<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84607</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2020 10:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2020 10:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดแนวคิด “ดาริกา ลัทธพิพัฒน์” นักบริหารการศึกษาและพัฒนาคนอย่างยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถาบันการศึกษาเป็นหน่วยหนึ่งของสังคมที่มีความสำคัญ เพราะมีหน้าที่ในการขัดเกลาพฤติกรรมมนุษย์ ทั้งในเรื่องของการพัฒนากระบวนการคิด องค์ความรู้ การปลูกฝังค่านิยมที่ดีงามทั้งเรื่องของขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม ที่ต้องปลูกฝังและอนุรักษ์ไว้รุ่นสู่รุ่น เพื่อจะเติบโตไปเป็นประชากรที่มีคุณภาพของสังคมหรือประเทศนั้นๆ แต่ในยามที่ประชากรมีจำนวนลดลง รวมถึงคนรุ่นใหม่ที่มีแนวคิดแตกต่างจากคนรุ่นเก่าที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการเรียนถึงระดับอุดมศึกษา ทำให้เกิดเป็นโจทย์ที่ท้าทายทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องว่า จะทำอย่างไรที่จะยังสามารถพัฒนาเยาวชนของชาติให้เติบโตไปอย่างมีคุณภาพ เพื่อจะเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติต่อไปในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับเป็นเวลาเกือบ 20 ปีที่&amp;nbsp;&amp;ldquo;แพรว-ดาริกา ลัทธพิพัฒน์&amp;rdquo;&amp;nbsp;ใช้เวลาและทุ่มเททำงานพัฒนาวงการการศึกษาไทย ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาระดับอุดมศึกษาหรือการศึกษาระดับปฐมวัย โดยปัจจุบัน ดาริกา นอกจากจะดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์แล้ว ยังมีตำแหน่งควบคู่กันอีกตำแหน่งหนึ่งคือ ประธานกรรมการบริหารโรงเรียนนานาชาติ เวลลิงตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ ที่ก่อตั้งมาเป็นเวลาเกือบ 3 ปีอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การบริหารสถาบันการศึกษาสองแห่งไปพร้อมๆ กัน และเป็นสถานศึกษาที่มีผู้เรียนคนละระดับกัน จะว่าไปแล้วไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่สำหรับเธอมีหลักในการทำงานคือ การตั้งโจทย์ให้ชัดเจนว่า องค์กรหรือสถาบันต้องการอะไร ผลลัพธ์ที่ต้องการคืออะไร เพื่อที่จะขับเคลื่อนการทำงานของทั้งสององค์กรต่อไปได้ และเธอยังให้ความสำคัญกับผู้ร่วมงานทุกคน ว่ามีความเข้าใจโจทย์และมองเห็นในผลลัพธ์เดียวกัน โดยจะไม่เข้าไปกำหนดในรายละเอียดของการทำงาน หากแต่เน้นให้ผู้ร่วมงานทำงานเป็นทีมเวิร์ก ด้วยการร่วมกันคิด ตั้งวัตถุประสงค์ และวิธีการทำงานจากโจทย์และผลลัพธ์ที่ต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การเป็นผู้บริหารสถาบันการศึกษา เป็นการทำงานร่วมกับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละศาสตร์สูงมาก ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยหรือโรงเรียน จึงจำเป็นต้องฟังให้มากว่าผู้ร่วมงานของเราจะนำเสนออะไร ต้องการขับเคลื่อนอะไร ไม่เอาตัวเองเข้าไปเป็นศูนย์กลางมากนัก แต่ทั้งนี้เราก็ต้องคอยควบคุมให้ทุกอย่างอยู่ในกรอบที่เราต้องการ เพราะเรารู้ว่าเราต้องการให้องค์กรหรือสถาบันการศึกษาของเรามีเส้นทางอย่างไร และต้องการเห็นผลลัพธ์อะไร&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับจุดเริ่มต้นทำงาน&amp;nbsp;เธอเล่าว่า ได้ทำงานวงการการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย ก่อนจะมีโอกาสเข้าไปสัมผัสกับการทำงานในวงการการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนที่โรงเรียนนานาชาติของผู้ใกล้ชิด ด้วยความสนใจในเรื่องของการพัฒนาคน จึงมีความคิดที่จะพัฒนาคนในรุ่นเยาว์ จึงนำโรงเรียนเวลลิงตัน คอลเลจ เข้ามาเปิดที่กรุงเทพฯ เมื่อเกือบ 3 ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;&amp;ldquo;การบริหารโรงเรียนสำหรับเด็ก และการบริหารงานในระดับมหาวิทยาลัย ไม่ได้มีเป้าหมายแตกต่างกันมาก เพราะต่างก็มุ่งที่จะพัฒนาคน หากต่างกันเพียงแค่ช่วงวัยของผู้เรียน ทำให้เนื้อหาหลักสูตรการเรียนการสอนตลอดจนการวัดผล มีรูปแบบและวิธีการที่แตกต่างกันไป สำหรับในระดับโรงเรียน&amp;nbsp;การพัฒนาหลักสูตรเพื่อตอบสนองการพัฒนาคนนั้นจะไม่ซับซ้อน แต่จะต้องทำให้เด็กในแต่ละช่วงวัยมีพัฒนาการที่ดีที่สุดในช่วงเวลาการเรียนรู้ของเขา และเตรียมความพร้อมเพื่อไปสู่การประสบความสำเร็จในแบบของตัวเองในอนาคตต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ การเลือกเปิดโรงเรียนนานาชาติเวลลิงตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ&amp;nbsp;เพราะเป็นโรงเรียนที่ยึดหลักสูตรตามโรงเรียนเวลลิงตัน คอลเลจ ในสหราชอาณาจักร ที่มีรูปแบบการวัดผลที่หลากหลาย ไม่ได้ยึดติดอยู่แค่การสอบ ซึ่งจะเป็นการช่วยเปิดโลกทัศน์ให้นักเรียนค้นพบตัวเองผ่านกิจกรรมต่างๆ อีกทั้งการคัดสรรบุคลากรที่เน้นบุคลากรคุณภาพจากทั่วทุกมุมโลก ทำให้เวลลิงตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ มีความพร้อมที่จะดูแลและส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดาริกากล่าวเสริมว่า โรงเรียนนานาชาติเวลลิงตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ เปิดทำการมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2561 นับเป็นเวลาเกือบ 3 ปี มีอัตราการเติบโตของจำนวนนักเรียนเป็นที่น่าพอใจ เป็นไปตามแผนบริหารงานที่วางไว้ แม้จะต้องเผชิญกับภาวะวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 แต่ทางโรงเรียนก็ได้ออกมาตรการในหลายเรื่องเพื่อป้องกันการระบาดของโรค ควบคู่ไปกับการพัฒนาทีมบุคลากรครู และวิธีการสอนที่มีคุณภาพอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อจะสามารถตอบสนองความต้องการเรียนรู้ของนักเรียนในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นทางวิชาการ กีฬา ศิลปะ และอื่นๆ โดยทั้งหมดนี้ก็จะนำไปสู่การตอบโจทย์เป้าหมายที่สำคัญ คือ การพัฒนาคนแบบยั่งยืน ด้วยการพัฒนาและเสริมสร้างทักษะในทุกๆ ด้านตั้งแต่ยังเล็ก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84607</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดาริกา ลัทธพิพัฒน์, อาทิตย์เอกเขนก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201121/image_big_5fb9154888d41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
