<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89905</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2021 12:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2021 12:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกตร.ยันดำเนินคดีม.112 -ม.116เป็นไปตามกฎหมายไม่ใช่นโยบาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15 ม.ค.64 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกตร. กล่าวถึงภาพรวมการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดมาตรา 116 และ 112 ว่า ได้ดำเนินการในรูปแบบคณะกรรมการ ระดับกองบัญชาการ ที่สำคัญตำรวจดำเนินการตามกฎหมาย ไม่ใช่นโยบาย และตำรวจจะละเว้นไม่ได้ ซึ่งผู้ถูกกล่าวหามิสิทธิพบทนายความ เนื่องจากเป็นสิทธิพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมาตำรวจไม่ได้ปิดกั้นสิทธิดังกล่าว ทั้งนี้การเรียกร้องทางการเมืองเป็นสิทธิเช่นกัน แต่ต้องระวังไม่ให้ไปกระทบสิทธิของผู้อื่น หรือไม่ให้เกิดการกระทำความผิดกฎหมายเรื่องอื่น การเคลื่อนไหวที่กระทบสิทธิผู้อื่น ทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อน ผู้เคลื่อนไหวต้องรับผลจากการกระทำนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่ผ่านมาตำรวจ และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ร่วมมือดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง การที่จะแจ้งข้อกล่าวหา ออกหมายเรียก ออกหมายจับ ตำรวจพิจารณาโดยคณะกรรมการ ไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน การออกหมายเรียกหรือหมายจับ ตำรวจขอความเห็นจากศาล จึงเป็นดุลพินิจของศาลที่จะออกหมายเรียกหรือหมายจับให้ ขอย้ำว่าตำรวจทำตามหน้าที่ ทำตามขั้นตอนกฎหมาย ที่ผ่านมาตำรวจดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดในข้อหามาตรา 116 และ 112 มาอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่สามารถบอกจำนวนได้ เพราะอาจส่งผลกระทบหลายส่วน ยืนยันว่าต้องดำเนินการ เพราะหากไม่ทำแปลว่าตำรวจละเว้น ก็จะเป็นความผิดตามกฎหมายเช่นกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการเข้าไปจับกุมแกนนำในเวลากลางคืน ถูกตั้งคำถามว่าทำไม่ถูกต้องหรือไม่ พล.ต.ต.ยิ่งยศ ชี้แจงว่า ตนสอบถามเจ้าหน้าที่ผู้จับกุมแล้ว ทราบว่าเป็นการจับตามหมายในที่สาธารณะ ไม่มีข้อห้ามว่าต้องจับกี่โมง ผู้ต้องหามีถิ่นที่อยู่ไม่ชัดเจน มีแนวโน้มว่าจะไม่ปรากฏตัวให้จับหรือไม่ มีแนวโน้มว่าจะหลบหนี เมื่อพนักงานสอบสวนมีความเห็นไปยังศาลขออนุญาตออกหมายจับ ศาลพิจารณาออกหมายจับให้ ตำรวจก็ไปจับกุมตามหมายจับ ย้ำว่าขั้นตอนจับกุมตำรวจทำตามระเบียบวิธีปฏิบัติตาม ป.วิอาญา ทุกประการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า&amp;nbsp; แกนนำที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ หลังถูกดำเนินคดีแล้ว ทางตำรวจได้เรียกไปปรับทัศนคติบ้างหรือไม่ พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวว่า เรื่องการปรับทัศนคติไม่ได้เป็นขั้นตอนตาม ป.วิอาญา อาจมีการพูดคุยส่วนตัว แลกเปลี่ยนความคิดกัน ทางพนักงานสอบสวนน่าจะอยากทราบความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุม ทำไมจึงต้องทำแบบนั้น ต่อข้อซักถามว่าตำรวจได้ดำเนินคดีกับท่อน้ำเลี้ยงบ้างหรือไม่ โฆษก ตร. กล่าวว่า การมีผู้สนับสนุนการเคลื่อนไหวทางการเมืองเป็นเรื่องปกติ หากชุมนุมแล้วไม่สร้างความเสียหาย หรือกระทบสิทธิใคร คงเก็บข้อมูลไว้ตรวจสอบหากมีการกระทำความผิดภายหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ากรณีนายชยพล ดโนทัย หรือเดฟ นักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ ที่ถูกพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง ออกหมายจับในมาตรา 112 ซึ่งผู้ถูกกล่าวหายืนยันว่าไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ และเป็นการจับแพะ พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวว่า หากเขายืนยันว่าไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ ก็เป็นเรื่องของกระบวนการสอบสวน สามารถเอาพยานแวดล้อม พยานบุคคล มายืนยันกับพนักงานสอบสวนได้ เรื่องการแจ้งข้อกล่าวหากับใคร เราสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลนั้นยังไม่ได้กระทำผิด เพียงแต่ว่ามีพยานหลักฐานกล่าวหาว่าผิด