<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>27512</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2019 17:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2019 17:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;มหาชัย&quot;ครองแชมป์PM2.5อยู่ระดับสีแดง กทม.ดินแดง-ธนบุรี หนักสุด  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;25 ม.ค. 62-กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดงานแถลงข่าว &amp;ldquo;วิกฤตมลพิษ PM 2.5: ถึงเวลายกระดับมาตรฐานคุณภาพอากาศไทย&amp;rdquo; โดย นายธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีการจัดอันดับเมืองที่มีปัญหามลพิษฝุ่นละออง PM2.5 ในประเทศไทยล่าสุดปี 2561 พบว่า พื้นที่เมือง 10 อันดับที่ต้องเผชิญกับมลพิษ PM 2.5 &amp;nbsp;คือ 1.ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร 2.ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก 3.ต.ทรงคะนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ 4.ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ &amp;nbsp;5.ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 6.ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง 7. ต.หน้าพระลาน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี 8.ริมถนนดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 9.ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น และ 10.ริมถนนอินทรพิทักษ์ ธนบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; พื้นที่เมืองที่ต้องเผชิญมลพิษ PM 2.5 ใน 10 อันดับแรก พบว่า มีจำนวนวันที่มีความเข้มข้นของ PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงเกินมาตรฐานของไทยที่กำหนดไว้ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรอยู่ระหว่าง 19-68 วัน เทียบกับข้อแนะนำองค์การอนามัยโลกที่ระบุไม่ควรเกินค่ามาตรฐาน 25 มคก./ลบ.ม. มากกว่า 3 วัน ในช่วง 1 ปี จะเห็นได้ว่า คนในเมืองต้องเสี่ยงกับผลกระทบทั้งระยะสั้นและระยะยาว หากไม่มีมาตรการจัดการมลพิษทางอากาศที่ก้าวหน้า จะเกิดวิกฤตด้านสาธารณสุขขยายวงกว้างมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; เป็นเพราะไม่ยอมรับวิกฤต รัฐบาลจึงล้มเหลวแปรวิกฤตให้เป็นโอกาส ประชากรในเขตเมืองที่ได้รับมลพิษทางอากาศกลางแจ้งเกินค่ามาตรฐานตามค่าที่กำหนดของ WHO กรีนพีซเรียกร้องให้รัฐบาลไทยยกร่างมาตรฐานใหม่ของ PM 2.5 ในบรรยากาศ ขอให้กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปรับค่าเฉลี่ย 24 ชม. เป็น 35 มคก./ลบ.ม. จาก 50 มคก./ลบ.ม. &amp;nbsp;รวมถึงค่าเฉลี่ย 1 ปี เป็น 12 มค./ลบ.ม. ภายในปี 2562 นี้ เพื่อเป็นตั้งเป็นเป้าหมาย ไม่ใช่ทำได้เลยวันนี้ พรุ่งนี้ รวมถึงตรวจวัดและรายงาน PM 2.5 และปรอทที่ปลายปล่องโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิล รวมถึงรัฐต้องเปิดโอกาสให้นักวิชาการหัวกะทิร่วมแก้ปัญหา หาทางออกใหม่ที่ต่างจากแผนปฏิบัติการเดิมในอดีต &amp;nbsp;&amp;quot; นายธารา กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ผศ. ดร. อริศรา เจริญปัญญาเนตร จากศูนย์ภูมิภาคเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(ภาคเหนือ) คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า จากรายงานการวิเคราะห์เบื้องต้นมลพิษทางอากาศข้ามพรมแดนจากแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียมความเข้มข้นของฝุ่น PM 2.5 ในไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ประกอบด้วย เมียนมา สปป.ลาว และกัมพูชา ปี 2559-2561 โดยใช้ค่า PM 2.5 เฉลี่ย 24 ชม.ของ WHO ไม่เกิน 25 มคก./ลบ.ม. พบว่า ปี 59 ค่าความเข้มข้นฝุ่น PM 2.5 ในไทยและเพื่อนบ้านอยู่ในระดับมลพิษสูงกินพื้นที่กว้าง แต่สูงที่สุด คือ ลาว ร้อยละ 95 &amp;nbsp; ของพื้นที่ประเทศ รองลงมา กัมพูชา ไทย และเมียนมา ส่วนปี 60 แม้สถานการณ์ฝุ่นพิษคลี่คลายขึ้น &amp;nbsp;แต่ในไทยกลับรุนแรงมากที่สุด ร้อยละ 32 ของพื้นที่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; ส่วนมลพิษฝุ่น PM 2.5 ปี 61 &amp;nbsp;พบว่าไทยสถานการณ์รุนแรงมากขึ้นจากปี 60 ครองอันดับ 1 ฝุ่นพิษปกคลุมร้อยละ 60 ของพื้นที่ รองลงมาเป็นกัมพูชา ลาว เมียนมา รายงานนี้ยังวิเคราะห์ความรุนแรงของฝุ่น PM 2.5 ตั้งแต่ปลายมกราคมถึงกลางพฤษภาคมของทุกปีมักพบค่าฝุ่นเพิ่มสูงในภาคเหนือ แต่หากดูข้อมูลภาคกลางและกรุงเทพมหานครฝุ่น PM 2.5 คลุมตลอดทั้งปี แต่คนกรุงหลงลืมไป จากรายงานยังสะท้อนแม้ช่วงประกาศห้ามเผา พบจุดความร้อนสะสมในไทยนับพันจุด ถ้ารวมเพื่อนบ้าน พบเกือบ 3 หมื่นจุด ปัญหาหมอกควันคลุมเมืองจะแก้ไขไม่ได้หากขาดความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้าน เพราะตอนนี้สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ถือว่าเข้าขั้นวิกฤตแล้ว &amp;quot; ผศ.