<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119276</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 09:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2021 09:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เช็กเลย กอนช. เตือนพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก ดินถล่ม น้ำล้นตลิ่ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ต.ค. 2564 ประกาศ กอนช. ฉบับ 22 เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก ดินถล่ม น้ำล้นอ่างเก็บน้ำ และน้ำล้นตลิ่ง ในช่วงวันที่ 11 &amp;ndash; 16 ตุลาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉบับที่ 22/2564 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่อง &amp;nbsp;เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก ดินถล่ม น้ำล้นอ่างเก็บน้ำ และน้ำล้นตลิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 13 เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 9 ตุลาคม 2564 &amp;nbsp;พายุโซนร้อน&amp;ldquo;ไลออนร็อก&amp;rdquo; มีศูนย์กลางอยู่บริเวณเกาะไหหลำ ประเทศจีน คาดว่าเคลื่อนลงสู่อ่าวตังเกี๋ยและขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ในช่วงวันที่ 10 - 11 ตุลาคม 2564 และจะอ่อนกำลังลงตามลำดับต่อไป ซึ่งจะทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงวันเวลาดังกล่าวจะมีฝนเพิ่มขึ้น ทางตอนบนของภาค ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ มีกำลังแรง ทำให้ภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนตกหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ได้ประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำจากแผนที่ฝนคาดการณ์ (ONE MAP) ของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และพื้นที่เสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฝ้าระวังดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากของกรมทรัพยากรน้ำ และกรมทรัพยากรธรณี พบว่าในช่วงวันที่ 11 &amp;ndash; 16 ตุลาคม 2564 &amp;nbsp;มีพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังอุทกภัย ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. เฝ้าระวังน้ำหลาก ดินถล่ม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดสกลนคร และอุบลราชธานี ภาคตะวันออก จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด และสระแก้ว ภาคตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และเพชรบุรี ภาคใต้ จังหวัดชุมพร นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา กระบี่ ตรัง และสตูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เฝ้าระวังระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำมากกว่า 80%
และแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เสี่ยงน้ำล้น กระทบพื้นที่บริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำในภาคเหนือ (จังหวัดพิษณุโลก ลำปาง สุโขทัย น่าน เพชรบูรณ์ และอุตรดิตถ์) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (จังหวัดชัยภูมิ มหาสารคาม ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ อุดรธานี มุกดาหาร ยโสธร เลย บึงกาฬ นครพนม กาฬสินธุ์ หนองบัวลำภู และสกลนคร) ภาคตะวันออก (จังหวัดระยอง นครนายก ปราจีนบุรี ตราด สระแก้ว จันทบุรี และชลบุรี) ภาคกลาง (จังหวัดลพบุรี และสระบุรี) ภาตตะวันตก (จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และประจวบคีรีขันธ์) และภาคใต้ (จังหวัดกระบี่ ภูเก็ต ระนอง และสุราษฎร์ธานี) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. เฝ้าระวังระดับน้ำในลำน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นล้นตลิ่ง และท่วมขังบริเวณที่ลุ่มต่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.1 ภาคเหนือ บริเวณแม่น้ำน่าน อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร แม่น้ำยม อำเภอสามง่าม และอำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณแม่น้ำชี อำเภอโกสุมพิสัย อำเภอกันทรวิชัย&amp;nbsp;
และอำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม อำเภอฆ้องชัย อำเภอกมลาไสย อำเภอยางตลาด&amp;nbsp;
