<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94162</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บางกลอย&#039;ยื้อ ขอที่ทำกินเพิ่ม นัดเจรจาอีกรอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ชาวบางกลอย&amp;quot; ยันไม่ย้ายกลับลงมาด้านล่าง ขอพื้นที่ทำกินครอบครัวละ 150 ไร่ต่อปี ทำไร่หมุนเวียนพื้นที่เดิมทุก 10 ปี จนท.อุทยานเห็นแย้ง หวั่นชาวบ้านคนอื่นจะขอที่ทำกินแบบเดียวกัน สุดท้ายส่งตัวแทนเจรจาอีกครั้ง 25 ก.พ.นี้ ผู้ใหญ่บ้านบางกลอยแจงเข้าใจผิด ชาวบ้านไม่ได้ขอ 150 ไร่ ขอแค่ปีละ 2.5-3 ไร่ มี 10 แปลงหมุนเวียน 10 ปี &amp;quot;ดำรงค์&amp;quot; ลั่นอย่าทำตัวเป็นอภิสิทธิ์ชน จี้นายกฯ-รมว.ทส.บังคับใช้ กม.อย่างเด็ดขาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา มีการเปิดยุทธการทวงคืนผืนป่าบางกลอยบน ใจแผ่นดิน เป็นวันที่สอง โดยการนำของนายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี ได้มอบหมายให้นายพนัชกร โพธิบัณฑิต ผู้อำนวยการส่วนป้องกันและปราบปราม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช น.ส.เนตรนภา งามเนตร ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พร้อมผู้ใหญ่บ้านบางกลอย เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ไปยังบริเวณพื้นที่บ้านใจแผ่นดิน โดยเข้าไปพูดคุยกับกลุ่มชาวกะหร่าง นำโดยนายนอแอ๊ะ มีมิ ลูกชาย ปู่คออี้ มีมิ โดยมีคณะสื่อมวลชนร่วมสังเกตการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยการเจรจาเริ่มขึ้นเมื่อ น.ส.เนตรนภาได้เสนอข้อเรียกร้องให้นายนอแอ๊ะพาชาวบ้านกลับออกจากป่าเพื่อพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ พร้อมจะหาทางออกและแนวทางแก้ปัญหาร่วมกัน แต่ถึงอย่างไร นายนอแอ๊ะยืนยันว่าจะไม่ยอมลงไปเจรจากับเจ้าหน้าที่ด้านล่าง แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ต้องการเจรจา ให้ขึ้นไปเจรจาในป่าพื้นที่ใจแผ่นดินเท่านั้น พร้อมยืนยันว่าจะไม่อพยพลงมาจากพื้นที่บางกลอยล่างโดยเด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายประเสริฐ หนึ่งในตัวแทนชาวบ้าน ยืนยันเช่นเดียวกันว่า พวกเขามีสิทธิ์ที่จะกลับขึ้นไปทำกินบนพื้นที่เดิมของบรรพบุรุษ และการทำกินก็อยู่ในไร่เลื่อนลอยเดิม ไม่ใช่การเปิดป่าใหม่ นอกจากนั้นยังเสนอเงื่อนไขว่า พวกเขา 36 ครอบครัวต้องการทำไร่หมุนเวียน ครอบครัวละประมาณ 150 ไร่ต่อปี และต้องหมุนเวียนกลับมาทำกินพื้นที่เดิมทุกๆ 10 ปี ตั้งแต่เขตชายแดนไปถึง ต.สองพี่น้อง อ.แก่งกระจาน ส่วนแปลงไร่หมุนเวียนอยู่จุดไหนบ้าง ขอให้เจ้าหน้าที่มารังวัดแนวเขตพื้นที่ทำกินของพวกเขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ที่ร่วมเจรจาจึงแย้งว่า ถ้าทำตามความต้องการ 36 ครอบครัวจริง จะใช้พื้นที่สำหรับการทำไร่หมุนเวียนบนป่าแก่งกระจาน เนื้อที่มากกว่า 5,400 ไร่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยอมรับว่าไม่สามารถที่จะทำได้ เพราะถ้าทำได้ ชาวบ้านคนอื่นก็จะเรียกร้องขอขึ้นมาทำกินแบบเดียวกัน แต่ถ้าหาวิธีการอื่นด้วยการแก้ปัญหาความเดือดร้อนในเรื่องที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย พร้อมจะดำเนินการหาทางแก้ไขให้โดยเร่งด่วน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากทั้ง 2 ฝ่ายพูดคุยกันราว 1 ชั่วโมง น.ส.เนตรนภาได้เสนอให้ชาวบ้านส่งตัวแทน 5 คนลงไปเจรจากันที่บ้านบางกลอยล่าง ในวันที่ 25 ก.พ.นี้ ซึ่งฝ่ายอุทยานฯ จะส่งตัวแทนมาเจรจากับฝ่ายชาวบ้านเพื่อรับฟังข้อเรียกร้องต่างๆ พร้อมกับจะให้มีสื่อมวลชนร่วมรับฟังการเจรจาเพื่อเป็นสักขีพยาน ส่วนชาวบ้านที่ยังคงอยู่บางกลอยบนจะต้องไม่มีการบุกรุกเพิ่มเติมหรือเผาป่า จนกว่าจะบรรลุข้อตกลงกันในวันที่ 25 ก.