<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84436</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทภ.4ถกคณะพูดคุยสันติสุขปี64ประสานBRNดับไฟใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;แม่ทัพภาค 4 เรียกถกคณะทำงานพูดคุยสันติสุขระดับพื้นที่วาระใหม่ รอมาเลเซียเปิดประเทศปีหน้าประสานบีอาร์เอ็นเจรจาดับไฟใต้ คนร้ายดักยิงเจ้าหน้าที่ทหารพรานรือเสาะสาหัส 2 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมปาร์คอินทาวน์ อ.เมืองฯ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน เวลา 09.30 น. พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เปิดประชุมการพูดคุยสันติสุขระดับพื้นที่ พร้อมกับ พล.ต.ธิรา แดหวา ผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี และกรรมการคณะทำงานด้านสันติสุข และคณะประสานงานระดับพื้นที่ (สล.3) ทั้ง 9 แผนงาน ได้เข้าร่วมกันอย่างพร้อมเพรียงกว่า 100 คน เพื่อรับฟังข้อสรุปผลของคณะประสานงานระดับพื้นที่ กับความคืบหน้าในการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา ที่ได้ลงพื้นที่พบปะรับฟังกลุ่มต่างๆ ในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอีกด้านหนึ่งได้ติดต่อประสานผ่านทางประชุมออนไลน์ โปรแกรม Zoom กับผู้อำนวยความสะดวกมาเลเซีย จากผู้เห็นต่างจากรัฐ รวมถึงข้อเรียกร้องหรือความต้องการของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นำมารวบรวมผ่านคณะทำงานสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ สำหรับการเดินทางไปพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็นนั้น จะให้ทางคณะเทคนิคเข้าไปดำเนินการ ทั้งนี้ ต้องรอให้ทางประเทศมาเลเซียเปิดประเทศในช่วงปีหน้า เพราะต้องรอให้พ้นจากช่วงโควิด-19 ไปก่อน อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอและข้อเรียกร้องทั้งหมดของทุกฝ่าย จะนำเสนอคณะทำงาน เพื่อให้การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.เกรียงไกรเปิดเผยว่า บรรยากาศการประชุมในวันนี้มีความหลากหลายของข้อเสนอของผู้เข้าร่วมประชุมมากมาย ทั้งเรื่องเศรษฐกิจสังคม โดยเฉพาะในเรื่องของยาเสพติด ซึ่งเป็นนโยบายที่สำคัญ เรื่องในของความรุนแรงในพื้นที่ และการสร้างความสัมพันธ์ให้เกิดความรักความกลมเกลียวของประชาชน และการพัฒนาให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในเรื่องของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีตัวแทนองค์การสหประชาชาติเข้ามารับฟังความคิดเห็นในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ทางผู้แทนของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นโอดีซี) ได้มารับฟังในส่วนของเรื่องยาเสพติดที่เกิดขึ้นอยู่พื้นที่ชายแดนใต้ ซึ่งถือว่าเป็นนโยบายที่สำคัญต่อพี่น้องประชาชน จึงได้อธิบายถึงการบำบัด รักษาฟื้นฟู พัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ที่ติดยาเสพติด รวมไปถึงเรื่องของการปราบปรามการค้ารายย่อยและรายใหญ่ ซึ่งในเขตพื้นที่ชายแดนเป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือลงไปสู่ประเทศที่ 3 และในช่วงที่ผ่านมาก็ได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาคต่างๆ มีสถิติจากการจับกุมมากมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สิ่งที่สำคัญที่ผู้แทนสหประชาชาติสอบถามในเรื่องข้อจำกัดประเด็นเรื่องยาเสพติดของขบวนการค้ารายใหญ่ จึงชี้แจงไปว่าได้มีการดำเนินการในการประสานงานภายในประเทศในการติดตามการเคลื่อนย้ายยาเสพติดอยู่แล้ว นำไปสู่การจับกุมมากมาย แต่เรื่องการค้ารายใหญ่กับประเทศที่ 3 ยังมีข้อจำกัดอยู่ หากได้แชร์ข้อมูลกับทางสหประชาชาติ คิดว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพการจับกุมมากกว่านี้ ซึ่งได้รับคำตอบว่าเราจะได้ร่วมมือกับยูเอ็นโอดีซีต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.00 น. ของวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา ร.