และอำเภอร่องคำ จังหวัดกาฬสินธุ์ อำเภอจังหาร จังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอเมืองยโสธร และอำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร แม่น้ำมูล อำเภอประโคนชัย อำเภอสตึก และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ อำเภอชุมพลบุรี และอำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ อำเภอเมืองศรีสะเกษ และอำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ และอำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.3 ภาคกลาง บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ อำเภอเมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง และอำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แม่น้ำป่าสัก อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และอำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี แม่น้ำลพบุรี อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี แม่น้ำท่าจีน อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี และอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. เฝ้าระวังแม่น้ำโขง บริเวณจังหวัดเชียงรายจนถึงจังหวัดอุบลราชธานี มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงเพิ่มสูงขึ้น
ในการนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดดำเนินการ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ติดตามสภาพอากาศและสภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ปรับแผนบริหารจัดการน้ำในแหล่งน้ำที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 หรือเกณฑ์ควบคุมสูงสุด (Upper Rule Curve) ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ พร้อมพิจารณาบริหารจัดการ
เขื่อนระบายน้ำและประตูระบายน้ำ เพื่อพร่องน้ำและเร่งระบายน้ำในลำน้ำ แม่น้ำ รวมทั้งใช้พื้นที่ลุ่มต่ำ
เป็นแก้มลิงหน่วงน้ำและรองรับน้ำหลาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงและความสามารถใช้งานของอ่างเก็บน้ำ อาคารบังคับน้ำ&amp;nbsp;
และติดตาม ตรวจสอบ ซ่อมแซม แนวคันบริเวณริมแม่น้ำและกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อเตรียมความพร้อมรับน้ำหลากป้องกันน้ำท่วม ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. เตรียมแผนรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ รวมถึงความพร้อมของระบบสื่อสารสำรอง เพื่อบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำ และแจ้งเตือนล่วงหน้า ให้ประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ เตรียมพร้อมในการอพยพได้ทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119276</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ, ดินถล่ม, น้ำล้นตลิ่ง, น้ำล้นอ่างเก็บน้ำ, น้ำหลาก, แจ้งเตือนพื้นที่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211010/image_big_61624a2c53a5f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116123</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 09:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 09:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝนถล่มพิษณุโลก จนท.ช่วยชีวิตตาวัย 79 ปี จมน้ำพร้อมบ้านทรุดลงไปในแม่น้ำยมลึกกว่า 10 เมตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นาทีระทึกช่วยลุงวัย 79 ปี ฝนตกหนักตลอดทั้งคืน ส่งผลให้ดินสไลด์บ้านลงแม่น้ำยม แผ่นปูนพื้นบ้านทับขา เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือนานนับชั่วโมงก่อนสามารถนำตัวออกมาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จ.พิษณุโลก มีฝนตกหนักตลอดทั้งคืน ช่วงเวลาประมาณ 06.00 น.วันนี้ เจ้าหน้าที่เทศบาลบางระกำเมืองใหม่ เจ้าหน้าที่กู้ภัย รับแจ้งจากประชาชนบ้านวังเป็ด ต.บางระกำ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ขอความช่วยเหลือบ้านเรือนประชาชนสไลด์ลงแม่น้ำยม มีประชาชนติดไปกับซากบ้านได้รับบาดเจ็บไม่สามารถออกมาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่จึงเดินทางเข้าบ้านที่เกิดเหตุเลขที่ 86/2 ม.2 ต.