<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15439</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2018 10:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2018 10:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธปท. เปิดผลงานแบงก์ไตรมาส 2 อ่วมรายได้ค่าธรรมเนียมวูบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธปท. เปิดผลงานแบงก์ไตรมาส 2 อ่วมรายได้ค่าธรรมเนียมวูบเหลือ 1.5% จากก่อนหน้าอยู่ที่ 8.2% หลังจากจังมือยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอน ทำประชาชนหันโอนเงินข้ามธนาคารผ่านโทรศัพท์เพิ่มขึ้น 90%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวดารณี แซ่จู ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ผลดำเนินงานธนาคารพาณิชย์ ไตรมาส 2/2561 ปล่อยสินเชื่อขยายตัวเพิ่มขึ้น 5.4% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่ 4.7% โดยสินเชื่อธุรกิจขยายตัวเพิ่มขึ้น 4.1% ในหลายประเภทธุรกิจ โดยเฉพาะสินเชื่อเอสเอ็มอีขยายตัว 7.5% ขณะที่สินเชื่ออุปโภคบริโภคขยายตัว 8% โดยหลักจากสินเชื่อรถยนต์ที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 5 และคาดว่าทั้งปี 2561 สินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์โดยรวมจะขยายตัวได้ตามคาดการณ์ในช่วง 4-6%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในไตรมาส 2 ธนาคารมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีก่อนจากค่าใช้จ่ายกันสำรองที่ลดลง และรายได้ดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของสินเชื่อ แต่ในส่วนของรายได้ค่าธรรมเนียมได้รับผลกระทบจากการยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนที่มีสัดส่วนลดลงจากรายได้ค่าธรรมเนียมโดยรวมมาอยู่ที่ 11% โดยไตรมาส 2 รายได้การโอนเงิน อยู่ที่ -11.2% จากไตรมาสก่อนที่ 8.8% ส่งผลให้รายได้ค่าธรรมเนียมไตรมาส 2 อยู่ที่ 1.5% จากไตรมาสก่อนหน้าที่ 8.2% โดยพบว่าสัดส่วนปริมาณการโอนเงินรายย่อยข้ามธนาคารผ่านโทรศัพท์เพิ่มขึ้นเป็น 90%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กำไรระยะสั้นเหมือนจะดีขึ้น มองไปข้างหน้าแม้จะมีปัจจัยบวก เช่น รายได้ดอกเบี้ยสินเชื่อเพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายกันสำรองลดลง แต่ปัจจัยด้านลบ เช่น ค่าใช้จ่ายลงทุนในดิจิทัล และค่าธรรมเนียมโอนเงินที่จะเริ่มทยอยลดลง ซึ่งในอนาคตรายได้จากค่าธรรมเนียมจะเข้าสู่ภาวะติดลบหรือไม่นั้น ยังตอบไม่ได้ เพราะธนาคารพาณิชย์ยังมีรายได้ส่วนอื่นมาชดเชยอยู่&amp;rdquo; นางสาวดารณี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคุณภาพสินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์ มีสัดส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) อยู่ที่ 2.93% ทรงตัวจากไตรมาสก่อนหน้าที่ 2.92% โดยเอ็นพีแอลที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นเป็น 3.39% จากไตรมาสก่อนที่ 3.38% ส่วนหนึ่งเป็นปัญหามาจากเคยได้อัตราดอกเบี้ยต่ำ 3 ปีแรก และเมื่อดอกเบี้ยปรับขึ้นก็ส่งผลกระทบต่อการผ่อนชำระ โดยจะเห็นเอ็นพีแอลจากราคาบ้านประมาณ 3-5% ซึ่งเชื่อโยงกับคุณภาพหนี้ของกลุ่มเอสเอ็มอีด้วย แต่ถ้าเศรษฐกิจยังขยายตัวต่อเนื่อง แนวโน้มเอ็นพีแอลก็จะปรับตัวดีขึ้นตามไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวดารณี กล่าวว่า สำหรับทิศทางดอกเบี้ยขาขั้นนั้น จะกระทบต่อสัดส่วนหนี้เสียในอนาคตหรือไม่นั้น ธปท.เป็นห่วงกลุ่มที่เปราะบาง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มีรายได้น้อย ซึ่งจะมีปัญหาเหลือรายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย อีกทั้งกลุ่มผู้มีรายได้น้อยยังมีการก่อหนี้สูง ไม่ใช่เฉพาะแค่การสร้างหนี้ที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่หนี้ประเภทอื่นเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยที่ต่างจากที่บ้านที่เป็นดอกเบี้ยลอยตัว ซึ่งเชื่อว่าธนาคารพาณิชย์จะมีเกณฑ์การดูแลลูกหนี้และการปล่อยหนี้ที่เหมาะสม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15439</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดารณี แซ่จู, ธนาคารแห่งประเทศไทย, ธปท., ผลดำเนินงานธนาคารพาณิชย์, รายได้ค่าธรรมเนียม, ไตรมาส 2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180815/image_big_5b739d1b74df9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