ต.อ.โฑติวิทย์ แสงจันโท ร้อยเวร สภ.อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายยิงเจ้าหน้าที่ทหารพรานได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนสายรือเสาะ-สะโล ม.2 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ชาตรี รัตนคช ผกก.สภ.รือเสาะ ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่ทหาร และฝ่ายปกครอง รุดไปที่เกิดเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณสามแยก ถนนสายรือเสาะ-บ้านสะโล ม.2 บ้านยะบะ ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ ห่างจาก สภ.รือเสาะ ประมาณ 1 กิโลเมตร ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลรือเสาะ และส่งต่อโรงพยาบาลราชนครินทร์จังหวัดนราธิวาส ทราบชื่อ อส.ทพ.อริสมัน ดอเลาะ อายุ 27 ปี สังกัดร้อย ทพ.4604 ฉก.ทพ.46 อยู่บ้านเลขที่ 118/1 ม.3 ต.ละหาร อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส กระสุนโดนบริเวณต้นขาซ้าย, นายบาหารูดิง ลือแมตูซง อายุ 37 ปี ลูกจ้างโครงการจ้างงานเร่งด่วนอยู่บ้านเลขที่ 76/1 ม.9&amp;nbsp; ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส กระสุนโดนบริเวณน่องด้านซ้าย อาการสาหัสทั้งสองนาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนทราบว่า ขณะเกิดเหตุกำลังพลร้อย ทพ.4604 ฉก.ทพ.46 พร้อมด้วยลูกจ้างโครงการจ้างงานเร่งด่วน เดินทางด้วยระยนต์กระบะกลับจากไปร่วมการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรหมู่บ้าน ที่สนามฟุตบอลหญ้าเทียมที่บ้านยาแลเบาะ ม.5 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ ซึ่งเพิ่งเปิดบริการได้เพียงสองสัปดาห์ หลังจากจบการแข่งขัน ได้เดินทางกลับฐาน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุบริเวณด้านหลังร้านอะยัมบอย ซึ่งเป็นที่เปลี่ยว คนร้ายไม่ต่ำ 3 คนดักซุ่มอยู่ในที่มืด ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงใส่รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้าสีดำ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่เพื่อสร้างสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84436</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 จังหวัดชายแดนใต้, ดับไฟใต้, บีอาร์เอ็น, สันติสุขระดับพื้นที่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แม่ทัพภาค 4, ไฟใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201119/image_big_5fb67a4f14612.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50477</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไฟใต้&#039; ดับได้ ต้องแก้ที่ต้นเหตุ จัดระเบียบ &quot;ปอเนาะ&quot; โรงเรียนสอนศาสนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จบไปแล้วอีกหนึ่ง โศกนาฏกรรม ที่เกิดขึ้นกับ ชรบ.ทางลุ่ม บ้านทุ่งสะเดา ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา จ.ยะลา บัดนี้ผู้วายชนม์ทั้ง 15 ศพได้ถูกสลายสังขารเป็นเถ้าถ่าน เหลือไว้เพียงเรื่องราวที่แสดงให้เห็นถึงความโหดเหี้ยมของสงครามประชาชน ที่พลเรือนซึ่งติดอาวุธเพื่อคุ้มครองหมู่บ้านของตนเองต้องตกเป็น เหยื่อ ของความขัดแย้งระหว่างขบวนการแบ่งแยกดินแดนกับเจ้าหน้าที่รัฐ และก็เชื่ออีกเหมือนกันว่าเรื่องราวของ ชรบ.