<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43246</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2019 07:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2019 07:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชายแดนตากพายุฝนตกหนักดินโคลนถล่มเสาไฟฟ้าหักขวางถนน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ส.ค.62-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพื้นที่จ.ตาก ได้เกิดพายุฝนตหนักตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ทำให้ต้นไม้ล้มทับเส้นทางและเสาไฟฟ้าล้ม รวมทั้งดินจากภูเขาสไลด์ทับเส้นทางสายต่างๆในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา อ.อุ้มผาง และ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก &amp;nbsp; ล่าสุดเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(เขต 2)แม่สอด พร้อมวัสดุอุปกรณ์ได้เร่งระดมดำเนินการแก้ไขซ่อมแซมสับเปลี่ยนเสาไฟที่หักโค่น และสายไฟฟ้าแรงสูง ถนนสายแม่สอด-อุ้มผาง หมายเลขเส้นทาง 1090 หลักกิโลเมตรที่ 117และ119 ต.โมโกร อ.อุ้มผาง จ.ตาก เพื่อรีบเร่งให้เสร็จโโยเร็วเพื่อนำจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับชาวบ้าน ที่ไฟดับ &amp;nbsp; สาเหตุเนื่องมาจากต้นไม้โค่นทับสายไฟฟ้าแล้วหน่วงทำให้สายไฟฟ้าหักโค่น ในขณะนี้เส้นทางดังกล่าว บริเวณ 2 จุดที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ใช้เส้นทางจราจรได้ 1 ช่องทางจราจร หรือวิ่งเลนเดียว &amp;nbsp;ซึ่งประชาชน-นักท่องเที่ยวผู้ใช้รถใช้ถนนเส้นทางสายดังกล่าวต้องเพิ่มความระมัดระวังในการเดินทางเ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.สนิท ทองมา ผู้อำนวยการแขวงการทางตากที่ 2 แม่สอด &amp;nbsp;สั่งการให้เจ้าหน้าที่ แขวงฯตากที่ 2( แม่สอด) และหมวดทางหลวงท่าสองยาง ระดมกำลังคนและเครื่องจักรอุปกรณ์ เครื่องกลหนัก เร่งเข้าปฎิบัติการในการออกดำเนินงานอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยให้กับประชาชนที่ใช้เส้นทาง สาย อ.แม่สอด-อ.แม่ระมาด -อ.ท่าสองยาง จ.ตาก รอยต่อ จ.แม่ฮ่องสอน โดยการนำเครื่องจักร เครื่องมือ ทำการตักดินที่สไลด์จากภูเขาทับเส้นทาง รวมทั้งการตัดต้นไม้ใหญ่ที่ล้ม และล้างทำความสะอาดถนน ถนนทางหลวงแผ่นดิน ( ทล.)105 ตอน แม่สลิดหลวง - แม่เงา กม. 151+000 - 162+000 &amp;nbsp;อ.ท่าสองยางเชื่อม อ.สบเมย -อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเปิดเส้นทาง การจราจร ให้ชาวบ้านได้สัญจรไป-มา อย่างสะดวก ซึ่งก่อนหน้านี้มีดินสไลด์และต้นไม้ล้มทับเส้นทางหลายจุดในช่วงที่ฝนตกหนัก เจ้าหน้าที่แขวงการทางตากที่ 2 แม่สอด &amp;nbsp;ได้เปิดดำเนินการแก้ไขซ่อมแซมทุกจุดที่เกิดเหตุอุทกภัย และเปิดช่องจราจรครบทุกจุดให้สัญจรตามปกติ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43246</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ตาก, ดินโคลนถล่ม, ฝนตกหนัก, พายุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190812/image_big_5d50b5587903f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42982</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2019 08:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2019 08:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุตุฯเตือน 6 จว.รับมือฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน ทะเลอันดามันคลื่นสูง 4 เมตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ส.ค.62 - กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง &amp;quot;ฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้และภาคตะวันออก (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 8&amp;ndash;11 ส.ค. 62)&amp;quot; ฉบับที่ 4 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 8-11 ส.ค. 62 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณภาคตะวันออกและภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณจังหวัดจันทบุรี ตราด ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันจะมีคลื่นสูง 2-4 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าว&amp;nbsp;ทั้งนี้เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยจะมีกำลังแรง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42982</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ดินโคลนถล่ม, ทะเลมีคลื่นสูง, น้ำท่วมฉับพลัน, น้ำป่าไหลหลาก, ฝนตกหนัก, สภาพอากาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc1477482218.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42981</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2019 08:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2019 08:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งช่วยผู้ประสบภัยดินโคลนถล่มทับหมู่บ้านชายแดน จ. ตาก ดับ 1 สูญหายอีก 1 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ส.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเหตุน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มทับหมู่บ้านเคาะทีโคะ หมู่ 6 ตำบลแม่วะหลวง อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก ชาวบ้านไม่ทันตั้งตัวต่างพากันวิ่งหนีขึ้นที่สูงเพื่อเอาชีวิตรอด&amp;nbsp;ชุดเคลื่อนที่เร็วทั้งฝ่ายปกครอง อ.ท่าสองยาง ตำรวจตระเวนชายแดน 344 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 และหน่วยกู้ภัยในพื้นที่ อ.ท่าสองยาง เข้าช่วยเหลือชาวบ้านทันที เบื้องต้นมีบ้านเรือนหลายหลังถูกน้ำป่าและดินโคลนพัดพังเสียหาย เจ้าหน้าที่ชุดปฎิบัติการค้นหาได้พบผู้สูญหายรายแรกแล้ว ซึ่งเสียชีวิตจมกองโคลนใกล้บ้านที่เกิดเหตุ ทราบชื่อผู้เสียชีวิต คือ น.