<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22244</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2018 08:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2018 08:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> คิงเพาเวอร์ชนะประมูลคว้าดิวตี้ฟรีอู่ตะเภาฟัน1.5หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประมูลดิวตี้ฟรีอู่ตะเภา คิงเพาเวอร์คาดฟันรายได้ 1.5 หมื่นล้านบาท เปิดอาณาจักรคิงเพาเวอร์โกยรายได้ต่อปีเฉียดแสนล้านบาท กิจการดิวตี้ฟรีเมืองหลวงอู้ฟู่รายได้โตกว่าสนามบิน 58% เล็งเดินหน้าประมูลทุกสนามบินผูกขาดตลาดดิวตี้ฟรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวกระทรวงคมนาคมระบุว่าโครงการเปิดให้เอกชนพัฒนาร้านค้าปลอดภาษีอากร(Duty Free) ภายในสนามบินอู่ตะเภา พื้นที่ 2,000 ตร.ม. อายุสัมปทาน 10 ปี ซึ่งได้ตัวผู้ชนะคือ บริษัท คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด เอาชนะผู้ยื่นประมูลอีก 3. รายประกอบด้วย 1.Central DFS Consortium 2.ล็อตเต้ ดิวตี้ฟรี (ประเทศไทย) 3.บางกอก แอร์เวย์ส โฮลดิ้ง โดยผู้ชนะการประมูลได้เสนอผลตอบแทนขั้นต่ำ 233 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ขณะที่อันดับสองอย่างล็อตเต้ ดิวตี้ฟรี (ประเทศไทย) เสนอผลตอบแทนขั้นต่ำที่ 212 ล้านบาท ส่วนด้าน บริษัท Central DFS Consortiumและ บางกอกแอร์เวย์เสนอผลตอบแทนขั้นต่ำที่ 120 ล้านบาทและ 70 ล้านบาทตามลำดับ สำหรับเงื่อนไขนั้นมีกำหนดไว้ว่าขั้นต่ำผลตอบแทนจากยอดขายต้องแบ่งสัดส่วน 15% หากยอดขายสูงเกินกว่าตัวเลขขั้นต่ำที่กำหนดไว้ เช่น คิงพาวเวอร์สร้างรายได้ตลอดปีที่ 1,000 ล้านบาท ต้องแบ่งรายได้ขั้นต่ำให้รัฐที่ 233 ล้านบาท พร้อมสัดส่วนรายได้การขายอีก 15% หรือราว 115 ล้านบาทของยอดขายที่เหลืออยู่อีก 767 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามคิงพาเวอร์ได้ประเมินรายได้ขั้นต่ำต่อปีเมื่อเข้ารับสัมปทาน Duty Free ดังกล่าวไว้ที่ 1,553 ล้านบาท ดังนั้นตลอดอายุสัมปทานมีคาดการณ์รายได้ขั้นต่ำอยู่ที่ 1.55 หมื่นล้านบาท หรือเฉลี่ยรายได้4 ล้านบาท/วัน หรือคิดเป็นรายได้ 750,000 บาท/ตร.ม./เดือน ขณะที่.ล็อตเต้ ดิวตี้ฟรี (ประเทศไทย) คาดการณ์รายได้ต่อปีไว้ที่ราว 1,413 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวระบุอีกว่าสำหรับการรายงานผลประกอบการของบริษัท คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด พบว่ามีรายได้จากการประกอบกิจการร้านค้าปลอดภาษีรวมทั้งสิ้น 9.17 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากร้านค้าปลอดภาษีในเมือง 5.65 หมื่นล้านบาท คิดเป็นกำไร 3.9 พันล้านบาท ประกอบด้วย คิงเพาเวอร์รางน้ำ คิงเพาเวอร์พัทยาและคิงเพาเวอร์ศรีวารี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะที่รายได้จากร้านค้าปลอดภาษีอากรภายในสนามบินนั้นอยู่ที่ 3.56 หมื่นล้านบาท น้อยกว่ารายได้ในเมืองเกือบ 58% ส่วนกำไรอยู่ที่ 1.83 พันล้านบาท โดยมีสัดส่วนรายได้หลักมาจากร้านค้าปลอดภาษีสนามบินสุวรรณภูมิ 5.46 พันล้านบาทและรายได้จากพื้นที่เขิงพาณิชย์สนามบินสุวรรณภูมิ 5.32 พันล้านบาท คิดเป็นกำไรจากสนามบินสุวรรณภูมิรวม 4.2 พันล้านบาท ดังนั้นจึงส่งผลให้คิงเพาเวอร์เป็นหนึ่งในผู้ควบคุมตลาดแบบ monopoly เมื่อเปรียบเทียบกับรายได้ของคู่แข่งรายสำคัญอย่าง ล็อตเต้ ดิวตี้ฟรีซึ่งมีรายได้ในปี 2560 จากการประกอบธุรกิจในประเทศไทยอยู่ที่ 20 ล้านบาท และมีรายจ่ายมากกว่า 100 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้คิงเพาเวอร์ยังมีข้อได้เปรียบจากการมีจุดรับสินค้า (Pick-up Counter) ภายในสนามบินทำให้ชาวไทยสามารถซื้อสินค้าจากร้านดิวตี้ฟรีในเมืองได้แบบไม่ต้องเสียภาษีอากรแล้วไปรับของที่สนามบินเมื่อเดินทางออกนอกประเทศ แตกต่างจากล็อตเต้ซึ่งไม่มีจุดรับสินค้าภายในสนามบินทำให้มีแต่ลูกค้าชาวต่างชาติ ดังนั้นจึงมีโอกาสสูงที่คิงเพาเวอร์จะเสนอราคาแข่งขันชิงพื้นที่ดิวตี้ฟรีอีกหลายแห่งที่จะมีการเปิดประมูลโดยเฉพาะสนามบินหลักของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน)เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในระยะยาว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22244</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิงเพาเวอร์, ดิวตี้ฟรีอู่ตะเภา, ทอท., บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน), ร้านค้าปลอดภาษีอากร, สนามบินอู่ตะเภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180507/image_big_5aefbbd99855d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
