<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117752</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2021 18:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2021 18:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เวที&#039;ไทยไม่ทน&#039;แนะแนวทางเปิดประมูลดาวเทียมไทยคมให้โปร่งใสเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
24 ก.ย. 64 - ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว กลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย จัดเสวนา เรื่อง ทวงคืนสมบัติแผ่นดิน รัฐควรบริหารดาวเทียมไทยคมต่อไปอย่างไร? อภิปรายโดย นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา&amp;#39;35 ผู้ก่อตั้งกลุ่มไทยไม่ทน , นายธีรชัย ภูวนาถนรานุบาล&amp;nbsp; อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และที่ปรึกษาเศรษฐกิจไทยไม่ทน&amp;nbsp;&amp;nbsp; และนายเมธา มาสขาว&amp;nbsp; เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ดำเนินรายการโดย นายณัทภัช อัคฮาด&amp;nbsp; คณะทำงาน ไทยไม่ทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดย​นายอดุลย์ กล่าวว่า&amp;nbsp; เวทีวันนี้เพราะคิดว่าประชาชนทุกคน เป็นเจ้าของประเทศต้องมีส่วนร่วมในการทวงคืนสมบัติชาติ และสมบัติของแผ่นดิน ต้องเอาทรัพย์สินกลับคืนมาที่ถูกฮุบไปโดยนักการเมืองและนายทุนก่อน หัวใจที่สำคัญในเรื่องของดาวเทียมคือมีความไม่ชอบมาพากลและความไม่โปร่งใสแอบแฝงหรือไม่&amp;nbsp; การที่ท่านไม่ได้เตรียมความพร้อมที่จะรับมอบดาวเทียมให้คืนมา ทำไม 7 ปีภายใต้รัฐบาลประยุทธ์ถึงไม่ได้เตรียมความพร้อม&amp;nbsp; เกิดจากการที่ท่านจงใจไม่เตรียมความพร้อม ในการรับผิดชอบนำดาวเทียมกลับคืนมาหรือท่านประมาท&amp;nbsp; เหตุใดรัฐบาลประยุทธ์จึงไม่จัดการกับคนที่รับผิดชอบในเรื่องนี้&amp;nbsp; และก่อนที่รัฐบาลจะรับมอบดาวเทียม 4 และ 6 ยังติดภารกิจเก็บเงินรัฐบาลอยู่ เนื่องจากดาวเทียมไทยคมวงที่ 4 ภายในประเทศแต่เป็นดาวเทียมดวงใหญ่แบบสุทธิ&amp;nbsp; และมีรายได้มากมายมหาศาลแต่ไม่ได้คืนให้กับรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลไม่สามารถทำหน้าทีเรียกร้องสิทธิ์กลับคืนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​นายอดุลย์ กล่าวว่า&amp;nbsp; ท่านปฏิเสธบอกว่าถ้าไม่มีอำนาจอนุมัติในอวกาศ เพราะฉะนั้นจึงเป็นสิ่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะฉะนั้นการที่ทำอย่างต่อเนื่องและ มีการเปลี่ยนแปลง 2 ข้อคือการเพิ่มทุนซึ่งเป็นสิ่งผิดปกติ กับข้อเรียกร้องที่ควรจะต้อง นำกลับมาเป็นสมบัติชาตินี้ ต้องนำกลับมาให้ถูกต้อง การทำธุรกิจของบริษัท และการเอาผลประโยชน์สูงสุดต้องถูกต้องตามกฎหมาย&amp;nbsp; ไม่ใช่ว่านำสมบัติชาติไปใช้ประโยชน์แล้วไม่ทวงคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​&amp;ldquo;ผมกล่าวหาต่อพลเอกประยุทธ์ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล จะต้องควบคุมกระทรวงดีอีเอส&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท่านทำหน้าที่ของท่านหรือยัง อยากให้รัฐบาลช่วยชี้แจงให้ชัดเจนต่อประชาชนที่เป็นเจ้าของทรัพย์สมบัติของแผ่นดิน ข้อมูลรายละเอียดตัวบันทึกนั้น ชัดเจนว่าทำให้ป้ายราคา 3 ป้ายที่อยู่กับดาวเทียมไทยคม 4 ถูกตัดทิ้งไป เพราะฉะนั้นเวลานี้ภาพชัดเจนว่า ถ้าทำอย่างนั้นแล้วใครจะได้ประโยชน์นายทุนผู้ใดจะได้ประโยชน์&amp;nbsp; และกลายเป็นว่าการดำเนินการในเรื่องนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้าที่เป็นความผิด ก็จะหายไปด้วย ทั้งนี้ทราบว่า รมช.ศึกษาธิการและรมช.เกษตรและสหกรณ์ ได้ทักท้วงคัดค้านในเรื่องนี้ หากจะเดินหน้าพิจารณาและลงมติเห็นชอบ&amp;nbsp; ก็จะขอถอนตัวออกจากวาระการพิจารณา จึงต้องยอมถอยออกมา​&amp;quot;นายอดุลย์
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​ด้านนายธีระชัย กล่าวว่า&amp;nbsp; สิ่งที่รัฐบาลควรจะทำและกำหนดนโยบายคือให้ NT เลิกคิดที่จะทำตัวเป็นคนประกอบธุรกิจเอง แต่ควรจำกัดบทบาทตัวเองในฐานะผู้ถือทรัพย์สินและสิทธิ์ของรัฐเป็นหลัก&amp;nbsp; ซึ่ง NT ควรจะต้องดำเนินการ 2 ประการคือ เปิดห้องแล้วนำข้อมูลไปใส่ในห้องนั้น ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลในเรื่องของดาวเทียม ในเชิงฮาร์ดแวร์มีอุปกรณ์อะไรบ้าง ในเชิงซอฟต์แวร์มีอุปกรณ์อะไรบ้าง แล้วข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงบัญชีลูกค้าบริการธุรกิจ ที่มีอยู่ใส่เข้าไปในดาต้ารูม&amp;nbsp; จากนั้นเชิญชวนให้เอกชนรายใดที่สนใจ&amp;nbsp; เข้ามาเปิดดูข้อมูลในดาต้าโรม โดยคิดค่าทำเนียมระดับหนึ่ง เพื่อที่จะให้แน่ใจว่าเป็นคนที่มีความสนใจอย่างแท้จริง และเอกชนที่จะเข้ามาเปิดดูนั้นก็ควรที่จะเป็น เอกชนที่เป็นบริษัทของไทยหรือเอกชนต่างชาติ หรือจะเป็นจอยเวนเจอร์คือบริษัทร่วมทุนก็ได้ หลังจากนั้นจึงจะเปิดให้มีการประมูลโปร่งใส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​ที่ปรึกษาไทยไม่ทน กล่าวว่า&amp;nbsp; ธุรกิจนี้ควรแบ่งเป็น 2 ส่วนคือส่วนที่มีอยู่แล้วก็ให้เอกชนประมูล ว่าใครจะบริหารจัดการต่อไป โดยเสนอค่าจัดการให้ออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ใครเสนอเปอร์เซ็นต์ต่ำสุด คนนั้นก็ได้ไป อีกส่วนหนึ่งจะเป็นธุรกิจ ซึ่งขณะนี้อาจจะไม่มีแต่จะสามารถพัฒนาขึ้นมาใหม่ ตรงนี้รัฐบาลก็กำหนดเป็นเงื่อนไขได้ว่า ออกมาเป็นลักษณะการได้ผลกำไร แล้วให้คะแนนเอกชนที่มาประมูล รายใดเสนอสัดส่วนให้แก่รัฐในสัดส่วนที่สูงที่สุด ลักษณะอย่างนี้จึงจะเป็นลักษณะของการบริหารจัดการที่ NTสามารถทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​&amp;ldquo;แบบนี้ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น ก็จะเป็นผลประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ ส่วนกรณีไทยคมถ้าจะเข้ามาร่วมในการแข่งขันก็ทำได้&amp;nbsp; ที่ผมเสนอไปไทยคมก็ย่อมได้เปรียบคู่แข่งขันรายอื่น เพราะมีข้อมูลและมีความรู้ต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นการได้เปรียบของไทยคมถูกต้องตามกฎหมายเป็นธรรม ลักษณะอย่างนี้การเปิดประมูลเพื่อที่จะให้รัฐกับเพื่อนบริษัทที่จะขับเคลื่อนบริหารในธุรกิจที่มีอยู่แล้ว&amp;nbsp; โดยจ่ายค่าทำเนียมต่ำสุด ขณะเดียวกันก็ให้บริษัทนั้น แบ่งผลกำไรให้แก่รัฐในสัดส่วนที่สูง วิธีนี้ได้ทำหนังสือเป็นจดหมายเปิดผนึกส่งไปให้กับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแล้ว ให้ไปพิจารณาเพราะถ้าไม่เปิดให้มีการแข่งขัน แต่ท่านผูกตัวเองเข้าไปกับบริษัทไทยคม ชนิดแกะไม่ออก โดยไม่มีการแข่งกันอย่างนี้เป็นการดำเนินการที่ผิดกฎหมาย&amp;rdquo; นายธีระชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​นายธีระชัย กล่าวถึงกรณีที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี ยื่นฟ้องอดีตนายกรัฐมนตรี นางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กับพวกรวม 52 คน ตามความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 กรณีปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือการละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต&amp;nbsp; ว่า นพ.วรงค์คงไม่เข้าใจประเด็นนี้ ว่าสิ่งที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้เข้าครอบครองใช้สิทธิ์ในตำแหน่ง 120 องศาตะวันออก ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีอำนาจเสนอเข้าที่ประชุม แต่คณะรัฐมนตรีไม่ได้อนุมัติ เพราะต้องทำอย่างรอบคอบโดยกำหนดว่า ให้กระทรวงไอซีที ไปดำเนินการตามขั้นตอนให้ถูกต้อง โดยยึดผลประโยชน์ของรัฐและที่สำคัญคือให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาก่อนดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​&amp;ldquo;ผมออกจากคณะรัฐมนตรีไปเมื่อ มกราคม 2555 จึงไม่ทราบว่า มีการอนุมัติในเรื่องนี้หรือไม่ และดำเนินการที่เป็นผลประโยชน์ของประเทศชาติ โดยยึดหลักของประเทศชาติหรือไม่และมีการเดินการเรื่องนี้อย่างไรหรือไม่ แต่เป็นประเด็นที่พลเอกประยุทธ์ จะต้องเข้าไปตรวจสอบ เพราะเป็นผลประโยชน์ของประเทศ เนื่องจากบริษัทไทยคมอ้างว่าดาวเทียมไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสัญญานี้ แต่เป็นดาวเทียมที่ใช้สิทธิ์โดยใช้ใบอนุญาตแล้วแต่มีความเห็นว่าไม่ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​ด้านนายเมธา กล่าวว่า ปัญหาหลักปัญหาหนึ่งก็คือ เรื่องที่มีการพูดในสภาผู้แทนราษฎรด้วย คือการใช้ระบบคอร์รัปชัน ภายใต้การอบรมหลักสูตร ขององค์กรอิสระต่างๆที่เห็นกลุ่มนายทุนและนักการเมือง เข้าไปหาผลประโยชน์ร่วมกันโดยเฉพาะ&amp;nbsp; &amp;ldquo;หลักสูตรหลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย (นธป.)&amp;rdquo; ของศาลรัฐธณรมนูญ&amp;nbsp; ความจริงแล้วนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เคยมีหนังสือขอความร่วมมือ ไม่ให้องค์กรอิสระต่างๆจัดโครงการอบรมหลักสูตรเหล่านี้ เพราะเป็นการใช้งบประมาณของประชาชนโดยไม่ชอบ แต่ปรากฏว่าในหลักสูตรเหล่านี้ มีทั้งอดีตนักการเมือง อดีตรัฐมนตรีรวมถึงนักธุรกิจการเมืองจำนวนมาก เข้าไปอบรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​เลขาครป.กล่าวว่า&amp;nbsp; เมื่ออบรมหลักสูตรเดียวกัน ต้องเกิดการเอื้ออาทรอาจจะเป็นข้อคอรหาที่เกิดขึ้น ในประเด็นเหล่านี้ เพราะอัยการสูงสุดและนักธุรกิจการเมืองคนสำคัญก็ยังเรียนหลักสูตรเดียวกัน ดังนั้นหลักสูตรเหล่านี้ควรยกเลิกได้แล้ว เพราะใช้งบประมาณของรัฐ ภาษีของประชาชนส่วนมาก แต่ไม่ได้อะไร&amp;nbsp; ส่วนหนึ่งในหลักสูตรนั้นมีการใช้เงินของผู้เรียนกับผู้เรียนหลักสูตรเดียวกัน เป็นค่าเดินทางค่าเที่ยวค่าใช้จ่ายต่างๆ ทำให้เกิดการทุจริตนโยบายที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117752</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงดีอีเอส, กลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย, ดาวเทียมไทยคม, ธีระชัย ภูวนารถนรานุบาล, นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210924/image_big_614db6ca624b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115533</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 18:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 18:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รังสิมันต์&#039; สาวไส้ &#039;ชัยวุฒิ&#039; รับงานเอกชนล้มคดีไทยคม แฉสัมพันธ์แน่นกลุ่มทุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย.64 -&amp;nbsp;จากนั้นเวลา 15.07 น. นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายไม่ไว้วางใจนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส)&amp;nbsp;กรณีข้อพิพาทระหว่างดีอีเอสกับบริษัทไทยคม 3 คดี โดยระบุว่า ตั้งแต่นายชัยวุฒิเข้ามาเป็นรัฐมนตรี ทางกระทรวงได้ทำเรื่องขอเปลี่ยนตัวอนุญาโตตุลาการทั้ง 3 คดี จากเดิมที่แต่งตั้งอนุญาโตฯ คดีละ 1 คน เปลี่ยนใหม่เป็นให้ใช้อนุญาโตฯเพียงคนเดียวทั้ง 3 คดี โดยอ้างว่าทั้ง 3 คดี เป็นเรื่องเดียวกัน คือเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับดาวเทียม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ตามพ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ กำหนดว่าจะคัดค้านตัวอนุญาโตได้ ก็ต่อเมื่ออีกฝั่งเป็นผู้คัดค้าน แต่พบว่าหนังสือที่ทางกระทรวงขอเปลี่ยนตัวนั้น พบว่าฝ่ายกระทรวงกำลังทำผิดกฎหมาย เพราะคัดค้านอนุญาโตฯของตัวเอง อย่างไรก็ตาม อนุญาโตฯรายดังกล่าวที่ถูกเปลี่ยนตัวได้ทำหนังสือสอบถามข้อเท็จจริงไปยังกระทรวงว่าผิดอะไร