ส.เจ่มึ นันทวัฒน์มงคล อายุ 31 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ยังเร่งค้นหาผู้สูญหายอีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;รายคือ นางโทะเด นันทวัฒน์มงคล อายุ 57 ปี ขณะนี้ยังไม่ทราบชะตากรรม ส่วนเด็กชายพะสุพล โกศลวิชัย อายุ 11 ปี บาดเจ็บสาหัส ถูกไม้แหลมแทงที่หน้าอก เจ้าหน้าที่ทำเปลสนามแบกร่างอ้อมภูเขามาส่งที่รถพยาบาลอย่างทุลักทุเล เนื่องจากเส้นทางสายหลักดินถล่มทับรถสัญจรไปมาไม่ได้ ส่วนการค้นหาผู้สูญหายเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายพร้อมชาวบ้านอาสาสมัครเดินเท้าปูพรมค้นหาต่อเนื่อง คาดว่าอาจติดอยู่ใต้กองดินโคลนท้ายหมู่บ้าน ส่วนสถานการณ์แม่น้ำเมยล้นตลิ่ง ระดับน้ำลดลงแล้ว แต่ยังอยู่ช่วงเฝ้าระวัง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42981</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดตาก, ดินถล่มทับหมู่บ้าน, ดินโคลนถล่ม, น้ำท่วมฉับพลัน, น้ำป่าไหลหลาก, หมู่บ้านชายแดนไทย-พม่า, อำเภอท่าสองยาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190808/image_big_5d4b736c3d6a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19655</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2018 10:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2018 10:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่ง16จว.รับมืออุทกภัย ดินถล่ม คลื่นลมแรงช่วงกลางเดือนต.ค.-ธ.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค.61 - นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บก.ปภ.ช.) เปิดเผยว่า กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติได้ติดตามสถานการณ์ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ช่วงกลางเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม 2561 บริเวณภาคใต้จะได้รับอิทธิพลมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย ส่งผลให้มีฝนตกชุกหนาแน่น และอาจมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนเข้ามาใกล้หรือเข้าสู่ประเทศไทยบริเวณภาคใต้ บก.ปภ.ช.จึงได้สั่งการให้จังหวัดเสี่ยงภัยในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ กระบี่ ชุมพร ตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี พังงา พัทลุง ภูเก็ต ยะลา ระนอง สงขลา สตูล และสุราษฎร์ธานี รวมถึงเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ เตรียมพร้อมรับมืออุทกภัย ดินถล่ม และคลื่นลมแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยติดตามสภาพอากาศ เพิ่มความถี่ ในการตรวจวัดปริมาณฝน สังเกตการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำ รวมถึงจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยเฉพาะพื้นที่ชุมชน พื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจ โบราณสถาน และศาสนสถาน หากเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยไม่เพียงพอให้ขอรับการสนับสนุนจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และหน่วยทหารในพื้นที่ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมทั้งแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังอันตรายจากสถานการณ์ภัยในช่วงฝนตกหนักผ่านทุกช่องทาง อาทิ วิทยุกระจายเสียง เสียงตามสาย หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน เครือข่ายวิทยุสมัครเล่น สถานีโทรทัศน์ เคเบิ้ลทีวี และสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงให้จังหวัดประสานการปฏิบัติกับหน่วยทหารในพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานและเครือข่ายอาสาสมัครทุกภาคส่วนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุและให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงทีตลอด 24 ชม. หากสถานการณ์รุนแรงเกินศักยภาพที่จังหวัดสามารถรับมือสถานการณ์ภัยได้ให้แจ้งกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เพื่อประสานให้การช่วยเหลือประชาชนโดยด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนัก ขอให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ สามารถติดต่อแจ้งเหตุและติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสาขาในพื้นที่ หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19655</URL_LINK>
                <HASHTAG>14จังหวัดภาคใต้, กรมอุตุนิยมวิทยา, ดินโคลนถล่ม, นายฉัตรชัย พรหมเลิศ, ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ, ฝนตกชุกหนาแน่น, พายุหมุนเขตร้อน, มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ, รับมืออุทกภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181011/image_big_5bbec5b34a66d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17451</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2018 08:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2018 08:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุตุฯเตือนฉบับ 8 ฤทธิ์ &#039;บารีจัต&#039; 13-18 ก.ย. ฝนตกหนักทุกภาค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย.61 &amp;ndash; กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง พายุ &amp;ldquo;บารีจัต&amp;rdquo; (BARIJAT) &amp;nbsp;ฉบับที่ 8 ระบุว่า เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ (13 ก.