเดช เพ็งวงษ์&amp;nbsp; สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา&amp;nbsp; เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นคาดว่าต้นเพลิงมาจากห้องแถวเลขที่ 259/1-7 ลักษณะครึ่งปูนครึ่งไม้ ไฟไหม้ที่ชั้นบน และลุกลามไปยังห้องแถวขณะเกิดเหตุเจ้าของไม่อยู่ ทำให้ไม่สามารถดับได้ ถูกไฟไหม้เสียหายทั้ง 7 ห้อง และไฟยังลุกลามไปยังห้องพักที่อยู่ด้านหลัง เป็นบ้านไม้ชั้นเดียวเสียหายอีก 6 ห้อง รวมเสียหาย 13 ห้อง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 5-10 ล้านบาท ส่วนสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้จะทำการสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ที่แท้จริงต่อไป​&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107819</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดับเพลิง, ตำรวจ, โคราช, ไฟไหม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210627/image_big_60d85be71bd94.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51552</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2019 07:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2019 07:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟไหม้ตลาดใหม่แม่กิมเฮงกลางเมืองโคราชเสียหายมากกว่า 10 ล้านบาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ธ.ค.62-ช่วงกลางดึกที่ผ่านมาเกิดเหตุเหตุไฟไหม้ภายในตลาดใหม่แม่กิมเฮง ถนนสุรนารี เขตเทศบาลนครนครราชสีมา ซึ่งเป็นตลาดสดขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองนครราชสีมา ใกล้กับอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องระดมรถดับเพลิงจากหลายพื้นที่ ทั้งจากเทศบาลนครนครราชสีมา และพื้นที่ใกล้เคียงจำนวนกว่า 20 คัน ช่วยกันฉีดน้ำสกัดเพลิงไม่ให้ลุกลาม แต่เพลิงได้โหมลุกไหม้อย่างรวดเร็วส่งผลให้เพลิงไหม้ร้านค้าที่อยู่ภายในตลาดวอดเสียหายไปครึ่งตลาดนับร้อยแผง หลังคาตลาดก็ถูกเปลวเพลิงโหมไหม้จนพังถล่มลงมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีเสียงถังแก๊สระเบิดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นระยะ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้ความระมัดระวังในการทำงาน และกันพื้นที่ไม่ให้ประชาชนนับร้อยคนที่ไปมุงดูเหตุการณ์เข้าใกล้ เพราะเกรงจะเกิดอันตราย โดยเพลิงที่ลุกไหม้ยังได้ลุกลามไปติดอาคารพาณิชย์ 3 ชั้นที่อยู่ติดกันเสียหายอีกอย่างน้อย 2 หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิเชียร์ จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนคราชสีมา พร้อมด้วยพลตำรวจตรี สุจินต์ นิจพานิชย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และนายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา ได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุ พร้อมกับร่วมกันอำนวยการสั่งการควบคุมสกัดเพลิงไม่ให้ลุกลาม โดยเพลงได้ลุกไหม้นานกว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ มีเพียงพยานเป็นพ่อค้าแม่ค้าในตลาดระบุตรงกันว่า ได้ยินเสียงคล้ายระเบิดดังขึ้นติดต่อกันหลายครั้งภายในตลาด จากนั้นก็มีเปลวเพลิงลุกไหม้ลุกลามอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะเข้าทำการตรวจสอบพื้นที่อีกครั้งพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51552</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.นครราชสีมา, ดับเพลิง, โคราช, ไฟไหม้, ไฟไหม้ตลาดใหม่แม่กิมเฮง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191202/image_big_5de4608f7da74.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47476</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2019 08:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2019 08:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เศร้า!ไฟไหม้บ้านอำนาจเจริญแม่เสียชีวิตลูกรอดตายหวุดหวิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค.62- พ.ต.ท.สุภาพ จันทร์แดง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ เข้าตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้ ที่บ้านกุดน้ำกิน ต.นาแต้ อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ โดยมีผู้ติดอยู่ในบ้าน 2 คน คือ แม่กับลูก ให้ไปตรวจสอบด้วย ตั้งแต่เวลา 20.30 ของวันที่ 6 ต.