ที่พลีชีพปกป้องแผ่นดินเกิดจะค่อยๆ เลือนหายเหมือนกับเหตุการณ์อื่นๆ ที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิ่งที่ยังคั่งค้างอยู่คือ เจ้าหน้าที่ต้องติดตามจับกุม คนร้าย หรือ แนวร่วม ขบวนการแบ่งแยกดินแดน ซึ่งแม้ว่าขณะนี้ตำรวจ ทหารจะสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้วหลายคน แม้ว่าจะไม่ใช่คนร้ายที่ปฏิบัติการโจมตี แต่ก็เป็นผู้มีส่วนร่วมเช่นเป็นผู้นำทาง เป็นผู้สนับสนุนในรูปแบบต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีในการสาวไปยังคนร้ายที่เชื่อว่ามีไม่ต่ำกว่า 20 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งก็เชื่ออีกเหมือนกันว่าสุดท้ายแล้วก็ได้แค่ออกหมายจับ เพราะเจ้าตัวหลังจากที่ปฏิบัติการโหดแล้วก็หลบซ่อนในที่ปลอดภัย ส่วนใหญ่ก็หลบซ่อนในพื้นที่เพื่อรอการปฏิบัติการครั้งใหม่ เนื่องจากในทางปฏิบัติจริงๆ นั้นเจ้าหน้าที่ยังไม่มีขีดความสามารถพอในการที่จะเข้าถึงที่หลบซ่อน เพราะมวลชนของ โจรใต้ หรือแนวร่วมของขบวนการบีอาร์เอ็นยังให้การช่วยเหลือ ทั้งให้ที่หลบซ่อนและพาหลบหนี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สังเกตหรือไม่ว่าในการปะทะกันหลายๆ ครั้ง ระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับโจรใต้ หรือแนวร่วมขบวนการแบ่งแยกดินแดน ฝ่ายของแนวร่วมก็มีเจ็บมีตาย แต่เจ้าหน้าที่ไม่เคยสืบทราบว่าคนเจ็บถูกนำไปรักษาตัวที่ไหน และคนตายถูกนำไปฝังที่ไหน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในเมื่อคนเจ็บกับคนตายย่อมมีเบาะแสให้สืบค้นง่ายกว่า คนเป็น ตั้งเยอะแยะ เวลาผ่านมา 15 ปีทั้งทหาร ตำรวจยังหาเบาะแสไม่เจอ แล้วการไล่จับคนเป็นที่มีอาวุธมีแนวร่วมปกป้องย่อมเป็นไปได้ยากกว่า เพราะแม้แต่กรณีปล้นทองที่ร้านทองนาทวี จ.สงขลา ซึ่งดูมีเบาะแสมากมาย ผ่านไปแล้ว 3 เดือนยังจับมือใครดมไม่ได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้นสถานการณ์ความรุนแรงของจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังเป็น โจทย์ยาก สำหรับเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจในการติดตามคนร้ายหรือแนวร่วม ซึ่งจะเห็นว่าในการก่อเหตุใหญ่ทุกครั้ง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าก็จะนำเอาแผ่นชาร์ตเดิมๆ ที่มีคนร้ายหน้าเดิม ที่เคยก่อเหตุมาอย่างโชกโชนว่าเป็นผู้ปฏิบัติการ เหมือนกับว่า 16 ปีที่ผ่านมาโจรใต้ไม่เคยเพิ่มขึ้นเลย หรือมีอยู่ไม่ถึง 30 คนที่วนเวียนปฏิบัติการโหดอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพียงแต่หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องการหนีความรับผิดชอบ เพื่อให้เห็นว่าจำนวนโจรหรือแนวร่วมไม่ได้เพิ่มขึ้น มีโจรอยู่เพียง หยิบมือ เดียวเท่านั้นที่วนเวียนปล้นปืน และปฏิบัติการแบบหมุนเวียนไปก่อเหตุที่นั่นที่โน่นที่นี่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การที่หน่วยงานความมั่นคงพยายามที่จะนำเสนอข่าวเพื่อให้เห็นว่า โจรใต้ ไม่เพิ่มขึ้นนั้น เป็นเรื่องที่ดีที่เหมือนกับจะบอกกับสังคมว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าสามารถสกัดกั้นการ บ่มเพาะ การนำคนเข้าสู่ขบวนการแบ่งแยกดินแดนได้ผลดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ถ้าเกิดมีใครถามว่าในเมื่อ กอ.รมน.เชื่อว่า ณ วันนี้มี โจรใต้ ไม่ถึง 30 คน ตามรายชื่อที่ถูกนำมาแถลงในแต่ละครั้งในเวลาเกิดเหตุ แต่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าก็ยังไม่มี น้ำยา ในการติดตามจับกุม หรือ ไล่ล่า เพื่อ วิสามัญ ทั้งที่วันนี้หน่วยงานความมั่นคงมีพร้อมทั้งอาวุธและกำลังพล มีชุดปฏิบัติการพิเศษ มีชุดไล่ล่า มีสารพัด แต่ไม่มีความสามารถในการจัดการกับคนร้ายเพียง หยิบมือเดียว ตรงนี้ผู้รับผิดชอบจะมีคำตอบกับคนในพื้นที่อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และประเด็นปัญหา นับแต่นี้ไป ชรบ.