<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97945</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดับไฟป่าแม่สะเมิงโผล่อีกจุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ห่วงใยไฟป่าภาคเหนือ สั่งกองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้าบูรณาการปฏิบัติงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด พร้อมสอบสวนสาเหตุการเกิดไฟไหม้ และเข้มบังคับใช้กฎหมายกับนายทุนที่อยู่เบื้องหลังการแผ้วถางเผาป่า ขณะที่บนดอย อ.สะเมิง ไฟป่าโผล่อีกจุดต้องเร่งดับเพราะอยู่ใกล้ชุมชน ส่วนในเมืองเชียงใหม่ค่าฝุ่นพิษ PM2.5 กลับมาวิกฤติอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงกลาโหม วันที่ 31 มีนาคม พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้รับทราบและแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมกับชื่นชมและให้กำลังใจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้และอุทยาน ฝ่ายปกครองและทหาร รวมทั้งส่วนราชการและอาสาสมัครในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่ร่วมกันควบคุมสถานการณ์ไฟป่าที่ลุกลามขยายเป็นวงกว้างในพื้นที่ อ.สะเมิงใต้ ต่อเนื่องที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรได้กำชับขอให้ยังคงเข้มเฝ้าระวังพื้นที่ไฟไหม้ป่า ที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้วอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการลุกลามจากพื้นที่ที่ยังระอุใต้ดินและซากตอไม้ที่ยังไม่ดับ สำหรับพื้นที่ทางเหนือขึ้นไป 2 ไมล์ ซึ่งเป็นภูเขาสูงชันและกำลังเกิดไฟลุกไหม้ป่าขยายเป็นวงกว้าง ขอให้กองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า โดยการนำของผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้บูรณาการกำลังภาคพื้นและอากาศยานของกองทัพอากาศ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมทั้งกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ปฏิบัติงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.อ.ประวิตรยังได้ย้ำให้เร่งสอบสวนสาเหตุการเกิดไฟไหม้ป่าที่เกิดขึ้น โดยขอให้ทำความเข้าใจและสร้างความร่วมมือกับประชาชนในพื้นที่โดยเน้นมาตรการป้องกัน ทั้งนี้ต้องเข้มบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มบุคคลและนายทุนที่อยู่เบื้องหลังการบุกรุกแผ้วถางและเผาป่า เพื่อครอบครองพื้นที่ทำการเกษตรอย่างต่อเนื่องและจริงจัง โดยถือเป็นความเห็นแก่ได้ที่นำมาซึ่งความเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติและป่าไม้ รวมทั้งสร้างปัญหามลภาวะหมอกควัน PM2.5 กระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ในภาพรวม&amp;quot; พล.ท.คงชีพกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์ไฟป่าที่ อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ เช้าวันที่ 31 มี.ค. นายจักรา ดิษยนันท์ หัวหน้าศูนย์ควบคุมไฟป่าขุนขาน-สะเมิง เปิดเผยว่า ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังเข้าดับไฟป่าที่เกิดขึ้นบนดอยสูงเหนือหมู่บ้านศาลาและบ้านป่ากล้วย ล่าสุดช่วง 04.00 น.ที่ผ่านมา สามารถควบคุมพื้นที่ไว้ได้ทั้งหมดแล้ว เหลือเพียงไฟสุมตอบางจุดในพื้นที่สูงชัน ซึ่งบริเวณนี้ไม่น่าจะมีปัญหาอีก แต่ยังมีเจ้าหน้าที่คอยเฝ้าระวังเพื่อป้องกันไฟปะทุขึ้นมาอีก รวมทั้งชุด ชรบ.ของหมู่บ้านที่เฝ้าระวังชายป่าใกล้ที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจักรากล่าวว่า ช่วงเช้าวันนี้มีรายงานเกิดไฟป่าขึ้นอีกจุดหนึ่งที่บ้านกองขากน้อย ต.