บางระกำ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ทราบว่าเป็นบ้านพักของนายขั้ว มีแหยม อายุ 79 ปี และนางล้วน มีแหยม อายุ 82 สองสามีภรรยา โดยลักษณะบ้านเป็นบ้านปูนชั้นเดียวบริเวณหลังบ้านได้เกิดดินสไลด์ลึกประมาณ 10 เมตร โดยครัวของบ้านพักดังกล่าวก็สไลด์ลงไปในแม่น้ำยมด้วย ชาวบ้านที่ทราบข่าวพยายามลงไปช่วย นายขั้ว มีแหยม เจ้าของบ้านที่ร่างสไลด์ติดลงไปพร้อมซากบ้าน และถูกแผ่นปูนขนาดใหญ่ทับที่บริเวณขาจมน้ำอยู่ในแม่น้ำยม ขณะที่ฝนยังคงตกต่อเนื่อง ดินบริเวณหลังบ้านก็ยังไหลลงมาเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่จากทุกหน่วยและชาวบ้านเร่งช่วยเหลือนายขั้วอย่างเร่งด่วน ด้วยวิธีการขยับซากบ้านออกจากบริเวณขาให้มากที่สุด แต่การช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะน้ำท่วมบริเวณลำตัวนายขั้วอยู่ ประกอบกับน้ำขุ่นมาก มองไม่เห็นใต้พื้นน้ำ จนสุดท้ายใช้วิธีใช้แท่งเหล็ก งัดที่แผ่นปูน แผ่นที่ทับขานายขั้วแล้วขยับขาออกมาได้เป็นผลสำเร็จ โดยมีบาดแผลฉีกขาดที่บริเวณฝ่าเท้าด้านซ้าย และมีอาการอ่อนเพลียจึงเร่งนำตัวนายขั้วส่งโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบถามนางล้วน มีแหยม อายุ 82 ปี ภรรยาของนายขั้ว เล่าให้ฟังด้วยน้ำตาว่า ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาฝนตกหนักตลอดคืน ก็ตื่นเช้ามาประมาณตี 5 หุงข้าว ตั้งหม้อข้าว อุ่นกับข้าวจะใส่บาตร แล้วก็มานั่งรอสามีจนใกล้จะตีห้าก็หาสามีไม่เจอ ไปดูที่ที่นอนก็ไม่มี กะจะตามมาใส่บาตรเพราะพระใกล้เวลามาแล้ว หาทั่วบ้านไม่เจอ ก็เลยเดินไปหาในครัว พอเดินมาใกล้ถึงครัวเท่านั้นก็ใจหาย เพราะครัวสไลด์ลงไป แล้วได้ยินเสียงสามีร้องขอความช่วยเหลือเพราะร่างตกไปพร้อมซากบ้านในแม่น้ำ ตกใจมาก รวบรวมสติได้ก็วิ่งไปตามชาวบ้านมาช่วยดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เวลานี้ฝนในพื้นที่ยังตกต่อเนื่องด้านนายธราดล อภิจารี ปลัดอำเภอบางระกำ ได้เดินทางเข้าที่เกิดเหตุพร้อมด้วยอีกหลายหน่วยงาน เพื่อเร่งหาทางช่วยเหลือ และประกาศเตือนชาวบ้านในพื้นที่ริมแม่น้ำยมให้เฝ้าระวัง ขณะที่บ้านหลังติดกันขณะนี้ดินได้เริ่มสไลด์มาถึงตัวบ้านแล้ว เร่งให้เจ้าหน้าที่ช่วยขนย้ายสิ่งของ และประชาชนออกจากตัวบ้าน หวั่นเกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์บ้านสไลด์ลงไปอีกหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116123</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพิษณุโลก, ดินถล่ม, ดินสไลด์, น้ำท่วม, ฝนตก, พายุโซนร้อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210909/image_big_613970fe249b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111847</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2021 15:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2021 15:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>EWS DWR แอปใหม่แจ้งเตือนน้ำหลาก–ดินถล่ม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในช่วงฤดูฝนนี้หลายพื้นที่ฝนตกหนักและเป็นพื้นที่เสี่ยงต้องมีการเฝ้าระวัง เตือนภัย ลดความสูญเสีย สกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พัฒนาแอพพลิเคชั่น EWS DWR ระบบเตือนภัยล่วงหน้าที่แสดงผลผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่หรือ Mobile Application ที่ใช้งานได้ฟรีบน Smartphone ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android ประชาชนจะสามารถติดตามสถานการณ์ฝนและตรวจสอบพื้นที่การเฝ้าระวัง พื้นที่เตือนภัย และพื้นที่อพยพ จากเหตุน้ำหลาก-ดินถล่ม ตลอด 24 ชั่วโมง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายภาดล &amp;nbsp;ถาวรกฤชรัตน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมทรัพยากรน้ำ &amp;nbsp;ได้ดำเนินการติดตั้งระบบเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning) สำหรับพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่ม ในพื้นที่ลาดชันและพื้นที่ราบเชิงเขา โดยเริ่มติดตั้งมาตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2548 &amp;ndash; 2563 ติดตั้งระบบเตือนภัยรวม จำนวน 1,796 สถานี ครอบคลุมหมู่บ้านเสี่ยงภัยจำนวน 4,493 