ค.62 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่เกิดเหตุอยู่ใกล้กับโรงเรียนบ้านกุดน้ำกิน เป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ไฟกำลังโหมลุกไหม้อย่างรุนแรงพนักงานดับเพลิง ช่วยกันใช้หัวฉีดประจำรถดับเพลิง และหัวฉีดติดกับสายยาง ฉีดพ่นน้ำ ดับไฟ ที่กำลังเผาไหม้บ้านอย่างหนัก ประกอบกับมีกระแสลมพัดรุนแรงตลอดเวลา ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการดับไฟ เพราะไม่สามารถเข้าใกล้บ้านที่ถูกไฟไหม้ได้ เนื่องจากเปลวไฟร้อนระอุ จึงต้องฉีดน้ำดับไฟเท่าที่ทำได้ เพียงแต่สกัดไม่ให้ไฟลุกลามไปที่บ้านใกล้เคียงเท่านั้น &amp;nbsp;โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงได้ และบ้านถูกไฟไหม้ จำนวน 1 หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนภายในบ้าน ซึ่งถูกไฟไหม้ทั้งหลัง ที่บริเวณห้องน้ำถึงกับตะลึงเศร้าสลด เพราะ พบ ผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อ คือ นางวรรณี พร้อมทรัพย์ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 174 หมู่ที่ 6 บ้านกุดน้ำกิน ต.นาแต้ อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ ภรรยาเจ้าของบ้าน ซึ่ง สภาพศพ นอนตัวหงิกงอ ดำเป็นตอตะโก เพราะถูกไฟคลอก ส่วนบุตรชายหนีรอดจากไฟคลอกอย่างหวุดหวิด ยังมีอาการตกใจ และยังไม่หายหวาดกลัวจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งญาติพี่น้องนำไปปลอบใจ ให้กำลังใจอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.วิเชียร วชิรแสงไพโรจน์ ผกก.สภ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ กล่าวว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ แม่กับลูกอยู่ในบ้าน 2 คน ส่วนพ่อเข้าเวร กู้ชีพ ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลนาแต้(อบต.) และไฟไหม้บ้านอย่างรวดเร็ว ลูกอายุ 14 ปี อยู่ใกล้ประตูบ้าน จึงรีบหนีออกจากบ้านได้ทันอย่างหวุดหวิด ส่วนแม่ หนีไฟเข้าไปหลบอยู่ในห้องน้ำ ทำให้สำลักควันไฟ ติดอยู่ในห้องน้ำ และถูกไฟคลอกเสียชีวิต ส่วนสาเหตุไฟไหม้ในครั้งนี้ สันนิฐานว่า อาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งจะต้องรอผลจากกองพิสูจน์หลักฐานอีกครั้ง จึงจะสามารถระบุได้ว่า ไฟไหม้บ้านครั้งนี้เกิดจากสาเหตุอะไร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47476</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.อำนาจเจริญ, ดับเพลิง, ตำรวจ, ไฟไหม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9a9153ac3f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35700</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2019 11:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2019 11:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ระทึกรับเปิดเทอม!ไฟไหม้สายสื่อสารหน้าร.ร.ทวดทองกลางเมืองคอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
13 พ.ค.62- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมาเกิดเหตุไฟไหม้สายสื่อสาร บนเสาไฟฟ้าข้างสะพานลอย หน้าโรงเรียนวัดทวดทอง ริมถนนกะโรม เขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยเปลวเพลิงลุกไหม้สายสื่อสารบนเสาไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว สลับกับเสียงประทุระเบิดของกล่องเครื่องมือสื่อสารบนเสาไฟ ที่ระเบิดอย่างต่อเนื่อง โดยเปลวเพลิงลุกไหม้สายสื่อสารจนเกิดกลุ่มควันลอยโขมงขึ้นท้องฟ้าสูงหลายสิบเมตร ขณะที่ชาวบ้านที่อาศัยละแวกที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นร้านขายอาหาร ร้ายขายของชำ รวมทั้งพ่อแม่ ผู้ปกครอง ที่มาส่งบุตรหลานที่โรงเรียนวัดทวดทอง ซึ่งเปิดเทอมวันแรก ต่างวิ่งหนีตายอยู่ที่ปลอดภัยกันจ้าละหวั่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุการณ์เพียงไม่กี่นาที ทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลนครนครศรีธรรมราช เข้าระงับเหตุและฉีดสารเคมีดับเพลิงได้อย่างรวดเร็ว จนเพลิงสงบ ไม่ลุกลามไหม้บ้านหรือร้านค้า และเหตุการณ์ดังกล่าว ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ มีเพียงสายสื่อสารและกล่องควบคุมสายสื่อสารได้รับความเสียหาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35700</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.นครศรีธรรมราช, ดับเพลิง, เปิดเทอม, ไฟไหม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190513/image_big_5cd8f1b60f65f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29859</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2019 07:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2019 07:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มขับเก๋งกลับบ้านไฟไหม้ห้องเครื่องต้องจอดทิ้งรถหนีตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.พ.62-ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ร.ต.อ.คเณศ &amp;nbsp;งามประเสริฐ รองสว.สอบสวน สภ.