สะเมิงใต้ ห่างจากจุดเดิมไปทางเหนือประมาณ 5 กิโลเมตร พื้นที่เกิดไฟป่าเป็นพื้นที่เขาสูงชัน ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังใช้ความพยายามในการเข้าควบคุมพื้นที่เพื่อไม่ให้ลุกลามขยายวงกว้าง และจะขอสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินโปรยน้ำ เพื่อจำกัดพื้นที่ไฟป่าให้เร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดช่วงเช้า พื้นที่ ต.สะเมิงใต้ ปกคลุมไปด้วยหมอกควันจากไฟป่าที่เกิดขึ้นตลอดสองวันที่ผ่านมา เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะเขตชุมชนและโรงเรียนที่อยู่ด้านหน้าภูเขาที่เกิดไฟป่า ระยะห่างเพียง 1 กิโลเมตร ขณะที่ชุดมวลชนสัมพันธ์ สภ.สะเมิง นำรถออกประชาสัมพันธ์ห้ามเผาป่า เนื่องจากอยู่ในช่วงประกาศห้ามเผาเด็ดขาดของจังหวัดเชียงใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคุณภาพอากาศในตัวเมืองเชียงใหม่เพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง โดยเช้าวันนี้ทุกจุดตรวจวัดเกินมาตรฐาน ค่า PM2.5 ที่ ต.ศรีภูมิ อ.เมืองเชียงใหม่ อยู่ที่ 101 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งฝุ่นพิษที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งมาจากไฟป่าที่ อ.สะเมิง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสภาพอากาศบริเวณจังหวัดนครพนม มีสภาวะอากาศเลวร้ายหลายวันติดต่อกัน จากภาพถ่ายดาวเทียมพบว่า นอกจากมีจุดความร้อนจากการเผาไหม้ในพื้นที่จังหวัดนครพนม จำนวน 11 จุด (ข้อมูลวันที่ 30 มีนาคม 2564) แล้ว ยังมีจุดความร้อนจากการเผาไหม้จาก สปป.ลาวค่อนข้างมากในบริเวณพื้นที่ติดกับจังหวัดนครพนม โดยกระจายเป็นวงกว้างจำนวนมาก จึงเกิดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 สูงสุดในภาคอีสานดังกล่าว และมีแนวโน้มทรงตัว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97945</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM 2.5, กองทัพภาคที่ 3, ดับไฟป่า, บังคับใช้กฎหมายกับนายทุน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, แม่สะเมิง, ไฟป่าแม่สะเมิง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_606469dc5be3e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95532</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2021 22:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอกควันเหนือรุนแรงขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มลพิษเชียงใหม่ยังแย่ติดอันดับโลกเป็นวันที่สาม พบจุดความร้อนต่อเนื่องลามจากจุดเดิม สนธิกำลังเร่งปูพรมดับไฟป่า ฝุ่นจิ๋ว PM2.5 กระทบสุขภาพ ยอดผู้ป่วยเกือบหมื่นราย ส่วนใหญ่โรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจ ตา-ผิวหนังอักเสบ ทส.ลุยระงับเหตุป้องกัน ชิงเก็บเชื้อเพลิงลดรุนแรง หวังบรรเทาหมอกควันใน 17 จ.ภาคเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 9 มี.ค. สถานการณ์ปัญหาฝุ่นควันจากการเผาและคุณภาพอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ยังคงรุนแรงต่อเนื่อง โดยสภาพตัวเมืองถูกปกคลุมด้วยหมอกควันหนาทึบตลอดทั้งวัน คุณภาพอากาศยังสูงเกินค่ามาตรฐาน ทั้งนี้ รายงานผลการตรวจวัดจากสถานีตรวจวัดของกรมควบคุมมลพิษในตำบลช้างเผือก ตำบลศรีภูมิ ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง และตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ พบค่าฝุ่นละออง PM2.5 เมื่อเวลา 13.00 น. อยู่ที่ 113 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.), 112 มคก./ลบ.ม., 91 มคก./ลบ.ม. และ 90 มคก./ลบ.ม. ตามลำดับ ซึ่งเกินค่ามาตรฐาน 50 มคก./ลบ.ม. และอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยที่บริเวณอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ มณฑลทหารบกที่ 33 ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำจิตอาสา พร้อมด้วยอุปกรณ์ทำการฉีดพ่นละอองน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศ รวมทั้งล้างทำความสะอาดถนนเพื่อบรรเทาปริมาณฝุ่นควัน และเป็นการรณรงค์เชิงสัญลักษณ์ให้ประชาชนตระหนักถึงสถานการณ์ปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่นั้น รายงานระบุว่า เช้าวันที่ 9 มี.