ย. 61) พายุโซนร้อน &amp;ldquo;บารีจัต&amp;rdquo; (BARIJAT) บริเวณด้านตะวันออกของเกาะไหหลำ ประเทศจีน หรือมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 20.6 องศาเหนือ ลองจิจูด 112.4 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง ประมาณ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่า พายุนี้จะเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำ ประเทศจีน ในวันนี้ (13 ก.ย.) หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นดีเปรสชัน และหย่อมความกดอากาศต่ำตามลำดับ ส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้มีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น &amp;ldquo;มังคุด&amp;rdquo; (MANGKHUT) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกมีแนวโน้มการเคลื่อนผ่านเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ และตอนใต้ของเกาะไต้หวัน ในช่วงวันที่ 14-15 กันยายน 2561 หลังจากนั้นจะเคลื่อนลงทะเลจีนใต้ตอนบน และผ่านเกาะฮ่องกง โดยจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศจีนตอนใต้ ในช่วงวันที่ 16-18 กันยายน 2561 ตามลำดับ ซึ่งจะส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่รับลมมรสุมด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง รวมถึงดินโคลนถล่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 18 กันยายน 2561นี้ จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17451</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ดินโคลนถล่ม, น้ำท่วมฉับพลัน, น้ำป่าไหลหลาก, น้ำล้นตลิ่ง, ฝนตกหนักสะสม, พายุบารีจัต, พายุมังคุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180913/image_big_5b99b895b94ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17301</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2018 12:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2018 12:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนรับมือพายุลูกใหม่ &#039;บารีจัต&#039; กระทบไทยฝนตกหนัก13-14ก.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ย.61 &amp;ndash; เมื่อเวลา 11.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 1 แจ้งเตือน พายุ &amp;ldquo;บารีจัต&amp;rdquo; (BARIJAT) &amp;nbsp;โดยระบุว่า พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็น พายุโซนร้อน &amp;ldquo;บารีจัต&amp;rdquo; (BARIJAT) แล้ว และเมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ (11 ก.ย. 61) มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 20.6 องศาเหนือ ลองจิจูด 117.9 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุด ใกล้ศูนย์กลาง ประมาณ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่า พายุนี้จะเคลื่อนผ่านเกาะฮ่องกง และเกาะไหหลำ ประเทศจีน ในช่วงวันที่ 13-14 กันยายน 2561 ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ พายุไต้ฝุ่น &amp;ldquo;มังคุด&amp;rdquo; (MANGKHUT) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกมีแนวโน้มการเคลื่อนตัวผ่านเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ และเกาะไต้หวัน ในช่วงวันที่ 14-15 กันยายน 2561 หลังจากนั้นจะเคลื่อนลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบน และเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 16-18 กันยายน 2561 ตามลำดับ ซึ่งจะส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่รับลมมรสุมด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง รวมถึงดินโคลนถล่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 13-18 กันยายน 2561 ไว้ด้วย จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17301</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ดินโคลนถล่ม, น้ำท่วมฉับพลัน, ฝนตกหนัก, พายุบารีจัต, พายุไต้ฝุ่นมังคุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180911/image_big_5b97561860a95.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17181</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2018 08:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2018 08:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กรมอุตุฯเตือนเหนือ-อีสาน-กลาง-ตะวันออกฝนตกหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ย.61- กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 15 เรื่อง &amp;quot;ฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 10 กันยายน 2561)&amp;quot; ระบุ &amp;nbsp; ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มไว้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนยังคงแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ร่องมรสุมยังคงพาดผ่านภาคกลาง และภาคตะวันออก ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยมีผลกระทบตามภาคต่าง ๆ ดังนี้ &amp;nbsp; วันที่ 10 กันยายน 2561 &amp;nbsp; ภาคเหนือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก และกำแพงเพชร &amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี &amp;nbsp;ภาคกลาง จังหวัดกาญจนบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี &amp;nbsp; ภาคตะวันออก จังหวัดปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด &amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดในระยะนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17181</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ดินโคลนถล่ม, น้ำท่วม, ฝนตกหนัก, พยากรณ์อากาศ, อากาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180611/image_big_5b1de5354dc1d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
