<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>44704</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2019 19:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2019 19:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บนเส้นทางไปยัง ‘เว้’  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
ริมแม่น้ำหอม เมืองเว้ ยามเริ่มต้นราตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หากเอเยนต์ทัวร์ในย่านถนนข้าวสารบ้านเราใช้มอเตอร์ไซค์รับลูกค้าจากเกสต์เฮาส์ไปส่งยังรถบัสที่จอดรออยู่บนถนนใหญ่หรือจุดสะดวกจอดต่างๆ เพื่อเดินทางต่อไปยังเมืองท่องเที่ยวอื่น ที่ดานังก็มีคล้ายๆ กัน แต่ฝ่ายที่พักจะเป็นคนจ้างมอเตอร์ไซค์ &amp;ldquo;แกร็บไบค์&amp;rdquo; มารับลูกค้าไปส่งยังหน้าบริษัททัวร์ โดยที่บริษัททัวร์กับเจ้าของรถบัสที่มารับเราอาจจะไม่ใช่เจ้าของเดียวกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โชคยังดีที่ผมมีกระเป๋าเสื้อผ้าใบหนึ่งและเป้ใบเล็กอีกใบสำหรับใส่ข้าวของที่ห้ามหาย การซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์จึงไม่เป็นปัญหานัก อยากทราบอยู่เหมือนกันว่าหากผมมีกระเป๋าล้อลากมาด้วย ทางฝ่ายที่พักซึ่งเป็นผู้ขายตั๋วรถบัสไปเมืองเว้ให้ผมจะแก้ปัญหาอย่างไร เป็นไปได้ว่าพวกเขาน่าจะเรียกแกร็บแท็กซี่มาแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รีเซฟชั่นสาวจ่ายเงินให้กับหนุ่มคนขับมอเตอร์ไซค์ ซึ่งผมมองไม่เห็นว่าเป็นจำนวนกี่ดอง แต่แน่นอนว่าได้บวกไว้ในค่าตั๋วอยู่แล้ว ผมรับหมวกกันน็อกมาจากคนขับมอเตอร์ไซค์แล้วขึ้นซ้อนท้าย หนุ่มน้อยบึ่งออกไป ข้ามสะพานมังกรไปยังฝั่งเมืองใหม่ วิธีการรับ-ส่งผู้โดยสารแบบนี้สาวๆ จากเมืองไทยไม่ชอบแน่ๆ เพราะแดดดานังในเดือนกรกฎาคมยังร้อนอยู่มาก ยิ่งระยะทางนั่งมอเตอร์ไซค์ไกลราว 3 กิโลเมตร ย่อมไม่พ้นต้องบ่นกับคนขายตั๋ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รถบัสนอน 3 แถว 2 ชั้น อีกหนึ่งวิธีการเดินทางยอดนิยมในเวียดนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ในบริษัททัวร์หาเก้าอี้ให้ผมนั่งได้ไม่กี่นาทีรถบัสก็มาจอดหน้าบริษัท ในรถบัสมีผู้โดยสารจากฮอยอันที่จะเดินทางต่อไปเว้นอนอยู่แล้วราวครึ่งคัน ที่ต้องบอกว่านอน เพราะเบาะของรถบัสเป็นแบบนอน มี 2 ชั้น จำนวน 3 แถวเรียงหนึ่ง เท่ากับมีทางเดิน 2 ช่อง เบาะรถไม่สามารถปรับให้ตั้งตรงได้ แค่เอนมากหรือเอนน้อยเท่านั้น นี่คือวิธีการเดินทางในเวียดนามของนักท่องเที่ยวแบ็กแพ็กเกอร์ส่วนใหญ่ นอกจากนี้ก็ยังมีรถตู้ มินิบัส แท็กซี่ และรถไฟ ซึ่งเมื่อเฉลี่ยต่อคนแล้วรถไฟราคาแพงสุด ส่วนรถบัสโดยสารระหว่างเมืองนั้นวิ่งช้ายิ่งกว่าหวานเย็นบ้านเรา และนักท่องเที่ยวมักต้องจ่ายแพงกว่าคนท้องถิ่นประมาณ 2 เท่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเลือกเบาะด้านขวาเตียงบน เพราะรถเวียดนามวิ่งเลนขวา หมายจะดูวิวให้ถนัดถนี่ และที่ไม่เลือกเตียงล่าง เพราะกลัวเท้าผู้เดินผ่านมาจะเฉียดใบหน้ายามกำลังเพลิดเพลิน รถบัสโดยสารคันนี้ไม่มีกลิ่นเท้ารบกวนเหมือนที่ผมเคยใช้บริการข้ามประเทศลาว-เวียดนามเมื่อ 6 ปีก่อน โชเฟอร์แจกถุงพลาสติกให้ใส่รองเท้าเพื่อวางไว้ที่ช่องตรงปลายเท้าของแต่ละคน แต่การที่นอนโดยเท้าต่อหัวเรียงกันไปเรื่อยๆ ใครตัวยาว-ขายาวก็คงมีปัญหานิดหน่อย เช่นเดียวกับคนที่นอนอยู่ปลายเท้า เพราะอาจจะมีหัวแม่เท้ายื่นมาช่วยแคะขี้หูให้โดยไม่ขออนุญาต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รถบัสออกตรงเวลาบ่าย 2 โมง วิ่งข้ามแม่น้ำฮานกลับไปฝั่งเมืองเก่า ออกสู่ถนนเลียบอ่าวดานัง ชายหาดบริเวณนี้สู้หาดหมีเคไม่ได้เลย แทบไม่เห็นนักท่องเที่ยว แต่ในทะเลไม่ห่างจากฝั่งมีเรือกระด้งลอยลำกระเด้งกระดอนไปตามแรงคลื่นอยู่หลายลำ ทั้งนี้ อ่าวดานังและหาดหมีเคถูกคั่นไว้ด้วยแหลมซอนจา ซึ่งมีภูเขาซอนจากินพื้นที่ส่วนใหญ่ของแหลมนี้ ภูเขาซอนจาในยุคสงครามเวียดนาม หรือสงครามอินโดจีน ครั้งที่ 2 (ค.ศ.1955-1975) ฝ่ายทหารสหรัฐเรียกว่าภูเขาลิง (Monkey Mountain) กองทัพลุงแซมได้สร้างฐานทัพอากาศขึ้นแห่งหนึ่งบนภูเขาลูกนี้และฐานทัพเรือที่ด้านล่างด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อ่าวดานัง มองจากรถบัสที่กำลังแล่นผ่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อ่าวดานังยังเป็นจุดที่กองทัพสหรัฐใช้ยกพลขึ้นบกเป็นแห่งแรกเมื่อปี ค.ศ.1965 และเนื่องจากว่าเป็นเมืองหน้าด่านของฝ่ายเวียดนามใต้ สหรัฐได้ใช้ฐานทัพอากาศดานังอีกแห่งที่มีขนาดใหญ่มากในการส่งเครื่องบินขึ้นโจมตีเวียดนามเหนือ และปฏิบัติการแรนช์แฮนด์ (Operation Ranch Hand) โปรยสารพิษสำหรับฆ่าวัชพืช หรือ &amp;ldquo;ฝนเหลือง&amp;rdquo; ลงสู่พื้นที่ป่าเพื่อทำลายแหล่งอาหารของฝ่ายเวียดกง คำว่า Agent Orange มาจากสีของถังบรรจุสารฆ่าวัชพืช มีเที่ยวบินขึ้นโปรยฝนเหลืองนี้ถึงเกือบ 2 หมื่นเที่ยวตลอดช่วงสงครามเวียดนาม พื้นที่ป่า 20 เปอร์เซ็นต์ของเวียดนามใต้ถูกโปรยฝนเหลืองอย่างน้อย 1 ครั้ง นอกจากเวียดนามแล้วลาวและกัมพูชาก็โดนไปด้วย ปริมาณฝนเหลืองที่โปรยลงไปในสงครามอินโดจีน ครั้งที่ 2 นี้มีปริมาณมากมายมหาศาลชนิดที่มากกว่าการใช้ทุกแห่งในโลกนี้รวมกันไม่รู้กี่เท่า ผลร้ายจากฝนเหลืองยังคงส่งผลต่อสุขภาพผู้ได้รับพิษมาจนกระทั่งทุกวันนี้ ในประเทศไทยก็มีข่าวว่าตกค้างอยู่ในบางพื้นที่ เพราะสหรัฐใช้ทดสอบในปฏิบัติการดังกล่าวนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สงครามเวียดนามจบลงในปี ค.ศ.1975 โดยที่สหรัฐผู้นำลัทธิประชาธิปไตยพ่ายแพ้ และไม่ได้กลับบ้านมือเปล่า หากมีศพทหารอเมริกันกลับไปด้วยเฉียด 6 หมื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลยอ่าวดานังไปถนนก็ตัดเข้าสู่ภูเขาโดยใช้สะพานลอยฟ้า และกำลังก่อสร้างอยู่อีกเส้น ซึ่งขนานกันไปกับเส้นเดิม เสร็จเมื่อไหร่ก็คงทำให้การเชื่อมฮอยอัน-ดานัง-เว้ 3 เมืองท่องเที่ยวเวียดนามกลางรวดเร็วยิ่งขึ้นไปอีก จากปัจจุบันดานัง-เว้ ระยะทางประมาณ 90 กว่ากิโลเมตร ใช้เวลา 2 ชั่วโมงนิดๆ โดยก่อนนี้ที่ยังไม่ได้สร้างอุโมงค์ไห่เวิน (Hai Van Tunnel) คนขับรถยนต์ต้องใช้ถนนไห่เวินพาส (Hai Van Pass) กินเวลามากกว่าปัจจุบันอย่างน้อย 1 ชั่วโมง ทั้งที่ระยะทางมากกว่ากันแค่ 10 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