ค. พบจำนวน 211 จุด เกิดขึ้นใน 18 อำเภอ จากทั้งหมด 25 อำเภอ โดยอำเภอที่พบมากที่สุดคือ อำเภอเชียงดาว 39 จุด รองลงมาคือ อำเภออมก๋อย 38 จุด ทั้งนี้ พบว่าจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในระยะนี้ส่วนใหญ่เป็นจุดที่ลุกลามจากจุดเดิม โดยในวันที่ 9 มี.ค. พบว่ามีจุดลุกลามจากวันที่ 8 มี.ค. มากถึง 69 จุด ทั้งหมดอยู่ในพื้นที่เขาสูงชันและเป็นหน้าผาสูง ทั้งนี้ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้สั่งการให้ทุกอำเภอเปิดปฏิบัติการดับไฟป่าเพื่อลมหายใจคนเชียงใหม่ โดยให้สนธิกำลังอาสาสมัครดับไฟป่าประจำหมู่บ้าน บูรณาการกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดับไฟป่าเพื่อควบคุมจุดความร้อนที่เกิดขึ้นให้ได้โดยเร็ว เน้นเป้าหมายในพื้นที่ที่เข้าถึงยากและลุกลามในช่วงกลางคืนให้หมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ปัญหาฝุ่นควันที่เผชิญอยู่ในขณะนี้เกิดจากการได้รับอิทธิพลของลมตะวันตกและลมตะวันออกที่พัดพาฝุ่นควันจากพื้นที่ข้างเคียงเข้าสู่เมืองเชียงใหม่ และความสามารถในการระบายอากาศน้อยมาก การสะสมของฝุ่นควันขึ้น-ลงในแนวดิ่ง พออากาศอุ่นฝุ่นจะลอยขึ้นสูง แต่ยังไม่มีที่จะระบายออก พออากาศเย็นก็จะถูกกดลงมา ไม่สามารถระบายออกไปได้ ขอให้ประชาชนสวมใส่หน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นควัน และรักษาสุขภาพของตนเองด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่สามารถบริหารจัดการได้ตามแผนทั้งการบริหารจัดการเชื้อเพลิง การบูรณาการหน่วยงานต่างๆ ระหว่างฝ่ายของชุมชน ตำบล หมู่บ้าน และฝ่ายของเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตาม โดยสภาพของอากาศทำให้เกิดการสะสมของฝุ่นควันในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ จะเห็นว่าการบริหารจัดการเมื่อพิจารณาจากจุด Hotspot จนถึงขณะนี้พื้นที่ จ.เชียงใหม่เกิดขึ้นแล้วไม่เกิน 60% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ไม่อาจควบคุมได้ทั้งสภาพอากาศและลมซึ่งหอบเอาสิ่งต่างๆ เข้าสู่เชียงใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือรายงานสภาวะอากาศจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือ มีความกดอากาศต่ำเนื่องจากมีความร้อนปกคลุม ทำให้เป็นสาเหตุที่กลุ่มหมอกควันยังไม่ถูกลมระบายออกไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานจากกลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อมและอาชีวอนามัย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ระบุจำนวนผู้ป่วยที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศช่วงวันที่ 1 ก.พ.-5 มี.ค.64 พบผู้ป่วยกลุ่มโรคทางเดินหายใจ กลุ่มโรคหัวใจ หลอดเลือด กลุ่มตาอักเสบ กลุ่มผิวหนังอักเสบ และกลุ่มอื่นๆ รวม 9,234 คน พร้อมเตือนประชาชนงดทำกิจกรรมกลางแจ้งและป้องกันตัวเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการสูดดมฝุ่นควันสะสมในร่างกาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายชีวะภาพ ชีวะธรรม รองอธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยว่า กรมป่าไม้ได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ป่าภาคเหนือ ขณะนี้เข้าสู่ช่วงฤดูร้อนจึงทำให้สภาพพื้นที่ป่าในภาพรวมแห้งแล้ง มีการสะสมและทับถมของเศษใบไม้แห้ง เป็นเชื้อเพลิงตามธรรมชาติ ประกอบกับพื้นที่การเกษตรของเกษตรกรที่อยู่อาศัยทำกินในเขตพื้นที่ป่าไม้มีการเก็บเกี่ยวผลผลิต เหลือเศษวัชพืชทางการเกษตร โดยมีเกษตรกรบางรายใช้วิธีการเผากำจัดเศษวัชพืช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในปี 2564 รมว.ทส.ได้มอบนโยบายแนวทางให้หน่วยงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมใช้มาตรการเชิงรุก &amp;ldquo;ชิงเก็บ&amp;rdquo; โดยได้ดำเนินการจัดทำแผนงานชิงเก็บเชื้อเพลิงที่อยู่ในเขตป่าไม้ เพื่อเป็นการลดความรุนแรงของไฟป่าที่จะเกิดขึ้น ตั้งเป้าหมายเก็บเชื้อเพลิงโดยการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนร่วมกับเจ้าหน้าที่ภาครัฐ หน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ร่วมกันดำเนินการ เป้าหมายให้ได้จำนวน 1,000 ตันในเขต 10 จังหวัดภาคเหนือ ในพื้นที่ที่มีสถานการณ์ไฟป่ารุนแรง และจนถึงปัจจุบันสามารถดำเนินการเก็บลดเชื้อเพลิงได้เกินเป้าหมาย มากเกือบเท่าตัว และยังคงดำเนินการต่อเนื่องตามแผนงานต่อไปจนกว่าจะหมดฤดูไฟป่าปี 2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอดิศร นุชดำรงค์ อธิบดีกรมป่าไม้ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาและควบคุมสถานการณ์ โดยกรมป่าไม้ได้วางแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า โดยใช้มาตรการเตรียมพร้อม 1.การบริหารจัดการเชื้อเพลิง 2.ทำแนวกันไฟ 3.จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ อุปกรณ์ จากหน่วยงานภายในพื้นที่ 4.จัดเจ้าหน้าที่ในการออกลาดตระเวนเพื่อเฝ้าระวัง ดับไฟป่า 5.ตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า กรมป่าไม้ (War Room) 6.แจ้งจุดความร้อนพร้อมทั้งสั่งการผ่านแอปพลิเคชันพิทักษ์ไพร และการใช้เทคโนโลยีมาช่วย รวมถึงการใช้เฮลิคอปเตอร์ของ ทส.ปฏิบัติงานให้สัมฤทธิผลมากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากการวางมาตรการรับมือข้างต้นยังมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้ลักลอบเผาป่า ซึ่งผู้ที่กระทำผิดจะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 4-20 ปี และมีโทษปรับตั้งแต่ 4 แสนบาทถึง 2 ล้านบาท หรือมีโทษทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งจากการรายงานสถานการณ์ไฟป่าของวันที่ 8 มี.ค.64 พบจุดความร้อนทั่วประเทศทั้งหมด 1,833 จุด อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติภาคเหนือ 492 จุด มากสุดอยู่ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน 119 จุด จึงได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการป้องกันและควบคุมไฟป่าชุดเหยี่ยวไฟจากพื้นที่อื่น สับเปลี่ยนย้ายกำลังเข้าบูรณาการควบคุมไฟป่าเป็นการเร่งด่วนแล้ว เน้นการประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองท้องถิ่น เตรียมความพร้อมในการเข้าควบคุมและป้องกันไม่ให้เกิดการลุกลามขยายเป็นวงกว้าง นอกจากนี้ กรมป่าไม้ขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเห็นเหตุไฟป่าสามารถแจ้งมายังสายด่วนพิทักษ์ป่า 1362 เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไประงับเหตุได้ทันสถานการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์จุดความร้อนสะสมในเขตป่าสงวนแห่งชาติของวันที่ 9 มี.ค. โดยเฉลี่ยยังน้อยกว่าในปี 2563 จำนวน 6,884 จุด หรือน้อยกว่า 24% ของปีที่แล้ว ซึ่งยังคงต้องให้ทุกหน่วยงานภาคสนามที่รับผิดชอบติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95532</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM 2.5, PM2.5, ดับไฟป่า, ฝุ่นจิ๋ว, ฝุ่นพิษ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมอกควัน, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, ไฟป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210309/image_big_604771a3609cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70349</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2020 19:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2020 19:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โตโน่&#039;โอนเงินแสนผ่าน&#039;ฌอน บูรณะหิรัญ&#039;เพื่อช่วยดับไฟป่า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดูท่าจะลุกลามกันไปใหญ่โต สำหรับปมดราม่าเรื่องเงินบริจาค ทื่ไลฟ์โค้ชชื่อดัง ฌอน บูรณะหิรัญ อ้างว่าจะนำไปดับไฟฟ้าที่เชียงใหม่ โดยมียอดบริจาคถึง 875,741.53 บาท แต่กลับถูกมองว่าความช่วยเหลือที่หนุ่มฌอนได้พูดนั้นยังไปไม่ถึงเจ้าหน้าที่และชาวบ้านที่เดือดร้อนจากไฟป่าเลย แถมยังมีอีกหลายๆ หน่วยงานที่ออกมาแฉถึงพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส่ของหนุ่มฌอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งหนึ่งในผู้ที่ร่วมบริจาคผ่านหนุ่มฌอนเพื่อไปบรรเทาความเดือดร้อนจากไฟป่า คือ โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ &amp;nbsp;ซึ่งได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเคลียร์ประเด็นร้อน โดยยอมรับว่าถ้าอีกฝ่ายโกงจริงก็จะเสียความรู้สึกมาก แต่ความเป็นเพื่อนก็ยังคงอยู่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ผมอยากจะชี้แจงในเรื่องของผม ตอนนั้นไฟป่าเชียงใหม่ไหม้หนักมาก ความช่วยเหลือยังไปไม่ถึง เรามองว่าอะไรที่สามารถถึงเจ้าหน้าที่ ถึงชาวบ้านที่เดือดร้อนได้เร็วที่สุด เราต้องการจะทำเลย ใจจริงอยากไปด้วยตัวเอง แต่ติดโควิด-19 และฌอนก็ทำเรื่อง PM 2.5 และไฟป่าที่เชียงใหม่ เรารู้จักกับฌอนก็เห็นว่าให้เขาเอาไปทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ ก็โอนและส่งสลิปให้ฌอน แต่ไม่ได้คิดโชว์สลิป ไม่คิดว่าจะต้องเอามาให้ใครรู้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องดราม่าที่เกิดขึ้น ผมไม่ได้ตกใจ เพราะอยากให้หลักฐานชัดเจน ก่อนที่ผมจะคิดไปเอง ก็เลยไม่รู้สึกว่าตกใจอะไรมาก &amp;nbsp;ตั้งแต่เกิดเรื่องได้คุยกับฌอน 2 ครั้ง แต่ไม่ได้คุยเรื่องเงิน เพราะมันยังไม่มีเรื่องเงิน แต่คุยเรื่องปลูกต้นไม้ ผมก็คุยเป็นห่วงเพื่อนตามประสาเพื่อนที่เห็นว่าไปยุ่ง ไปแตะเรื่องพวกนั้น เราไม่ได้สนใจ เพราะตอนนั้นไฟป่าเชียงใหม่ก็จบไปแล้ว ผมกับฌอนรู้จักกันเมื่อปีที่แล้ว ผมทำโครงการเก็บรักษ์ ฌอนไดเร็กว่าอยากมาช่วย และมีช่วงจังหวะหนึ่งที่เราไปเก็บขยะที่เชียงใหม่ ก็มีเพื่อนนักแสดงมาช่วย ก็มีฌอน เลยได้รู้จักกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เสียความรู้สึกไหมกับเรื่องที่เกิดขึ้น ถ้าเงินที่เราจะเอาไปช่วยคนเชียงใหม่ มันกลายเป็นเอาไปทำเพื่อตัวเอง เอาไปใช้เอง ผมจะเสียความรู้สึก แต่ตอนนี้เขายังไม่ได้ออกมาชี้แจง เอาหลักฐานออกมา ผมก็เลยยัง ผมหวังใจว่ามันจะไม่เป็นแบบนั้น การช่วยเหลือกันในสังคมมันสำคัญมากนะในบ้านเรา เป็นสิ่งที่สวยงามมาก การที่เรามาทำเพื่อส่วนรวม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับผมตอนนี้ยังไม่อยากคิดอะไร แต่ถ้าฌอนเอาหลักฐานมาแสดง แล้วเอาเงินไปทำเพื่อตัวเองจริง ซื้อบ้าน รถ นาฬิกา ถ้าเป็นอย่างนั้น ผิดก็ต้องว่าไปตามผิด แต่ในเรื่องของเพื่อน เพื่อนก็คือเพื่อน &amp;nbsp;เขาก็คือเพื่อนเรา แต่ถ้าเพื่อนเราไปทำให้คนอื่นเดือดร้อน ผมก็ต้องบอกว่าเขาผิดและรับผิดชอบในสิ่งที่เขาทำ แต่ไม่เกี่ยวกับความเป็นเพื่อน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกม @mootono29 @sean_buranahiran&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70349</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฌอน บูรณะหิรัญ, ดับไฟป่า, เงินบริจาค, โตโน่ ภาคิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200702/image_big_5efdcd903a1eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64733</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2020 19:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2020 19:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;โรงหนังอิ่มบุญ&#039;ส่งมอบเงิน ร่วมจัดซื้ออุปกรณ์ดับไฟป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผ่านไปด้วยดีกับกิจกรรม โรงหนังอิ่มบุญ &amp;nbsp;ที่ทางบริษัทสหมงคลฟิล์มฯ จัดขึ้นร่วมกับศิลปิน และนักแสดง อย่าง มาริโอ้ เมาเร่อ , พลอย พลอยไพลิน, เสือโคร่ง, เขียนไขและวานิช, มะเดี่ยว ชูเกียรติ และ พิช วิชญ์วิสิฐ&amp;nbsp; และครั้งแรกของการไลฟ์ฉายภาพยนตร์เรื่อง Only The Brave คนกล้าไฟนรก บนเฟซบุ๊กสหมงคลฟิล์มฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย คุณเตือนใจ เตชะรัตนประเสริฐ รองประธานกรรมการ บริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้มอบเงินจากการจัดกิจกรรมโรงหนังอิ่มบุญ&amp;nbsp; ให้แก่&amp;nbsp; คุณโอภาส จิรเดชตระกูล&amp;nbsp; ตัวแทนกลุ่มสายใต้ออกรถ และ ป่าเขา ลมหายใจเรา ซึ่งเป็นเงินที่ได้จากการบริจาคของผู้มีจิตศรัทธาในช่องทางต่างๆ และบริษัทสหมงคลฟิล์มฯ ร่วมสมทบทุนอีก 100,000 บาท รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp; 207,479.12 บาท&amp;nbsp; ซึ่งรายได้ทั้งหมดนำไปช่วยเหลือ และจัดซื้อ เครื่องเป่าลม อุปกรณ์ดับไฟมอบให้กับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงในการดับไฟป่า และเฝ้าระวังการเกิดไฟป่าในจังหวัดเชียงใหม่ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64733</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดับไฟป่า, มอบเงิน, สหมงคลฟิล์ม, โรงหนังอิ่มบุญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200430/image_big_5eaabfc991d7c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64488</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2020 11:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2020 11:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทส.แจง สัญญาณดี! ไม่พบ “Hotspot” ป่าภาคเหนือ ฝุ่นพิษหายวับ-แม่ฮ่องสอนเกินเล็กน้อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนเหนือหายใจโล่ง ทส.แจงสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันดีขึ้นต่อเนื่องทุกจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ไม่พบจุด Hotspot ในพื้นที่ป่าทุกจังหวัด ขณะที่คุณภาพอากาศพุ่งแตะระดับดีมาก หลัง PM2.5 หายวับ เหลือแค่ &amp;ldquo;แม่ฮ่องสอน&amp;rdquo; ยังเกินค่ามาตรฐานเล็กน้อย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รายงานสถานการณ์ไฟป่า 17 จังหวัดภาคเหนือยังคงดีขึ้นมาก อย่างต่อเนื่องทุกจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดภาคเหนือตอนบน ที่ล่าสุด ณ วันที่ 27 เมษายน ไม่พบ Hotspot หลงเหลือในพื้นที่ป่าไม้จังหวัดภาคเหนือตอนบน ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เนื่องจากการออกปฏิบัติการดับไฟป่าและการเฝ้าระวังที่เข้มงวดอย่างต่อเนื่อง โดยเจ้าหน้าที่ชุดดับไฟ ชุดเฝ้าระวังลาดตระเวน ชุดไฟป่าหมู่บ้าน และเครือข่ายไฟป่า ซึ่งสามารถดับไฟป่าสะสม ในเขตป่าอนุรักษ์ได้แล้ว ทั้งสิ้น 7,430 ครั้ง 171,638 ไร่ และในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 3,157 ครั้ง 63,336 ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ขณะที่การจับกุมดำเนินคดีเผาป่านั้น ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม &amp;ndash; 26 เมษายน 2563 ดำเนินคดีไปแล้วทั้งสิ้น 1,146 คดี จับกุมผู้ต้องหาได้ 48 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคุณภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน พบว่า มีคุณภาพดีขึ้นอย่างต่อเนื่องและอยู่ในระดับดีมาก ซึ่งเป็นผลจากการเกิดพายุฝนฤดูร้อนและฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 มีค่าต่ำกว่า 25 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตรทุกจังหวัด ยกเว้นเพียง จ.