ในแต่ละพื้นที่จะต้องมีการปรับกระบวนยุทธ์อย่างไร เพราะแค่การส่งทหารไปดูแลช่วยเหลือก็เป็นการทำได้เป็นครั้งคราว อย่างเช่นตอนเกิดเหตุ ชรบ. 15 ศพใหม่ๆ ก็มีคำสั่งให้ทหารในพื้นที่ดูแลช่วยเหลือ ชรบ.เพื่อป้องกันเหตุ แต่เชื่อว่าหลังจากเหตุการณ์ที่ ลำพะยา เลือนหายจากความทรงจำของผู้คน ชรบ.ก็ต้องถูกทิ้งให้ โดดเดี่ยว ได้ค่าตอบแทนหมู่บ้านละ 20,000 บาท และทุกอย่างต้องช่วยตนเอง ช่วยส่วนรวม เป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ในการรักษาความสงบเช่นเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องของ ชรบ.จึงเป็นปัญหาใหญ่ ที่ทุกฝ่ายซึ่งเกี่ยวข้องโดยเฉพาะฝ่ายปกครองต้องนำไปขบคิดว่าจะทำอย่างไร จะปรับเปลี่ยนวิธีการอย่างไรที่จะให้ ชรบ.ไม่กลายเป็น เหยื่อ ของสถานการณ์ และอาวุธที่ให้ ชรบ.จะไม่ถูกเปลี่ยนมือไปเป็นของ โจรใต้ หรือ แนวร่วม เพราะถ้าปล่อยให้เป็นอย่างที่เป็น และถ้าบีอาร์เอ็นต้องการที่จะทำร้าย ชรบ. บรรดา ชรบ.ทั้งหมดก็จะกลายเป็น ผักเหนาะ ของคนร้ายหรือแนวร่วมแบบ กินนิ่ม นั้นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นต่อมา ฝ่ายปกครองต้องเอาใจใส่ในเรื่องของ ชรบ.ให้มากกว่าที่เป็นอยู่ โดยไม่ปล่อยให้ ทหารเป็นผู้รับผิดชอบฝ่ายเดียว เพราะ ชรบ.เป็นผลผลิตของฝ่ายปกครอง ซึ่งก็ต้องยอมรับสภาพที่เป็นจริงว่า ชรบ.ในหลายๆ พื้นที่ยังมีจุดอ่อนในการป้องกันตนเองและป้องกันหมู่บ้าน ชรบ.หลายพื้นที่รวมตัวกันแบบหลวมๆ และมีเรื่องเสียหายอื่นๆ เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าตราบใดที่โครงสร้างของบีอาร์เอ็นในพื้นที่ยังไม่ถูกทำลาย และโครงการซึ่งเป็น เครือข่าย ของขบวนการยังเติบโตต่อไปได้ ยุทธวิธี ต่างๆ ที่หน่วยงานความมั่นคงใช้ปฏิบัติการอยู่ในขณะนี้ไม่สามารถเอาชนะบีอาร์เอ็นได้ เพราะความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ตกอยู่ในสายตาของ สายข่าว ของขบวนการตลอดเวลา นอกจากนั้นบีอาร์เอ็นยังใช้วิธีการ ลับลวงพราง กับเจ้าหน้าที่รัฐที่ถูกส่งเข้าไปควบคุมพื้นที่ในหมู่บ้าน ตำบลต่างๆ จนเจ้าหน้าที่แยกไม่ออกว่าไหนคือ แนวร่วม ไหนคือผู้บริสุทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และต้องยอมรับความจริงว่า วันนี้มี โรงเรียนเอกชนสอนศาสนา หรือ ปอเนาะ อีกจำนวนมากที่ยังตกอยู่ในอิทธิพลของบีอาร์เอ็น และมีบางส่วนที่ให้การสนับสนุนแนวทางแบ่งแยกดินแดนของบีอาร์เอ็น สังเกตหรือไม่ว่าการจับกุมผู้ต้องหาในคดีความมั่นคงส่วนใหญ่ยังต้องไปปิดล้อม ปอเนาะ ตรวจค้นโรงเรียนสอนศาสนา หรือไม่ผู้ร้ายที่ถูกจับได้หรือถูกซัดทอด ก็คือนักเรียน คือครูในโรงเรียนสอนศาสนาเสียเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และในการดับ ไฟใต้ ไม่ว่าจะได้แม่ทัพ นายกองเก่งมาจากไหน ถ้ายังเชื่อว่าเรื่องของศาสนาและเรื่องของโรงเรียนเอกชนเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่แตะต้องไม่ได้ หรือไม่กล้าแตะต้องเพราะกลัวเก้าอี้ตนเองสั่นคลอน สุดท้ายการแก้ปัญหาความไม่สงบหรือการดับ ไฟใต้ ก็จะทำได้แค่ที่เห็น คือเป็นได้แค่ ยาสามัญประจำบ้าน ที่ไม่อาจรักษาโรคที่แท้จริงได้นั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าต้องกล้าที่จะมีมาตรการ เด็ดขาด กับโรงเรียนสอนศาสนาและปอเนาะบางแห่ง รวมทั้งสถานที่บ่มเพาะ สถานที่พักพิง ต้องมีคณะที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ ต้องมีการพูดคุยกันให้รู้เรื่องถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาการทำงานแบบ ลูบหน้าปะจมูก มาเป็นเวลานาน จนทำให้การแก้ปัญหาการก่อการร้ายหรือการดับ ไฟใต้ ไม่ได้ผล เพราะฝ่ายความมั่นคงมัวแต่กลัวโน่นนี่นั่น สุดท้าย&amp;nbsp; ความกลัวทำให้เสื่อม ทำให้ ไฟใต้ ไม่มีวันที่จะมอดดับตลอดกาลเพราะมาจากความกลัวนี่เอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขนาดประชาชนตายหมู่ถึง 15 ศพ ผู้นำประเทศยังไม่ยอมรับว่าเป็นเรื่องของการ ก่อการร้าย หรือว่าความตายของ ชรบ. 15 ศพที่ ลำพะยา เป็นเรื่องของการ ตั้งวงเล่นไพ่ และไม่จ่าย ค่าต๋ง จนมีการหักหลังยิงกันเองอย่างนั้นหรือ ประชาชนผู้บริสุทธิ์ตายทีละ 15 ศพ ถ้ายังไม่เรียกว่าเป็นเรื่องก่อการร้าย และเป็นการกระทำของผู้ก่อการร้าย แล้วจะเรียกว่าอย่างไร หรือจะเรียกสถานการณ์ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าเป็นการก่อการร้ายได้ก็ต่อเมื่อ นายพล ต้องเป็น เหยื่อ ของขบวนการแบ่งแยกดินแดนเสียก่อน.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมือง ไม้ขม รายงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50477</URL_LINK>
                <HASHTAG>&#039;ไฟใต้&#039; ดับได้ ต้องแก้ที่ต้นเหตุ จัดระเบียบ &quot;ปอเนาะ&quot; โรงเรียนสอนศาสนา, กรองสถานการณ์, ดับไฟใต้, เมือง ไม้ขม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191117/image_big_5dd1560ad70cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43748</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2019 13:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2019 13:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประวิตร&#039;สวน&#039;พูดได้ไง&#039;ปล่อยตัวผู้ต้องสงสัยแลกเดินหน้าพูดคุยสันติสุข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.62- พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมีข่าวลือถึงข้อเสนอของกลุ่มบีอาร์เอ็นที่ขอให้ปล่อยตัวผู้ต้องสงสัยทั้งหมด เพื่อเดินหน้าการพูดคุยว่า &amp;ldquo;เฮอะ พูดได้ไง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43748</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดับไฟใต้, บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, บีอาร์เอ็น, พูดคุยสันติสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190708/image_big_5d23087e81964.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39316</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2019 14:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2019 14:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โจรใต้วางบึ้มทหารพรานที่รือเสาะบาดเจ็บ 4 นาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มิ.ย.62- ร.ต.ท.ดนัย ยังอภัย รองสารวัตรสอบสวน สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารสังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 4601 กรมทหารพรานที่ 46 ที่บริเวณจอมปลวกริมถนนบ้านปูโป ม.1 ต.สามัคคี ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 4 นาย จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมเดินทางร่วมตรวจสอบจุดเกิดเหตุกับ พล.ต.ต.ดุษฎี ชูสังกิจ ผบก.ภ.จว.นราธิวาส พ.ต.อ.จรัส เส็มสัน ผกก.สภ.รือเสาะ พ.อ.กรกฏ เจริญฤทธิ์ ผบ.ฉก.ทพ.46 ร.ต.อ.