การก่อสร้างที่กำลังดำเนินไปเพื่อเชื่อมดานัง-เว้ ให้เร็วขึ้นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ถนนไห่เวินพาสมีลักษณะขึ้นลงคดเคี้ยว ลดเลี้ยวไปตามไหล่เขา ภูเขาตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาอันนัม (ทอดยาวเหนือ-ใต้ 1,100 กิโลเมตร) ที่เป็นเนินแหลมยกขึ้นมา ไต่ขึ้นจากความสูง 496 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็น 1,172 เมตรในจุดที่สูงที่สุด ในอดีตเป็นเขตแบ่งอาณาจักรได๋เวียดทางเหนือกับอาณาจักรจามปาทางใต้ คงเพราะยากเย็นแสนเข็ญหากจะยกทัพข้ามเขาลูกนี้ไปตีอีกฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัททัวร์นิยมจัดทริปขึ้นมาเที่ยวทั้งจากฝั่งดานังและฝั่งเว้ นักท่องเที่ยวไม่น้อยทั้งจาก 2 เมืองก็มักจะเช่าแท็กซี่หรือขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นมาชมวิวทั้งขุนเขาและทะเลที่งามหยด จนหลายคนยกให้เป็นหนึ่งในถนนเลียบชายฝั่งที่มีทิวทัศน์สวยสุดในโลก ผมเคยแต่นั่งรถไฟผ่านบริเวณนี้เมื่อ 6 ปีก่อน ทางรถไฟโอบกอดอยู่กับชายฝั่งตลอดแนว ให้วิวสวยและหวาดเสียวไปพร้อมๆ กัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอุโมงค์รถยนต์ไห่เวินที่เริ่มเปิดใช้เมื่อปี ค.ศ.2005 มีความยาวถึง 6.28 กิโลเมตร ถือเป็นอุโมงค์รถยนต์ที่ยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลยทีเดียว รถบัสมุดเข้าอุโมงค์ในเขตดานัง เมื่อโผล่ออกจากอุโมงค์ก็เป็นหมู่บ้านลังโก (Lang Co) ในจังหวัดเถื่อเทียนเว้ มีลักษณะเป็นอ่าวโค้งกลมเหมือนทะเลสาบน้ำเค็มแยกออกจากทะเลด้วยสันดอนทราย แต่ก็ยังมีทางออกเล็กๆ สู่ทะเล เรียกกันว่า &amp;ldquo;ลากูน&amp;rdquo; คนที่ขึ้นไปบนไห่เวินพาสสามารถมองลงมาเห็นอย่างเหมาะเจาะ ชายหาดลังโกในสายตาของผมตามที่ความเร็วของรถบัสอนุญาตให้ดูได้ถือว่าสวยงามและเงียบสงบพอควร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เว็บไซต์ Vietnamtourism.org ให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;...ลังโกตั้งอยู่บนโค้งอ่าวที่สวยที่สุดในประเทศ มีทุกสิ่งทุกอย่างที่ธรรมชาติจะมอบให้ได้ ภูเขาเขียว ป่าเขตร้อน ทรายเนื้อเนียนสีขาว แสงจ้าจากตะวัน น้ำทะเลสีฟ้าใสอุณหภูมิฉ่ำเย็น นี่คืออ่าวลำดับที่ 3 ของเวียดนามต่อจากฮาลองและญาจางที่ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน 30 อ่าวที่สวยที่สุดในโลก...&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รางรถไฟ ทุ่งนา ป่าเขา ทะเล วิวจากรถบัสเมื่อกำลังมุ่งหน้าเมืองเว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; น่าเสียดายที่ผมมาอ่านเมื่อกลับถึงเมืองไทยแล้ว หากมีโอกาสได้กลับไปยังเวียดนามกลางอีกครั้งคงต้องแวะพิสูจน์เสียหน่อยว่าเว็บไซต์นี้แม่นหรือโม้กันแน่ &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รถบัสวิ่งผ่านลากูนอีกแห่งชื่อ &amp;ldquo;เกาไฮ&amp;rdquo; ใหญ่กว่าลังโกเสียอีก จากนั้นเหเส้นทางออกจากชายทะเล ขนานไปกับรางรถไฟ สองข้างทางเป็นทุ่งนาเขียวขจี หมู่วัวกระจายตัวกันกินหญ้า รถบัสเข้าสู่ตัวเมืองเว้ก่อนจอดให้ผู้โดยสารลงใกล้ๆ ศูนย์กีฬาเว้เวลาประมาณ 4 โมงครึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมปฏิเสธมอเตอร์ไซค์รับจ้าง สะพายกระเป๋าเดินตามแผนที่กูเกิลในมือถือไปประมาณ 1.5 กิโลเมตรเข้าเขตนักท่องเที่ยว เจอโรงแรมที่จองไว้ก็เข้าเช็กอิน แล้วออกไปหามื้อเย็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ย่านนักท่องเที่ยวของเว้ดูไปก็คล้ายๆ ละแวกข้าวสารบ้านเรา บาร์แบบตะวันตกก็มาก ร้านอาหารและเครื่องดื่มแบบเวียดนามที่ตั้งโต๊ะเก้าอี้เล็กๆ เตี้ยๆ ก็มีไม่น้อย แม้จะตั้งล้ำออกมาบนบาทวิถี แต่ดูเป็นระเบียบ ผมเดินเข้าไปในถนน Chu Van An จนสุด เลี้ยวขวาไปบนถนน Le Loi ถนนสายสำคัญขนานไปกับ &amp;ldquo;แม่น้ำหอม&amp;rdquo; ซึ่งแม่น้ำจะอยู่ด้านหลังแถวของโรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่ และสวนสาธารณะ ผมเดินไปได้ไม่เท่าไหร่ก็ต้องเดินกลับ เพราะถูกคนถีบสามล้อและมอเตอร์ไซค์เรียกคุยเพื่อนำเสนอหญิงบริการทุกๆ 20 เมตร กลับไปเข้าร้านอาหารตรงจุดก่อนจะเลี้ยวมาบนถนน Le Loi&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อาหารและความสำราญเตรียมพร้อมรอท่านบนถนน Chu Van An&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ร้านอาหารชื่อ Rose 2 เป็นร้านเล็กๆ ขายอาหารเวียดนามทั่วไป อาหารเว้ และอาหารมังสวิรัติ ผมสั่งมะเขือยาวผัดกระเทียม เต้าหู้ทอดผัดซอสมะเขือเทศ และข้าวเปล่า พนักงานเสิร์ฟนำผัดมะเขือยาวใส่มาจานเดียวกับข้าวเปล่า ผัดมะเขืออร่อยดี ส่วนเต้าหู้แข็งไปหน่อย เป็นหน้าที่ของเบียร์ Huda ในการช่วยให้กลืนได้ง่ายขึ้น กับข้าวจานละประมาณ 40 บาท ส่วนเบียร์แค่ 20 บาท ผมเลือกสั่งเบียร์ Huda เพราะเป็นเบียร์ที่ทำในเมืองเว้นี่เอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเดินออกไปยังถนน Le Loi อีกครั้ง ที่มาของชื่อถนนน่าจะมาจาก &amp;ldquo;จักรพรรดิเลเหล่ย&amp;rdquo; ผู้ยิ่งใหญ่ของได๋เวียดยุคปลายคริสต์ศตวรรษที่ 14 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 15 เป็นจักรพรรดิองค์แรกของราชวงศ์เล ซึ่งนอกจากในเว้แล้วยังมีถนนชื่อ Le Loi อีกหลายแห่งในประเทศเวียดนาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คราวนี้ผมเลี้ยวไปทางซ้าย ฝั่งขวามือของถนนคือสวนสาธารณะขนาดใหญ่ชื่อ &amp;ldquo;สวน 3 กุมภาพันธ์&amp;rdquo; (3 February Park) สร้างขึ้นเป็นอนุสรณ์สถานสำหรับเหตุการณ์สำคัญในสงครามเวียดนามที่เรียกว่า &amp;ldquo;ยุทธการที่เมืองเว้&amp;rdquo; (Battle of Hue) โดยหลังจากเวียดนามเหนือและกองกำลังเวียดกงได้โจมตีแบบสายฟ้าแลบหลายจุดทั่วเวียดนามใต้ในวันตรุษญวนหรือวันขึ้นปีใหม่เวียดนาม ปี ค.