ทางกระทรวงทำหนังสือตอบกลับว่าอนุญาโตฯมีความเหมาะสม จากนั้น อนุญาโตฯรายเดียวกันได้ทำหนังสือตอบกลับอีกครั้งว่า การเปลี่ยนตัวให้ใช้อนุญาโตฯเพียงคนเดียวกันสู้คดี แม้เกิดจากสัญญาสัมปทานเดียวกัน แต่ข้อเท็จจริงไม่ได้เกี่ยวกันแต่อย่างไร และอีกสองคดี มีแนวโน้มไม่ปฏิบัติตามแนวปฏิบัติราชการตามปกติ จึงไม่ขอเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า กระทั่งที่ท้ายสุด ได้ให้นายวงศ์สกุล&amp;nbsp;กิตติพรหมวงศ์&amp;nbsp;อัยการสูงสุด มาเป็นอนุญาโตฯ ซึ่งตนคิดว่าเป็นการวางยาและส่งผลร้ายในบ้านปลาย กระทรวงอาจถูกไทยคมฟ้องเป็นเหตุให้ศาลเพิกถอนคำสั่ง โดยอ้างว่ากระทรวงมีเจตนาไม่สุจริต ที่ตั้งคนที่ตนรู้อยู่แก่ใจว่าไม่เป็นกลาง มาเป็นอนุญาโตฯ ทั้งนี้ การตั้งอนุญาโตฯอาจมาจากพนักงานอัยการได้ แต่ต้องไม่ได้อยู่ในสายบังคับบัญชาที่ให้คุณให้โทษแก่กันได้ นี่ยังไม่นับเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับอัยการสูงสุดที่น่าสนใจ เช่น มีการรายงานข่าวว่าไม่สั่งฟ้องทายาทเศรษฐีขับรถชนคนตาย ไม่สั่งฟ้องคดีค้ามนุษย์อาบอบนวด ไม่สั่งฟ้องฟอกเงินซื้อขายที่ดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อยากถามว่าการที่รัฐมนตรีเลือกอสส. มาช่วยเรื่องความเชื่อมั่นให้สังคม หรือให้ใครกันแน่ อย่าลืมว่าตั้งอัยการสูงสุดสู้ทั้ง 3 คดี มันคือการสร้างความย่อยยับให้กับทุกคดีไปพร้อมกัน นายชัยวุฒิเล็งเห็นถึงเรื่องนี้หรือไม่ ต่อมาอัยการสูงสุด ที่ตั้งท่าพร้อม ขอถอนตัวแบบไม่ทราบว่ามีสาเหตุอะไร และต่อมาปรากฏว่าได้ตั้งเลขานุการของอสส.แทน แต่น่าแปลก เพราะก่อนหน้านี้เลขานุการรายดังกล่าวเคยถอนตัวไปแล้วรอบหนึ่ง แต่ที่สุดแล้วทางกระทรวงไม่เอาด้วย และได้แต่งตั้งคนใหม่ นี่คือการวางยาโดสแรกในกระบวนการพิจารณา&amp;rdquo; นายรังสิมันต์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การวางยาโดสสอง คือ&amp;nbsp;อัยการสูงสุดได้แต่งตั้งนางพฤฒิพร เนติโพธิ์ อดีตอธิบดีอัยการ สำนักงานที่ปรึกษากฎหมาย เป็นอนุญาโตตุลาการฝ่ายกระทรวงฯ ของทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คดีที่เหลือ โดยที่กระทรวงดิจิทัลฯ รับทราบและนำเข้าเวทีพิจารณาคดีเป็นที่เรียบร้อย อย่างไรก็ตาม พบว่า&amp;nbsp;นางพฤฒิพร เคยตามรอยรุ่นพี่ไปเรียนหลักสูตร นธป.7 ปี62&amp;nbsp;อยู่ร่วมรุ่นกับประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานกรรมการบริษัทไทยคมฯ และพรทิพา ชินเวชกิจวานิชย์ ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทที่ปัจจุบันเข้าถือหุ้นจำนวนมากในไทยคมฯ ที่เป็นลูกหม้อที่ทำงานในบริษัทนั้นมาตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2538&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังฝ่ายไทยคมฯ ยื่นฟ้องคดีดาวเทียมไทยคม&amp;nbsp;7&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;อัยการสูงสุดได้ตั้งคณะทำงานดำเนินคดีขึ้นมา โดยหนึ่งในนั้นคือนางพฤฒิพร ซึ่งเป็นคณะทำงานทีมต่อสู้คดีให้กับฝ่ายกระทรวงที่ถูกฝ่ายไทยคมฯ ฟ้องมา ซึ่งกระทรวงดิจิทัลฯ ก็รับรู้ เพราะเจ้าหน้าที่จากกระทรวงฯ เข้าร่วมประชุมกับคณะทำงานที่มีคุณพฤฒิพรรวมอยู่ด้วยเช่นกัน นางพฤฒิพรที่เคยเป็นหนึ่งในคณะทำงานสู้คดีดาวเทียมไทยคม&amp;nbsp;7&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ให้กับฝ่ายกระทรวงดิจิทัลฯ ที่ย่อมรู้จุดแข็งจุดอ่อนของข้อมูลและสำนวนคดี ไม่ต่างอะไรกับการเอาอดีตทนายความที่เคยถูกจ้างให้ทำคดีมาเป็นผู้พิพากษาในคดีเดียวกัน ย่อมเป็นที่กังขาถึงความเป็นกลาง ถึงความเป็นอิสระ ถึงประโยชน์ทับซ้อนได้ ดังนั้น ทั้งเรื่องสายสัมพันธ์ที่น่ากังขาและโดยตำแหน่งแล้ว ต่อให้สุดท้ายผลการพิจารณาออกมาชี้ขาดว่าฝ่ายกระทรวงฯ เป็นผู้ชนะ ก็จะถูกฝ่ายไทยคมฯ เอาไปเป็นเหตุขอให้ศาลเพิกถอนคำชี้ขาดได้ โดยอ้างว่ากระทรวงฯ ตั้งคนที่ตัวเองรู้ดีว่าเป็นคณะทำงานสู้คดี มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับตน ให้มาเป็นอนุญาโตตุลาการ แสดงถึงเจตนาอันไม่สุจริตการที่กระทรวงดิจิทัลฯ ทราบดีว่านางพฤฒิพรเป็นคณะทำงาน และรู้ดีว่าอาจถูกไทยคมเอามาถอนคำชี้ขาด ถ้าผลคดีไม่เป็นคุณกับไทยคมฯ แต่ก็ยังจะตั้งมา จะทำให้คดีนี้ ฝ่ายกระทรวงฯ ไม่มีทางชนะได้เลย ซึ่งจะทำให้รัฐเสียโอกาสจากทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คดี มูลค่าเกือบ&amp;nbsp;18,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;การเปลี่ยนตัว 3 ครา ในรอบ 6 เดือนที่รมต. เข้ามา ถามจริงรับงานใครมา หรือล้มคดีเพื่อบริษัทเอกชนใช่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายรังสิมันต์ ยังตั้งคำถามว่านายชัยวุฒิใช้ตำแหน่งรัฐมนตรีมาเอื้อประโยชน์ บริษัท กัลฟ์ เอนเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;หรือไม่ เพราะนายชัยวุฒิเคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ&amp;nbsp;นายชัยวุฒิเข้าไปทำงานกับกัลฟ์ โดยการชักชวนจากธนญ ตันติสุนทร เพื่อนร่วมรุ่นวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย และน้องชายของ ซีอีโอของกัลฟ์ และรุ่นพี่จากคณะเดียวกันด้วย&amp;nbsp;นอกจากนี้ ช่วงเดือนกรกฎาคมและเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ในการลงพื้นที่แจกข้าวกล่องของนางกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ จากพรรคพลังประชารัฐ ภรรยาของนายชัยวุฒิ ก็ยังเป็นข้าวกล่องที่ได้รับอภินันทนาการจากบริษัทกัลฟ์ด้วย บริษัท กัลฟ์เคยบริจาคเงินให้กับมูลนิธิป่ารอยต่อฯ ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณในปี&amp;nbsp;59&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;5,000,000&amp;nbsp;บาท ที่ถูกใช้ในการเคลื่อนไหวทางการเมืองมากมาย ตอนที่นั่งเก้าอี้ประธานมูลนิธิป่ารอยต่อฯ พล.อ.