<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107127</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2021 19:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2021 19:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยโฉมนางสาวสยามคนที่ 2 อายุ 100 ปี เข้ารับวัคซีนโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิ.ย.64 - เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;ดาราภาพยนตร์&amp;quot; โพสต์รูปภาพนางสาวสยามคนที่ 2 คุณวณี เลาหเกียรติ อายุ 100 ปี เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกัน​ไวรัสโควิด19 โดยมีเนื้อหาดังนี้ คุณวณี เลาหเกียรติ อายุ 100 ปี เกิด&amp;nbsp;3 เมษายน 2464 เจ้าของตำแหน่ง นางสาวสยามคนที่ 2 มาเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด19 เมื่อช่วงเช้า (21 มิ.ย.) ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณวณี สมประสงค์ (สกุลเดิม: เลาหเกียรติ; 3 เมษายน พ.ศ. 2464) หรือชื่อเดิมว่า เอเวอลีน เลาหเกียรติ เป็นนางสาวสยาม พ.ศ. 2478
วณีเป็นบุตรสาวคนเดียวของร้อยตำรวจเอก บุญจินต์ เลาหเกียรติ กับละม่อม จันทรเวคิน ครอบครัวทั้งฝ่ายบิดามารดาล้วนเป็นข้าราชการ ย่าเป็นลูกครึ่งเปอรานากันจากสิงคโปร์ ขณะมีอายุได้หนึ่งเดือนจึงถือศีลล้างบาป โล่ เง็ก ล้วนผู้เป็นย่าจึงเลือกชื่อให้ว่า เอเวอลีน เลาหเกียรติ ตามชื่อนักบุญเอเวอลีน และใช้ชื่อนี้มาตลอดกระทั่งเปลี่ยนช่วงประกวดนางสาวพระนครเมื่อปี พ.ศ. 2478 ขณะอายุได้เพียง 9 ปี มารดาก็เสียชีวิตลง วณีจึงอยู่ในการดูแลของหลวงขจรยุทธกิจ (เทา จันทรเวคิน) ผู้เป็นตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เริ่มเข้าการศึกษาระดับอนุบาลที่โรงเรียนเซนต์แมรี กุหลาบวิทยาซึ่งเป็นโรงเรียนแม่ของโรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย ต่อมาได้ย้ายไปศึกษาต่อที่โรงเรียนอัสสัมชัญ โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ และโรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ เหตุที่จำต้องย้ายโรงเรียนบ่อย ก็เพราะย้ายตามที่ทำงานของพ่อที่เป็นตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปี พ.ศ. 2478 มีการประกวดนางสาวสยามอันเป็นส่วนหนึ่งของการฉลองรัฐธรรมนูญของรัฐบาล นายอำเภอบางรักจึงจัดผู้หลักผู้ใหญ่ขอให้วณีไปประกวด วณีจึงไปประกวดอย่างไม่เต็มใจ โดยเธอผ่านการคัดเลือกจากจังหวัดพระนครให้เป็นนางสาวพระนครในวันแรกของการประกวด และเข้าเป็นตัวแทนของการประกวดนางสาวสยาม ซึ่งเธอก็ได้รับตำแหน่งนางสาวสยามคนที่สองต่อจากกันยา เทียนสว่าง ได้รับการสวมมงกุฎโดยหม่อมกอบแก้ว อาภากร ณ อยุธยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปี 2480 วณีและวงเดือน ภูมิรัตน์ นางสาวสยามคนที่สองและสามได้เข้าร่วมการประกวดนางสาวสยามอีกครั้งในปีดังกล่าว&amp;nbsp;เพราะในขณะนั้นยังไม่มีกฎห้ามอดีตนางสาวสยามเข้าประกวดอีก และเธอทั้งสองต่างถูกขอให้ไปประกวดโดยให้เหตุผลเพื่อช่วยชาติ และไปเพื่อสร้างสีสันในงานเท่านั้นแต่จะไม่ได้รับตำแหน่งนางสาวสยามอีก ซึ่งผู้รับตำแหน่งนางสาวสยามประจำปีนั้นคือมยุรี วิชัยวัฒนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากได้รับตำแหน่งนางสาวสยามมาแล้วสี่ปีเธอได้เข้าพิธีสมรสกับนายแพทย์ มานิตย์ สมประสงค์ แพทย์จากโรงพยาบาลศิริราช ขณะมีอายุได้ 20 ปี โดยทั้งคู่มีบุตรธิดาทั้งสิ้น 3 คนได้แก่ จันทิมา วิจิตรวาทการ, อรรณพพร สมประสงค์ และดนัยศักดิ์ สมประสงค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี พ.ศ.2557 ขณะมีอายุได้ 93 ปี วณีมีความสุขกับลูกหลาน เดินทางไปพำนักที่สหรัฐบ้างบางโอกาส สามารถเดินเหินได้ดี และมีความจำดีเยี่ยม