พ.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ได้รับรายงานว่ามีชาวบ้านเดินเท้าขึ้นไปเพิ่มอีก 38 คน โดยรวมกับกลุ่มเดิมที่มีอยู่ 21 คน เป็น 59 คน ซึ่งการเจรจาระหว่างนอแอ๊ะ มีมิ กับฝ่ายอุทยานฯ ทราบว่าทั้งหมด 59 คนจะยังไม่ยอมกลับลงมา ทั้งนี้ เราจะยึดหลักการเจรจา ไม่มีการใช้กำลังใดๆ โดยจะเปิดเจรจากันในวันที่ 25 ก.พ.นี้ สำหรับตัวแทนกระทรวงที่มีอำนาจตัดสินใจ คงต้องปรึกษากับนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ และนำเข้าสู่คณะกรรมการเรื่องนี้ ซึ่งมีรองปลัดกระทรวงเป็นประธาน ระหว่างช่วงสุญญากาศคือก่อนวันที่ 25 ก.พ. เจ้าหน้าที่จะไม่อนุญาตให้บุกรุกทำลายป่าและล่าสัตว์ และถ้าพบการทำผิดก็จะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม หลังจากสื่อมวลชนได้ดูพื้นที่จากเฮลิคอปเตอร์ พบว่าพื้นที่ป่าแก่งกระจานถูกบุกรุกแผ้วถางมากเกือบ 20 จุด เป็นบริเวณกว้าง เป็นภาพที่แสนจะหดหู่ใจที่ผืนป่าซึ่งกำลังจะเป็นมรดกโลกต้องถูกทำลายอย่างมากมายเช่นนี้ ส่วนการพูดคุยเจรจาครั้งแรกมีชาวกะเหรี่ยงยินยอมเต็มใจที่ออกจากป่ามาแล้วจำนวนหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่มิได้มีการใช้กำลังหรือข่มขู่แต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือ ยกแบกสิ่งของเครื่องใช้ให้ทุกคนในการเดินทางออกจากป่าโดยเฮลิคอปเตอร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายนิรันดร์ พงษ์เทพ ผู้ใหญ่บ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ให้สัมภาษณ์หลังปรากฏคลิปวิดีโอและข่าว ว่าชาวบ้านบางกลอยที่ตัดสินใจเดินเท้าขึ้นไปบนใจแผ่นดินต้องการพื้นที่ทำกิน 150 ไร่ต่อครอบครัวในระยะเวลา 10 ปี ว่า จริงๆ แล้วชาวบ้านไม่ได้ต้องการพื้นที่ทำกินมากขนาดนั้น สิ่งที่ปรากฏออกไปจะทำให้ชาวบ้านถูกเข้าใจผิด เพราะพวกเขาไม่เข้าใจคำถาม และถูกถามในลักษณะชี้นำ ยิ่งเมื่อถูกถามจี้มากๆ พวกเขายิ่งงง จึงตอบออกไปในลักษณะนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้านบางกลอยกล่าวว่า ที่ชาวบ้านต้องการไม่ใช่ 10 ไร่ แค่ปีละ 2.5 ไร่ หรือ 3 ไร่ พวกเราก็สามารถดำรงชีพได้แล้ว มี 10 แปลง หมุนไปเป็นวงรอบในระยะเวลา 10 ปี ครอบครัวหนึ่งก็สามารถอยู่ได้ ส่วนภาพที่ปรากฏว่าเกิดการทำลายป่าจำนวนมากนั้น อยากให้ลงมาดูข้อเท็จจริงในพื้นที่ มันไม่ได้มากขนาดนั้น อยากให้เข้าใจชาวบ้านว่าสิ่งที่พวกเขาทำเพื่อความอยู่รอด ไม่ใช่การทำลายป่า ถ้าพวกเขาทำลายป่า ไม่มีทางที่ป่าแก่งกระจานจะสมบูรณ์อยู่ได้มาถึงทุกวันนี้ อย่างไรก็ตาม อยากให้หน่วยงานภาครัฐพูดคุยกับชาวบ้านอย่างสันติและหาข้อตกลงร่วมกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย และอดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) แถลงว่า ขอเรียกร้องให้แต่ละฝ่ายต้องหยุด โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรฯ และอธิบดีกรมอุทยานฯ ต้องเด็ดขาด บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง นำกะเหรี่ยงทั้งกว่า 100 คนลงมาอยู่ข้างล่าง เพราะขณะนี้นอกจากทำลายพื้นที่อุทยานฯ แล้ว ยังมีการล่าสัตว์ป่าทั้งเก้ง กวาง เลียงผา และอนาคตหากมีการขยายพื้นที่ไปเรื่อยก็จะเกิดปัญหาความขัดแย้งกับช้างป่า และเป็นเขาหัวโล้นเหมือนที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จ.