<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>10074</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2018 00:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2018 00:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไมโครซอฟท์ฟันธงปี63 ธุรกิจไทยกว่า 85%ใช้&#039;ปัญญาประดิษฐ์&#039;ทำงาน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไมโครซอฟท์ เผยแทบทุกอุตสาหกรรมในเมืองไทย พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจของตนเองผ่านการใช้งาน AI มากขึ้น ชี้เทคโนโนลีไม่ได้แทนมนุษย์ แต่เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาได้คาดการณ์กันว่ามากว่า 40% ของกระบวนการดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน ภายในปี 2562 บทบาทของ &amp;nbsp;AI จะเข้ามาสนับสนุนด้วย โดยในปี 2563 มองว่าจะมีองค์กรถึง 85% ที่นำ AI มาประยุกต์ใช้งานอีกด้วย ในส่วนของบริษัทยังเห็นว่าแอปพลิเคชันกว่า 50% ในตลาด จะนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งเพื่อใช้งานในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งภายในสิ้นปี 2561 นี้ ส่วนการใช้บอทและ AI ติดต่อสื่อสารกับลูกค้านั้น มีแนวโน้มที่จะแพร่หลายขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนอาจคิดเป็นอัตราส่วนถึง 95% ของการสนทนากับลูกค้าในปี 2568&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความต้องการของประเทศไทยในเรื่องดังกล่าว ไม่แตกต่างจากหลายประเทศทั่วโลก จะเห็นได้ว่าผู้ประกอบการหลายราย เริ่มให้ความสำคัญกับ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจแล้วเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นภาคของการเงินการธนาคาร ประกัน โรงแรม อสังหาริมทรัพย์ และระบบขนส่ง หรือแทบจะทุกภาคอุตสาหกรรมที่ &amp;nbsp;AI เข้ามาขับเคลื่อนการทำงานขององค์กรตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนปัจจัยที่ทำให้ AI แพร่หลายมากขึ้น ประกอบด้วย 1.ทรัพยากรข้อมูล กลไก และแนวทางในการค้นหา คัดเลือก และจัดเก็บข้อมูลจากแหล่งต่างๆ มากมาย 2.บุคลากร ความรู้ความเข้าใจในการวิเคราะห์หรือประยุกต์ใช้ข้อมูลในรูปแบบที่เกิดประโยชน์กับองค์กร ผู้ใช้งาน หรือสังคม และ 3. ความเข้าใจ นอกจากทักษะและความเข้าใจเชิงเทคนิคของผู้พัฒนา AI เองแล้ว ความไว้เนื้อเชื่อใจในเทคโนโลยี AI และความมั่นใจในประสิทธิภาพหรือความแม่นยำของระบบก็มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมนี้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนวัฒน์ &amp;nbsp;กล่าวว่า การใช้งาน AI อย่างแพร่หลาย เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อมีการวางมาตรฐานที่ชัดเจนในด้านความปลอดภัยของข้อมูล ความโปร่งใสในการทำงาน และความรับผิดชอบของผู้พัฒนา เป็นต้น โดยการพัฒนา AI จะต้องมีวัตถุประสงค์หลักคือการส่งเสริมให้มนุษย์สามารถทำงานได้ดีขึ้น มากขึ้น หรือทำในสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยเป็นไปได้มาก่อน ไม่ใช่การเข้ามาแทนที่มนุษย์แต่อย่างใด จากแนวโน้มของตลาดเมืองไทยสะท้อนให้เห็นการก้าวเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี บริษัทวางโพซิชั่นนิ่งไว้ด้วยกัน 3 อย่าง คือ 1. AI Platform 2. Intelligent Products และ3. AI Business Solutions โดยบริษัทมองว่าแม้ความต้องการที่อยากพัฒนาอะไรใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นในเมืองไทยจะมีอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ต้องยอมรับว่าเรื่องของทักษะหรือความสามารถของคนยังเป็นความท้าทายอยู่ไม่ใช่น้อย จึงต้องมีความร่วมมือกันเพื่อส่งเสริม รองรับความต้องการของตลาด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10074</URL_LINK>
                <HASHTAG>AI, ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน, ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์, ปัญญาประดิษฐ์, เอไอ, ไมโครซอฟท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180527/image_big_5b0994f7c5f87.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