เกร็ดความรู้ :ประเทศไทยมีการประกวดนางสาวสยามเมื่อพ.ศ. 2477 เรียกได้ว่าช่วงยุคแรกของการประกวดนางงามยังไม่ได้ผสมกับองค์ประกอบทางธุรกิจ บรรยากาศก็ออกมาไม่ได้ง่ายดายนักแม้จะมีเจ้านายหรือผู้ใหญ่คนสำคัญของบ้านเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย โดยเฉพาะเรื่องรายละเอียดว่าด้วยการประกวดซึ่งจากการบอกเล่าของนางสาวสยามยุคแรกๆ แล้ว หน่วยงานรัฐบาลยังต้องออกตามหาผู้เข้าประกวด เมื่อได้รางวัลรัฐบาลก็ขอบริจาคอีกต่างหาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประกวดนางสาวสยามยุคแรกจัดขึ้นในงานฉลองรัฐธรรมนูญซึ่งครั้งแรกจัดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2477 นางสาวสยามคนแรกมีนามว่า กันยา เทียนสว่าง ซึ่งเธอยังทำหน้าที่ในงานเกี่ยวกับ &amp;ldquo;นางงาม&amp;rdquo; อีกหลายปี อย่างที่ทราบกันว่า การประกวดนางงามในสมัยแรกๆ บางปีก็มาพร้อมกับสถานการณ์ทางสังคม หรือสงครามซึ่งกระทบต่อการประกวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวที &amp;ldquo;นางสาวสยาม&amp;rdquo; นางงามประจำชาติไทย เปิดฉากขึ้นครั้งแรกสมัยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ท่ามกลางงานฉลองรัฐธรรมนูญ ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2477 ทิ้งช่วงเวลาจากการประกวดสาวงามระดับท้องถิ่นมาระยะหนึ่ง โดยมีกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้กำกับดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณประเสริฐ เจิมจุติธรรม แฟนพันธุ์แท้นางงามบอกเล่าถึงสาเหตุที่เวทีแห่งสาวงามได้รับการบรรจุอยู่ในงานทางการเมืองว่า เนื่องจากขณะนั้นชาวสยามยังไม่รู้จักการปกครองระบอบใหม่อย่างประชาธิปไตย รัฐจึงจัดงานให้ความรู้ใต้ชื่อ &amp;ldquo;รัฐธรรมนูญ&amp;rdquo; แต่ประชาชนยังคงเข้าร่วมงานกันบางตา จนกระทั่งต้องใช้การประชันความงามมาเป็นมาตรการดึงดูดคน ซึ่งให้ผลลัพธ์อันน่าพึงพอใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูลบรรยากาศการประกวดในยุคแรกต้องสืบค้นไปถึงข้อมูลจากคำบอกเล่าของ &amp;ldquo;นางงาม&amp;rdquo; ที่เข้าร่วมในยุคแรกซึ่งเคยมีผู้รวบรวมบทสัมภาษณ์นางงามยุคแรกหลากหลายท่านเอาไว้ ดังเช่นหนังสือ &amp;ldquo;ดอกไม้ของชาติ&amp;rdquo; โดยอรสม สุทธิสาคร ซึ่งบอกเล่าบรรยากาศการประกวดนางงามในยุคแรกจากการสัมภาษณ์พร้อมข้อมูลบริบททางสังคมเอาไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การบอกเล่าเหล่านี้ทำให้คนรุ่นหลังได้ทราบบรรยากาศการประกวด ที่สำคัญคือเบื้องหลังประสบการณ์นางงามยุคแรก อาทิ ประสบการณ์ของวณี เลาหเกียรติ์ นางสาวสยามคนที่ 2 ของประเทศเมื่อพ.ศ. 2478 ซึ่งประกวดในช่วงกลางเดือนธันวาคม สถานที่จัดงานอย่างท้องสนามหลวงและพระราชอุทยานสราญรมย์เต็มไปด้วยน้ำเจิ่งนอง แต่จากการรายงานข่าวผ่านคอลัมน์ปกิณกคดีของประชาชาติ วันที่ 13 ธันวาคมแล้วจะทราบได้ว่า งานครั้งนั้นยังเป็นที่สนใจของประชาชน โดยมี 3 สิ่งที่โดดเด่นคือ ล็อตเตอรี่ การเต้นรำ และนางงาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการประกวดนางงามนั้นมี 3 วัน วันที่ 10 ธันวาคมเป็นการประกวดนางสาวธนบุรี วันถัดมาเป็นนางสาวพระนครมีผู้เข้าประกวด 46 