น่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมไม่ได้มีอคติกับชาติพันธุ์ แต่จะเอาทั้งหมดตามใจไม่ได้ อย่าทำตัวเป็นอภิสิทธิ์ชน เพราะเรื่องนี้จบตั้งแต่ 20-30 ปีที่แล้ว ทุกคนยอมลงมาหมด เลิกอ้างปู่คออี้ได้แล้ว คนไทย 30-40 ล้านคนก็ยังไม่มีที่ทำกินเลย ถ้ายอมให้พื้นที่นี้กลับขึ้นไป พื้นที่อุทยานฯ เขตรักษาพันธุ์ฯ และป่าอนุรักษ์อีก 60 กว่าแห่งที่เอาคนลงมาได้แล้ว ทุกคนก็จะขอกลับขึ้นไปบ้างได้หรือไม่ เกิดกลียุคขึ้นแน่ๆ กะเหรี่ยงดีๆ ที่อื่นก็มีเยอะ ไม่เห็นมีปัญหาเหมือนที่นี่ รัฐจัดสรรที่ดินให้หมดแล้ว แต่คุณเอาไปขาย กะเหรี่ยงที่อยู่นอกพื้นที่ ทั้งจากสวนผึ้ง หรือที่อื่นๆ มาซื้อต่อ บางคนก็จะเอาทั้งที่เก่า ที่ใหม่ บัตรประชาชนก็จะเอา สิ่งที่เกิดขึ้นเพราะมีเอ็นจีโออยู่เบื้องหลังที่ไปหนุนให้ชาวบ้านทำแบบนี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้แต่มองตาปริบๆ จะจับก็จับไม่ได้ จึงขอให้รัฐบาลดำเนินคดีนายทุนเอ็นจีโอที่อยู่เบื้องหลังด้วย&amp;quot; นายดำรงค์กล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94162</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดำรงค์ พิเดช, นิรันดร์ พงษ์เทพ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยุทธพล อังกินันทน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_60364959e66b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69189</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2020 06:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2020 06:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น้ำลายสอ! &#039;มงคลกิตติ์&#039; อ้าง 9 พรรคเล็กส่งชื่อนั่งเก้าอี้รมต. &#039;ชัช-ดำรงค์&#039; แท็กทีมขอแบ่งเค้ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้แจ้งไปยังพรรคร่วมรัฐบาลแล้วจะมีการปรับ ครม.โดยขีดเส้นให้แต่ละพรรคส่งรายชื่อภายในวันที่ 7-9 ก.ค. เพื่อพิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติและนำสู่ขั้นตอนการนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในส่วนของพรรคเล็กร่วมรัฐบาลได้มีการส่งชื่อคนที่จะเป็นรัฐมนตรีเข้ามาด้วยเช่นกัน โดยพรรคเล็ก 9 พรรคจาก 11 พรรคนั้นนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ อ้างว่าได้ส่งชื่อตนเป็นรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ กลุ่มของนายชัชวาลล์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไทย ได้จับมือกับพรรคทวงคืนผืนป่า ที่มีนายดำรงค์ พิเดช เป็นหัวหน้าพรรค และมี ส.ส.จากฝ่ายค้านร่วมลงชื่อสนับสนุนด้วยรวมแล้ว 8 รายชื่อส่งเข้าประกวดเช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69189</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัชวาลย์  คงอุดม, ดำรงค์ พิเดช, นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์, ปรับครม., พรรคเล็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200619/image_big_5eecd0afe977d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51482</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.ป.ช.จ่อเชือด ที่ดิน-เล้าไก่&#039;เอ๋&#039; ปกปิดทรัพย์สิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลุ้นระทึก! เล้าไก่ปารีณารุกป่าถึงมือ ป.ป.ช. 2 ธันวาคมนี้ เตรียมพิจารณาเข้าข่ายปกปิดบัญชีทรัพย์สินหรือไม่ &amp;nbsp;&amp;quot;ดำรงค์&amp;quot; แนะกรมป่าไม้ดำเนินการ มี 2 สเต็ป ฟัน &amp;quot;เอ๋ราชบุรี&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่​ ป.ป.ช.ลงพื้นที่ไปตรวจสอบฟาร์มไก่และฟาร์มวัวของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ที่ อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ว่าเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ยังไม่มีการรายงานผลมาให้ ป.ป.ช.ทราบ คาดว่าจะมารายงานผลการลงพื้นที่ให้ทราบในวันที่​ 2​ ธ.ค.นี้ โดย​ ป.ป.ช.จะตรวจสอบว่ามีฟาร์มไก่ และฟาร์มวัวจริงตามที่แจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร จะทำหนังสือเชิญเลขาธิการป.