<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107504</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2021 15:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2021 15:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุรุสภาประกาศนโยบาย  &#039;คุรุสภา ONE&#039; ให้บริการและทำงานรูปแบบ&#039;ดิจิทัล&#039;เต็มตัว  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24มิ.ย.64-นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการคุรุสภา (เลขาฯ คุรุสภา) กล่าวว่า ขณะนี้คุรุสภาได้จัดทำระบบสารสนเทศเพื่อให้บริการผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา (Teachers and Education Personnel Information System : TEPIS) พร้อมร่วมมือกับภาคเอกชนเปิดให้บริการแอปพลิเคชัน &amp;quot;คุรุ On Mobile&amp;quot; อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะรวมทุกบริการของคุรุสภาไว้ในแอปพลิเคชันนี้ รวมถึงการประชาสัมพันธ์งานของคุรุสภาผ่านสื่อสังคมออนไลน์ทุกช่องทาง เช่น ผ่านทางเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก LINE Official IG Twitter &amp;nbsp;เป็นต้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ และเมื่อเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 คุรุสภา ก็สามารถปรับตัวทำงานผ่านระบบออนไลน์ได้อย่างราบรื่น ถือเป็นการพลิกวิกฤตเป็นโอกาส เพราะทำให้เจ้าหน้าที่และผู้รับบริการได้ปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลง และสามารถใช้งานและขอรับบริการผ่านระบบออนไลน์ของคุรุสภาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยระบบ TEPIS จะให้บริการทุกงานของคุรุสภา ตั้งแต่งานมาตรฐานวิชาชีพ &amp;nbsp;งานใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ งานพัฒนาวิชาชีพ งานยกย่องวิชาชีพ และงานจรรยาบรรณวิชาชีพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายดิศกุล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้คุรุสภายังมีการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาระหว่างหน่วยงานผ่านระบบบูรณาการฐานข้อมูลประชาชนและการบริการภาครัฐ (Linkage Center) เช่น การขอใช้ประโยชน์ข้อมูลทะเบียน ประวัติราษฎรจากฐานข้อมูลทะเบียนกลาง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงแรงงาน เป็นต้น โดยใช้เลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก ในการตรวจสอบข้อมูลผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาและเพื่อเป็นปัจจุบัน รวมถึงการการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาด้วยเทคโนโลยีผ่านบริการ Web Service กับหน่วยงานในสังกัด ศธ. ให้สามารถเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันได้ ด้วยความสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;
เลขาธิการคุรุสภาฯ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาคุรุสภาได้ดำเนินการตามมาตรการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐตามนโยบายของรัฐบาลที่ให้เป็นไปตามแผนปฏิรูปประเทศ โดยกำหนดให้กำลังคนภาครัฐต้องมีขนาดที่เหมาะสม และมีสมรรถนะสูง พร้อมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันคุรุสภามีเจ้าหน้าที่ประจำที่ส่วนกลาง 188 คน และเจ้าหน้าที่คุรุสภา ณ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดทุกจังหวัด 166 คน โดยดูแลครูและบุคลากรทางการศึกษามากกว่า 1 ล้านคน &amp;nbsp; &amp;nbsp; ซึ่งคณะกรรมการคุรุสภาที่มี นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธาน ได้รับทราบและให้คุรุสภาดำเนินการวางแผนในการบริหารจัดการกำลังคน พัฒนาการทำงาน และใช้คนที่มีอยู่ทำงานให้อย่างมีประสิทธิภาพ และเสริมสร้างสมรรถนะก่อให้เกิดประโยชน์ที่สุด โดยทำงานออนไลน์ร่วมกันผ่านระบบ TEPIS ระบบ KSP e-Service และระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ (MIS) ซึ่งจะทำให้การทำงานทั้งในส่วนกลางและภูมิภาคเป็นหนึ่งเดียวกัน ด้วยระบบเครือข่ายอินทราเน็ตของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา (VPN.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ผ่านมา คุรุสภาได้ปรับลดเวลาและวันทำงานของเจ้าหน้าที่ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค มอบหมายให้บุคลากรในสังกัดปฏิบัติงาน ณ ที่พักอาศัยตามความเหมาะสมและส่งเสริมให้ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ของคุรุสภาในการปฏิบัติงานทุกชนิด พบว่า มีผลเป็นที่น่าพอใจ และผมกำลังผลักดันให้มีการติดอาวุธให้แก่เจ้าหน้าที่ทุกคนภายใต้นโยบาย &amp;lsquo;คุรุสภา ONE&amp;rsquo; หรือ One Network for Everyone &amp;nbsp;เพื่อให้สามารถทำงานได้ทุกที่ ทุกเวลา