คน ผู้ได้รับเลือกคือวณี เลาหเกียรติ์ จากอำเภอบางรัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อรสม สุทธิสาคร ยังบรรยายรายละเอียดการคัดเลือกนางงามสมัยนั้นว่า มีเกณฑ์คัดเลือกอย่างละเอียด &amp;ldquo;โดยกรรมการพิจารณาจากรูปทรง ผิวเนื้อ เล็บ ฟัน หลังเวทีมีการเปิดดูน่อง แม้นางงามจะใส่ชุดไทยห่มสไบเฉียง นุ่งผ้าซิ่น ยาวกรอมเท้า แต่กรรมการก็สำรวจละเอียดเพื่อเลือกเฟ้นคนที่งามจริงๆ หน้าตาไม่มีการแต่งเติมเสริมแต่ง เป็นที่มั่นใจได้ว่างามอย่างเป็นธรรมชาติแท้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูลนี้สอดคล้องกับปากคำของวณี ที่บอกเล่าประสบการณ์และที่มาของการเข้าร่วมประกวดครั้งนั้นว่า &amp;ldquo;สมัยนั้นทางมหาดไทยจะให้ข้าหลวงออกตามหาว่าบ้านไหนมีลูกสาวสวย พอทางการมาเห็นเข้าก็ขอให้ช่วยชาติร่วมฉลองงานรัฐธรรมนูญ ตอนเข้าประกวดนี่เตรียมตัวล่วงหน้าไม่นาน การทำนุบำรุงร่างกายก็เป็นไปตามปกติ เพราะเวลานั้นยังไม่นิยมการบำรุงร่างกายตามแบบสากลนิยมกันนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107127</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีน, ดาราภาพยนตร์, นางสาวสยาม, วณี เลาหเกียรติ, วัคซีนโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210621/image_big_60d0863384b5b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93540</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2021 11:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2021 11:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดตำนานดาวร้าย&quot; ปื๊ด- กิตติ ดัสกร&quot;ในวัย 70ปี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19ก.พ.64- เฟซบุ๊กชอง&amp;quot;ดาราภาพยนตร์&amp;quot;ได้รายงานเกี่ยวกับการเสียชีวิตของ อดีตดาวร้าย &amp;quot; ปื๊ดกิตติ #กิตติดัสกร &amp;nbsp;&amp;quot;ในวัย 70ปีว่า
#เรื่องเศร้าคนบันเทิง #ปิดตำนานดาวร้ายคนดัง #ปื๊ดกิตติ #กิตติดัสกร &amp;nbsp;เสียชีวิตอย่างสงบหลังโรคภัยรุมเร้า เบาหวาน ความดัน สิริอายุ 70 ปี จะมีรดน้ำศพวันนี้ #วัดเชิงหวาย
::
รับแจ้งข่าวเศร้าของวงการภาพยนต์ไทยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ว่าดาวร้ายชื่อดัง ปื๊ด-กิตติ ดัสกร หรือชื่อจริงตามบัตรประจำตัวประชาชนว่า กิตติ กลิ่นเกลี้ยง น้องชายของนักแสดงดาวร้ายชื่อดัง &amp;ldquo;ดามพ์ ดัสกร&amp;rdquo; เสียชีวิตอย่างสงบ หลังป่วยเป็นอัมพฤกษ์จากอุบัติเหตุรถยนต์ตกคลอง เมื่อปลายเดือนกันยายนปี2560 ได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลกลาง และแพทย์ตรวจพบโรคแทรกซ้อน ทั้งความดัน เบาหวาน ที่สำคัญยังมีอาการอัมพฤกษ์ขาไม่มีแรง ปากเริ่มเบี้ยว ต้องรักษาอาการที่โรงพยาบาลอยู่ระยะหนึ่ง&amp;nbsp;
หลังจากนั้นก็เลือกที่จะกลับมาพักฟื้นที่บ้านและใช้วิธีการรักษาแบบทางเลือก จนในที่สุดได้จากไปอย่างสงบเมื่อคืนที่ผ่านมา สิริอายุได้70ปี โดยจะมีพิธีรดน้ำศพในวันนี้19 กุมภาพันธ์ เวลา15.00 น ณ วัดเชิงหวาย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;กิตติ ดัสกร ชื่อจริงว่า กิตติ นิติสาขา หรือ กลิ่นเกลี้ยง มีชื่อเล่นว่า ปื๊ด เกิดปี 2494 ที่จังหวัดชุมพร เป็นน้องชาย ดามพ์ ดัสกร เรียนจบชั้น ป.7 ที่จังหวัดชุมพร ก็เข้ากรุงเทพฯ มาเรียนต่อที่โรงเรียนวิมุตยรามวิทยากรณ์ แล้วไปต่ออาชีวะศิลป์ เหตุที่ได้เข้าวงการภาพยนตร์ก็เพราะตามดามพ์ ดัสกร พี่ชายเข้าไปวังละโว้ ดามพ์จึงฝากกับ ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล กิตติจึงได้ทำงานเป็นฝ่ายศิลป์ของละโว้ภาพยนตร์ บางครั้งก็ได้แสดงเป็นตัวประกอบภาพยนตร์โทรทัศน์ด้วยเช่นเรื่อง หมอผี ต่อมาถูกทหารเกณฑ์ 2 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พอพ้นเกณฑ์ทหาร ก็กลับมาทำงานเป็นฝ่ายศิลป์ให้กับ มจ.