หมู่บ้าน เพื่อเป็นกลไกติดตามสถานการณ์ เฝ้าระวัง และเตือนภัยที่เกิดจากน้ำท่วมฉับพลัน โดยการตรวจวัดข้อมูลปริมาณน้ำฝน และ/หรือระดับน้ำในพื้นที่หมู่บ้านที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยสูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากจะมีระบบตรวจวัดการเตือนภัยในพื้นที่แล้ว ยังพัฒนาโปรแกรมประยุกต์เพื่อสืบค้นข้อมูลจากฐานข้อมูล รวมถึงเพื่อติดตาม ตรวจสอบข้อมูล การพยากรณ์และเตือนภัย พร้อมแสดงผลผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่เพื่อให้ประชาชนนำข้อมูลไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; สถานีเตือนภัยน้ำหลาก-ดินถล่มในแต่ละจุด จะมีคนในพื้นที่ ที่เรียกว่า &amp;ldquo;ผู้รู้&amp;rdquo; เป็นอาสาสมัครติดตามระดับน้ำที่แสดงผลในแต่ละสถานี พร้อมประสานกับเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำส่วนกลาง ที่ประจำ ณ ห้องปฏิบัติการเฝ้าระวังและเตือนภัยน้ำหลาก-ดินถล่ม หรือ Early Warning ที่จะทำงาน 24 ชั่วโมง ผลจากการติดตามสถานการณ์ดังกล่าวจะถูกรวบรวมและประมวลผล สรุปและแสดงผลผ่านแอพพลิเคชั่น EWS DWR นี้ แอปจะมีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพ ประชาชนจะได้รับข้อมูลแบบ real time และสามารถลดความเสียหายกับชีวิตและทรัพย์สินจากเหตุน้ำหลาก-ดินถล่มได้&amp;rdquo; นายภาดล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมการแจ้งเตือนภัยพื้นที่เสี่ยงน้โทร 02 271 6000 ต่อ 6821 หรือติดตามเว็บไซต์&amp;nbsp;ews.dwr.go.th&amp;nbsp;ส่วนทางเลือกใหม่แอป EWS DWR ดาวน์โหลดได้เลยจะอยู่พื้นที่ใด ก็ติดตามสถานการณ์ได้ทันท่วงที&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111847</URL_LINK>
                <HASHTAG>EWS DWR, ดินถล่ม, อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210801/image_big_61065b97a3ea4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111702</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2021 06:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2021 06:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯ แจ้งเตือน &#039;อีสาน-ออก-ใต้&#039; ฝนตกหนักบางแห่ง &#039;กรุงเทพ-ปริมณฑล&#039; ร้อยละ 40 ของพื้นที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ก.ค.64 - กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ลักษณะอากาศทั่วไป มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยยังคงมีกำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากได้
&amp;nbsp;
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นมามีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝุ่นละอองขนาดเล็ก ในช่วงของฤดูฝนการสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควันมีน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร และอำนาจเจริญ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
&amp;nbsp;
ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา นครปฐม และสมุทรสงคราม อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง &amp;nbsp;ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) &amp;nbsp; มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูลอุณหภูมิต่ำสุด 20-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-31 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111702</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ดินถล่ม, น้ำป่าไหลหลาก, ฝนตกหนัก, พยากรณ์อากาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210611/image_big_60c36cbbcfb20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111552</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่สอดยังวิกฤติ เร่งช่วยชาวบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มท.1 สั่งการผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด เฝ้าระวังสภาพอากาศ ประเมินความเสี่ยงน้ำท่วม-ดินถล่ม แจ้งเตือน ปชช.ทันที ชป.เร่งช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัย หลังฝนตกหนักในหลายพื้นที่ เตือนแม่น้ำเมยเพิ่มสูงขึ้น ห่วงลำน้ำหมันแนวโน้มอยู่ในระดับวิกฤติ เตรียมพร้อมเครื่องจักร-เครื่องมือ&amp;nbsp;ประสาน ปภ.ช่วยชาวเลย