พลวัฒน์ เทพษร รักษาการ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด หน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยบริเวณจอมปลวกใกล้โคนเสาป้ายบอกเส้นทาง ซึ่งเป็นจุดที่คนร้ายได้แอบนำระเบิดมาวางไว้ ถูกอนุภาพของระเบิดแตกกระจายและมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่อง ที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิกนิก หนัก 20 ก.ก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ตกกระจายคลุกเคล้าไปกับเศษดินจอมปลวกที่พื้นถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง และห่างไปประมาณ 200 เมตร พบรถยนต์กระบะแบบตอนเดียวยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียนตรากงจักร 6290 จอดอยู่ไหล่ถนนในสภาพกระจกข้างซ้ายหลุด และกระจกหลังร้าว เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่จะส่งเจ้าหน้าที่ทหารที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 4 นาย ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลรือเสาะ ซึ่ง 3 นาย มีอาการแน่นหน้าอกและหูอื้อ ประกอบด้วย 1. อาสาสมัครทหารพรานสมบัติ พรหมเมศร์ 2. อาสาสมัครทหารพรานสุวิทย์ เพ็ชรทอง และ 3. อาสาสมัครทหารพรานยุงยุทธ บุญรัตนา ส่วนอีก 1 นาย ถูกสะเก็ดระเบิดเล็กน้อยเฉี่ยวที่แขนขวา คือ อาสาสมัครทหารพรานพงษ์สิทธิ์ ปาเสเณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุอาสาสมัครทหารพรานยงยุทธ ได้ขับรถยนต์กระบะออกจากฐาน โดยมีเพื่อนทหารอีก 3 นาย นั่งรถยนต์เพื่อเดินทางไปซื้อเสบียงอาหารที่ตลาดสดเทศบาลตำบลรือเสาะ เมื่อแล้วเสร็จอาสาสมัครทหารพรานยงยุทธ ได้ขับรถยนต์กลับฐาน โดยมีเพื่อนทหารนั่งคู่กันมาด้านหน้าอีก 1 นาย และนั่งกระบะหลัง 2 นาย โดยก่อนถึงฐานประมาณ 2 ก.ม. ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในป่าสวนยางพาราริมถนน แล้วใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวนระเบิดที่ลอบนำไปวางไว้ที่จอมปลวกใกล้โคนเสาป้ายบอกเส้นทาง จนเกิดระเบิดขึ้นในขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารขับรถยนต์กระบะแล่นผ่าน แต่โชคดีที่รัศมีการทำลายล้างของระเบิดได้หักเหขึ้นสู่ท้องฟ้า ทำให้อาสาสมัครทหารพรานที่นั่งกระบะหลัง ถูกสะเก็ดระเบิดเฉี่ยวที่แขนขวาเล็กน้อย ส่วนอีก 3 นาย มีอาการแน่นหน้าอกและหูอื้อ ส่วนรถยนต์กระบะถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายเล็กน้อย สาเหตุคาดว่า เป็นฝีมือของกลุ่มก่อความไม่สงบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39316</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.นราธิวาส, ดับไฟใต้, ทหาร, อ.รือเสาะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190624/image_big_5d1074bb76893.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27109</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2019 10:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2019 10:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ปัตตานี&#039;เผยภาพสุดประทับใจ&#039;สังคมพหุวัฒนธรรมถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ: เพจกลุ่มต่อต้านมุสลิมหัวรุนแรง 3 จังหวัดชายแดนใต้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21 ม.