ชาตรีเฉลิม ยุคล อีกโดยเริ่มจากเรื่อง มันมากับความมืด (2514) และเป็นตัวประกอบในเรื่อง เทพธิดาโรงแรม (2517 สรพงศ์-วิยะดา) ต่อมา ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล สร้างภาพยนตร์เรื่อง ผมไม่อยากเป็นพันโท (2518 สมภพ-นัยนา) เกิดขาดตัวแสดงเป็นนายเงี๊ยดลูกครึ่งญวน ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล จึงให้กิตติรับบทบาทดังกล่าว กิตติเริ่มมีบทโดดเด่นมากขึ้นในเรื่อง เทวดาเดินดิน (2519 สรพงศ์-วิยะดา) จากนั้น เชิด ทรงศรี ก็นำกิตติไปแสดงเป็นน้องชายของอีเรียมในเรื่อง แผลเก่า (2520 สรพงศ์-นันทนา)กิตติจึงเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น
กิตติ เคยแสดงในบทพระเอกภาพยนตร์อยู่ 2 เรื่องคือ ฝนแสนห่า ของ ยุทธนา มุกดาสนิท กับเรื่อง กู่แก้วนางคอย ของ อ้อยใจ วลัยพรรณ แต่เรื่อง ฝนแสนห่า ไม่ผ่านเซ็นเซอร์ ส่วนเรื่อง กู่แก้วนางคอย นั้น ผู้สร้างไม่ได้นำออกฉาย บทบาทที่กิตติได้รับนั้น มักจะเป็นบทดาวร้ายเช่นเดียวกับพี่ชาย&amp;nbsp;
#ดาราภาพยนตร์สื่อดีสังคมดี ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวด้วยค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;----------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;cr:.ขอขอบคุณทั้งเนื้อหาและภาพจาก&amp;quot;เฟซบุ๊ก ดาราภาพยนตร์&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93540</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตติ ดัสกร, ดาราภาพยนตร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210219/image_big_602f402c7c7e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89624</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2021 21:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2021 21:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ราชินีนักบู๊&#039; ผ่าตัดด่วน! เลือดซึมในสมอง พ้นขีดอันตรายแต่เลือดจางต้องขอรับบริจาค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ม.ค.64 - เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;ดาราภาพยนตร์&amp;quot; ประกาศแจ้งข่าวต้องการเลือดกรุ๊ปโอ ด่วนมากให้ ม.ล.สุรีวัลย์​ สุริยง ราชินีนักบู้เมืองไทย ปุ้มสุรีวัลย์ ต้องเข้าผ่าตัดด่วน เพราะอาการเลือดซึมในสมอง เข้ารับการผ่าตัดเรียบร้อย​ พ้นขีดอันตราย แต่เลือดจางมาก​ ทาง​โรงพยาบาลขาดแคลนเลือด กรุ๊ปโอ​ บริจาคได้ที่​ศูนย์มะเร็ง​ชั้น ​3 โรงพยาบาลภูมิพล โดยระบุว่าขอบริจาคเลือด​ให้กับ​ &amp;quot;หม่อมหลวงสุรีกร​ สุริยง&amp;quot; (น้องปุ้มเปลี่ยนชื่อค่ะ)​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝากช่วยกันแชร์ต่อด้วยค่ะ ขอบพระคุณแทนปุ้มด้วยนะคะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89624</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดาราภาพยนตร์, ราชินีนักบู๊, สุรีย์วัล สุริยง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210112/image_big_5ffdb0805416a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