แม่ฮ่องสอน ที่ยังอยู่ในระดับ 29 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64488</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.), ดับไฟป่า, ฝุ่นพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200428/image_big_5ea7ac38ec83a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64023</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2020 13:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2020 13:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มาริโอ้&#039;ชวนดูหนังแบบใกล้ชิดแต่มีระยะห่าง หาเงินดับไฟป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv0604286332&quot; style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:8.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันสถานการณ์ไฟป่าในภาคเหนือได้สร้างความเสียหายในหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายต่อผู้คน รวมถึงสัตว์ป่าอีกมากมาย ทางสหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จึงจัดโครงการ โรงหนังอิ่มบุญ ขึ้นเป็นวาระพิเศษเพื่อช่วยเหลือและระดมทุนสำหรับการจัดซื้อ เครื่องเป่าลม และอุปกรณ์ดับไฟมอบให้กับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยง ในการดับไฟป่า และเฝ้าระวังการเกิดไฟป่าในจังหวัดเชียงใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv0604286332&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยหนุ่มมาริโอ เมาเร่อ หนื่งในผู้ร่วมโครงการนี้ ได้โพสต์ข้อความในอินสตาแกรมว่า &amp;ldquo;ไม่ได้ดูหนังด้วยกันมานาน ครั้งนี้เราชวนมาดูด้วยกันแบบใกล้ชิดแต่มีระยะห่างเพื่อป้องกันไวรัส&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv0604286332&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สหมงคลฟิล์มฯ เปิดโรงหนังอิ่มบุญ โอกาสพิเศษที่เราชวน ดูไลฟ์ เพลงจาก เขียนไข, พิช วิชญ์วิสิฐ, วงเสือโคร่ง และแขกรับเชิญพิเศษ พลอย + โอ้ จาก Low Season , Live หนัง Only The Brave คนกล้าไฟนรก ให้ดูเต็มอิ่ม กับเรื่องราวความกล้าหาญของเหล่าวีรบุรุษนักผจญเพลิงหน่วยแกรไนท์ เมาท์เท่า ฮอตช็อตส์ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv0604286332&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ร่วมสมทบทุนช่วยดับไฟป่าใน จ.เชียงใหม่ บริจาคได้ที่ เลขบัญชี 127-3-151-090 ธนาคารกรุงเทพ บจ.สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อจัดซื้อเครื่องเป่าลมและอุปกรณ์ดับไฟป่า เพื่อใช้ต่อสู้กับไฟไหม้ป่าที่กำลังเกิดขึ้น&amp;nbsp; พิเศษแบบนี้ มาใกล้กันที่หน้าจอ วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษา นี้ทางเฟซบุ๊ก www.facebook.com/sahamongkolfilm และเพจพันธมิตร ตั้งแต่ 18.45 เป็นต้นไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv0604286332&quot; style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:8.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv0604286332&quot; style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:8.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv0604286332&quot; style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:8.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv0604286332&quot; style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:8.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv0604286332&quot; style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:8.