ศ.1968 ปีนั้นตรงกับวันที่ 30 มกราคม เว้ที่เป็นฐานที่มั่นด้านเหนือสุดของเวียดนามใต้ก็เป็นเมืองหนึ่งที่ถูกโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัว และ 3 กุมภาพันธ์ 1968 ถือว่าเป็นวันที่เว้มีการนองเลือดมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สวนสาธารณะ 3 กุมภาพันธ์ อนุสรณ์รำลึกเหยื่อ &amp;ldquo;ยุทธการที่เมืองเว้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในยุทธการที่เมืองเว้ ฝ่ายคอมมิวนิสต์เวียดนามเหนือยึดป้อมปราการเมืองเว้ไว้ได้ 26 วันก่อนที่ฝ่ายสหรัฐจะค่อยๆ รุกคืนและยึดเว้กลับไปได้ วันที่ 3 มีนาคม ฝ่ายสหรัฐก็มีชัยเด็ดขาดในศึกย่อยนี้ โดยทหารฝ่ายเวียดนามเหนือเสียชีวิต 2,800-8,000 นาย ชาวเมืองเว้ต้องสังเวยมากกว่า 5,000 ชีวิต (ข้อมูลจากรัฐบาลเวียดนามใต้ระบุว่ามาจากฝีมือของทหารเวียดนามเหนือและเวียดกงเสียราว 2,800 ราย) ฝ่ายทหารเวียดนามใต้และสหรัฐเสียชีวิตรวมกันราว 700 นาย เมืองเว้ย่อยยับไป 80 เปอร์เซ็นต์ ป้อมปราการพระราชวังพังเละ ผู้คนไร้ที่อยู่อาศัย 116,000 คน จากทั้งเมืองที่มีอยู่ 140,000 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้สหรัฐจะกำชัยในการรุกตรุษญวน (Tet Offensive) ที่มี 3 รอบในปีเดียวกันนี้ แต่ตัวเลขการสูญเสียนับหมื่นของฝ่ายสหรัฐและพันธมิตร (ส่วนฝ่ายเวียดนามเหนือนั้นมากมายกว่าหลายเท่า) ทำให้เริ่มเป็นลบในสายตาอเมริกันชนบนแผ่นดินแม่ ค่อยๆ กลายเป็นการต่อต้านสงครามเวียดนามในเวลาต่อมา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นาวาเล็ก-ใหญ่ ในแม่น้ำหอม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในสวน 3 กุมภาพันธ์ มีประติมากรรมที่สะท้อนออกมาซึ่งโศกนาฏกรรมความสูญเสียหลายชิ้น และหลายชิ้นก็ไม่เกี่ยวข้องกับสงคราม นอกจากนี้ก็ยังมีสนามหญ้า ซุ้มต้นไม้ตัดแต่งเป็นรูปต่างๆ และที่นั่งพักผ่อน ผมเดินไปยังริมแม่น้ำ มองดูเหล่าเรือมังกรที่ลอยลำนำนักท่องเที่ยวทัศนาเมืองทั้ง 2 ฝั่งยามโพล้เพล้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สะพานข้ามแม่น้ำชื่อ Trang Tien เรืองแสงขึ้นแล้ว สะพานนี้เป็นหนึ่งในสะพานเชื่อมเว้ฝั่งใต้ที่ผมกำลังยืนกับเว้ฝั่งเหนือ ซึ่งมีพระราชวังเว้ตั้งอยู่ ส่วนแม่น้ำมีชื่อในภาษาเวียดนามว่า &amp;ldquo;แม่น้ำเฮือง&amp;rdquo; ภาษาอังกฤษเรียกว่า Perfume River เพราะในฤดูใบไม้ร่วงบริเวณต้นน้ำจะมีดอกไม้นานาพรรณร่วงหล่นลงสู่แม่น้ำ ทำให้แม่น้ำมีกลิ่นหอมเหมือนน้ำหอม คนไทยเรียกว่า &amp;ldquo;แม่น้ำหอม&amp;rdquo; คงไม่อยากใช้ &amp;ldquo;แม่น้ำน้ำหอม&amp;rdquo; เพราะดูเทอะทะ อีกทั้งหากแปลจากภาษาเวียดนามก็ดูจะตรงกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะมองไปยังแม่น้ำหอม คำว่า Perfume ยังคงอยู่ในหัว ผมดันนึกไปถึงภาพยนตร์เรื่อง Perfume ตัวเอกของเรื่องนี้ใช้มนุษย์มาทำน้ำหอม พลางคิดว่าจะมีชีวิตมนุษย์ปลิดปลิวลงสู่แม่น้ำสายนี้สักเท่าไหร่ในช่วงสงครามเวียดนาม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44704</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่องเที่ยว, ดานัง, ดานัง-เว้, ท่องเที่ยวเวียดนาม, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, เบื้องหน้าที่ปรากฏ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44192</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาร์ตไทม์ของทรามวัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
แม่น้ำฮานและสะพานมังกร มองจากเชิงสะพานซองฮาน ฝั่งเมืองใหม่ ดานัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทิศเหนือแต่ไม่เหนือสุดของชายหาดหมีเค บริเวณทางลงหาดมีสวนสาธารณะลักษณะเป็นลานกว้างและทอดยาวไปตามชายหาดชื่อว่า East Sea Park หรือสวนสาธารณะทะเลตะวันออก (เวียดนามเรียกทะเลตะวันออก ส่วนจีนเรียกทะเลจีนใต้) เป็นสถานที่ค่อนข้างโล่ง ใช้ทำกิจกรรมได้มากมายหลากหลายชนิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เย็นวันที่ผมผ่านไปนอกจากกีฬาบางชนิดแล้ว ก็มีสาวๆ อย่างน้อย 2 กลุ่มกำลังซ้อมเชียร์ลีดเดอร์ บนลานที่มีหลังคาโค้งติดถนนกำลังมีการเตรียมเวทีคอนเสิร์ตสำหรับค่ำคืนที่จะมาถึง และทราบว่าในเวลาเช้า ช่วงพระอาทิตย์ขึ้นนั้นมีคู่บ่าว-สาวนิยมมาถ่ายรูปแต่งงาน ยืนเรียงกันเป็นแถวรับแสงอรุณให้ช่างภาพได้บันทึกประวัติศาสตร์รัก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ห้องน้ำสาธารณะมีอย่างน้อย 2 จุด เขียนชี้แจงไว้ว่าใครตัวเปียก-เท้าเปียกห้ามเข้า ในบ้านเรานอกจากห้องน้ำสาธารณะริมชายหาดจะหายากแล้วห้องน้ำในสถานีรถไฟฟ้าก็หายากไม่แพ้กัน ผมเข้าไปใช้บริการก็พบว่าห้องน้ำของเขาสะอาดดี ในบ้านเรานอกจากห้องน้ำสาธารณะจะหายากแล้ว ห้องน้ำสาธารณะที่สะอาดๆ หาได้ยากยิ่งกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ออกมายืนชื่นชมประติมากรรมหินอ่อนชิ้นใหญ่ประจำสวนสาธารณะอยู่ครู่หนึ่งก็ยังดูไม่ออกว่าเขาแกะเป็นรูปอะไร ตัดสินใจเดินไปบนถนนฟามวันดง หากเดินตรงไปไม่แวะที่ไหนระยะทาง 2 กิโลเมตรก็จะถึงสะพานซองฮาน เพื่อข้ามไปยังฝั่งเมืองเก่า แต่เดินมาได้แค่ประมาณ 200 เมตร เห็นร้านชื่อ Eurostar ทางด้านซ้ายมือ ตัวร้านเป็นอาคารสไตล์ตะวันตกขนาด 3 ชั้น ลักษณะออกไปทางที่พักอาศัย เขียนป้ายกำกับว่า Restaurant ๐ Steak ๐ Wine แต่หน้าร้านส่วนที่เป็นเคาน์เตอร์บาร์โปรโมตขายเบียร์สดสไตล์เช็กชื่อ Gammer มีโต๊ะนั่ง 2 ตัว และถังไอศกรีมใบใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ผมยืนมองเข้าไปในร้าน พนักงานสาวเดินเข้ามาหาพร้อมแฟ้มเมนู แม้เวลาจะเย็นพอสมควรแล้วแต่อากาศยังร้อนอยู่ บวกกับอาการล้าจากการเดินชายหาดหลายกิโลเมตร น้ำมะพร้าวที่เพิ่งดื่มไปไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก จึงเดินไปนั่งที่โต๊ะตามคำสั่งอย่างว่าง่าย สั่งเบียร์สด Gammer มาดับกระหาย 1 แก้วใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมเคยดื่มเบียร์เช็กที่เรียกว่าเบียร์พิลสเนอร์มาเยอะ สีออกเหลืองสว่างใส รสชาตินุ่มๆ เบาๆ ดื่มง่าย แต่เบียร์ Gammer สดนี้สีทองเข้มเกือบเหมือนสีสนิม มีบอดี้นิดๆ และออกไปทางขมๆ เหมือนจะหนักฮ็อป กว่าแก้วจะแห้งต้องยกดื่มหลายครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ประติมากรรมสัญลักษณ์ East Sea Park