ค.62- เพจกลุ่มต่อต้านมุสลิมหัวรุนแรง 3 จังหวัดชายแดนใต้ เผยภาพสุดประทับใจ พร้อมระบุข้อความ &amp;quot;เช้านี้ระหว่างแอดรอไฟแดง ขับรถกลับบ้าน เป็นภาพที่เห็นประจำของคนปัตตานี ถ่ายภาพนี้มาฝากทุกคนครับ แสดงถึงสังคมพหุวัฒนธรรมถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน แต่ก็อยากให้ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือน 10-20 ปี ก่อนคงดีกว่านี้ #พหุวัฒนธรรม&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27109</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดับไฟใต้, พระสงฆ์, สังคมพหุวัฒนธรรม, เพจกลุ่มต่อต้านมุสลิมหัวรุนแรง 3 จังหวัดชายแดนใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190121/image_big_5c45426750aa4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27102</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2019 09:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2019 09:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;เตือนสติฝ่ายความมั่นคงไม่ผูกใจเจ็บยึดสันติวิธีดับไฟใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ม.ค.62-พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ย้ำถึงนโยบายการแก้ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ &amp;nbsp;รัฐบาลยังคงยึดหลักสันติวิธี ผ่านกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข ซึ่งได้กำหนดเป็นวาระแห่งชาติ &amp;nbsp; รวมทั้งการเดินหน้าใช้แนวทางการพัฒนา เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่มีความมั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืนมาโดยตลอด &amp;nbsp;ทั้งนี้ได้ดำเนินการควบคู่กับ การมุ่งเน้นสร้างสังคมพหุวัฒนธรรม &amp;nbsp;การอำนวยความเป็นธรรมภายใต้หลักสิทธิมนุษยชน &amp;nbsp;รวมทั้งให้ความสำคัญกับ การพัฒนาการศึกษา การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และการใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่ประชาชนในพื้นที่อย่างเข้มงวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พล.อ.ประวิตร ยังได้กำชับ ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ ไม่หลงไปกับการยั่วยุให้เกิดความขัดแย้งระหว่างศาสนา โดยให้ปฏิบัติตามหน้าที่อย่างมีสติและไม่ประมาท ไม่ผูกใจแค้น อาฆาต พยาบาท ในการติดตามและดำเนินการตามกฏหมายกับผู้กระทำผิด &amp;nbsp; ทั้งนี้ขอให้ช่วยกันดูแลและปกป้องประชาชนที่บริสุทธิ์และสนับสนุนให้ทุกศาสนสถาน ในพื้นที่ 3 จชต.สามารถปฏิบัติศาสนกิจได้ตามปกติ &amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนในทุกศาสนา ยึดมั่นในหลักคำสอน &amp;ldquo;เมตตา ให้อภัย&amp;rdquo; และการไม่ใช่ความรุนแรงต่อกัน &amp;nbsp;ซึ่งจะนำไปสู่การช่วยเหลือให้กลุ่มที่เห็นต่างและยังใช้ความรุนแรงในปัจจุบัน สามารถหลุดพ้นจากวงจรมาใช้ชีวิตอย่างปกติของการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติสุข&amp;quot; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27102</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแก้ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้, ดับไฟใต้, บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180919/image_big_5ba1c669c8e70.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26987</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2019 14:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2019 14:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอ้าเฮ!กรรมการสิทธิฯแถลงประณามกลุ่มก่อความไม่สงบ ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ม.