เขาก็นำหลักฐานมายืนยัน ตรงนี้เป็นสิทธิอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89905</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดำเนินคดีมาตรา 116, พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์, มาตรา112, ม็อบกลุ่มคณะราษฎร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210115/image_big_60012d4cddff9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83133</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2020 07:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2020 07:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อ๋อย&#039;ย้อนเล่าถูกตั้งข้อหาผิด&#039;ม.116 -พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์&#039;ก่อนถึงวันตัดสินธ.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8 พ.ย. 2563 นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก Chaturon Chaisang โดยเขียนข้อความว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพิ่งไปขึ้นศาลมาครับคดีมาตรา 116 กับพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางคนเห็นข่าวแล้วก็ถามว่าเป็นคดีใหม่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้หรือ ส่วนคนที่เคยได้ข่าวมาก่อนแล้วก็ถามว่าโอ้ ! ยังไม่จบอีกหรือ ตั้งนานมาแล้วนี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็เลยจะขอถือโอกาสนี้เล่าให้ฟังสักหน่อยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้เกิดขึ้นหลังการรัฐประหาร 22 พฤษภา 2557 เพียงไม่กี่วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีการออกคำสั่งให้บุคคลไปรายงานตัวต่อคสช. ผมไม่ไปรายงานตัว เมื่อซ่อนตัวอยู่หลายวันก็คิดว่าจะหลบอยู่ใต้ดินไปเรื่อยๆคงจะไม่ได้ ไม่เป็นประโยชน์อะไร จึงตัดสินใจที่จะไปให้เขาจับและสู้คดีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเลือกที่จะไปให้ทหารจับที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศโดยนัดหมายไปแถลงข่าวที่นั่น สาระที่ไปแถลงข่าวก็คือการชี้แจงว่าผมไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร สาเหตุที่ผมไม่ไปรายงานตัว ผมยืนยันว่าจะต่อสู้เรียกร้องเพื่อให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย ขอให้พี่น้องประชาชนอดทนและต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยโดยสันติวิธี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากแถลงข่าวจบ ผมมาตอบคำถามผู้สื่อข่าวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ก็มีทหารชุดหนึ่งเข้ามาเชิญตัวไปซึ่งผมก็ยินยอมไปด้วยโดยดีเพราะตั้งใจมาให้เขาจับอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทหารชุดนี้นำตัวผมไปส่งที่สน. ลุมพินีเพื่อจะให้ตำรวจตั้งข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งให้ไปรายงานตัว แต่ว่าหารือกันไปสักพักหนึ่ง นายทหารที่เป็นผู้ดูแลการดำเนินการกับผมก็มาบอกว่า วันนี้คงจะไม่มีการตั้งข้อหาที่สน. ลุมพินีนี้แล้วเนื่องจากว่ากรณีฝ่าฝืนคำสั่งคสช. ของผมเกิดขึ้นก่อนที่จะที่คสช. จะมีคำสั่งให้คดีเกี่ยวกับความมั่นคงไปขึ้นศาลทหาร จึงจะนำตัวผมไปที่อื่นก่อน ผู้บังคับบัญชาให้แนวทางมาว่าจะต้องคิดหาทางตั้งข้อหาอื่นเพื่อที่จะสามารถส่งตัวผมไปขึ้นศาลทหารให้ได้เสียก่อนค่อยเอาตัวผมไปส่งตำรวจในวันต่อๆไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นผมถูกเอาตัวขึ้นรถทหาร คลุมหัวปิดตาเดินทางไปประมาณ 2-3 ชั่วโมง แล้วเอาผมไปขังไว้ในบ้านหลังหนึ่งในค่ายทหาร วันรุ่งขึ้นทหารชุดนี้จึงได้นำตัวผมมาส่งที่กองปราบเพื่อให้ตั้งข้อหาตามมาตรา 116 แล้วนำตัวผมไปฝากขังที่ศาลทหาร ศาลทหารสั่งขังและไม่ให้ประกันตัว ผมจึงถูกนำตัวไปขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีของผมเป็นคดีการเมืองที่ขึ้นศาลทหารเป็นคดีแรกหลังการรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในระหว่างที่ถูกขังอยู่มีการตั้งข้อหาเพิ่มเติมคือการนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมถูกดำเนินคดีในศาลทหารในทั้งสามข้อหาคือ 1.ฝ่าฝืนคำสั่งคสช. ที่ให้บุคคลมารายงานตัว 2.ข้อหาตามมาตรา 116 และ 3.ข้อหาฝ่าฝืนพรบ.คอมพิวเตอร์ โดยเป็นการดำเนินคดีในศาลทหารชั้นเดียวไม่มีการอุทธรณ์ฎีกา