ทางลงชายหาดหมีเค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เบียร์ Gammer นี้เป็นเบียร์ในกลุ่มที่เรียกว่าไมโครบรูเวอรี หรือโรงเบียร์ขนาดเล็กมีอยู่มากกว่า 50 เจ้าในเวียดนาม จำนวนไม่น้อยพัฒนาขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญจากประเทศที่ขึ้นชื่อด้านการทำเบียร์ เมื่อมีหลายเจ้าก็มีการแข่งขันกันด้านราคา ทำให้เบียร์ราคาถูกลงโดยปริยาย ส่วนการควบคุมคุณภาพของโรงเบียร์ขนาดเล็กนั้นทำได้ง่ายกว่าโรงงานขนาดยักษ์อย่างแน่นอน เหมือนทำกับข้าวกินกันในครอบครัวย่อมควบคุมวัตถุดิบและรสชาติได้ดีกว่าทำหม้อใหญ่เลี้ยงแขกในงานศพ เพื่อนเยอรมันของผมคนหนึ่งเคยบอกว่าโรงเบียร์ของพวกเขายิ่งเล็กเท่าไหร่ยิ่งไว้ใจได้ สรุปว่าผมชอบเจ้าเบียร์ Gammer นี้มากกว่าเบียร์ทั้งหมดที่เคยดื่มมาในเวียดนาม ซึ่งส่วนมากมีโอกาสดื่มแต่เบียร์ตลาด และเบียร์ตลาดของเขามีเป็นสิบยี่ห้อ ทุกวันนี้ยังดื่มได้ไม่ครบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หนึ่งในสองพนักงานสาวมายืนคุยกับผม ทำให้มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เธอชื่อ &amp;ldquo;อัน&amp;rdquo; เป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์ดานัง (Danang University of Economics) สาขาการท่องเที่ยว พูดภาษาอังกฤษได้ดี เมื่อรู้ว่าผมเป็นคนไทยเธอก็บอกว่าอยากไปเที่ยวเมืองไทย แต่เธอเป็นเพียงนักศึกษาจนๆ คนหนึ่ง เวลานี้กำลังปิดเทอมเธอจึงทำงานหารายได้พิเศษเพื่อเก็บเงินไว้สำหรับไปเที่ยวเมืองดาลัต เมืองทางใต้ของเวียดนามในช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายก่อนเปิดเทอม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมถามว่าทำไมต้องดาลัต เธอตอบด้วยสีหน้าแววตาเป็นประกายด้วยความภาคภูมิใจว่าดาลัตเป็นเมืองในหุบเขา สูงจากระดับน้ำทะเลถึงประมาณ 1,500 เมตร มีธรรมชาติหลากหลาย ดอกไม้สวย อากาศบริสุทธิ์ เย็นสบาย นักท่องเที่ยวแทบจะแพ็กอากาศใส่กล่องนำกลับลงมาด้วย ทั้งปีอุณหภูมิจะไม่สูงเกิน 25 องศา และในช่วงนี้อยู่ที่ประมาณ 21 องศา นอกจากนี้กาแฟของดาลัตก็มีชื่อใช่ย่อย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีคนมาเรียกอันเข้าไปในร้าน เพื่อนของเธออีกคนยืนอยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์ ผมเรียกเก็บเงิน ค่าเบียร์แค่ 20,000 ดอง หรือไม่ถึง 30 บาท ผมขออภัยที่ไม่ได้สั่งอาหารเพราะยังไม่หิว ความจริงแล้วอาหารที่ผมเห็นในเมนูล้วนเป็นอาหารฝรั่งดูน่ากินกับเบียร์ทั้งสิ้น เธอคนนี้เหมือนจะพูดภาษาอังกฤษเก่งกว่าอันเสียอีก ผมทิ้งทิปไว้ในสมุดเดินบิลเท่ากับค่าเบียร์หนึ่งแก้ว อันกลับออกมาพอดีจึงได้กล่าวลาพร้อมๆ กัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาคารร้านค้าและโรงแรมที่พักบนถนนฟามวันดงตั้งกันอยู่ไม่หนาแน่น ถ้าเทียบกับสิ่งที่ชายหาดหมีเคและทะเลตะวันออกจะหยิบยื่นมูลค่าให้ต้องบอกว่ายังมีผู้มาตักตวงไม่เยอะพอ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฟ้าโพล้เพล้ใกล้มืดค่ำตอนที่ผมเดินถึงเชิงสะพานซองฮาน ลานกว้างริมแม่น้ำมีซุ้มอาหารง่ายๆ ซุ้มเครื่องดื่มพวกน้ำอ้อย น้ำมะพร้าว ส่วนมากจะเป็นรถเข็น มีอยู่ไม่มากให้ลูกค้านั่งโต๊ะเก้าอี้เตี้ยๆ ชมสะพาน ชมเรือในแม่น้ำฮาน และชมวิวฝั่งเมืองเก่า ผมเดินเลียบแม่น้ำไปทางซ้ายเพื่อไปยังสะพานมังกรซึ่งอยู่ห่างออกไป 1 กิโลเมตร ทางเดินริมน้ำฝั่งนี้ยังไม่ได้พัฒนาให้ดูดีเท่ากับฝั่งเมืองเก่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
แถวของโรงแรมรูปกลักไม้ขีดตั้ง ฝั่งเมืองใหม่ บนถนนที่ตรงไปยังหาดหมีเค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ร้านอาหาร บาร์ และคาเฟ่ตั้งอยู่หลังถนนเลียบแม่น้ำชื่อถนนจันฮึงเดา ล้วนตกแต่งได้สวยงาม มีลักษณะร่วมสมัย โรงแรมส่วนมากมีขนาดเล็กออกไปทางบูติก ร้านอาหารไทยร้านหนึ่งแซมอยู่ในความมีชีวิตชีวาในเวลาพลบค่ำนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใกล้ๆ จะถึงสะพานมังกรซึ่งฝั่งเมืองใหม่เป็นฝั่งหัว (ฝั่งเมืองเก่าเป็นฝั่งหาง) มีสะพานยื่นออกไปในแม่น้ำ ชื่อสะพาน Love Lock Bridge คู่รักนิยมนำกุญแจมาคล้องและล็อกไว้กับเหล็กราวสะพาน เสริมบรรยากาศโรแมนติกด้วยโคมไฟที่ใช้วัสดุรูปหัวใจสีแดงดวงเล็กๆ ห้อยรวมกันกลายเป็นรูปหัวใจดวงใหญ่ เมื่อถ่ายรูปก็จะได้ฉากหลังเป็นสะพานซองฮานอยู่ไกลๆ และเรือขนาดใหญ่ริมน้ำลำหนึ่งที่แปลงโฉมเป็นร้านอาหารจอดเรืองแสงสวยอยู่ใกล้ๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คั่นด้วยกลุ่มของร้านขายของที่ระลึก ถัดไปคือ Mer-dragon หรือมังกรทะเลพ่นน้ำทำจากหินอ่อนหนัก 75 ตัน เป็นแลนด์มาร์คสำคัญแห่งใหม่ของดานัง โดยนำสิงโตทะเล (Merlion) ของสิงคโปร์มาดัดแปลงให้เข้ากับความเป็นเวียดนามที่มีมังกรเป็นสัญลักษณ์สำคัญของชาติเช่นเดียวกับจีน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้นเป็นลานโล่งกว้างไว้ให้ชาวเมืองดานังออกกำลังกายในเวลาเช้า แต่เวลาย่ำค่ำเช่นนี้คือสถานที่ของนักท่องเที่ยว มองจากตรงนี้ขึ้นไปยังสะพาน เห็นมังกรอยู่ตรงกลางระหว่างเลนของถนนข้ามแม่น้ำ มังกรมีสีทองโดยตัวมันเอง แต่ในเวลากลางคืนจะมีแสงฉายไล่เฉดสีอยู่ตลอดเวลา ทอง ส้ม แดง ม่วง น้ำเงิน ฟ้า เขียว สร้างสีสันและปลุกเสน่ห์ให้กับสองฝั่งแม่น้ำฮานและเมืองดานังโดยรวม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนนี้ที่ร้าน Eurostar อันบอกให้ทราบว่าทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ เวลา 3 ทุ่ม มังกรจะโชว์พ่นไฟ ผมวางแผนไว้ว่าจะกลับจากเว้เพื่อแวะค้างดานังในวันเสาร์ที่จะถึง และยังวางแผนด้วยว่าจะไปกินมื้อค่ำกับเบียร์ Gammer ที่ร้าน Eurostar ก่อนรุ่งเช้าถัดไปจะเดินทางต่อไปยังฮอยอัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมขึ้นบันไดวนไปยังส่วนหัวของสะพานมังกรแล้วเดินข้ามแม่น้ำไปยังฝั่งหางหรือฝั่งเมืองเก่า อาบน้ำ กินมื้อค่ำ แล้วออกไปที่ Bamboo 2 Bar ดังที่ได้เล่าไปในฉบับที่แล้วซึ่งต้องเผ่นหนีเกย์เฒ่าจากดูไบกลับที่พักก่อนเวลาอันควร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชั้นดาดฟ้าของที่พักมีโต๊ะเก้าอี้ให้นั่งพักผ่อนและชมมังกรเปลี่ยนสีได้อย่างถนัดถนี่ ผมไม่ได้เปิดไฟเพราะไม่รู้ว่าสวิตช์อยู่ตรงไหน ผู้หญิงเอเชียคนหนึ่งขึ้นมาคลำหาสวิตช์อยู่นานก็หาไม่เจอ เธอเดินไปนั่งที่มุมด้านขวาหันหน้าออกแม่น้ำฮาน ส่วนผมอยู่ทางมุมซ้าย เราไม่ได้ทักทายกันแม้แต่คำเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมลงไปซื้อเบียร์ Larue ราคากระป๋องละ 15,000 ดอง หรือเท่ากับ 20 บาทจากรีเซพชั่นหนุ่ม ขึ้นมานั่งดื่มได้สักพักผู้หญิงที่มุมขวามือก็ลงไป มีผู้ชายฝรั่งขึ้นมาพร้อมกระป๋องเบียร์ในมือ หมอนี่คงพักอยู่หลายวันแล้วเขารู้ว่าสวิตช์ไฟอยู่ตรงไหน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขาเป็นอีกคนที่มาจากอังกฤษเช่นเดียวกับมาร์ติน นักการเงินขี้เมาที่สนทนากับผมเมื่อคืนก่อน หนุ่มอังกฤษคนนี้ก็พูดถึงโอกาสและศักยภาพการทำธุรกิจในเวียดนาม อีกทั้งเรื่องวัฒนธรรม การกิน การอยู่ เขาเดินทางในเวียดนามมาได้สักระยะแล้ว และเมื่อมาถึงดานังก็คิดจะซื้ออพาร์ตเมนต์ไว้อยู่อาศัยเสียให้รู้แล้วรู้รอด เขาว่าราคากำลังขึ้น ถ้าไม่รีบซื้อตอนนี้ก็จะไม่มีปัญญาซื้ออีกเลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
จุดนั่งจิบเครื่องดื่มมองแม่น้ำฮานและฝั่งเมืองเก่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมลงไปซื้อเบียร์อีกกระป๋อง คราวนี้หนุ่มรีเซพชั่นชวนคุย เขายังเด็กอยู่มาก สิวขึ้นเต็มหน้า แต่พูดพร้อมรอยยิ้มตลอดเวลา หนุ่มน้อยกำลังเรียนอยู่ชั้นปีที่ 2 ที่ FPT University มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังของกลุ่มบรรษัททางด้านเทคโนโลยีการสื่อสารที่ใหญ่สุดในเวียดนาม มหาวิทยาลัยของ FPT Group นี้มีอยู่ด้วยกัน 3 วิทยาเขต ได้แก่ที่ฮานอย โฮจิมินห์ และดานัง หนุ่มน้อยหน้ายิ้มบอกว่าเขาใช้เวลาเรียนแค่ 3 ปีก็จะจบปริญญาตรี และจบเมื่อไหร่ก็การันตีว่ามีงานทำอย่างแน่นอน แต่เวลานี้เขาต้องทำงานกะกลางคืนที่โรงแรม ออกจากโรงแรมตอนเช้าก็ไปเรียนหนังสือ กลับหอพักไปนอนช่วงบ่าย แล้วตอนค่ำก็กลับมาทำงานต่อ ผมอวยพรให้เขาโชคดีแล้วกลับขึ้นไปบนดาดฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หนุ่มอังกฤษไม่อยู่แล้ว เขาทิ้งกระป๋องเบียร์และแก้วไว้หนึ่งใบ ผมดื่มคนเดียวจนกระทั่งเวลาเที่ยงคืนสะพานมังกรก็หยุดส่องแสง เหมือนว่ามังกรยังต้องการหลับนอน หมดเบียร์กระป๋องนี้ผมก็เข้านอนเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สะพาน Love Lock Bridge ยื่นออกไปในแม่น้ำฮาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มื้อเช้าวันต่อมาผมต้องออกกำลังกรามด้วยบาแก็ต ขนมปังแข็งแบบฝรั่งเสส และไข่ดาว 2 ฟอง อาหารเช้าฟรีจากที่พักแล้วก็จองรถบัสเพื่อเดินทางไปเว้ในตอนบ่าย ราคาตั๋ว 160,000 ดอง หรือประมาณ 215 บาท แล้วเดินไปดื่มกาแฟในร้าน Highland Coffee ร้านกาแฟแบบเชนที่มีอยู่ทั่วเวียดนาม ในวันทำงานกลางสัปดาห์หนุ่มสาวนั่งกันอยู่เต็มร้าน เป็นไปได้ว่าพวกเขาคือนักศึกษาที่ช่วงนี้คือเวลาปิดเทอม นอกจากชาวดานังแล้วก็ยังมีคนเวียดนามจากเมืองอื่นๆ เดินทางท่องเที่ยวกันอย่างคึกคัก เป็นไปได้ว่าวัฒนธรรมการเที่ยวช่วงปิดเทอม หรือซัมเมอร์เวเคชั่นตามแบบตะวันตกน่าจะมาจากฝรั่งเศส อดีตเจ้าอาณานิคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมสั่งกาแฟฟินหรือกาแฟดริปถ้วยกรองแบบฉบับเวียดนามราคาแก้วละ 29,000 ดอง โดยไม่ใส่นมข้มหวานตามที่นิยมกัน จ่ายเงินแล้วรับเพจเจอร์ไปนั่งรอที่โต๊ะ เมื่อกาแฟเรียบร้อยแล้วก็มีสัญญาณสั่นส่งมาที่เครื่องเพื่อเดินไปรับกาแฟจากเคาน์เตอร์มานั่งดื่ม กาแฟหอมเหมือนกลิ่นคาราเมล ดื่มแล้วกลิ่นนี้ก็ขึ้นจมูก อ้อยอิ่งอยู่อีกครู่กว่าจะจางหาย แต่ยังรู้สึกว่าสู้กาแฟที่กินตามร้านเล็กๆ คราวก่อนไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ค่ำนี้ที่สะพานมังกร เมืองดานัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใกล้เที่ยงผมก็เดินกลับที่พักไปเก็บกระเป๋าลงมาเช็กเอาต์ ฝากกระเป๋าแล้วเดินไปกินข้าวเที่ยงที่ร้านข้าวราดแกงชื่อ Com Sai Gon (เกิม แปลว่า ข้าว ส่วน ไซง่อน น่าจะเป็นกับข้าวที่นิยมกินกันที่ไซ่ง่อน) ในซอย Tran Binh Trong เยื้องๆ กับร้านหมี่กวางเจ๊มัวที่ฝากท้องเมื่อวาน ผมเล็งไว้แล้วเพราะข้าวราดแกงเป็นอาหารที่เรารู้ว่าสั่งอะไรควรจะได้อย่างที่สั่งไม่ผิดเพี้ยนเพียงแค่ใช้นิ้วชี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ร้านนี้มีแค่ห้า-หกโต๊ะ แต่ติดแอร์เรียบร้อยและแลดูสะอาดสะอ้าน วัยรุ่นชายเดินมารับออเดอร์ เข้าใจว่านอกจากอาหารที่ทำใส่กระบะและจานไว้แล้วก็น่าจะสั่งต่างหากได้ ผมชี้ไปยังกับข้าว เจ้าหนุ่มก็จดใส่กระดาษ แต่ตอนเสิร์ฟกลับคลาดเคลื่อนไป 1 รายการซึ่งผมกินไม่ได้ จำต้องขอให้เปลี่ยน ป้าๆ ที่น่าจะเป็นแม่ครัวหรือเจ้าของร่วมของร้านเดือดร้อนพูดบางอย่างออกมากับเด็กเสิร์ฟ ผมอ่านจากอวัจนภาษาแปลได้ว่าให้รีบเอากับข้าวไปเปลี่ยน และมีกิริยาขอโทษขอโพยแฝงอยู่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้าวราดผัดลวกและแกงปลาใส่ถ้วย พร้อมน้ำดื่ม 1 ขวด ราคารวมกัน 60,000 ดอง ตอนจะเดินออกจากร้านผมเห็นสายตาทั้งแม่ครัว เด็กเสิร์ฟ และลูกค้าโต๊ะอื่นต่างมองมาที่ผม เขาคงสงสัยว่าหมอนี่หน้าตาดูเป็นเวียดนามแต่ทำไมพูดภาษาอังกฤษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมก็เลยโค้งให้ทั่วร้าน ก่อนกล่าว &amp;ldquo;ก๋ามเอิน&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44192</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่องเที่ยว, ดานัง, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, เบื้องหน้าที่ปรากฎ, เวียดนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43157</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2019 19:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2019 19:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ท่องราตรีที่ดานัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สนธยามาเยือนพร้อมแสงไฟตามร้านรวง เขตเมืองเก่าของดานังสีสันเพิ่มขึ้นด้วยผู้คนในอาภรณ์เนื้อบางสบายที่ออกมาเดินหนาตาขึ้นกว่าช่วงกลางวัน