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @Pchysomething @mario_mm38&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64023</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดับไฟป่า, มาริโอ้ เมาเร่อ, สหมงคลฟิล์ม, โรงหนังอิ่มบุญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200423/image_big_5ea1398306416.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63084</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2020 10:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2020 10:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เอิร์น จิรวรรณ’ นำทีมซื้อเครื่องเป่าลม ช่วยไฟป่าเชียงใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถานการณ์ไฟป่าที่ จ.เชียงใหม่ ถือเป็นเรื่องเดือดร้อนไม่น้อยกว่าปัญหาฝุ่นพิษและไวรัสที่จะต้องรีบแก้ไข ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ยังเป็นที่ๆครอบครัวของ เอิร์น-จิรวรรณ เตชะหรูวิจิตร หรือ จิรวรรณ ชัยรุ่งเรือง อดีตนักร้องดัง ไปเที่ยวอยู่เป็นประจำ เจ้าตัวจึงตัดสินใจรวบรวมเงินของตัวเองพร้อมกับเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ซื้อเครื่องเป่าลมเพื่อทำแนวกันไฟ สมทบให้กับทีมเจ้าหน้าที่ที่ทำการดับไฟอยู่ที่ เชียงใหม่, เชียงราย, แม่ฮ่องสอน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอิร์น จิรวรรณ กล่าวว่า &amp;ldquo;ด้วยสถานการณ์ไฟป่า ที่เชียงใหม่ลุกลามมาหลายวัน ได้สร้างความเสียหายไปในหลายพื้นที่ของ ซึ่งเป็นจังหวัดที่เชื่อว่าเพื่อนหลายคนคงได้เคยไปเที่ยวและหลงรักที่นั่น เอิร์นจึงอยากขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยดับไฟป่า จะได้มากหรือได้น้อย ก็ถือว่าเราได้ร่วมกันส่งกำลังใจไปให้ทีมงานทุกคนที่กำลังลงพื้นที่ ทั้งเจ้าหน้าที่และชาวบ้านทุกคน ให้พวกเขามีแรงใจที่จะสู้กับไฟป่าที่ทำลายในหลายพื้นที่ และทำลายชีวิตนับหมื่น ในป่าที่เปรียบเสมือนบ้านของพวกเขาเหล่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งต้องบอกเลยว่า ทั้ง จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย ถือเป็น Top of the List ของจังหวัด ที่ครอบครัวพวกเราชอบไปเที่ยวทุกปีเลย ไปทุกครั้งก็จะมีแต่ความสุขและรอยยิ้ม ตอนแรกกำลังคิดว่าจะส่งไปเป็นของ หรือบริจาคเป็นเงินดี แต่ในใจก็อยากจะส่งไปเป็นในส่วนของอุปกรณ์ดับไฟป่า, ผ้าห่มกันไฟ, ไฟฉายติดศีรษะ, เครื่องดื่มชูกำลัง ฯลฯ เพื่ออย่างน้อยจะได้ทำให้คนทางนั้นได้รู้ว่า ถึงแม้ว่าพวกเรายังจะต้องพบเจออยู่กับวิกฤติ โควิด-19 แต่ก็ยังส่งกำลังใจไปให้พวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันนี้ เอิร์น และเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ กัลยาณมิตรทั้งหลาย ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ และผู้มีส่วนร่วมในการดับไฟป่าครั้งนี้นะคะ โดยพวกเราขอส่งเครื่องเป่าลมเพื่อทำแนวกันไฟ จำนวน 5 เครื่อง ไปสมทบให้กับทุกคนที่นั่น ขอภาวนาให้ไฟป่าดับลงไวๆ และขอให้ทุกคน ทุกชีวิตในป่าปลอดภัย เอิร์นขอเป็นตัวแทน ร่วมส่งกำลังใจทางไกลจาก กทม. ไปที่ เชียงใหม่, เชียงราย, แม่ฮ่องสอน และขออนุโมทนาบุญกับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ร่วมทำบุญกันในครั้งนี้ทุกคนเลยค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63084</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดับไฟป่า, เครื่องเป่าลม, เอิร์น จิรวรรณ, เอิร์น-จิรวรรณ ชัยรุ่งเรือง, เอิร์น-จิรวรรณ เตชะหรูวิจิตร, แนวกันไฟ, ไฟป่าเชียงใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200414/image_big_5e952e3d507bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