ต่อมาผมได้ต่อสู้ว่าศาลทหารไม่มีอำนาจที่จะพิจารณาคดีผมโต้แย้งกันอยู่หลายเดือนจนในที่สุดมีข้อสรุปว่าศาลทหารไม่มีอำนาจพิจารณาคดีในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งคสช. แต่มีอำนาจพิจารณาคดีในอีกสองข้อหาที่เหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมสู้คดีในศาลทหารติดต่อกันมาเป็นเวลาเกือบ 6 ปี สืบพยานไปได้ 2-3 ปากเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อจะมีการเลือกตั้งจึงได้มีการโอนคดีในศาลทหารไปยังศาลยุติธรรม ผมจึงมาสู้คดีในศาลอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในสองวันที่ผ่านมามีการสืบพยานไปอีกหนึ่งปาก หลังจากนั้นก็มีการหารือกันเพื่อที่จะกำหนดนัดหมายพยานที่เหลือให้มาสืบพยานต่อไป ผลปรากฏว่ามีการลดพยานทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลยลงให้เหลือเท่าที่จำเป็นจริงๆ คาดว่าการสืบพยานคงจะแล้วเสร็จได้ในเดือนนี้และศาลแจ้งว่าตั้งใจจะอ่านคำพิพากษาคำพิพากษาได้ในเดือนธันวาคมที่จะถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากที่ต้องอยู่กับคดีนี้มา 6 ปีกว่า ผมมีประสบการณ์อย่างไร เห็นปัญหาอะไรและอยากจะเสนออะไร เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83133</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนต์ ฉายแสง, ดำเนินคดีมาตรา 116, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201006/image_big_5f7c6d463629a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47503</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2019 13:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2019 13:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โธ่!&#039;พท.&#039;ฟุ้งรัฐบาลเพลี่ยงพล้ำแล้วหลังส่งซิกกอ.รมน.ฟ้องฝ่ายค้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค.62-ที่พรรคเพื่อไทย นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) แจ้งความดำเนินคดีมาตรา 116 กับแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน และนักวิชาการ รวม 12 คนว่า 7 พรรคฝ่ายได้ทำการแจ้งความกลับในฐานแจ้งความเท็จ และหมิ่นประมาท การดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาของรัฐบาล ผ่านกอ.รมน. รัฐบาลไม่สามารถปฎิเสธได้เลยว่า การดำเนินการลักษณะนี้เป็นการเพลี้ยงพล้ำทางการเมืองอย่างมีนัยยสำคัญ เพราะรัฐบาลกำลังเผชิญวิกฤติความศรัทธา คะแนนความนิยมลดลงสะท้อนผ่านหลายโพล และวิกฤติปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง การปราบปรามทุจริต คอร์รัปชัน เมื่อรัฐบาลดำเนินการเรื่องนี้ จึงเป็นการทำลายบรรยากาศอันดีของบ้านเมือง อย่างไรก็ตามรัฐบาลหลังเลือกตั้ง ต้องการการมีร่วมของทุกภาคส่วน อย่าคิดว่าอยู่ในยุคเชื่อรัฐบาลชาติพ้นภัย หรืออยู่ในยุครัฐบาลคสช. ที่ประชาชนไม่มีสิทธิเสรีภาพ &amp;nbsp;จนทำลายกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน การแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกบรรจุในวาระเร่งด่วนข้อที่ 12 ไม่ช้าก็เร็ว รัฐบาลก็ต้องเปิดเวทีรับฟังความเห็นอยู่แล้ว พอฝ่ายค้านทำกลับมีปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;รัฐบาลทำลายความไว้วางใจของประชาชน รัฐบาลทำลายภาพลักษณ์ของรัฐบาลเอง เห็นได้จากหลายนโยบายที่บอกจะทำในช่วงการหาเสียง แต่รัฐบาลก็ไม่ยอมทำทั้งยังเพิ่มเงื่อนไข วันนี้รัฐบาลมีความจริงใจแค่ไหนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือกำลังหลอกประชาชน ต้มพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ สุดท้ายคือการทำความความเชื่อมั่นภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ &amp;nbsp;ประชาชนเห็นการแทรกแซง ดำเนินนโยบายที่ไม่จริงใจนักลงทุนก็คงคิดหนักที่จะมาลงทุนวนประเทศ ขอเรียกร้องว่ารัฐบาลอย่าไปยืนหลบหลังข้าราชการประจำ ต้องแสดงท่าทีต่อเรื่องการดำเนินคดีต่อ7 พรรคฝ่ายค้าน เพราะยิ่งปล่อยเวลายาวไป ยิ่งจะทำลายสิ่งต่างๆ ในประเทศ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47503</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอ.รมน., ดำเนินคดีมาตรา 116, นายอนุสรณ์  เอี่ยมสะอาด, ฝ่ายค้าน, พรรคเพื่อไทย, รัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9ad6e47bb34.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