ป.ช. มาให้ข้อมูลกรณีที่ น.ส.ปารีณาเพิ่งมาแจ้งการครอบครองที่ดิน ภ.บ.ท.5 ต่อ ป.ป.ช. ในการเข้ารับตำแหน่ง ส.ส.ปี 2562 ทั้งที่ครอบครองที่ดังกล่าวมาตั้งนานแล้วนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือเชิญไปให้ข้อมูลจาก กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวิทย์กล่าวว่า น.ส.ปารีณาจะเข้าข่ายการปกปิดบัญชีทรัพย์สินหรือไม่ ที่ไม่แจ้งการครอบครองที่ดิน ภ.บ.ท.5 ก่อนหน้านี้ ต้องขอตรวจสอบข้อมูลหลักฐานก่อน ยังไม่สามารถสรุปได้ในขณะนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายดำรงค์ พิเดช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย (รป.) ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ น.ส.ปารีณาฟ้องกรมป่าไม้ก็ไม่น่าจะมีผลอะไร เพราะเจ้าหน้าที่ป่าไม้มีสิทธิ์ตามหน้าที่ทุกประการในการเข้าไปตรวจสอบ รังวัด ไม่ใช่การเข้าไปรื้อถอนสิ่งก่อสร้างแต่อย่างใด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่า ที่กรมป่าไม้จะต้องดำเนินการมี 2 สเต็ป นั่นคืออย่างแรก กรณี 46 ไร่ ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติผิดชัดเจน แจ้งความดำเนินคดีได้ทันที สเต็ปที่สอง ในส่วนของ 600 ไร่ที่แจ้งการครอบครองเป็นบัญชีทรัพย์สินกับ ป.ป.ช. โดยอ้างการเสียภาษี ภ.บ.ท.5 รอให้ น.ส.ปารีณามาชี้ เมื่อมาชี้แล้วสามารถแจ้งความจับเป็นรายกระทงตามการครอบครองเลย และถึงวันนี้ไม่ต้องมาพูดถึงเรื่อง ส.ป.ก.อีกแล้ว เพราะกรณีของ น.ส.ปารีณานั้นถือว่าทำผิดก่อนมีพระราชกฤษฎีกาปฏิรูปที่ดิน คือมีการครอบครองก่อนปี 2554
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้ประสานการทำงานตรวจสอบเรื่องนี้กับทางกรมป่าไม้หรือไม่ อย่างไรบ้าง นายดำรงค์ตอบว่า กรมป่าไม้ก็ดำเนินการเรื่องนี้อยู่ ส่วนตนก็ให้คำแนะนำลูกน้องเก่าและรุ่นน้องที่กำลังตรวจสอบเรื่องนี้ ตามประสบการณ์ที่เคยทำมาก่อน เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องทำอย่างรอบคอบ ได้เจอกับนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้คุยกัน ท่านก็ยืนยันว่าได้กำชับทางกรมป่าไม้ไปแล้วว่าให้ทำเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายปี 2563 ในฐานะผู้ยื่นคำร้องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ตรวจสอบการถือครอง ที่ดินของ น.ส.ปารีณา ยืนยันว่าหลักฐานการเอาผิด น.ส.ปารีณาเพียงพอมานานแล้ว เจ้าหน้าที่ควรเร่งเข้าไปดำเนินคดี ไม่ว่าจะเป็นที่ดินในส่วนของ ส.ป.ก. ที่ต้องเร่งรัดยึดคืน และการดำเนินคดีอาญาในส่วนที่บุกรุกป่าสงวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขามองว่า กรณีที่ น.ส.ปารีณาฟ้องร้องเจ้าหน้าที่เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของพื้นที่ฐานบุกรุกนั้น เชื่อว่าการกระทำดังกล่าวจะยิ่งสร้างปัญหามากขึ้น เมื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบจะทำให้น.ส.ปารีณาทำงานยากขึ้น โดยเฉพาะขั้นตอนการซักค้านต่างๆ ที่ต้องสู้กับอัยการ จึงฝากสื่อสารเรื่องนี้ถึง น.ส.ปารีณาด้วยความห่วงใย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากผู้มีอำนาจพยายามจะช่วยเหลือ น.ส.ปารีณา ไม่ว่าจะเป็นใคร อาจจะติดร่างแหไปด้วย เพราะจากท่าทีของเจ้าหน้าที่ฝ่ายประจำที่ตอบคำถามสื่อมวลชน เหมือนเกรงกลัวอำนาจบางอย่าง ดังนั้นฝ่ายบริหารจะต้องลงมาตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ทำให้เห็นเป็นตัวอย่างว่าผิดคือผิด ถูกคือถูก&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเรืองไกรเรียกร้องไปยัง น.ส.