&amp;quot; ผมเชื่อว่า ถ้าสามารถสร้างเครือข่ายของคุรุสภาได้อย่างเข้มแข็ง คุรุสภาจะสามารถทำงานได้อย่างคล่องตัว ทำให้การทำงานทั้งส่วนกลางและภูมิภาคเป็นเนื้อเดียวกันได้ นอกจากนี้จะใช้หลักการทำงานเสริมอำนาจ หรือ Empowerment &amp;nbsp;ให้แก่เจ้าหน้าที่ส่วนภูมิภาคทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ส่วนกลาง เช่น จัดสรรอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ส่วนภูมิภาค ช่วยปฏิบัติงานตามภารกิจของส่วนกลาง แต่ยังปฏิบัติงาน ณ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด โดยมีการกำหนดแผนการมอบหมายงานอย่างชัดเจน และมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการปฏิบัติงานเป็นหลัก การพัฒนาให้เจ้าหน้าที่คุรุสภาจังหวัดเป็นตัวแทนของคุรุสภาส่วนกลาง ทำงานด้านการสอบสวนทางจรรยาบรรณ &amp;nbsp;โดยจะมีการอบรมองค์ความรู้ เพิ่มเขี้ยวเล็บการทำงานด้านนี้ ซึ่งจะทำให้การดำเนินคดีต่างๆรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น&amp;rdquo;เลขาฯ คุรุสภา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107504</URL_LINK>
                <HASHTAG>#คุรุสภา, คุรุสภา one, ดิศกุล เกษมสวัสดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_6089037b9fe58.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101049</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2021 13:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2021 13:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุรุสภา เปิดระบบออนไลน์ขอรับรองปริญญา ประกาศนียบัตรทางการศึกษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
28เม.ย.64-นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า ตามที่พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 มาตรา 9 (7) กำหนดให้คุรุสภามีอำนาจหน้าที่ในการรับรองปริญญาและประกาศนียบัตร หรือวุฒิบัตรของสถาบันต่าง ๆ ตามมาตรฐานวิชาชีพ เพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพนั้น ปัจจุบันสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาได้พัฒนาระบบ KSP BUNDIT เพื่อให้สถาบันผลิตครูใช้ในการยื่นเสนอขอรับรองปริญญาและประกาศนียบัตร ผ่านระบบออนไลน์ อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ต้องยื่นเอกสารมายังสำนักงานเลขาธิการคุรุสสภาอีกต่อไป ซึ่งทำให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว เป็นการลดการใช้กระดาษ และเข้าสู่ยุค new normal ที่ปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 โดยในระยะแรกระบบนี้จะใช้ในการยื่นเอกสารหลักสูตรปริญญาตรีทางการศึกษา หลักสูตร 4 ปี โดยเปิดให้สถาบันผลิตครูยื่นเอกสารหลักสูตรปริญญาและเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องผ่านระบบดังกล่าว และเมื่อคุรุสภารับรองปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษาตามมาตรฐานวิชาชีพแล้ว นิสิต นักศึกษา และผู้สนใจสามารถตรวจสอบรายชื่อปริญญที่คุรุสภาให้การรับรองได้ผ่านเว็บไซต์คุรุสภา www.ksp.or.th&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายดิศกุล กล่าวต่อว่า สำหรับขั้นตอนการยื่นขอรับรองปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษาตามมาตรฐานวิชาชีพ สถาบันอุดมศึกษาต้องยื่นขอ Username และ Password ที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา เพื่อรับสิทธิในการเข้าใช้ระบบก่อน เมื่อได้รับการอนุมัติสิทธิ์ดังกล่าวแล้วจึงจะเข้าใช้งานได้ โดยสถาบันอุดมศึกษาต้องเข้าเว็บไซต์ https://bundit.ksp.or.th/ksp-uni/index.jb เปิดเข้าสู่ระบบการใช้งาน โดยใช้ Username/password ที่ได้รับการอนุมัติ จากนั้นดำเนินการขอรับรองปริญญาและประกาศนียบัตร ตามมาตรฐานวิชาชีพ โดยสถาบันอุดมศึกษาบันทึกข้อมูลรับรองปริญญาและประกาศนียบัตรตามมาตรฐานวิชาชีพ ในระบบ UNI01011000: บันทึกข้อมูลรับรองปริญญาและประกาศนียบัตร พร้อมจัดทำหนังสือแจ้งการขอรับรองปริญญาไปยังสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา โดยไม่ต้องแนบเอกสารประกอบหนังสือ นอกจากนี้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภายังได้จัดทำคู่มือและคลิปวิดีโอแนะนำการใช้งานระบบการขอรับรองปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษาตามมาตรฐานวิชาชีพ โดยสถาบันผลิตครูสามารถเข้ามาชมรายละเอียดได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=UI5oEAe7904&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในการประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ครั้งที่ 3/2564 ยังได้มีมติรับรองหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู สำหรับจัดการเรียนการสอนในปีการศึกษา 2564 เพิ่มเติม จำนวน 1 แห่ง จากเดิมรับรองจำนวน 55 แห่ง 56 หลักสูตร &amp;nbsp;เป็นจำนวน 56 แห่ง 57 หลักสูตร เพื่อพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาในสังกัดต่าง ๆ ที่ยังไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา และขอให้นักเรียน นิสิตนักศึกษา และผู้สนใจที่จะเข้าศึกษาสายครูขอให้ตรวจสอบรายชื่อสถาบันที่จัดการเรียนการสอนฯ รายชื่อหลักสูตร และจำนวนรับนักศึกษาต้องไม่เกินจำนวนที่ได้รับอนุญาต ได้ที่เว็บไซต์คุรุสภา หรือสอบถามได้ที่สถาบันที่จัดการเรียนการสอน&amp;rdquo;เลขาฯ คุรุสภา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101049</URL_LINK>
                <HASHTAG>#คุรุสภา, #ใบรับรองการศึกษา, ดิศกุล เกษมสวัสดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_6089037b9fe58.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97771</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2021 15:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2021 15:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุรุสภา รับลูก “รมว.ศธ.” รุกกระตุ้นจิตวิญญาณครู หวังเรียกศรัทธาวิชาชีพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
30เม.ย.64-นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า ตามที่นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) มีนโยบายเร่งด่วนต้องการทำให้โรงเรียนทุกแห่งเป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) สำหรับนักเรียน และดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาดกับผู้กระทำความผิดต่อนักเรียน เนื่องจากมีข่าวในเชิงลบของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาเกิดขึ้นบ่อยครั้งนั้น ในส่วนของคุรุสภาซึ่งกำกับดูแลมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ทำงานเชิงรุกเพื่อเรียกศรัทธากลับคืนมา เช่น การกำหนดให้หน่วยงานต้นสังกัดของครูที่ถูกลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรง ไล่ออก หรือปลดออก จะต้องส่งข้อมูลมาให้คุรุสภา เพื่อดำเนินการทางจรรยาบรรณของวิชาชีพ โดยเสนอคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) หาก กมว.มีคำวินิจฉัยชี้ขาดให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแล้ว &amp;nbsp;ก็จะบันทึกลงในฐานข้อมูลเสมือนการขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) เพื่อป้องกันการกลับเข้าสู่วิชาชีพ แม้เปลี่ยนชื่อสกุลก็สามารถตรวจสอบได้จากหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งจะทำให้สังคมเกิดความมั่นใจในผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษามากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันประชาชนก็ต้องช่วยเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาประพฤติผิดจรรยาบรรณ โดยเฉพาะความผิดทางเพศ การทุจริต และพัวพันยาเสพติด ก็สามารถแจ้งกล่าวโทษมาได้ที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายดิศกุล กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาคุรุสภายังได้ปรับปรุงข้อบังคับต่างๆ เช่น ลดกระบวนการสอบสวนทางจรรยาบรรณให้เสร็จจากภายใน 180 วัน เป็น 90 วัน หรือการพักใช้ใบอนุญาตจากเดิมที่พักได้แค่ 60 วัน ก็ให้พักไว้จนกว่าการสอบสวนจะเสร็จสิ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมและพัฒนาด้านคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณอีกหลากหลาย เช่น การสร้างความร่วมมือกับสถาบันผลิตครูเข้าร่วมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาจรรยาบรรณของวิชาชีพผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (Ethics in Professional Learning Community) หรือ E-PLC ซึ่งเป็นกระบวนการที่ส่งเสริมให้นิสิต/นักศึกษาครูได้เรียนรู้การเป็นครูที่ดีจากครูพี่เลี้ยงครูต้นแบบในระหว่างการฝึกสอนทั้งการออกแบบการเรียนรู้และจรรยาบรรณวิชาชีพ ซึ่งตั้งแต่ปี 2560 มีผู้ผ่านการพัฒนาไปแล้วกว่า 60,000 คน