ดร.อิศรา กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.ดร.อิศรา กล่าวด้วยว่า ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑล เกิดจากการเผาในที่โล่ง มีการวิเคราะห์ข้อมูลวันที่ 11-17 ม.ค.ที่ผ่านมา พบจุดสะสมความร้อน หรือ Hot Spot ที่กัมพูชาเยอะมาก ประกอบกับมีลมประจำถิ่นพัดจากตะวันออกมาตะวันตก นำพาควันมาปกคลุมกรุงเทพฯ &amp;nbsp; นอกจากนี้ มีปัญหาฝุ่นพิษภาคคมนาคมขนส่งที่ส่งผลให้รุนแรงขึ้นไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า หากรัฐบาลต้องการแก้วิกฤตฝุ่น จะต้องยอมรับว่ามีปัญหามลพิษทางอากาศ ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน &amp;nbsp;และเป็นความเสี่ยงแบบไม่เต็มใจยอมรับ เกิดผลเสียต่อประเทศ เพราะมีข้อมูลการเสียชีวิตจากมลพิษทางอากาศในไทยเป็นอันดับ 4 &amp;nbsp;เราถูกยัดเยียดความตาย &amp;nbsp; นอกจากนี้ ประเทศไทยไม่เคยทำฐานข้อมูลการปลดปล่อยมลพิษ ขาดการวางแผนการประเมินมลพิษสะสมและศักยภาพของธรรมชาติในการรองรับมลพิษในไทย ไม่มีกฎหมายควบคุมฝุ่น PM 2.5 ที่ดีพอ ปัญหาต้องแก้ด้วยการป้องกันระยะยาว และเป็นระบบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นแค่ความพยายามเอาตัวรอดเท่านั้น พ่นน้ำ แจกหน้ากาก ตรวจจับควันดำ ธนาคารโลกรายงานข้อมูลการเสียชีวิตจากฝุ่น PM 2.5 ในไทยอยู่ที่ 50 คนต่อ 1 แสนคน &amp;nbsp;จีดีพีของประเทศติดลบจากการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของประชากร นี่คือ ความเสียหายของประเทศจากฝุ่นพิษ &amp;quot; ผศ.ดร.ธนพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.ดร.ธนพล กล่าวต่อว่า มีบทเรียนประเทศต่างๆ เผชิญปัญหาฝุ่นมาก่อน แต่ก็สามารถแก้ไขให้ดีขึ้นด้วยเครื่องมือทางกฎหมายเพื่อปกป้องสุขภาพประชาชน ที่สหรัฐฯ หลังเกิดหมวกควันได้ใช้หลักจัดการพื้นที่ที่ไม่สามารถให้อากาศที่ดีแก่ประชาชนนั้น ก่อนอนุมัติโครงการใดๆ ในอีไอเอและอีเอชไอเอต้องมีแนวทางป้องกัน &amp;nbsp; คำนึงถึงมลพิษจากแหล่งกำเนิด ช่วยป้องกัน PM 2.5 ตั้งแต่ขั้นอนุญาติโครงการ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ตามแนวรถไฟฟ้ามีโครงการคอนโดมากมาย ซึ่งอาคารสูงทำให้การระบายมลพิษได้ยาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; ปัจจุบันเทคโนโลยีมีจัดการแหล่งกำเนิดดีกว่าโปรยน้ำ ไล่จับฝุ่นในอากาศทีหลัง เรามีแบบจำลองมลพิษทางอากาศสามารถประเมินศักยภาพของพื้นที่ในการรองรับมลพิษได้ เพื่อลดมลพิษใหม่เพิ่มเติมจากแหล่งเดิม เรียกร้องให้ประเทศไทยใช้มาตรการเชิงรุกมากกว่าขอความร่วมมือ &amp;nbsp;ต้องผลักดันกฎหมายบังคับใช้ ทั้งปรับค่ามาตรฐาน PM 2.5 ลดการเจ็บป่วย &amp;nbsp;มีกฎหมายค่ามาตรฐานปลดปล่อย PM &amp;nbsp;2.5 จากปลายปล่องโรงงานและรถยนต์ เร่งทำทำเนียบการปล่อย PM 2.5 &amp;nbsp; หากเกินค่ามาตรฐานจะสามารถจัดการได้ถูกจุด &amp;nbsp;ในสหรัฐและอังกฤษหลังใช้กฎหมายเข้มข้นผู้ได้รับผลกระทบจากมลพิษอากาศไม่ถึงร้อยละ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;20 ของประชากรทั้งประเทศต่างจากจีนมีคนกระทบเกือบ 100% แต่จีนก็ไม่นิ่งเฉย ปี 2561 ออกกฎหมายควบคุมคุณภาพอากาศ ต้องลดฝุ่น PM 2.5 ร้อยละ 18 และมีวันอากาศดีอย่างน้อยร้อยละ 80 คำถามคือ กรุงเทพฯ คุณภาพอากาศจะเป็นอย่างไรใน &amp;nbsp;2 ปี หรือ 10 ปีข้างหน้า ทุกภาคส่วนต้องร่วมผลักดันกฎหมาย ออกแบบอนาคตของประเทศ &amp;quot; ผศ.ดร.ธนพล กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27512</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM2.5, กรีนพีซ, ดินแดง-ฝั่งธน มลพิษฝุ่นPM2.5เยอะสุด, ธารา บัวคำศรี, ผศ. ดร. อริศรา เจริญปัญญาเนตร, มหาชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190125/image_big_5c4ae3775bdfc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