ปารีณาว่า ในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทย การยื่นบัญชีทรัพย์สิน มีหลักฐานชัดเจน ดีที่สุดควรเอาเอกสารทั้งหมดของเรื่องนี้มาชี้แจงต่อสื่อมวลชน มีการยื่น ภ.บ.ท.5 ไปกี่ครั้ง มีการเสีย ภ.บ.ท.11 กี่ครั้ง และครอบครองต่อเนื่องมาจากใครบ้าง เคยอยู่ในนามใครบ้าง และพื้นที่เลขสำรวจ ขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ลงเลขหน้าสำรวจอะไรบ้าง ส.ส.ปารีณาสมควรจะเอาออกมาเปิดเผยให้สื่อมวลชน และนำเอกสารทุกอย่างไปแจ้งต่อกรมป่าไม้ ไปแจ้งต่อสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เพื่อให้นำไปสำรวจให้เกิดความถูกต้อง ต้องมีความกล้าหาญ ตรงไหนผิดก็ว่ามาเลย ตรงไหนถูกก็ว่ามา จะขอคืนไก่ เล้าไก่ก็ว่าไป จะดำเนินคดีโดย พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ หรือกระทั่ง พ.ร.บ.ป่า ให้เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการอย่างถูกต้อง แต่การที่โยนไปมาอย่างที่สื่อเห็น ไม่ตอบ กำลังรับโทรศัพท์ บ่ายเบี่ยง เลี่ยงหนี เป็นภาพที่ไม่เหมาะสม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51482</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดำรงค์ พิเดช, ปารีณา ไกรคุปต์, วรวิทย์ สุขบุญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191130/image_big_5de2569208784.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50855</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2019 08:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2019 08:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ไม่กลัวสักนิด!&#039;ปารีณา&#039;ฉุน&#039;ดำรงค์ พิเดช&#039;ชี้คุก2พันปีรุกที่ดิน1.7พันไร่ท้าฟ้องได้เลย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22พ.ย.62-น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ปารีณา ไกรคุปต์ ระบุว่า
ขำพาดหัวข่าวมากคะ เชิญท่านดำรงค์ พิเดช ฟ้องดิฉันได้เลยนะค่ะ ดิฉันไม่กลัวสักนิดฟ้องมาฟ้องกลับ ไม่โกงคะ :)
ดำรงค์พิเดชพรรคทวงคืนผืนป่าประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้โพสต์ดังกล่าวสืบเนื่องจาก นายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาทางถือครองที่ดินของน.ส.ปารีณา ว่า เท่าที่ทราบจากข่าว น.ส.ปารีณา แจ้งครอบครอง ภบท.5 ต่อ ป.ป.ช. ประมาณ 170 รายการ ซึ่งหากครอบครองมาก่อนปี 2554 ที่มีการประกาศเขต ส.ป.ก. ก็เท่ากับเป็นการบุกรุกป่า มีความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 มาตรา 14 มีโทษ จำคุกตั้งแต่ 6-15 ปี และมีโทษสูงสุดถึง 15 ปี และผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 มาตรา 54, 55 มีโทษตั้งแต่ 2-15 ปี
&amp;quot;ในการแจ้งของกรมป่าไม้ก็ต้องแจ้งเป็นรายกระทง คือ 170 กว่ากระทง และขึ้นอยู่กับศาลจะพิจารณาโทษหนักหรือเบาตามดุลยพินิจ คิดเป็นรายคดี คาดว่าโทษจำคุกก็ตั้งแต่ 300-2,000 กว่าปี&amp;quot;นายดำรงค์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50855</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดำรงค์ พิเดช, น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์, ปารีณา-ดำรงค์, ปารีณารุกที่ดิน1.7พันไร่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190820/image_big_5d5bc427874f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41976</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>26กค.ปักป้ายรื้อ‘88การ์มองเต้’พ่วง11แห่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;รมว.ทส.ส่งทีมปักป้ายรื้อถอนรีสอร์ต 88การ์มองเต้ วังน้ำเขียว 26 ก.ค.