<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>60908</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2020 19:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2020 19:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สวธ.จับมือ 38 มรฏ.เตรียมแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชนหลังโควิดคลี่คลาย นำผ้าท้องถิ่นช่วยคนตกงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 25 มี.ค. -&amp;nbsp; พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเร้นระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏ&amp;nbsp;38&amp;nbsp;แห่งทั่วประเทศ และกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.)&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อเตรียมการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากภายหลังสถานการณ์แพร่ระบาดของโรค&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;คลี่คลาย โดยใช้วัฒนธรรมและภูมิปัญญาชุมชนท้องถิ่นเป็นฐาน และบูรณาการองค์ความรู้วิชาการที่สอดรับกับบริบทของพื้นที่ในทุกมิติเป็นตัวขับเคลื่อน โดยแผนปฏิบัติการจะดำเนินการทันทีเมื่อผ่านพ้นวิกฤติการแพร่ระบาด ได้แก่&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้กับวัฒนธรรมและมรดกทางภูมิปัญญาด้านวัฒนธรรมเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;จัดทำข้อมูลมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชุมชนท้องถิ่นให้สามารถขึ้นทะเบียนระดับชาติและระดับสากล เพื่อสร้างฐานการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่จะนำรายได้มาสู่ชุมชนท้องถิ่น&amp;nbsp;3.สร้างการมีส่วนร่วมของนักศึกษา คณาจารย์ และชุมชนท้องถิ่นในลักษณะ&amp;nbsp;Area Based&amp;nbsp;ต่อยอดสร้างสรรค์วัฒนธรรมท้องถิ่นให้มีมูลค่าเพิ่มกลับคืนสู่ชมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;4.&amp;nbsp;การพัฒนามรดกทางวัฒนธรรมผ้าไทยสู่สากล ขยายตลาดสร้างมูลค่าเศรษฐกิจสร้างรายได้ให้กับชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า มหาวิทยาลัยราชภัฎทั่วประเทศถือเป็นสถาบันการศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นตามพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อช่วยให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนซึ่งความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฎที่มีการทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่นอยู่แล้วจะช่วยยกระดับในการนำองค์ความรู้มรดกภูมิปัญญาที่ สวธ.ได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกของชาติไว้แล้วจำนวน&amp;nbsp;354 รายการได้ใช้ประโยชน์ และสามารถนำมาต่อยอดสร้างรายได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยจะเดินหน้าสร้างการรับรู้และมีส่วนร่วมของคนในชุมชนให้เกิดความภาคภูมิใจ โดยมหาวิทยาลัยราชภัฎจะนำองค์ความรู้ที่รวบรวมไว้มาเตรียมความพร้อมจัดกิจกรรม และสร้างผลิตภัณฑ์ รวมถึงการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดคลี่คลาย โดยองคมนตรีได้กำชับให้การดำเนินการไม่ให้กระทบมาตรการทางสาธารณสุขในการป้องกันการเฝ้าระวังโควิด โดยเริ่มรวบรวมเอกสารวิชาการ ไม่มีการรวมตัวของกลุ่มคนโดยใช้การประชุมคอนเฟอเรน หากลงพื้นที่ต้องคำนึงถึงความพร้อมด้านสุขอนามัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; แต่ละมหาวิทยาลัยจะมีการดำเนินงานถ่ายทอดองค์ความรู้แต่ละภูมิภาค เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;การแสดงโปงลางของอีสาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;การแสดงโนราห์ ของภาคใต้ จะมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับ สวธ. สำหรับปีนี้จะเริ่มดำเนินการเรื่องผ้าท้องถิ่นเป็นหลัก เพราะสามารถต่อยอดสร้างเศรษฐกิจได้เฉพาะคนที่ตกงานในช่วงสถานประกอบการหยุดงานชั่วคราว โดยประสานงานกับผู้ประกอบการท้องถิ่นให้มีการจ้างงานการตัดเย็บ และทอผ้า ให้มีรายได้ระหว่างการไม่มีงานทำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมกันนี้จะมีการศึกษารวบรวมข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับผ้าท้องถิ่นภูมิภาคต่างๆ จัดทำหนังสือแนะนำแนวโน้มการตัดเย็บผ้า และคุณสมบัติของตัวผ้าพื้นถิ่นแต่ละชนิดให้กับผู้ประกอบการ โดยที่ สวธ.จะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาตลาดรองรับ เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ กรมส่งเสริมการส่งออก โดยจัดทำเป็นสินค้าวัฒนธรรมไทย หรือ ซีพอต 5 ดาวรองรับการจำหน่ายในตลาดต่างๆ&amp;quot; นายอิทธิพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60908</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19 คลี่คลาย, กรมส่งเสริมวัฒนธรรม(สวธ.), ดาวพงษ์ รัตนสุวรรณ, อิทธิพล คุณปลื้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200325/image_big_5e7b4dc4720aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10726</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2018 14:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2018 14:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร.10ทรงห่วงใยปัญหาสิ่งแวดล้อม สืบสานทุกโครงการพระราชบิดา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;#39;องคมนตรี&amp;#39;เผยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงทรัพยากรเสื่อมโทรม สืบสานทุกโครงการพระราชบิดา ทรงรับโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ 20 แห่งเป็นโครงการพระราชดำริ ช่วย ปชช. ทรงให้ความสำคัญเตรียมพร้อมรับมือธรรมชาติเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย &amp;nbsp;พลเอกดาวพงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ&amp;rdquo;หลักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของพระราชบิดา สู่พระราโชบายด้านการศึกษาแห่งองค์วชิราลงกรณ์&amp;rdquo; ในงาน&amp;rsquo;การศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมในยุค Disruption&amp;rsquo; เนื่องในโอกาสวันสิ่งแวดล้อมโลก &amp;nbsp;ว่าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว &amp;nbsp;รัชกาลที่ 10 &amp;nbsp;ทรงสืบสานพระราชปณิธานในพระราชบิดา ที่มุ่งแก้ปัญหาความยากจน &amp;nbsp;ส่งผลให้เกิดแนวทางแห่งความสมดุลระหว่างวิถีชีวิตและสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;ทรงทอดพระเนตรเห็นอย่างถ่องแท้ว่า สาเหตุของทุกปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทย รวมถึงความเสื่อมโทรมทางด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในปัจจุบัน &amp;nbsp;เกิดขึ้นจากคน &amp;nbsp;จึงทรงมุ่งเน้นแก้ปัญหาให้ถึงแก่นแท้ โดยใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือในการสร้างคน สาเหตุทรัพยากรเสื่อมโทรมมาจากจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น &amp;nbsp;มีการแย่งชิงทรัพยากรกัน การขยายตัวของเมือง พฤติกรรมการบริโภค ความยากจนและความเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; ทรงสืบสานพระราชปณิธานของพระราชบิดามอบหมายให้องคมนตรีพัฒนาต่อยอดโครงการพระราชดำริทั้งหมด ทรงรับสั่งถ้าเราไม่ไปดูสิ่งแวดล้อมก็จะเสื่อมโทรม องคมนตรีแบ่งพื้นที่รับผิดชอบ 77 จังหวัด ติดตามโครงการพระราชดำริทั้ง 4,000 กว่าโครงการครอบคลุมทุกด้าน รวมถึงด้านสิ่งแวดล้อม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงโปรดฯ รับโครงการด้านการพัฒนาแหล่งน้ำไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ &amp;nbsp;ประจำปี 2560 จำนวน 20 โครงการ &amp;nbsp;เป็นโครงการเกิดใหม่ &amp;nbsp;ทรงเตรียมรับมือธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลง มอบหมายให้องคมนตรีดูแลการบรรเทาและป้องกันภัยพิบัติ ทรงมีรับสั่งแก้ปัญหาอุทกภัยภาคใต้ &amp;nbsp;ให้เร่งดูแลประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ให้มีชีวิตดีขึ้นเร็วที่สุด ต้องวางแผนเผชิญเหตุให้ดี &amp;nbsp;อย่าให้เกิดความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติงาน &amp;nbsp;และน้อมนำแนวพระราชดำริของในหลวง &amp;nbsp;ร.9 &amp;nbsp;ไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ &amp;nbsp;นอกจากนี้ น้ำท่วมภาคอีสาน ทรงมอบหมายให้องคมนตรีเดินทางลงพื้นที่ประสบภัย &amp;nbsp;นอกจากนำสิ่งของพระราชทานสู่ผู้ประสบภัย &amp;nbsp;ต้องรวบรวมข้อมูลในพื้นที่จริง พร้อมให้คำแนะนำเบื้องต้น &amp;nbsp;และถวายรายงานด้วย &amp;nbsp; &amp;quot;พลเอกดาวพงษ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พลเอกดาวพงษ์ กล่าวต่อว่า ร.10 ทรงให้ความสำคัญการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม มีพระราชดำรัส การศึกษาคือความมั่นคงของประเทศ การศึกษาต้องสร้างให้คนไทยมีทัศนคติที่ดีและถูกต้อง มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง เข้มแข็ง มีอาชีพ มีงานทำ เป็นพลเมืองที่ดี รัฐบาลรับทราบพระราโชบาย ทางจุฬาฯ จะมีช่องทางถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ประชาชนอย่างไรเกี่ยวกับคุณค่าศาสตร์พระราชา สถานการณ์ทรัพยากรทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การรับมือภัยพิบัติธรรมชาติ &amp;nbsp;การพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ในโครงการ CHULA MOOC เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก เห็นว่าจะเพิ่มการศึกษาให้คนและช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10726</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดาวพงษ์ รัตนสุวรรณ, ร.10ทรงสืบสานปณิธานพระราชบิดา, ร.10ทรงห่วงใยปัญหาสิ่งแวดล้อม, องคมนตรี, ในหลวงร.10</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180605/image_big_5b163f01e566a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