ประวิตรก็พยายามเข้าไปกอบโกยและเอื้อผลประโยชน์ในกิจการพลังงานของประเทศ ที่มีบริษัทกัลฟ์ฯ เป็นผู้เล่นในนั้นด้วย และพอมานั่งเก้าอี้ประธานคณะกรรมการอวกาศฯ ก็มีมติร่วมกันกับนายชัยวุฒิ ยกดาวเทียมหลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทานให้กับ&amp;nbsp;NT&amp;nbsp;ซึ่งในภายหลังเครือไทยคมฯ ที่มีบริษัทกัลฟ์ถือหุ้นใหญ่ทางอ้อม ก็เข้ามาคว้าสิทธิควบคุมดาวเทียมเหล่านั้น และใช้แสวงหากำไรต่อไปได้ โดยที่ฝ่ายรัฐได้ผลประโยชน์เพียงเศษเสี้ยวเล็กน้อยเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115533</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์, ดาวเทียมไทยคม, พรรคก้าวไกล, รังสิมันต์ โรม, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210903/image_big_613206f251e4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108789</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 10:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2021 10:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สกัดทุนผูกขาด &#039;วรงค์&#039; เดินหน้าสอยดาวเทียมไทยคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ค.64 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป้องกันการผูกขาดดาวเทียมรอบใหม่ตอนไทยคม3&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่เคยปูพื้นให้ทราบว่า ไทยคมต้องยิงดาวเทียม 2 ชุด ชุดละ 2 ดวง โดยมีดวงหลักหนึ่งดวง ดวงสำรองหนึ่งดวง โดยที่ดวงสำรองจะต้องยิงภายใน 12 เดือน หลังจากยิงดวงหลักขึ้นวงโคจร ที่สำคัญถ้าดวงใดมีปัญหา ก่อนหมดอายุ ต้องยิงขึ้นไปทดแทน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดาวเทียมไทยคม 2 ดวงแรก คือไทยคม 1 และไทยคม 2 ไม่มีปัญหา แต่มีปัญหาดวงที่ 3-8 ซึ่งวันนี้จะเริ่มลงรายละเอียด แต่ละดวงให้ทราบ โดยเริ่มตั้งแต่ดวงที่ 3&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไทยคม 3 ขึ้นสู่วงโคจร 16 เมษายน 2540 มีอายุการใช้งาน 14 ปี ที่ตำแหน่ง 78.5 องศาตะวันออก แต่ต้องปลดระวาง ในปี 2549 เนื่องจากมีปัญหาระบบไฟฟ้า ตามเงื่อนไขแล้ว จะต้องส่งไทยคม 4 ขึ้นเป็นดาวเทียมสำรอง ตามระยะเวลาที่กำหนด แต่ก็ขอเลื่อนมาตลอดจนถึงปี 2545 และดำเนินการไม่เป็นตามเงื่อนไข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่ไทยคม 3 ขัดข้อง ต้องปลดระวางก่อนกำหนด บริษัททิพยประกันภัยได้ชำระสินไหมทดแทน 33,028,960 เหรียญสหรัฐ ให้กระทรวงไอซีที ซึ่งเป็นเจ้าของดาวเทียมตามสัญญาสัมปทาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่ยังไม่ยอมส่งดาวเทียมไทยคม 4 เพื่อเป็นดาวเทียมสำรอง ทำให้ไทยคมต้องไปเช่าดาวเทียมต่างชาติ วงเงิน 6,700,000 เหรียญ (268,000,000 บาท ณ.ค่าเงินบาท 40 บาทขณะนั้น) เพื่อทดแทนช่องสัญญาณของไทยคม 3 ที่ปลดระวางก่อนกำหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามหลักแล้ว ค่าใช้จ่ายนี้ต้องให้ไทยคมรับผิดชอบ เพราะทำผิดสัญญาไม่ยอมส่งดาวเทียมสำรอง แต่กลายเป็นว่า เจ้าหน้าที่รัฐในขณะนั้น กลับอนุมัติตามร้องขอ เอื้อประโยชน์ให้ไทยคม โดยในช่วงดังกล่าว มีนายทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี และมีส่วนได้เสียกับไทยคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจะนำเสนอปัญหาเรื่องดาวเทียมเป็นดวงๆไป จนครบ ดวงที่ 8 &amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนคนไทยช่วยกันตระหนัก เพราะเรารอมา 30 ปี กำลังจะหมดอายุสัมปทาน ในวันที่ 10 กันยายน 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราต้องปกป้องการผูกขาดรอบใหม่ โดยเฉพาะการผูกขาดที่ นายทุนให้เงินแก่พรรคการเมืองเพื่อซื้อ ส.ส. สุดท้ายคนเหล่านี้ จะยึดครองสมบัติของคนไทยทั้งประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108789</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดาวเทียมไทยคม, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, ไทยภักดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608f8118b2878.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108641</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2021 10:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2021 10:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฉเล่ห์&#039;ทักษิณ&#039;ฮุบสัมปทานดาวเทียมไทย! จับตาเปิดประมูลใหม่ส่อล็อกสเปก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค. 64 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ในหัวข้อ &amp;quot;บทสรุปสัมปทานดาวเทียมไทย&amp;quot; โดยระบุว่า ในระยะเวลา 30 ปีของการสัมปทานไทยคม&amp;nbsp; เราจะพบการใช้เล่ห์กลของนายทักษิณ ชินวัตร ในหลายๆ เหตุการณ์ หลายวาระ โดยเฉพาะหลังการมีอำนาจ ในฐานะนายกรัฐมนตรี แต่เป็นเจ้าของสัมปทาน ผูกขาดดาวเทียมของรัฐ ซึ่งพอสรุปได้ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดาวเทียมไทยคม 1 ไม่มีปัญหา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดาวเทียมไทยคม 2 ไม่มีปัญหา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดาวเทียมไทยคม 3&amp;nbsp; สร้างปัญหา หลังจากที่ตนเองเป็นนายกรัฐมนตรี ตามเงื่อนไขที่ต้องส่งดาวเทียมสำรองคือไทยคม 4 แต่ไม่ยอมส่ง กลับส่งไทยคม 4 ในชื่อ IPstar ซึ่งเป็นดาวเทียมที่ใช้เชิงพาณิชย์ และสื่อสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ปกติแล้วดาวเทียมสำรอง ไทยคม 4 จะต้องมีคุณสมบัติเหมือนไทยคม 3 แต่นี่ไม่ใช่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรากฏว่าไทยคม 3 มีปัญหาการทำงาน แต่ไม่มีดาวเทียมสำรองใช้งาน ครั้นได้ค่าประกันดาวเทียมไทยคม 3 มา 33 ล้านเหรียญ ก็มีการใช้อำนาจพิเศษ เอาเงินจากก้อนนี้ 6.7 ล้านเหรียญ ไปเช่าช่องสัญญาณดาวเทียมต่างประเทศ&amp;nbsp; ทั้งๆ ที่ตนเองต้องรับผิดชอบ เพราะไม่ยอมส่งดาวเทียมสำรอง และเงินค่าเช่า ต้องเป็นความรับผิดชอบของไทยคมเอง แต่ใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ให้บริษัทตนเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดาวเทียมไทยคม 4&amp;nbsp; ตามหลักแล้วต้องส่งเป็นดาวเทียมสำรอง เผื่อไทยคม 3 มีปัญหา แต่ไม่ยอมส่ง แต่มาส่งเป็น IPstar ซึ่งเป็นดาวเทียมเชิงพาณิชย์ ส่งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ที่ทันสมัยที่สุดด้วยหลักการแล้ว ดวงนี้ต้องถือเป็นดวงหลักดวงใหม่ ต้องจ่ายค่าสัมปทานตามสัญญาใหม่ แต่ใช้กลไกพิเศษให้ตีความว่า เป็นดาวเทียมสำรอง ของไทยคม 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อ IPstar ถูกตีความเป็นดาวเทียมสำรอง ก็ไม่ต้องจ่ายอะไรเพิ่มให้รัฐ สามารถไปแสวงหาผลประโยชน์ สร้างความร่ำรวยได้เต็มที่ มีการใช้งานในประเทศไทยเพียง 6% มี 1 สถานีภาคพื้นดิน แต่ใช้หาผลประโยชน์กับต่างประเทศ 96% ใน 14 ประเทศ 18 สถานีภาคพื้นดิน ถือว่าดวงนี้น่าจะสร้างความมั่งคั่ง ให้กับตนเองมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดาวเทียมไทยคม 5&amp;nbsp; สร้างทดแทนไทยคม 3 ที่ใช้การไม่ได้ แต่ก็มีปัญหาที่ไทยคม 5 นี้ ก็ใช้การไม่ได้ก่อนหมดอายุ ตามหลักต้องสร้างทดแทนดวงใหม่ แต่ก็ไม่ยอมสร้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดาวเทียมไทยคม 6 เป็นดาวเทียมสำรองดวง 5 ปัญหาที่เกิดคือ ไม่ได้สร้างตามมาตรฐานดวง 5 แต่มาสร้างขนาดเล็กลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดาวเทียมไทยคม 7 และ 8 สร้างหลังจากมี พ.ร.บ. กสทช. และอนุมัติโดย ครม.นางสาวยิ่งลักษณ์ กำลังมีปัญหากับภาครัฐ เพราะไม่ยอมส่งมอบ โดยอ้างว่าสร้างตามใบอนุญาต แต่ กสทช. ก็อ้างภายใต้การสัมปทาน ซึ่งกำลังถกข้อกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาของดวง 7 ที่น่าสนใจคือ ตอนที่ส่งก็อ้างเพื่อส่งไปคุ้มครองสิทธิ์ในวงจร แต่แทนที่จะสร้างเอง กลับไม่ได้สร้างเอง ไปลากดาวเทียมของฮ่องกงมาอยู่ในสิทธิวงโคจรไทย คือเอเชียแซท 6 แต่แบ่งทรานส์ปอนเดอร์ฝั่งละ 14 ทรานส์ปอนเดอร์ เท่ากับผลประโยชน์คนละครึ่ง ระหว่างไทยคมกับเอเชียแซท 6 ของฮ่องกง แต่การที่มาอาศัยวงโคจรที่เป็นสมบัติของชาติ หากดวงนี้ไปสร้างปัญหา ประเทศชาติต้องรับผิดชอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัมปทานดาวเทียมไทยคมกำลังจะหมดอายุ ในวันที่ 10 กันยายน 2564 กำลังจะเปิดประมูลครั้งใหม่ ให้สัญญา 20 ปี ยังไม่ทันเริ่มต้น ก็ล็อกคุณสมบัติ ให้บริษัทที่มีประสบการณ์ดาวเทียม ซึ่งทั้งประเทศมีแค่ไทยคมบริษัทเดียว แต่เมื่อ 30 ปีที่แล้วตอนนายทักษิณประมูล และไม่เคยมีประสบการณ์ดาวเทียม กลับให้ประมูลได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงไม่แปลกที่กลุ่มทุนพลังงานอย่าง GULF&amp;nbsp; เข้ามาซื้อ INTUCH ซึ่งคือหุ้นชินคอร์ปเก่า เพราะ INTUCH ถือหุ้นไทยคม 41% และมีหุ้น AIS อีก 40% เท่ากับว่าทุนผูกขาดใหม่แตะมือรับไม้ การผูกขาดกิจการสื่อสารและโทรคมนาคม จากทุนผูกขาดเก่า ถ้าผูกขาดดาวเทียมได้ ก็แทบจะผูกขาดการสื่อสารและโทรคมนาคมของชาติได้ ไม่ต้องพูดถึงบริษัทมือถืออื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงไม่แปลกที่มีข่าว นอกจากจะใช้เงิน 1.69 แสนล้านมาซื้อ INTUCH เพื่อได้สิทธิ์ไทยคมและ AIS ยังมีแผนซื้อ AIS แยกอีก 3.6 แสนล้าน ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามนี้ เมื่อยึดดาวเทียมได้ ทุกอย่างก็ง่าย ประเทศก็คงอยู่ใต้ทุนผูกขาดใหม่ ที่แตะมือกับทุนผูกขาดดาวเทียมเก่า ลองคิดดูครับ ประชาชนไทยและประเทศชาติ จะเป็นอย่างไร?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติดตามรายละเอียดไลฟ์สด หมอวรงค์ ดาวเทียมไทยคม : ขุมทรัพย์ของชาติในอวกาศ คลิกลิงก์ได้เลยครับ :&amp;nbsp;https://fb.watch/6wXDv79fWC/&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108641</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดาวเทียมไทยคม, ทักษิณ, นพ.วรงค์  เดชกิจวิกรม, สัมปทาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a1d112b9980.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48490</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2019 08:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2019 08:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“เศรษฐพงค์” จี้ “กสทช.”เปิดแผนโรดแมป 5G ให้ชัดเจน หวั่นดึงคลื่น 3.5 GHz สะเทือนไทยคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ต.ค. 2562 พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และรองประธานคณะกรรมาธิการ การสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กมธ.ดีอี) เปิดเผยว่า คลื่นความถี่ในย่าน 3.5 GHz หรือ C-band เป็นคลื่นความถี่ที่ถือเป็นยุทธศาสตร์สำหรับเทคโนโลยี 5G เนื่องจากเป็นคลื่นความถี่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกในการทำ 5G มีอุปกรณ์รองรับเป็นจำนวนมาก แต่ในประเทศไทยคลื่นความถี่ย่านนี้ใช้ในกิจการดาวเทียม ดังนั้นหน่วยงานกำกับดูแลของประเทศโดยคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จึงควรมีการวางแผนจัดสรรคลื่นความถี่ ( Roadmap)&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับการจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน 3.5 GHz และที่สำคัญควรจะต้องมีการวางแผนร่วมกันกับหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศอื่นๆ ในระดับภูมิภาคด้วย


ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความชัดเจนของแผนจัดสรรคลื่นความถี่ในย่านนี้ เพื่อเลือกวิธีการที่เหมาะสมในอนาคตสำหรับแผนงานในการจัดสรรคลื่นความถี่ 3.5 GHz ในอาเซียน เพราะอาจเกิดผลกระทบกับดาวเทียมไทยคม 5 และไทยคม 7 ซึ่งจะต้องมีการหารือร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้มีความเห็นสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน เพราะหากมีความเห็นไม่สอดคล้องกัน จะก่อให้เกิดปัญหาการประสานงานคลื่นความถี่ที่จะทำให้เกิดปัญหาการรบกวนกันของสัญญาณ


อย่างไรก็ตามการวางโรดแมปในการจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน 3.5 GHz สำหรับเทคโนโลยี 5G ควรมีการดำเนินการดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 การวางแผนและตัดสินใจ

ตรวจสอบการใช้งานคลื่นความถี่ย่าน 3.3 - 4.2 GHz ในปัจจุบันประเมินศักยภาพสำหรับการใช้ช่องสัญญาณร่วมกัน และการใช้คลื่นความถี่ในช่องสัญญาณข้างเคียง

ประเมินทางเลือกและวิเคราะห์ผลประโยชน์ทางด้านต้นทุน ขั้นตอนที่ 2 การดำเนินงานสำหรับการใช้คลื่นความถี่ในช่องสัญญาณเดียวกัน (Co-channel) โดย แจ้งผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับมาตรการและเวลาในการดำเนินการการใช้คลื่นความถี่ในช่องข้างเคียง (Adjacent channel)&amp;nbsp;&amp;nbsp;และแจ้งผู้ประกอบการเกี่ยวกับมาตรการเพื่อลดการรบกวน

การประสานงานและการจัดการข้ามพรมแดน


นอกจากนี้ขั้นตอนที่ 3 การจัดสรรใบอนุญาต ควรกำหนดเงื่อนไขทางเทคนิคสำหรับคลื่นความถี่ที่จะนำมาจัดสรร ออกแบบการจัดสรรใบอนุญาตที่เหมาะสมโดยคำนึงถึงวัตถุประสงค์หลักของประเทศ ดำเนินการจัดสรรใบอนุญาต ขณะที่การจัดสรรคลื่นความถี่หน่วยงานกำกับดูแลควรจะต้อง มีการกำหนดความชัดเจนทั้งในเรื่องระยะเวลาและคลื่นความถี่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่มากขึ้น และช่วยผู้ประกอบในการวางแผนการลงทุน 5G และพัฒนาเครือข่าย อำนวยความสะดวกในการจัดสรรคลื่นความถี่ที่ต่อเนื่อง และหามาตรการในการใช้คลื่นความถี่ที่เหมาะสม เนื่องจากการพัฒนาเครือข่าย 5G ที่มีประสิทธิภาพ ควรจะต้องใช้แบนด์วิดท์ที่มีขนาดใหญ่และต่อเนื่องกันจำนวน 80 - 100 MHz&amp;nbsp;

สร้างความมั่นใจว่ากลไกการออกใบอนุญาตที่เหมาะสมนั้นได้รับการออกแบบมาอย่างดี โดยคำนึงถึงเงื่อนไขเฉพาะของตลาด นอกเหนือไปจากเงื่อนไขทางด้านการเงิน เช่น ความครอบคลุมพื้นที่ให้บริการ การพัฒนาอุตสาหกรรม ความสามารถในการใช้บริการของประชาชน และคุณภาพของการบริการ


ทั้งนี้หากประเทศไทยจะเดินหน้าเข้าสู่ 5G ในปี 2020 ควรต้องดำเนินการในเรื่องคลื่นความถี่ให้ชัดเจน ทั้งในเรื่องคลื่นความถี่ที่จะนำมาใช้ เงื่อนไขในการประมูลคลื่น ในขณะที่ในประเทศต่างในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ และทางฝั่งยุโรป ได้เตรียมการจัดสรรช่วงคลื่นดังกล่าวมาให้บริการ 5G กันแล้ว ประเทศเหล่านั้นจึงไปได้เร็ว


&amp;ldquo;การเรียกคืนคลื่นความถี่ย่าน 3.5 GHz ที่ปัจจุบัน ไทยคม เป็นผู้ถือครองอยู่นั้น จะเป็นเรื่องยากหรือง่ายในการเรียกคืนขึ้นอยู่กับความจริงใจของทุกฝ่ายว่าอยากให้&amp;nbsp;&amp;nbsp;5G มาตรฐานโลกเกิดในไทยหรือไม่ ส่วนการเปิด 5G ของลาวที่กำลังจะเปิดให้บริการ 5G แต่ก็เป็นเพียงการเปิดระบบ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบการให้บริการระบบ 5G ในประเทศไทยเป็นอะไรที่จะมีมูลค่ามากกว่าประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ เนื่องจากไทยมีนิคมอุตสาหกรรม มีระบบการแพทย์ที่มีพื้นฐานดี ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านเปิดแต่ไม่มี กรณีการใช้งานจริง (Use case) อย่างจริงจัง


รายงานข่าวแจ้งว่า ลาวเตรียมเปิดตัวบริการ 5G โดย LTC จะเป็นบริษัทแรกที่ให้บริการโดยการเปิดตัวจะเปิดในการประชุมรัฐมนตรีด้านICT ของอาเซียน ระหว่างวันที่ 21-25 ตุลาคมนี้ ที่กรุงเวียงจันทร์
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48490</URL_LINK>
                <HASHTAG>5G, กสทช.., ดาวเทียมไทยคม, พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181225/image_big_5c2223906fa7d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8461</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อยากเลือกตั้งชุมนุมไฉน &#039;แม้ว&#039; ต้องมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ก็น่าวิตกอยู่เล็กน้อย!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีบางคนคิดไกลไปถึงขั้นว่า พฤษภาทมิฬ ๒ กำลังจะเกิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แสดงว่า มีความพยายามปั่นสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรงขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะโดยลำพัง เสียงตะโกนของ คนอยากเลือกตั้ง ณ เวลานี้ เทียบไม่ได้กับเสียงกระซิบกระซาบของมวลชนเมื่อ ๒๖ ปีที่แล้วเลยแม้กระผีกเดียว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มิได้ดูถูกดูแคลนมวลชนอยากเลือกตั้ง แต่การเรียนรู้ของสังคมที่จะอยู่กับการเมือง ไม่ว่ารัฐบาลจากการเลือกตั้ง หรือรัฐประหาร นั้นเป็นสิ่งที่นักอุดมคตินิยมต้องตามให้ทัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความสมบูรณ์แบบ กับโลกสวย มีเส้นแบ่งที่ไม่อาจมองเห็น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหมือนนอนฝันน้ำลายไหลถึงแต่สังคมยูโทเปีย ตื่นมาน้ำไม่อาบ ทำตัวซกมกไปวันๆ คิดว่าตัวเองเข้าใจโลกมากกว่าใคร สุดท้าย ตายคาตำรา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยู่ในโลกความเป็นจริงไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเป็นจริงเมื่อปี ๒๕๓๕ กับ ๒๕๖๑ โดย &amp;quot;รูป&amp;quot; ก็ชั่วตัวดำ น่าเกลียด มากกว่าน่าคบหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีความเป็นรัฐบาลทหารเหมือนกัน มาจากรัฐประหารเหมือนกัน ถูกเรียกว่าเผด็จการเหมือนกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ข้างในรูปชั่วตัวดำนั้น คนที่ใช้ชีวิตและมีสติสัมปชัญญะครบ ไม่วิปลาส ในปี ๒๕๓๕ ก็น่าจะรู้ดีว่า....&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่างกันแทบจะสิ้นเชิง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รสช.&amp;quot; กับ &amp;quot;คสช.&amp;quot; คือแฝดคนละฝา ที่แทบไม่มีอะไรเหมือนกันเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างน้อยก็รู้ไว้ ทักษิณ ชินวัตร กลัวสัมปทานดาวเทียมหลุดมือ ลงทุนเอามือกุมเป้าเดินเข้าหา &amp;quot;บิ๊กจ๊อด&amp;quot; พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ ประธาน รสช.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับที่ ๑๐๗๖ วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๔๔ ตีพิมพ์บทความพิเศษ : ไทยคม-ชัด-ลึก สัมพันธ์อลเวง &amp;#39;ทักษิณ-จ๊อด&amp;#39; และท่านสารวัตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฉพาะ &amp;#39;ทักษิณ-จ๊อด&amp;#39;....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;....วันที่ ๑๘ &amp;nbsp;ธันวาคม ๒๕๓๖ วันที่ดาวเทียมไทยคมยิงขึ้นฟ้า &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; เชิญสื่อมวลชนและบุคคลสำคัญไปเป็นสักขีพยาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนึ่งในนั้นคือ พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ อดีตประธาน รสช. ณ เวลานั้น รสช.หมดอำนาจโดยสิ้นเชิง เพราะเกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ๒๕๓๕ ภาพลักษณ์ของ &amp;quot;บิ๊กจ๊อด&amp;quot; และผู้นำ รสช.ค่อนข้างติดลบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; ก็เชิญ &amp;quot;บิ๊กจ๊อด&amp;quot; ไปร่วมงานและบอกกับคนที่ไปร่วมงานด้วยว่า ถ้าไม่มี พล.อ.สุนทร ก็ไม่มีวันนี้ นี่คือการให้เกียรติ และแสดงความเป็นคนรู้คุณคนของ &amp;quot;ทักษิณ ชินวัตร&amp;quot; บุญคุณที่เกิดขึ้นเพียงแค่ช่วงเปลี่ยนผ่านอำนาจแค่ไม่ถึง ๒๐ วันหลังการรัฐประหาร....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จริงไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สังคมรับรู้เรื่องนี้มาพอควร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แค่ขุดขึ้นมาอีกครั้งทวนความจำว่า ทักษิณไม่ใช่นักประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วทำไมต้องทักษิณ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ที่รายรอบ คนอยากเลือกตั้ง มีใครบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งแดง นปช. เพื่อไทย นักวิชาเกิน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนยากจะปฏิธิเสธว่า ทั้งหมดทั้งมวลนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คสช.ต่างกับ รสช. อย่างน้อยก็ตรงนี้!&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชัดเจนมานานแล้วว่า คสช.ไม่เอาทักษิณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงจะขาดๆ เกินๆ ไม่สะเด็ดน้ำ แต่นับวันก็ยิ่งเห็นความต่างว่า อยู่คนละขั้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วจะนำไปสู่พฤษภาทมิฬ ๒ ได้อย่างนั้นหรือ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิวัฒนาการของเหตุการณ์พฤษภา ๓๕ อยู่บนพื้นฐาน รสช. ไม่ให้อะไรกับประเทศเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกที่ได้จาก รสช. ก็เช่นทักษิณนี่แหละ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อมองในแง่การเลือกตั้ง มีสิ่งหนึ่งที่กลุ่มอยากเลือกตั้งควรกลับไปทบทวน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.สุจินดา คราประยูร เสียสัตย์เพื่อชาติเป็นนายกรัฐมนตรี หลังการเลือกตั้ง ๒๒ มีนาคม พ.ศ.๒๕๓๕&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือ..สืบทอดอำนาจผ่านการเลือกตั้ง โดยพรรคสามัคคีธรรม ซึ่งก็เป็นพรรคพ่อพรรคแม่ของพรรคไทยรักไทย พลังประชาชน และเพื่อไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลือกตั้งจึงไม่ใช่ยาสารพัดนึก!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้นการใช้เงื่อนไข &amp;quot;อยากเลือกตั้ง&amp;quot; มาเคลื่อนไหว ในเดือนพฤษภาคม จะแปลความหมายเป็นอย่างอื่นได้อย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากไม่ใช่ปั่นสถานการณ์ให้มีการปราบปราม!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มสิทธิมนุษยชนปากจัด เขารองับอยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่...อย่าฝันเฟื่องว่า จะเกิดพฤษภาทมิฬ ๒ ขึ้นได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พฤษภาทมิฬปี ๒๕๓๕ คือประวัติศาสตร์การต่อสู้ร่วมกันของคนไทยทั้งชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนั้น ไม่มีสีเสื้อ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่มีเหลือง ไม่มีแดง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีแต่ ๒ มือกับขวดน้ำพลาสติก เอาไว้เคาะพื้นถนนราชดำเนิน คุมจังหวะเสียงตะโกนขับไล่ &amp;quot;บิ๊กสุ ออกไป&amp;quot;!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่มีใคร ฝ่ายไหน ปั่นกระแส เขียนประวัติศาสตร์ของตัวเองขึ้นมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำไมพฤษภาทมิฬ ๒ จึงไม่เกิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างน้อยก็พฤษภาคมนี้?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุผลหลักๆ เผด็จการปรับตัว เรียนรู้จากอดีต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แก๊งนักวิชาเกิน กลุ่มนักศึกษาโข่ง เสียอีกที่ปรับตัวไม่ทัน กอดตำราฝรั่งบังหน้ามาตัดสินการเมืองไทย ที่มีพื้นฐานทางวัฒนธรรมต่างกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ถือว่าสุดๆ คือ....