วันที่ 29 ก.ค. พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์สภาวะอากาศ และปัจจัยเสี่ยงในพื้นที่ เช่น ปริมาณฝนสะสม ระดับน้ำในแม่น้ำลำคลอง การระบายน้ำของอ่างเก็บน้ำ และสถานการณ์น้ำของจังหวัดต้นน้ำ รวมถึงติดตามข้อมูลข่าวสารการพยากรณ์อากาศจากหน่วยงานต่างๆ อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งวิเคราะห์ ประเมินสถานการณ์ และผลกระทบจากภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากประเมินสถานการณ์แล้วมีความเสี่ยงที่จะเกิดสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม ให้แจ้งเตือนภัยไปยังกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแต่ละระดับ ดำเนินการปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุ พร้อมทั้งสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน โดยติดตามสถานการณ์และการแจ้งเตือนภัยจากหน่วยงานราชการอย่างต่อเนื่อง และแจ้งเตือนประชาชน อาสาสมัครเครือข่ายแจ้งเตือนภัย ผู้นำชุมชน ผู้ปกครองท้องที่ ในทุกช่องทางอย่างถูกต้องรวดเร็ว เช่น หอเตือนภัย หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน สื่อสังคมออนไลน์ วิทยุชุมชน เสียงตามสาย รถประชาสัมพันธ์ เป็นต้น และให้ผู้อำนวยการจังหวัด/อำเภอ/ท้องถิ่น พิจารณาใช้อุปกรณ์เตือนภัยที่มีในพื้นที่ หากจังหวัดร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่วิเคราะห์ประเมินสถานการณ์แล้วคาดว่าจะเกิดภัยพิบัติ นอกจากนี้ให้เตรียมความพร้อมบุคลากร ทรัพยากร เครื่องจักรกลสาธารณภัย เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันท่วงที
ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ตามที่มีร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ตอนบนของภาคเหนือ ประเทศลาว และเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ยังคงมีกำลังแรง&amp;nbsp;ส่งผลให้บริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตกของไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง ปัจจุบัน (29 ก.ค.64) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น&amp;nbsp;33,599&amp;nbsp;ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ&amp;nbsp;47&amp;nbsp;ของความจุอ่างฯ รวมกัน ยังสามารถรับน้ำได้อีก&amp;nbsp;40,363&amp;nbsp;ล้าน ลบ.ม.&amp;nbsp;เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยามีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 7,879&amp;nbsp;ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 32&amp;nbsp;ของความจุอ่างฯ รวมกัน&amp;nbsp;สามารถรับน้ำได้อีก 16,992 ล้าน ลบ.ม.
รองอธิบดี ชป. กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์อุทกภัย ปัจจุบันมีพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย 4 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก ตาก เลย และร้อยเอ็ด โดยที่&amp;nbsp;จ.พิษณุโลกมีพื้นที่น้ำท่วม 2 อำเภอ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;อ.ชาติตระการ และ อ.นครไทย&amp;nbsp;มีน้ำเอ่อล้นตลิ่งแม่น้ำ 2 สาย ได้แก่ แม่น้ำแควน้อย อ.นครไทย&amp;nbsp;มีพื้นที่การเกษตรและพื้นที่ชุมชนได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;8 ตำบล จำนวน 2,818 ไร่ และแม่น้ำภาค อ.ชาติตระการ มีพื้นที่ถูกน้ำท่วม 8 ตำบล ปัจจุบันปริมาณน้ำในแม่น้ำเมยและแม่น้ำภาคลดลงอย่างต่อเนื่อง เพราะปริมาณฝนในพื้นที่ลดลง คาดว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติภายใน&amp;nbsp;1-2 วันนี้&amp;nbsp;
ที่ จ.ตาก&amp;nbsp;แม่น้ำเมยได้เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมชุมชน 2 อำเภอ ได้แก่ อ.แม่สอด ในเขตเทศบาลนครแม่สอดและเขตเทศบาลตำบลท่าสายลวด และ อ.พบพระ บ้านมอเกอร์ไทย ม.1 ตำบลวาเล่ย์ ปัจจุบันระดับน้ำในแม่น้ำเมยยังคงเพิ่มสูงขึ้น เพราะยังคงมีฝนตกในพื้นที่&amp;nbsp;โครงการชลประทานตากได้แจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนให้ทราบถึงสถานการณ์ ตลอดจนกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำเพิ่มระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพ
จ.เลยมีพื้นที่น้ำท่วมในเขตอำเภอด่านซ้าย 4 จุด ได้แก่ ตัวเมืองด่านซ้าย บ้านนาเวียง บ้านนาหอ และบ้านนาหมูม่น&amp;nbsp;เพราะเกิดน้ำป่าไหลหลากในลำน้ำหมันและลำน้ำห้วยศอกที่ไหลมารวมกันบริเวณ อ.ด่านซ้าย ปัจจุบันปริมาณน้ำในลำน้ำหมันมีแนวโน้มอยู่ในระดับวิกฤติ โครงการชลประทานเลยได้เตรียมความพร้อมเครื่องจักร-เครื่องมือ&amp;nbsp;พร้อมประสานไปยังผู้นำชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปภ.เพื่อเข้าไปให้การช่วยเหลือประชาชนแล้ว
จ.ร้อยเอ็ดมีพื้นที่น้ำท่วม 1 อำเภอ ได้แก่ อ.เสลภูมิ&amp;nbsp;จ.ร้อยเอ็ด ปัจจุบัน (29 ก.ค.64) ระดับน้ำที่สถานี&amp;nbsp;E.92 บ้านท่างาม อ.เสลภูมิ ลดลงต่ำกว่าตลิ่งแล้วประมาณ 8 เซนติเมตร มีปริมาณน้ำไหลผ่านที่ 184 ลบ.ม./วินาที แนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงมีน้ำค้างทุ่งอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกเขตคันพนังประมาณ 100 ไร่ คาดว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติภายในวันที่ 29 ก.ค.&amp;nbsp;โครงการชลประทานร้อยเอ็ดติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 16 เครื่อง ที่สถานีวัดน้ำสะพานบ้านค้อเหนือนางาม ช่วงรอยต่ออำเภอเมืองยโสธรและอำเภอเสลภูมิ&amp;nbsp;เพื่อเร่งผลักดันน้ำออกจากพื้นที่ รวมทั้งใช้ประตูระบายน้ำบุ่งเบ้า&amp;nbsp;ประตูระบายน้ำกุดปลาเข็ง และประตูระบายน้ำบ้านบาก ตัดยอดน้ำเข้าไปเก็บในแก้มลิง โดยไม่ให้ส่งผลกระทบกับพื้นที่การเกษตร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111552</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดินถล่ม, น้ำท่วม, ผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด, มท.1, ระวังสภาพอากาศ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เตือน ปชช., เร่งช่วยชาวบ้าน, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, แม่สอดยังวิกฤติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210726/image_big_60fe26363d1a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110662</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2021 09:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2021 09:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พายุฝนถล่ม &#039;ตาก&#039; พัดต้นไม้หักโค่นล้มขวางถนน เตือนปชช.ระวังอันตราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ได้มีพายุฝนตกลงมาหนักตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา โดยเฉพาะในพื้นที่หลายอำเภอของจังหวัดตาก เช่น&amp;nbsp;อ.แม่สอด อ.ท่าสองยาง อ.แม่ระมาด&amp;nbsp;อ.อุ้มผาง ทำให้มีดินสไลด์ หรือดินถล่มจากภูเขาหรือยอดดอย รวมทั้งมีต้นไม้ใหญ่หักโค่นล้มขวางถนน ในเส้นทางที่ประชาชนเดินทางสัญจร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร&amp;nbsp;หน่วยงานป้องกันและบรรเทาภัย&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงขอแจ้งเตือนประชาชน ที่สัญจรเดินทางผ่านไปมาในช่วงที่มีพายุฝนตก ให้ระมัดระวังการใช้เส้นทางให้มากที่สุด เพราะอาจเกิดอันตรายระหว่างการเดินทาง ในช่วงฝนตกหนักและยังอาจจะมีน้ำป่าไหลหลากมาท่วมถนนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ กองร้อยทหารพรานที่ 3506 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 ได้รับแจ้งจากประชาชนในพื้นที่ ต.แม่สอง อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ว่าที่บริเวณถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 105 แม่สอด-แม่สะเรียง หลักกิโลเมตรที่ 115-116 บริเวณบ้านแม่สลิดหลวง หมู่ที่ 2 ต.แม่สอง อ.