นี้ ข้องใจสมัย &amp;quot;ดำรงค์ พิเดช&amp;quot; เป็นอธิบดีกรมอุทยานฯ เหตุใดไม่รื้อถอน 88 การ์มองเต้ รวมทั้งรีสอร์ตอื่นๆ ที่รุกป่า หัวหน้าอุทยานฯ ทับลาน-หน่วยพญาเสือพร้อมเข้าปิดประกาศ เป้าหมายรีสอร์ต 11 แห่ง จับตาเจ้าของรีสอร์ตรุกป่ากว่า 30 รายสุมหัวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีว่า &amp;nbsp;ได้รับแจ้งจากอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จัดส่งทีมกฎหมายเข้าไปปักป้ายรื้อถอนรีสอร์ต 88 การ์มองเต้ วังน้ำเขียว ที่บุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ภายในวันที่ 26 ก.ค. เข้าดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย พ.ร.บ.อุทยานฯ ตามมาตรา 22 &amp;nbsp;สามารถรื้อถอนภายใน 30 วัน พร้อมกันนี้ได้สั่งการให้ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ นำคำสั่งไม่ฟ้องรีสอร์ต &amp;nbsp;88 การ์มองเต้ของอัยการมาพิจารณาอย่างละเอียดด้วย เพราะต้องดูเหตุผลให้รอบด้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รวมทั้งยังมีข้อสงสัยว่าทำไมสมัยนายดำรงค์ พิเดช เป็นอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ จึงยังไม่ดำเนินการรื้อถอนรีสอร์ต 88 การ์มองเต้ รวมทั้งรีสอร์ตอื่นๆ ที่รุกป่า และทำไมจึงต้องรอวันแมป (แผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวว่ารีสอร์ต 88 การ์มองเต้ มีบริษัทใหญ่ของประเทศเป็นเจ้าของ นายวราวุธ กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบ แต่ไม่ว่าใครบุกรุกพื้นที่รัฐต้องดำเนินการด้วยกฎหมายทั้งหมด ดังนั้นขณะนี้ได้ให้อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ไปดูข้อมูลข้อเท็จจริงว่าทำไมอัยการไม่สั่งฟ้องรีสอร์ตดังกล่าว และสภาพปัญหาการบุกรุกในพื้นที่อุทยานมีการดำเนินการไปถึงขั้นตอนไหน อย่างไร ซึ่งต้องยึดกฎหมายเป็นหลัก จึงจะเดินต่อได้ เช่น พื้นที่รีสอร์ต 88 การ์มองเต้ เป็นพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติ ไม่ใช่พื้นที่ ส.ป.ก.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน เปิดเผยว่า ในวันที่ 26 ก.ค. เวลา 09.00 น. กรมอุทยานแห่งชาติฯ นำโดยนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ที่ปรึกษาหน่วยพญาเสือและตน จะเข้าดำเนินการใช้มาตรา 22 พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504หลังยกเลิกคำสั่ง คสช. 64/2557 และ 66/2557 ในพื้นที่อุทยานฯ ทับลาน เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายโดยมีเป้าหมายเป็นรีสอร์ตบ้านพักตากอากาศรวม 11แห่ง ซึ่งหนึ่งในนั้นมี 88 การ์มองเต้ รีสอร์ทด้วย ซึ่งการปิดประกาศมาตรา 22 ไม่ใช่เรื่องใหม่ และ 88 การ์มองเต้เป็นเป้าหมายรายแรกๆ ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาอยู่แล้ว เพียงแต่มาเกิดเป็นประเด็นข่าวเสียก่อน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้คุยกับนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ แล้ว ซึ่งอธิบดีได้กำชับให้ดำเนินการทุกอย่างตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองใด ก็ไม่ได้เลือกปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ทราบว่ามีผู้ประกอบการที่เคยมีคดีความการบุกรุกพื้นที่อุทยานฯ ประมาณกว่า 30 คน กำลังมีการประชุมหารือกัน ซึ่งยังไม่ทราบว่าประชุมหารือเรื่องอะไร แต่ทางกรมอุทยานฯ จะติดตามความเคลื่อนไหวเป็นระยะ เพราะไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งระหว่างมวลชนกับเจ้าหน้าที่&amp;quot; นายประวัติศาสตร์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายโกศล ปัทมะ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีพรรคพลังประชารัฐไปจัดงานสัมมนาที่ รีสอร์ต 88 กามองเต้ ที่มีคดีบุกรุกอุทยานแห่งชาติว่า