<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40437</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2019 15:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2019 15:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่น้ำโขงผันผวนหนัก ดินตลิ่งทรุดตัวถล่มทับกระชังปลาเสียหายอื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ค.62 - ผู้สื่อข่าวร่ายงานว่า จากความผันผวนของน้ำในแม่น้ำโขง ในพื้นที่จังหวัดนครพนม ได้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรที่เลี่ยงปลากระชัง ตั้งแต่บ้านท่าควาย เขตเทศบาลเมืองนครพนม ถึงบ้านห้อม หมู่ 1 ต.อาจสามารถ ไม่น้อยกว่า 100 กระชัง โดยเฉพาะในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม มีพายุดีเปรสชั่นเข้าถล่ม ทำให้ดินริมแม่น้ำโขงเกิดปัญหา สไลด์พังทับกระชังปลาของเกษตรกร &amp;nbsp;ได้รับความเสียหายจำนวนมาก และมีปลากระชังไหลไปกับสายน้ำโขงรวมแล้วเกือบ 3 ตัน สูญเงินกว่า 2 แสนบาท &amp;nbsp;โดยชาวบ้านได้เฝ้าระวังเตรียมเคลื่อนย้ายกระชังปลาออกห่างจากแนวตลิ่ง ที่อาจจะเกิดการสไลด์เพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางประดิษฐ์ นรากรเกียรติ อายุ &amp;nbsp;61 ปี เกษตรกรเลี้ยงปลากระชัง บ้านห้อม หมู่ 1 ต.อาจสามารถ เปิดเผยว่ายอมรับว่าน้ำโขงมีความผันผวนมากกว่าทุกปี &amp;nbsp;หลายปีที่ผ่านมาในเดือนเดียวกัน น้ำมีระดับสูงสุดจนเกือบล้นตลิ่ง แต่ปีนี้กลับมีระดับน้ำต่ำกว่าทุกปี จึงส่งผลกระทบต่อการทำอาชีพเลี้ยงปลากระชัง เนื่องจากระดับน้ำมีการเปลี่ยนแปลงบ่อย ทำให้ปลากระชังเลี้ยงยาก ไม่ค่อยกินอาหาร บางกระชังมีปลาตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ที่สาหัสมากที่สุดในช่วงนี้ คือดินตลิ่งแม่น้ำโขงซึ่งเป็นดินตะกอน ที่ไหลมาทับถมช่วงน้ำโขงสูงเมื่อปี 2561 ได้เกิดปัญหาดินสไลด์พังเป็นแนวยาว ยิ่งมีฝนตกลงมาจึงทำให้ดินริมตลิ่งอุ้มน้ำไม่ไหว แล้วทรุดลงแม่น้ำโขง บางจุดไหลทับกระชังปลาได้รับความเสียหายไปถึง 10 กระชัง &amp;nbsp;มีปลาที่เลี้ยงสูญหายไป 3 กระชัง น้ำหนักรวมราว 2 ตันเศษ สร้างความเสียหายมากกว่า 2 แสนบาท ยอมรับว่าขาดทุนหนัก ผู้ที่เลี้ยงปลาในกระชังต้องเร่งเคลื่อนย้ายกระชังออกห่างจากตลิ่ง เพราะสังเกตว่าหากระดับน้ำโขงเพิ่มช้า แล้วจังหวะนั้นมีฝนตกลงมา จะส่งผลกระทบกับดินริมตลิ่ง มีโอกาสพังถล่มมากขึ้น ถือเป็นความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติที่ป้องกันและแก้ไขยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในระยะนี้หลังฝนหยุดตกช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ทำให้ระดับน้ำโขงทรงตัวที่ประมาณ 4 เมตร ห่างจากจุดวิกฤติประมาณ 9 เมตร คือที่ระดับ 13 เมตร เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2561 ถือว่ามีระดับต่ำกว่าปีที่ผ่านมาเท่าตัว นอกจากนี้ยังพบว่า ระดับน้ำโขงผันผวนมากสุดในรอบ 10 ปี&amp;nbsp;โดยจากข้อมูลพบว่า ปี 2561 ช่วงเดือนกรกฎาคม ระดับน้ำโขงจะสูงสุดมากถึง 10 เมตร แต่ปีนี้ผันผวนต่ำสุดมีระดับอยู่ที่ประมาณ 4 เมตรเท่านั้น&amp;nbsp;เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ ถึงแม้จะหลายพื้นที่ ยังไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำโขงหนุนลำน้ำสาขาเอ่อท่วม แต่ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับปัญหาดินริมตลิ่งพังถล่มจากดินตะกอนสไลด์ หลังมีฝนตกลงมาหลายวันเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40437</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครพนม, ดินทรุดตัว, พายุดีเปรสชั่น, เทศบาลเมืองนครพนม, เลี้ยงปลาในกระชัง, แม่น้ำโขงผันผวนหนัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190708/image_big_5d22ffc2d6ffc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15913</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2018 10:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2018 10:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดอยแม่สลองดินทรุด! ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค. 61 - ความคืบหน้ากรณีดินที่บ้านสันติคีรี หมู่ 1 ตำบลแม่สลองนอก บนดอยแม่สลอง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ซึ่งอุ้มน้ำเอาไว้จากฝนที่ตกหนักบนดอยแม่สลองจากอิทธิพลของพายุดีเปรสชั่นเบบินคาในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาติดต่อกันหลายวัน ทำให้เกิดรอยแยกและยุบตัวและบางจุดเคลื่อนตัวเป็นวงกว้าง ส่งผลให้บ้านเรือนราษฎรที่ตั้งอยู่บริเวณดังกล่าวได้รับผลกระทบ เช่น โครงสร้างของบ้าน รั้วบ้าน รวมทั้งพื้นดินใต้ตัวบ้านแตกและทรุด จำนวน 20 หลังคาเรือน และเสียหายหนัก 3 หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังเกิดเหตุ นายสมบูรณ มาเยอะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)แม่สลองนอก พร้อมด้วยนายทวี&amp;nbsp; ทวีอภิรดีชนะ กำนันตำบลแม่สลองนอก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ป้องกันบรรเทาสาธารณภัย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าจุดเกิดเหตุอยู่ตรงเนินด้านหลังร้านค้าสะดวกซื้อภายในหมู่บ้าน ซึ่งมีภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชันเกิดการเคลื่อนตัวและบางจุดทรุดลงเล็กน้อย ทำให้บ้านเรือนที่ส่วนใหญ่เป็นคอนกรีตสูง 1-2 ชั้น เสียหายจำนวน 20 หลังคาเรือน และเสียหายหนักไม่สามารถอาศัยอยู่ได้จำนวน 3 หลังคาเรือน
&amp;nbsp;
ล่าสุด นายก อบต.แม่สลองนอก ได้สั่งการให้กองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.แม่สลองนอก ประกาศให้พื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550แล้ว พร้อมขอให้เจ้าของบ้านทั้ง 3 หลังที่เสียหายหนักย้ายออกจากบ้านไปพักอาศัยอยู่บ้านญาติหรือสามจุดที่ อบต.กำหนดไว้คือ ศาลารวมใจ 2 โรงเรียนจีนซิงหัว และที่ทำการ อบต.แม่สลองนอกหลังเก่า เพราะการทรุดตัวของดินทำให้ตัวบ้านเกิดรอยร้าวเป็นทางยาวและบางหลังบ้านมีสภาพเอียง รอยร้าวยังต่อยาวออกมาถึงพื้นที่เป็นคอนกรีตบริเวณลานบ้านตลอดแนวเกรงจะพังถล่มลงจนเกิดอันตรายได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านกำนันตำบลแม่สลองนอก กล่าวว่า ดินที่เคลื่อนตัวและมีรอยแยกทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบ 20 หลังคาเรือน มี 3 หลังที่เสียหายหนักตัวบ้านเกิดรอยร้าว ตนเองและ อบต.แม่สลองนอก รวมทั้งผู้นำชุมชนได้เจรจาพูดคุยกับชาวบ้านเพื่อทำความเข้าใจให้ย้ายออกไปอาศัยอยู่ที่อื่นก่อน โดยทางหมู่บ้านและเจ้าหน้าที่พร้อมจะเข้าทำการช่วยขนย้ายไปยังจุดชั่วคราว 3 จุดที่ อบต.กำหนดไว้&amp;nbsp; เพราะเกรงว่าจะเกิดอันตราย หากบ้านเกิดการทรุดตัวลงมา และได้ร้องขอให้ทางนักวิชาการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมทรัพยากรธรณี&amp;nbsp; เข้ามาสำรวจเพื่อจะได้แก้ไขปัญหาอย่างถาวรแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15913</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดอยแม่สลอง, ดินทรุดตัว, ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ, อบต.แม่สลองนอก, เชียงราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180822/image_big_5b7cdbcf7f8a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