เมือง สมุทรปราการ รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ที่จอดอยู่หน้าบริษัท พิพัฒน์กิจ เท็กซ์ไทล์ จำกัดหมู่ 5 ถนนพุทธรักษา ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยรถดับเพลิงเทศบาลตำบลบางปู &amp;nbsp;รุดไปตรวจสอบพบเพลิงกำลังลุกไหม้ออกมาจากภายในห้องเครื่องด้านหน้าของรถยนต์เก๋งยี่ห้อ มิตซูบิชิ แลนเซอร์ สีแดง ทะเบียน ษน-8550 กรุงเทพมหานคร ไฟเปลวได้ลุกโหมอย่างรุนแรงก่อนลุกลามเข้าไปในตัวรถเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ช่วยกันระดมฉีดน้ำนานกว่า 20 นาทีเพลิงจึงสงบ พบว่ารถยนต์เก๋งคันดังกล่าวถูกไฟเผาผลาญห้องเครื่องด้านหน้าและอุปกรณ์ภายในตัวรถได้รับความเสียหายทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบสวนนายไพศาล &amp;nbsp;สุมะนะวรรณ์ อายุ 28 ปี เจ้าของรถเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถเก๋งคันดังกล่าวมาซื้อของที่ตลาดศิวะ และกำลังขับรถจะกลับบ้านพักซึ่งอยู่ในย่านคลองอาเสี่ย คลองเก้า ขณะขับมาถึงที่เกิดเหตุได้สังเกตเห็นเปลวไฟลุกขึ้นมาจากห้องเครื่องด้านในกระโปรงหน้ารถโดยเปลวไฟแลบออกมาจากด้านหน้าหม้อน้ำก่อนที่จะมีกลุ่มควันพวยพุ่งเข้ามาในรถตนจึงรีบจอดรถเข้าข้างทางและเปิดประตูวิ่งหนีตายออกมาจากรถก่อนที่เปลวไฟจะลุกท่วมหน้ารถ ชาวบ้านที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงได้ช่วยกันเอาถังเคมีดับเพลิงมาช่วยกันฉีดสกัดเปลวเพลิงแต่ไม่สามารถสกัดเพลิงได้เปลวไฟได้ลุกโหมอย่างรุนแรงก่อนที่จะลุกลามเข้าไปลุกไหม้อุปกรณ์ภายในรถรวมทั้งเบาะนั่ง จึงรีบโทรศัพท์แจ้งข้อความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้รถเก๋งน่าจะเกิดจากกระแสไฟฟ้าภายในรถเกิดการช็อตจนเกิดเปลวไฟลุกไหม้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29859</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.สมุทรปราการ, ดับเพลิง, ตำรวจ, รถไฟไหม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190225/image_big_5c733c33d0bf9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22759</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2018 07:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2018 07:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟไหม้บริษัทขายรถมือสองชลบุรีวอดกว่า2ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ย.61-ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ร.ต.อ.สมศักดิ์ ใจแล รอง.สว.สอบสวน.สภ.พานทอง ได้รับแจ้งมีเหตุไฟไหม้บริษัทกันเองบริการ(จำหน่ายรถยนต์มือสอง)บ้านเลขที่76-77-78 หมู่2 ตำบลหนองกะขะ อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยรถดับเพลิงจำนวน 4 คัน ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบเป็นบริษัทจำหน่ายรถยนต์มือสองซื้อขายแลกเปลี่ยนจัดไฟแนนซ์ บริเวณที่จอดรถยนต์ด้านหลังบริษัท &amp;nbsp; เปลวเพลิงกำลังลุกรถยนต์อย่างรุนแรง มีเสียงระเบิดเป็นระยะๆ เปลวเพลิงได้ลุกลามไปติดตัวอาคารสำนักงานออฟฟิศที่ตั้งอยู่ภายในบริษัท(คอมพิวเตอร์ เอกสาร อุปกรณ์สำนักงาน)ถูกไฟไหม้เสียหายเป็นบางส่วน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงระดมฉีดน้ำอย่างต่อเนื่อง ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงให้สงบได้ ตรวจสอบพบว่ามีรถกระบะ 2 คัน รถเก๋ง 3 คัน รวมทั้งหมด 5 คัน ถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมด มูลค่าความเสียหายกว่า 2,000,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สอบถาม น.ส.เตย อายุ 35 ปี เจ้าของบริษัท (สงวนชื่อจริง) เล่าว่าเมื่อช่วงกลางดึกตนเองนอนอยู่ภายในบริษัทห้องนอนชั้นสองได้ยินเสียงระเบิด 3 ครั้ง บริเวณที่จอดรถยนต์ด้านหลังบริษัท เพื่อเตรียมรอจำหน่ายให้กับลูกค้า จึงวิ่งลงมาดูพบว่ามีเปลวเพลิงกำลังลุกไหม้รถยนต์แล้ว จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าให้การช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคาดว่าสาเหตุไฟไหม้ครั้งนี้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรหนึ่งในรถยนต์ที่จอดอยู่ด้านหลังของบริษัทและลุกลามไปติดรถยนต์คันอื่น ต้องนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดกั้นพื้นที่เพื่อให้ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน 2 เข้าตรวจสอบพื้นที่ช่วงเช้าอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุการเกิดไฟไหม้ที่แท้จริงต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22759</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ชลบุรี, ดับเพลิง, ตำรวจ, ร้ายขายรถมือสอง, ไฟไหม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181126/image_big_5bfb4226b4d95.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