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไหลไปรวมกับนักการเมืองลูกน้องโจรปล้นชาติได้อย่างไร?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะหาว่าปรักปรำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลองเข้าไปดู พวกเขา พวกหล่อน คุยกันในโลกออนไลน์ ไปดูว่าใครถ่ายรูปคู่กับใคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอามาโชว์ตามเฟซบุ๊ก แล้วจะรู้...&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนิดหนม...แค่ไหน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำตอบมันมีอยู่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ไม่ได้เป็นอย่างที่ว่ากันทุกคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่พวกแกนๆ ที่ทำตัวเป็นเซเลบการเมือง ส่องไปมุมไหนก็เจอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อภาพมันชัดว่า ใช้กระแสอยากเลือกตั้งมาเป็นเงื่อนไขในเดือนพฤษภาคม เป็นการต่อยอด หวังให้การรำลึกเหตุการณ์ในอดีต จุดชนวนให้มีการปราบปราม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทหารไม่ได้โง่ขนาดนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหมือนเด็กเล่นขี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิธีจัดการโดยที่คนจัดการเปรอะเปื้อนน้อยที่สุดคือ ปล่อยให้เล่นไป แต่ต้องอยู่ในสายตา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขี้ไม่เข้าปากเป็นใช้ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสร็จแล้วช่วยเก็บกวาดทำความสะอาด มันก็จบแค่นั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่โดนเด็กป้ายขี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสาร์นี้ อยากเลือกตั้ง ชุมนุม ก็ชุมนุมไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยากจะยืดเยื้อ ส่งข้าวส่งน้ำ ก็อำนวยความสะดวกกันไป ขาด ตก หก หล่น แถมเพิ่ม ก็ถือว่าซื้อใจ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปแล้ววงมันแคบอยู่แค่นั้น ไม่มีเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝันจะมาเป็นแสนเป็นล้าน อย่าง กปปส. เห็นทีต้องรอตระกูลชินวัตรกลับมาอยู่ในอำนาจอีกครั้งโน่นแหละ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ฝันเปียกพฤษภาทมิฬ ๒ กันไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหมือนบังเอิญโดยตั้งใจ!&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แทบทุกครั้งที่อยากเลือกตั้งชุมนุม ทักษิณก็เคลื่อนไหวในห้วงเวลาเดียวกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อไทยเขาประกาศว่า วันที่ ๕ พฤษภาคมนี้ &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; จะเดินทางมาสิงคโปร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาบรรยายเรื่องสกุลเงินดิจิตอล เรื่องสกุลเงินบิตคอยน์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถือโอกาสตรวจสุขภาพด้วย เพราะมีแพทย์ประจำตัวอยู่ที่สิงคโปร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อืมม์ม์ม์...
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อมวัดมาพูด....น้อยคนจะเชื่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เชื่อเถอะ ทักษิณไม่ได้มาสั่งการ เพราะสั่งทางโทรศัพท์จากดูไบได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมัยก่อนวิดีโอลิงค์ โฟนอิน ยุเสื้อแดงสร้างสถานการณ์ติดคุกไปหลายคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นไง?....ที่ไปเผาศาลากลาง ใครรับผิดชอบบ้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น นั่งยัน นอนยัน ทักษิณไม่ได้มาเพื่อสั่งการ พวกอยากเลือกตั้ง หรือม็อบไหนก็ตามแต่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แค่มาแสดงตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าเป็นภาษากุ๊ยข้างถนน ก็ทำนองว่า รู้มั้ยพ่อกูเป็นใคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทักษิณมาโชว์ตัวให้มันครบองค์ประชุม สั่งการน่ะเขามอบหมายกันไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงนี้กระแสมันเยอะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไหนจะพลังดูด พลังแดก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็รวบยอดมันเสียทีเดียว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่...ที่นักการเมืองพรรคเพื่อไทย ปล่อยข่าวถูก &amp;quot;ดูด&amp;quot; ก็ฟังหูไว้หู&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะเหลี่ยมคูนักการเมืองมันเยอะ ตามไม่ทันมีหวังหมดตูดเอาง่ายๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เท่าที่พอสังเคราะห์ได้ งานนี้อาจมี &amp;quot;จ่าย&amp;quot; ก่อนจะรู้ว่าเลือกตั้งวันไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บอกว่าถูก คสช.ดูด เผลอๆ ขุดบ่อล่อปลาให้ดูดกลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใครไปสิงคโปร์ช่วงนี้ก็อย่าแปลกใจ ถ้าเห็นนักการเมืองเต็มลำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็คงจะเหมือนมหกรรมนายทุนพบผู้รับเหมารายย่อย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาไปคุยธุรกิจกัน.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผักกาดหอม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8461</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนอยากเลือกตั้ง, ความรุนแรงขึ้น, คสช., ดาวเทียมไทยคม, ทักษิณ ชินวัตร, ทักษิณ-จ๊อด, นปช., นักวิชาเกิน, ผักกาดหอม, พฤษภาทมิฬ, พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์, รสช., รัฐประหาร, สังคมยูโทเปีย, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a3246a7b7d39.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