หน้าร้อนของที่นี่อากาศร้อนกว่าเมืองไทยเสียอีก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้มีร้านอาหารมากมายให้เลือก แต่ผมกลับพลาดท่าให้กับร้านในซอย เยื้องๆ กับที่พัก คงเพราะความหิวและอากาศที่ยังอบอ้าวอยู่มากจึงเลือกร้านนี้เพราะเป็นห้องแอร์ ภาพโฆษณาข้าวผัดซีฟู้ดที่ติดอยู่กับกระจกหน้าร้านเป็นเหมือนฝ่ามือผลักผมเข้าไป แต่ตอนเสิร์ฟกลายเป็นข้าวผัดแห้งๆ แข็งๆ กับกุ้งสับชิ้นเล็กๆ ส่วนน้ำมะนาวที่สั่งไปกลายเป็นน้ำมะม่วง ราคาของข้าวผัดคือ 80,000 ดอง ส่วนน้ำมะม่วง 30,000 ดอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การคำนวณค่าเงินจากดองเป็นเงินไทยคิดง่ายๆ โดยการตัดเลข 0 จำนวน 3 ตัวท้ายออกไป เพราะไม่มีความหมายใดๆ เลย อาจเรียกศูนย์ 3 ตัวนั้นว่า K ก็ได้ ซึ่ง 75K จะเท่ากับ 100 บาท หรือ 15K เท่ากับ 20 บาท แล้วค่อยเทียบบัญญัติไตรยางศ์ไปเรื่อยๆ ในกรณีของผมน้ำมะม่วงจะเท่ากับ 40 บาท ส่วนข้าวผัดก็จะประมาณ 107 บาท&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
สะพานซองฮาน เมืองดานัง สะพานขึงสามารถหมุนเปิดกลางสะพานได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อิ่มแล้วผมก็ออกจากถนนซอยไปยังถนนใหญ่ชื่อว่าบักดัง (Bach Dang) ถนนมี 4 เลน เดินรถทางเดียว ขนานไปกับฝั่งตะวันตกของแม่น้ำฮาน แม่น้ำสายนี้ขีดเส้นแบ่งเขตเมืองเก่าทางซ้ายมือ (ตะวันตก) ออกจากเมืองใหม่ด้านขวามือ ก่อนไหลลงสู่ทะเลตะวันออก (ทะเลจีนใต้) ที่อ่าวดานัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชื่อของถนนบักดังน่าจะมาจากแม่น้ำบักดังที่ตั้งอยู่ทางเหนือของประเทศ มีประวัติที่ได้ฟังแล้วชวนฮึกเหิม นั่นคือ &amp;ldquo;ยุทธนาวีบักดัง&amp;rdquo; เมื่อเกือบพันปีก่อน เวียดนามหรือ &amp;ldquo;ไดเวียต&amp;rdquo; ขณะนั้นสามารถทำลายและขับไล่กองเรือของมองโกลยุคกุบไลข่านออกไปได้สำเร็จ นอกจากชื่อถนนนี้แล้วก็ยังมีสถานที่อื่นๆ อีกหลายแห่งในเวียดนามที่ใช้ชื่อบักดัง หรือแท้แล้วอาจจะเป็นแค่ชื่อมงคลชื่อหนึ่ง ผมถามคนเวียดนามสอง-สามคนก็ไม่สามารถให้คำตอบได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ร้านอาหาร บาร์ และคาเฟ่ผุดขึ้นเต็มฝั่งซ้ายของถนน (ฝั่งขวาคือแม่น้ำฮาน) แปลกตาไปกว่า 6 ปีก่อนที่เคยมาเยือนชนิดจำแทบไม่ได้ ตั้งใจจะหาร้านกาแฟเล็กๆ ร้านหนึ่งที่ขายกาแฟและน้ำมะพร้าว เคยแวะนั่ง 2 ครั้ง หวังจะทักไอ้หนูที่คงโตขึ้นมากแล้ว แม่และยายของไอ้หนู แมวลายปลาสลิดขี้เล่นประจำร้านที่หากยังไม่เสียชีวิตก็คงเข้าขั้นชราเต็มที ผมหาไม่เจอ ร้านอาจขยับขยาย เปลี่ยนรูปแบบ หรือไม่ก็ขายกิจการไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากคาเฟ่สมัยใหม่ บนถนนสายนี้ก็ยังมีร้านน้ำชาแบบเก่า ตั้งเป็นซุ้มง่ายๆ สำหรับเตรียมเครื่องดื่ม โต๊ะ-เก้าอี้เล็กๆ เตี้ยๆ ตามสไตล์เวียดนามตั้งบนบาทวิถี ขายน้ำชา กาแฟ น้ำผลไม้ โดยเฉพาะน้ำมะพร้าว (เป็นลูก) ผมไม่เคยเห็นที่ไหนกินน้ำมะพร้าวกันเยอะเท่าที่นี่มาก่อน บางร้านเสริมเขี้ยวเล็บด้วยขนมปังบาแก็ตผ่าใส่ไส้คล้ายแซนด์วิช เรียกว่าบันหมี่ (Bahn Mi) และของขบเคี้ยวคล้ายเมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
พื้นที่หย่อนใจริมน้ำฮานฝั่งเมืองเก่า ดานัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมแวะที่ร้านชื่อ Cong Caphe เป็นคาเฟ่แบรนด์เวียดนาม มีหลายสาขาทั่วประเทศ โดยคำว่า Cong แปลว่าชุมชน มาจากคำว่า Viet Cong (เวียดกง) หรือคำเต็มคือ Viet Nam Cong-san แปลว่า คอมมิวนิสต์เวียดนาม ร้านตกแต่งให้สื่อถึงความเป็นสังคมนิยม เช่น มีโทนร้านสีเขียวขี้ม้า โปสเตอร์โฆษณาชวนเชื่อ ภาพเขียนเกี่ยวกับทหาร ข้อความขบขัน โต๊ะเก้าอี้ใช้แบบวินเทจ ผนังร้านเป็นไม้ลายอิฐ แต่ร้านเต็มไปด้วยคนหนุ่มสาว และเกือบทั้งหมดที่ผมเห็นเป็นคนเวียดนาม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เครื่องดื่มขึ้นชื่อมีตั้งแต่กาแฟเย็นมะพร้าว, กาแฟเย็นผสมนม และกาแฟเย็นผสมโยเกิร์ต (คนรุ่นใหม่ไม่นิยมดื่มกาแฟร้อน เหมือนจะผลักของขมให้นิยมอยู่แต่ในคนรุ่นเก่าเท่านั้น!) แม้จะเป็นเวลากลางคืน แต่พวกเขาก็ยังดื่มเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน เพราะสิ่งที่พวกเขาต้องการคือบทสนทนาในหมู่เพื่อนฝูง ผมแปลกใจมานานแล้วที่พวกเขาคุยกันได้ออกรสชาติโดยไม่ต้องพึ่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบบคนหนุ่มสาวชาติอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนล้นมานอกร้านจนแทบจะเต็มโต๊ะที่วางบนบาทวิถี เห็นมีแต่หนุ่มสาวดื่มกินของหวานๆ ผมสงสัยว่าจะมีเบียร์ขายหรือเปล่า เดินเข้าไปถามพนักงานที่ยืนอยู่หน้าประตูร้าน เขาตอบว่ามี ชี้ให้ผมเข้าไปเลือกเอาจากเมนูหน้าเคาน์เตอร์ ผมเลือกเบียร์ขวดอ้วน Saigon Special แล้วขอออกไปนั่งโต๊ะข้างนอกที่ว่างอยู่ แคชเชียร์ขอเก็บเงินก่อน สนนราคา 35,000 ดองต่อ 1 ขวดเล็ก เสิร์ฟพร้อมถั่วลิสงคั่ว แก้วใส่น้ำแข็ง และแก้วใส่น้ำเปล่า เราจะหาของแบบนี้ในเมืองไทยที่ราคาต่ำกว่า 50 บาทไม่ได้อีกแล้ว ไม่ว่าจะซอกมุมไหน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มองวิวและความเป็นไปในร้านนี้อยู่จนเบียร์หมดขวดก็ออกจากร้าน แวะซื้อเบียร์กระป๋องที่ร้านมินิมาร์ท ราคาทั่วไปกระป๋องละ 12,000 ดอง หรือประมาณ 16 บาทเท่านั้น ผมหยิบ Huda เบียร์จากเมืองเว้มา 1 กระป๋อง พร้อมน้ำเปล่าขวดเล็กจากญี่ปุ่นที่ยังแพงกว่า ราคา 13,000 ดอง แล้วเดินต่อไปยังสะพานซองฮาน สะพานอันเป็นสัญลักษณ์สำคัญแห่งหนึ่งของเมือง (นอกจากสะพานมังกรทอง) ใช้ข้ามแม่น้ำฮานไปยังฝั่งเมืองใหม่ สะพานนี้เป็นประเภทสะพานขึงและสะพานหมุนรวมกัน สายเคเบิลขึงสะพานจะเรืองแสงสลับสีอย่างสวยงามในเวลากลางคืน และในช่วงสุดสัปดาห์เวลา 5 ทุ่มตรง จะมีการปิดสะพานไม่ให้รถข้ามเพื่อหมุนช่วงกลางสะพานให้เรือขนส่งสินค้าผ่านได้เป็นเวลา 15-20 นาที ถือเป็นไฮไลต์หนึ่งในการเยือนดานังเลยทีเดียว นักท่องเที่ยวไม่ค่อยทราบข้อมูลนี้มากนัก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เลยสะพานซองฮานไปหน่อยมีโรงแรมหรู อาทิ โนโวเทล ฮิลตัน ตั้งอยู่ ผมเดินข้ามถนนแล้ววกกลับเดินเลียบแม่น้ำ ชมแสงไฟของโรงแรมจากฝั่งตรงข้ามแม่น้ำและเรือนักท่องเที่ยวล่องลำดินเนอร์ในแม่น้ำฮาน