ท่าสองยาง เกิดเหตุลมฝนพายุกรรโชกแรง ทำให้ต้นไม้ใหญ่โค่นล้มขวางเส้นทางการจราจร ทหารจึงได้จัดกำลังพลชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัยช่วยเหลือประชาชน ร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย องค์การบริหารส่วนตำบลแม่สอง และหมวดทางหลวงท่าสองยาง พร้อมเครื่องมืออุปกรณ์ตัดไม้ เข้าทำการเลื่อยตัดไม้ที่โค่นล้มขวางเส้นทางการจราจร ซึ่งเจ้าที่สามารถเคลียร์เส้นทาง และเปิดใช้การจราจรได้อย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110662</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดตาก, ดินถล่ม, ฝนตกหนัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210722/image_big_60f8d663cc4b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106098</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2021 08:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2021 08:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.ประสานด่วน 24 จังหวัดเหนือ-อีสาน รับมือน้ำท่วมฉับพลัน ดินถล่ม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มิ.ย.64 &amp;nbsp;- เมื่อเวลา 07.30 น. กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสาน 24 จังหวัดภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนัก เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม ในช่วงวันที่ 13 &amp;ndash; 14 มิ.ย. 64 โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน ระดับน้ำ และแนวโน้มสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนติดตามพยากรณ์อากาศ และปฏิบัติตามประกาศเตือนภัยอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะผู้อำนวยการกลาง กล่าวว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) ได้ติดตามสภาพอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยาได้มีประกาศฉบับที่ 1 (89/2564) ลงวันที่ 11 มิถุนายน 2564 เวลา 17.00 น. แจ้งว่า พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนืออย่างช้าๆ มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน คาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าสู่อ่าวตังเกี๋ย และเคลื่อนขึ้นฝั่งสาธารณภัยสังคมนิยมเวียดนามตอนบน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กอปภ.ก.โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงได้ประสาน 24 จังหวัดในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนัก เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่มในช่วงวันที่ 13 &amp;ndash; 14 มิถุนายน 2564 แยกเป็น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ดังนี้ ภาคเหนือ 13 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 11 จังหวัด ได้แก่ เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ดินถล่ม ดังนี้ ภาคเหนือ 8 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ตาก พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ และเพชรบูรณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 จังหวัด ได้แก่ เลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมถึงสั่งการ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยในช่วงดังกล่าว โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝนพร้อมวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงและแนวโน้มสถานการณ์ภัยต่อเนื่องตลอด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ชั่วโมง โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัย ทั้งที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ชุมชนเมือง รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ โดยเฉพาะถ้ำ น้ำตก ถ้ำลอด พร้อมจัดชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT) รถปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันที อีกทั้งประสานหน่วยงานในพื้นที่ อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สร้างการรับรู้และแจ้งเตือนประชาชนติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์&amp;ldquo;ปภ.รับแจ้งเหตุ1784&amp;rdquo; โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และแอปพลิเคชัน&amp;ldquo;พ้นภัย&amp;rdquo; รวมถึงสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106098</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภั, กระทรวงมหาดไทย, ดินถล่ม, ฝกตกหนัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210525/image_big_60ac71320be51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