การจัดงานสัมมนาเฉลิมฉลองในสถานที่ที่มีปัญหาทั้งๆ ที่ประชาชนชาวอีสานกำลังเดือดร้อนเรื่องภัยแล้งทั้งที่ยังไม่มีการแก้ไข เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง การจะอ้างว่าไปเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา เป็นเรื่องที่ฟังไม่ขึ้น เรื่องนี้ไม่ต้องรอให้ผู้เกี่ยวข้องมารื้อคดี รัฐมนตรีที่ไปร่วมงานก็เห็นปัญหาอยู่ ควรเป็นผู้ผลักดันแก้ไขปัญหา ทำเรื่องนี้ให้ถูกต้อง เพราะนักการเมืองควรเป็นตัวอย่างที่ดี ทำให้ทุกคนในประเทศได้อยู่ในกฎหมายเดียวกัน ไม่ให้คนมีอภิสิทธิ์ชน การมาสนับสนุนรีสอร์ตที่มีคดีบุกรุกป่าเช่นนี้จึงเป็นเรื่องไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41976</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดำรงค์ พิเดช, นายวราวุธ ศิลปอาชา, ปักป้ายรื้อถอนรีสอร์ต, รื้อถอนรีสอร์ต, หนังสือพิมพ์, ‘88การ์มองเต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190725/image_big_5d39b4633273e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40230</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2019 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2019 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกาศกกต.เปลี่ยนแปลง&#039;กก.บห.&#039;พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค.62 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเรื่อง การเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่นายทะเบียนพรรคการเมืองได้มีประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง การเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย ลงวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ มีคณะกรรมการบริหารพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย จํานวน ๑๔ คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัดนี้ หัวหนัาพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย ได้มีหนังสือแจ้งต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง ตามมาตรา ๓๘ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ กรณี นายชิราณุ วนาพรบุญจันทร์ ได้ลาออกจากสมาชิกพรรค เป็นเหตุให้พ้นจากตําแหน่งกรรมการบริหารพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย ตามหนังสือลาออกลงวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๒และนายทะเบียนสมาชิกพรรค ได้รับทราบการลาออก เมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๒ ตามข้อบังคับพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๑ ข้อ ๒๔ วรรคหนึ่ง (๓) นายทะเบียนพรรคการเมืองได้รับทราบการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวแล้ว ตามมาตรา ๓๘ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น จึงทําให้คณะกรรมการบริหารพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย มีจํานวนทั้งสิ้น ๑๓ คน ดังนี้
๑. นายดํารงค์ พิเดช หัวหน้าพรรค
๒. นายสําราญ รักชาติ รองหัวหน้าพรรค
๓. นายมโนพัศ หัวเมืองแก้ว รองหัวหน้าพรรค
๔. นายสุชิน เพียรทอง รองหัวหน้าพรรค
๕. นายอาวุธ ปรีชาวุฒิ รองหัวหน้าพรรค
๖. นายวิลาศ ผิวเหมาะ รองหัวหน้าพรรค
๗. นายสว่าง เฟื่องกระแสร์ รองหัวหน้าพรรค
๘. นางสาวปาริชาติ ชาลีเครือ รองหัวหน้าพรรค
๙. นายสันติภาพ อินทรพัฒน์ เลขาธิการพรรค
๑๐. นางสาวมยุรี วรรณสกุลเจริญ รองเลขาธิการพรรค
๑๑. นายวีระพล สุทธิพรพลางกูร เหรัญญิกพรรค
๑๒. นายวีระยุทธ กุลพรพันธ์ นายทะเบียนสมาชิกพรรค
๑๓. นายจตุพร มังคลารัตน์ ผู้อํานวยการพรรค
จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน
ประกาศ ณ วันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๒
พันตํารวจเอก จรุงวิทย์ ภุมมา
นายทะเบียนพรรคการเมือง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40230</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ดำรงค์ พิเดช, พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190514/image_big_5cdac8184c8c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38923</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2019 13:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2019 13:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต้องได้กระทรวงทรัพย์!2เสียงรักษ์ผืนป่าฯขู่ทิ้ง&#039;พปชร.&#039;ซบ7พรรคฝ่ายค้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มิ.ย.62 - &amp;nbsp;ที่หอประชุมใหญ่บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ถ.แจ้งวัฒนะ &amp;nbsp;นายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย ให้สัมภาษณ์อีกครั้ง ถึงการตัดสินใจว่าจะไปเป็นฝ่ายค้านอิสระหรือไม่ &amp;nbsp;ว่า &amp;nbsp; ต้องรอความชัดเจน หลังจากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี หากพรรคชาติไทยพัฒนาได้ดูแลกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตนก็เดินทางมาถึงทางตัน ต้องนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย ให้ตัดสินใจใน 3 ทางเลือกคือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.อยู่ร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐต่อไป 2.เป็นฝ่ายค้านอิสระที่จะลงมติเฉพาะบางนโบายที่เราเห็นด้วย หรือบางครั้งไปช่วยรัฐบาลได้ &amp;nbsp;3.เป็นฝ่ายค้านร่วมกับ 7 พรรคที่มีพรรคพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมายังไม่เคยมีการติดต่อมาจากพรรคการเมืองจัดตั้งรัฐบาล &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามยืนยันว่าไม่ได้ขัดแย้งกับคนในพรรคชาติไทยพัฒนา และเรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของพรรคชาติไทยพัฒนาที่จะได้ดูแลกระทรวงดังกล่าว แต่เป็นความผิดของผู้จัดทำรายชื่อคณะรัฐมนตรี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อีกทั้ง ตามมารยาทแล้ว ผมไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงการทำงานของพรรคชาติไทยพัฒนาได้ และไม่ควรเอาพรรคของผมไปทำงานซ้อนกัน &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ถ้าพรรคชาติไทยพัฒนาได้ดูแลกระทรวงทรัพยากรฯ เขาคงไม่ดึงพรรคผมไปเป็นคณะทำงานของเขา&amp;quot; หัวหน้าพรรครักษ์ผืนแห่งประเทศไทย กล่าวและว่า&amp;quot;ก่อนหน้านี้ ผมเข้าใจว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อยู่ภายใต้การดูแลของพรรคพลังประชารัฐและพรรคของผมจะสามารถร่วมทำงานในฐานะคณะทำงานชุดหนึ่งเพื่อทำงานเรื่องป่าสงวน การปลูกป่า และป้องกันการเผาป่า ไม่ได้ต้องการเก้าอี้รัฐมนตรี แต่เมื่อกระทรวงนี้ไปอยู่ที่พรรคอื่น ผมก็ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ แต่หากจะให้ทำงานในฐานะกรรมาธิการในรัฐสภา ผมคิดว่ากรรมาธิการไม่สามารถทำงานได้เท่ากับฝ่ายบริหาร หากคนจัดโผครม.ไม่ไว้วางใจเรา &amp;nbsp;เราก็ต้องถอย &amp;nbsp;ไม่เป็นไรหรอก เขาขาดเสียงส.ส.เราแค่ 2 เสียง คงไม่สะเทือนหรอก&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38923</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดำรงค์ พิเดช, พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย, โควต้ารัฐมนตรี, โผครม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190514/image_big_5cdac8184c8c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