ทางเดินริมน้ำมีพื้นที่กว้างขวาง มีคนออกมาเต้นรำ-ออกกำลังกายกันเป็นจุดๆ บางส่วนจัดเป็นสวนสาธารณะย่อมๆ มีประติมากรรมหินอ่อนรูปร่างแปลกๆ จัดวางอยู่เป็นจำนวนมาก ดานังนั้นขึ้นชื่อเรื่องหินอ่อนอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จนใกล้ถึงสะพานมังกรทอง (ไว้จะกล่าวถึงในฉบับต่อไป) ผมก็ข้ามถนนกลับไปยังฝั่งบาร์และคาเฟ่ แวะที่ร้านชื่อ Bamboo 2 Bar ร้านตกแต่งในสไตล์ยุโรป ออกไปทางสปอร์ตบาร์ พนักงานสาวยื่นเมนูให้ ผมสั่งเบียร์ Larue เห็นราคา 35,000 ดอง เธอนำเบียร์มาให้ 2 ขวด ผมถามว่าอีกขวดให้ใคร เธอตอบว่านึกว่าผมสั่ง 2 ขวด พอผมบอกว่า &amp;ldquo;มาคนเดียวจะสั่งเบียร์ทีละ 2 ขวดทำไม แต่หากคุณจะดื่มอีกขวดก็เชิญ&amp;rdquo; เธอว่า &amp;ldquo;งั้นฉันนำไปแช่ไว้ให้ก่อนละกัน&amp;rdquo; ผมเดาว่าน่าจะเป็นกลวิธีการทำยอดขายมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โต๊ะและเก้าอี้ไม้ทรงสูงที่ผมนั่งอยู่โคลงเคลง เพราะก้อนอิฐของบาทวิถีไม่เสมอกัน พนักงานสาวคนเดิมแนะให้ย้ายไปอีกโต๊ะติดกับโต๊ะสองสาว คนหนึ่งผมสั้นอีกคนผมยาว สักพักพวกเธอก็เริ่มเอาขวดเบียร์ของพวกเธอมาชนกับขวดเบียร์ของผม พอได้คำตอบว่าผมเป็นคนไทย สาวที่นั่งใกล้ก็แนะนำตัวและว่าเพิ่งไปเมืองไทยมาไม่นานนี้ ชอบพัทยา (อีกแล้ว) แต่ไปคนเดียวจึงไม่สนุก ผมแหย่ว่าเที่ยวคนเดียวน่าจะดีกว่า เธอว่าไม่สะดวกและเหงา แต่ไม่มีเพื่อนไปด้วย ว่าแล้วเธอก็เอามือถือขึ้นมาโชว์สถานที่เที่ยวใกล้ๆ ดานัง แนะให้ไปเกาะแห่งหนึ่ง แล้วเธอก็บอกว่าเคยไปมาแล้ว นี่ไงรูปของเธอในชุดบิกินี เหมือนจะอวดหุ่น เพราะให้ผมดูหลายสิบรูป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
สะพานมังกรทองมองจากฝั่งเมืองเก่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฝรั่งชายวัยประมาณ 40 กลางๆ เข้ามายืนตรงข้ามกับผมโดยมีโต๊ะกลมสูงคั่นกลาง เขายังไม่นั่ง แต่ชวนสาวเวียดนามคนผมสั้นเต้นรำ เธอก็เต้นกับเขาได้ค่อนข้างเต็มเหนี่ยว วาดลวดลายได้สักพักก็กลับมานั่ง ฝรั่งนั่งลงตรงข้ามผม แนะนำตัวชื่อ &amp;ldquo;มาร์ติน&amp;rdquo; มาจากอังกฤษ อยู่สิงคโปร์ได้ 10 ปี เพิ่งจะย้ายมาดานังได้ไม่นาน อาชีพของเขาคือ Financial Consultant คอยให้คำปรึกษาแก่นักธุรกิจที่ต้องการโยกย้ายเงินไปออฟชอร์หรือตามหมู่เกาะต่างๆ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขาบอกว่าเศรษฐกิจดานังกำลังบูมได้ที่ เป็นเมืองที่มีศักยภาพสูงมาก หากจะลงทุนทำอะไรต้องเริ่มลงมือตอนนี้ โดยเฉพาะอีกฝั่งของแม่น้ำฮานมีชายหาดหมีเคห่างออกไปแค่ 2 กิโลเมตร ผมถามว่าธุรกิจอะไรที่น่าจะรุ่ง เขาตอบว่าร้านอาหารไทย แต่ต้องไทยแท้และอร่อยจริง เขาพร้อมจะลงหุ้น แล้วก็ขออีเมลของผมไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มาร์ตินลุกไปเต้นกับสาวผมสั้นอีกรอบ ตอนกลับมานั่งเขาสั่งเบียร์มาให้ผมขวดหนึ่ง สั่งให้สองสาวคนละขวด แถมยังจ่ายเงินเบียร์ 2 ขวดให้ผม ปรากฏว่าพนักงานคิดเงินรายการของสองสาวที่สั่งไว้ก่อนหน้านี้ด้วย ทำให้เขาไม่ค่อยพอใจ เพราะสองสาวน่าจะเป็นฝ่ายส่งสัญญาณให้พนักงานรวมบิล เขาชวนผมย้ายไปร้านอื่น ผมกระซิบถามเขาว่าเธอทั้งสองนี้เป็นผู้หญิงทำงานเฉพาะด้านหรือเปล่า? เขาตอบว่าไม่น่าจะใช่ แต่ที่ไม่ชอบเพราะพวกเธอหลอกกินฟรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมลุกตามมาร์ติน นึกว่าเขาจะไปไหนไกล แค่ร้านถัดไปชื่อ Sky Pub เปิดเพลงอิเล็กทรอนิกแดนซ์ เขาก็หยุดนั่งที่โต๊ะนอกร้าน ผมสั่งเบียร์ Larue มา 2 ขวด ราคาขวดละ 55,000 ดอง มาร์ตินทำท่าจะจ่ายเงินอีก แต่ผมแย่งจ่ายทันพร้อมทิป 10,000 ดอง แล้วเขาก็ขออีเมลผมอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีสาวเจ้าถิ่นคนหนึ่งสูดอากาศจากลูกโป่งที่ใส่แก๊สหัวเราะแล้วเต้นไปทั่วร้าน พนักงานหนุ่มหันมาหัวเราะกับเราแล้วพูดว่าเธอบ้า แต่แก๊สหัวเราะนี้มาจากในร้าน และคนที่ยื่นให้เธอก็คือคนในร้าน หมดลูกโป่งใบเดิมก็มีคนยื่นใบใหม่ให้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่กี่นาทีต่อมา สาวผมสั้นของมาร์ตินจากร้าน Bamboo 2 ย้ายมานั่งอยู่กับเพื่อนของเธออีกกลุ่ม เธอทักมาร์ติน แล้วมาร์ตินก็เข้าไปคุย ผมจึงขอลาไปนอน เข้าตำรา &amp;ldquo;ยูดริงก์ไอดริงก์ ยูกลิ้งไอโก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
แถวยาวของคาเฟ่สไตล์เวียดนาม ริมถนนบักดัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การดื่มกินกลางคืนที่ดานังนั้นสำหรับผมถือว่าบันเทิงหรรษากว่า &amp;ldquo;เว้&amp;rdquo; จุดหมายถัดไปอยู่มาก ในเขตท่องเที่ยวของดานังยังมีคนเวียดนามออกมาเที่ยวมากกว่าชาวต่างชาติ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะช่วงนี้สถานศึกษากำลังปิดเทอม และยังถือเป็นช่วงพักผ่อนท่องเที่ยวของชาวเวียดนามด้วย ผับบาร์ไม่ได้มีมากมายกลาดเกลื่อน ร้านน้ำชา-น้ำมะพร้าวมีมากกว่า ผิดกับโซนนักท่องเที่ยวของเว้ที่ส่วนมากเป็นชาวต่างชาติ กิจการเปิดรับการท่องราตรีจึงเป็นล่ำเป็นสัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในวันที่ผมไปถึงเว้ หลังจากมื้อเย็นแล้วก็ออกเดินในโซนผับบาร์ คล้ายๆ ย่านถนนข้าวสารบ้านเรา ไปทางไหนก็มีคนถีบสามล้อและขี่มอเตอร์ไซค์ตามเพื่อชักชวนให้เที่ยวผู้หญิง พอรู้ว่าผมไม่ใช่ชาวเวียดนามก็พูดภาษาอังกฤษ &amp;ldquo;เวรี่ ชีป&amp;rdquo; ราคาถูกมากคือคำเชื้อเชิญ ยิ่งเมื่อรู้ว่าเป็นคนไทย นายหน้าพวกนี้ก็พูดภาษาไทยที่ท่องจำมาว่า &amp;ldquo;พันบาท&amp;rdquo; เพื่อนฝรั่งของผมที่ไปเยือนเว้หลายครั้งเล่าว่า เมื่อก่อนการพาณิชย์ชนิดนี้ไม่ต้องพึ่งนายหน้า แบบเดียวกับที่ผมเคยเจอมาที่ไซ่ง่อน คือฝ่ายผู้ให้บริการจะออกมาพบผู้บริโภคโดยตรงแบบเชิงรุกไปจนถึงขั้นคุกคาม แต่ไม่กี่ปีมานี้มีการเก็บกวาดย่านท่องเที่ยวนี้ให้ดูปลอดการค้าประเวณี แม้ว่าจริงๆ ยังคงมีอยู่ โดยอาศัยนายหน้ามาเดินงานแทน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนพวกนี้มีความเป็นมืออาชีพสูงมาก เจอกันวันหลังพวกเขาก็ยังจำผมได้ บางคนขี่มอเตอร์ไซค์ตามจนผมต้องแวะดื่มที่บาร์ เขาก็ยังนั่งคอยบนมอเตอร์ไซค์ฝั่งตรงข้ามกับบาร์เพื่อว่าเมื่อผมดื่มหมดขวดเดินออกจากร้านเมื่อไหร่เขาก็จะได้เดินเกมต่อ จนผมต้องตัดสินใจสั่งอีกขวด เขาจึงสตาร์ทมอเตอร์ไซค์ขี่ออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมสรุปในประเด็นนี้ได้ว่า ผู้ชายที่เดินคนเดียวเป็นเป้าหมายหลักของพวกนายหน้า พวกเขาตีความว่าชายที่เดินคนเดียวในเมืองท่องเที่ยวจะต้องเปลี่ยวเหงาอุราจำต้องมีนารี บางครั้งแม้ผมจะโกหกว่ามีภรรยาแล้วเขาก็ไม่ละเว้น บอกว่าภรรยานอนอยู่ที่โรงแรมก็ยังไม่ฟังเสียง บางคนที่อาจมีศีลธรรมขึ้นมาบ้างเปลี่ยนแนวไปล้วงห่อกัญชาออกมาเสนอขายแทน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนที่ฮอยอันนั้นนักท่องเที่ยวแน่นทุกซอกทุกมุมอย่างกับงานวัดใหญ่ๆ สมัยก่อนในบ้านเรา แน่นตั้งแต่สายๆ จนถึงประมาณสาม-สี่ทุ่ม หลังจากนั้นพวกเขาก็เหมือนมุดดิน ดำหายไปพร้อมๆ กัน ในเขตเมืองเก่ามรดกโลกผมไม่เห็นผับบาร์ มีเพียงคาเฟ่ที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ซึ่งปิดไม่ดึก ออกมานอกเขตเมืองเก่าก็มีบาร์ของฝรั่งและบาร์ท้องถิ่นไม่กี่แห่ง ส่วนการเสนอหญิงบริการผมไม่เห็นเลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การท่องเที่ยวดานังเพิ่งเฟื่องฟูมาได้ราวห้า-หกปีนี้เท่านั้น เมื่อก่อนนักท่องเที่ยวบินมาดานังก็เพื่อจะต่อไปยังเว้และฮอยอัน หากไม่แวะนอนดานังเลยสักคืนก็ไม่ใช่เรื่องแปลก การเที่ยวกลางคืนที่ดานังจึงดูเป็นธรรมชาติมากกว่าทั้ง 2 เมืองยอดฮิตที่ได้พูดถึงไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คืนต่อมาผมไปที่ร้าน Bamboo 2 Bar อีกครั้ง กะว่าจะเจอมาร์ตินเพื่อฟังเรื่องราวทางด้านเศรษฐกิจของดานังในสายตานักการเงินในสภาพที่เขาไม่เมา พนักงานสาวคนเดิมยกเบียร์มาให้ 1 ขวด เพราะผมกำชับไว้ตั้งแต่แรก มาร์ตินไม่โผล่มา ผมยิ้มให้ชายที่นั่งโต๊ะข้างๆ หน้าออกแขกๆ วัยกลางคน เขาหันมาถามผมว่า Are you gay? คุณเป็นเกย์หรือเปล่า? ผมต้องย้อนคำถามของเขา เพราะแทบไม่เชื่อว่าจะได้ยินคำถามแบบนี้ ผมตอบว่าไม่ได้เป็น คุณล่ะเป็นหรือเปล่า เขาตอบว่า &amp;ldquo;โน&amp;rdquo; แล้วบอกว่ามีลูก 4 คนแล้ว ตอนนี้อายุ 55 ปี มาจากดูไบ จบปริญญาเอกสาขาการเงินและการบัญชี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมเชื่อว่าประโยคที่พรั่งพรูออกมาหลังคำว่า &amp;ldquo;โน&amp;rdquo; ล้วนเป็นความจริง แต่มีเจตนากลบเกลื่อน เพราะผมไม่ได้ถามเขาเลย เคยทราบจากเพื่อนชาวสีรุ้งผู้คร่ำหวอดในวงการว่าชาวเกย์และเสือไบในประเทศแขกรวยน้ำมันต่างมีความอึดอัดมาก เพราะกฎหมายเข้มงวด ถูกจับได้เมื่อไหร่มีสิทธิ์ติดคุกหัวโต จึงรอโอกาสปลดปล่อยเมื่อเดินทางไปต่างแดนเช่นน้าคนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขาหันมาถามผมอีกว่า &amp;ldquo;เคืองมั้ยที่ถามเรื่องเป็นเกย์ ขออภัยด้วย&amp;rdquo; ผมตอบว่าไม่เป็นไร เขายื่นมือมาให้ตีแบบที่เรียกว่า Hi 5 ผมรีบเรียกน้องพนักงานมาจ่ายเงินแล้วลุกออกไปโดยไม่สนใจเงินทอน.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43157</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดานัง, ท่องราตรีที่ดานัง, ท่องเทียว, ท่องเที่ยวเวียดนาม, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, เบื้องหน้าที่ปรากฏ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17486</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2018 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2018 15:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>DITP แนะลงทุนโรงแรม สถานบันเทิงในเมืองดานัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ แนะนักลงทุนไทยเข้าไปลงทุนทำธุรกิจสถานบันเทิงและโรงแรมในนครดานัง หลังเทศบาลนครดานังเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาพัฒนาชายหาด 7 แห่งด้านตะวันออก รองรับการขยายตัวของการท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย. 61นางจันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้รับรายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครโฮจิมินห์ ถึงโอกาสการเข้าไปลงทุนในธุรกิจสถานบันเทิงและธุรกิจโรงแรมในนครดานัง ประเทศเวียดนาม โดยขณะนี้เทศบาลนครดานังได้อนุมัติแผนการพัฒนาบริการการท่องเที่ยว ระหว่างปี 2018-2020 และจะเปิดให้ภาคเอกชนเข้ามาพัฒนาชายหาด 7 แห่งที่ทอดยาวกว่า 9 กิโลเมตร เลียบตามแนวถนน Nguyen Tat Thanh ด้านตะวันออกของนครดานัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแผนการพัฒนาบริการด้านการท่องเที่ยวดัได้เริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนเม.ย.-ก.ย.ปี 2561 โดยโครงการมีมูลค่า 5 หมื่นล้านด่ง หรือ 2.2 ล้านเหรียญสหรัฐ ประกอบด้วยสาธารณูปโภคสำหรับนักท่องเที่ยว โดย ชายหาดทางฝั่งตะวันออก 7 แห่ง ได้แก่ Xuan Ha , Phu Loc , Ho Tung Mau , Tran Dinh Tri , Nguyen Chanh , Nam Xuan Thieu และ Nam O ยังไม่มีนักท่องเที่ยว เทศบาลนครดานังจึงพยายามที่จะดึงดูดให้นักลงทุนเอกชนเข้ามาพัฒนาชายหาดทั้ง 7 แห่ง ซึ่งเป็นชายหาดที่มีศักยภาพในการเติบโตได้ดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามพื้นที่ชายหาดทางฝั่งตะวันออกทั้ง 7 แห่ง ถูกปล่อยให้รกร้างมาหลายปี โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะนิยมไปท่องเที่ยวชายหาดทางด้านใต้ของดานัง ซึ่งการหันมาให้ความสำคัญในการพัฒนาชายหาดด้านตะวันออกนี้ ทั้งนี้กรมฯ จึงได้เล็งเห็นช่องทางที่จะขยายตลาดสินค้าและบริการของไทย ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนที่จะพิจารณาเข้าไปลงทุนในธุรกิจสถานบันเทิงและธุรกิจโรงแรม เพื่อรองรับการขยายตัวของการท่องเที่ยวในอนาคต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17486</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ, การค้าต่างประเทศ, จันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์, ดานัง, นักลงทุนไทย, สถานบันเทิง, โรงแรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180913/image_big_5b9a238152962.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