ค.62 - คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์เรื่อง ประณามการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง กรณีการบุกยิงป้อมชุดรักษาการหมู่บ้านวัดรัตนานุภาพเป็นเหตุทำให้พระภิกษุมรณภาพ และการยิงโต๊ะอิหม่ามรือเสาะเสียชีวิตในจังหวัดนราธิวาส โดยมีเหนือหาระบุว่า &amp;quot;จากเหตุการณ์คนร้ายไม่ทราบจำนวนบุกยิงป้อมชุดรักษาการหมู่บ้านวัดโคกโกหรือวัดรัตนานุภาพ อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส ทำให้พระสงฆ์มรณภาพและบาดเจ็บ เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2562 และก่อนหน้านี้ปรากฏเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงนายดอเลาะ สะไร โต๊ะอิหม่ามมัสยิดบ้านปูโปะ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาสเสียชีวิต เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2562 นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ &amp;nbsp;(กสม.) ซึ่งมีบทบาทและหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย &amp;nbsp;ในอันที่จะส่งเสริมการเคารพและปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนและปกป้องหลักการเคารพต่อสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย อันจะละเมิดมิได้ &amp;nbsp;เห็นว่า ผู้นำทางศาสนาทั้งพุทธและอิสลามที่ถูกพรากชีวิตไป ล้วนเป็นที่เคารพและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของศาสนิกชนซึ่งมิควรที่จะถูกลบหลู่หรือทำร้าย แม้จะมีแนวคิดที่แตกต่างกัน ทั้งสองเหตุการณ์จึงสะท้อนถึงความเลวร้ายที่สังคมมิอาจจะยอมรับ &amp;nbsp;จึงขอประณามการกระทำของผู้ก่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่ไร้มนุษยธรรม ผิดต่อกฎหมาย ละเมิดสิทธิมนุษยชน และหลักมนุษยธรรมดังกล่าว &amp;nbsp;และขอแสดงความเสียใจยังครอบครัว ญาติมิตร &amp;nbsp;และประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อเหตุการณ์อันเศร้าสลดนี้ &amp;nbsp;โดยขอเสนอแนะให้ทุกภาคส่วนคำนึงและปฏิบัติดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. &amp;nbsp;ขอให้ผู้ที่ก่อเหตุการณ์ความรุนแรงยุติการกระทำที่ไร้มนุษยธรรม ผิดกฎหมาย และละเมิดสิทธิมนุษยชนทันที &amp;nbsp;และได้สำนึกบาปต่อการกระทำดังกล่าว และหันกลับมาสร้างสันติสุข โดยต้องยุติการนำศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. &amp;nbsp;รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พึงเร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างรวดเร็ว และดำเนินการให้ความช่วยเหลือ เยียวยาความเสียหาย ฟื้นฟูจิตใจและความบอบช้ำของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ตลอดจนเพิ่มมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย แก่ประชาชนในพื้นที่ให้เข้มงวดยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. &amp;nbsp;ประชาชน และภาคประชาสังคมในพื้นที่ควรร่วมมือกับหน่วยงานรัฐ เฝ้าระวัง เพื่อป้องกันเหตุการณ์ความรุนแรง การสร้างสถานการณ์ต่าง ที่บั่นทอนขวัญ และทำให้เกิดความหวาดกลัว &amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานและการบรรลุเป้าหมายในการสร้างสันติสุขในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กสม. &amp;nbsp;จะติดตามสถานการณ์และตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างใกล้ชิด และพร้อมให้การสนับสนุนทุกภาคส่วนเพื่อสร้างสังคมแห่งการเคารพสิทธิมนุษยชนที่จะนำไปสู่การคืนความสงบสุขแก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26987</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสม., คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, ความไม่สงบในพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้, ดับไฟใต้, นราธิวาส, วัดรัตนานุภาพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190119/image_big_5c42ccb6d718f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