รวมถึงการผลิตสื่อส่งเสริมจรรยาบรรณในรูปแบบคลิปวิดีโอและภาพยนตร์สั้นมากกว่า 40 ชิ้น เผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ เช่น เว็บไซต์คุรุสภา ช่องยูทูปคุรุสภา เฟซบุ๊กแฟนเพจคุรุสภา เพจครูดี 360 องศา และเพจ Trainflix และยังจัดทำ 9 บทเรียนจรรยาบรรณวิชาชีพออนไลน์ ซึ่งมีสถาบันผลิตครูและสถานศึกษาจำนวนมากนำไปใช้ และเมื่อปี 2563 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ก็ให้ความสนใจขอนำบทเรียนไปใช้ประกอบการจัดกิจกรรมเสริมสร้างหลักสูตรเพื่อพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ให้แก่นิสิต/นักศึกษาครูในโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น จำนวน 3,099 คน และในอนาคตยังจะเปิดให้ผู้สนใจทั่วไปเข้ามาเรียนออนไลน์ได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้เรายังมีการจัดหลักสูตรผู้นำจรรยาบรรณให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ไปกว่า 1 หมื่นคนแล้ว และยังมีกิจกรรมรณรงค์ต่างๆ อีกอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นให้ตระหนักถึงการเป็นต้นแบบที่ดีให้แก่ศิษย์และสังคม และในอนาคตยังอาจจะมีรายการทางสื่อสังคมออนไลน์ หรือรายการโทรทัศน์เพื่อนำข่าวเชิงบวกออกไปสู้กับข่าวเชิงลบ &amp;nbsp; และเป็นเวทีกลางให้ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาทุกสังกัด ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อช่วยกันพัฒนาและส่งเสริมจรรยาบรรณวิชาชีพให้ปรากฎผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นกำลังสำคัญหลักในการพัฒนาประเทศได้ต่อไปในอนาคต&amp;rdquo;เลขาฯ คุรุสภา กล่าว
------------------------
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97771</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุรุสภา, จรรยาบรรณครู, ดิศกุล เกษมสวัสดิ์, รมว.ศธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_6062e0582b143.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93082</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2021 13:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2021 13:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กำหนด5จังหวัดสนามสอบ&quot;ตั๋วครู&quot;ครั้งแรกของประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15ก.พ.64-คุรุสภาพร้อมสอบตั๋วครู 5 สนาม กทม.ขอนแก่น สงขลา เชียงใหม่ นครราชสีมา &amp;nbsp;&amp;quot;ดิศกุล&amp;quot; เผยไอเดีย จะสร้างแบบทดสอบ (Test Blueprint) แล้วให้สถาบันผลิตครู นำข้อมูลไปใช้ในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนต่อไป

นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในการประชุมคณะกรรมการคุรุสภาได้มีการรายงานเรื่องความพร้อมในการการดำเนินการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ที่จะดำเนินการทดสอบในวันที่ 20-21 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2564 โดยผู้ที่จะเข้ารับการทดสอบ จำนวน 7,263 คน ใน 30 วิชาเอก ทั้งนี้ผู้ที่สมัครเข้ารับการทดสอบในครั้งนี้เป็นผู้ที่จบการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต (ป.บัณฑิต) และนักศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต ในปีการศึกษา 2563 โดยจะต้องทดสอบใน 5 หมวดวิชา คือ 1.หมวดทักษะภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร 2.หมวดทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 3.หมวดทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital literacy) เพื่อการศึกษา 4.หมวดความรู้ทางวิชาชีพครู และ 5.หมวดความรู้วิชาเอก ซึ่งขณะนี้ทางคุรุสภาและสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ในฐานะผู้ดำเนินกระบวนการจัดสอบได้มีการดำเนินการจัดสนามสอบเรียบร้อยแล้ว โดยจะมี 5 สนามสอบ ได้แก่ สนามสอบกรุงเทพมหามหานคร จังหวัดขอนแก่น จังหวัดสงขลา จังหวัดเชียงใหม่ และ จังหวัดนครราชสีมา รวมถึงได้มีการวางแนวทางการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคไวรัสติดเชื้อโคโรน่า 2019 หรือ โควิด-19 ซึ่ง สทศ.ได้ออกมาตรการป้องกันและแนวปฏิบัติสำหรับผู้เข้าสอบตั๋วครูอย่างเข้มข้น

&amp;ldquo;อย่างไรก็ตาม การทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพถือเป็นครั้งแรก ซึ่งเราได้มีการเผยแพร่แผนการสร้างแบบทดสอบ (Test Blueprint) ให้ผู้เข้าสอบสามารถใช้เป็นแนวทางก่อนเข้ารับการทดสอบได้ และเมื่อหากมีการทดสอบเรียบร้อยแล้ว คุรุสภาได้เตรียมวิเคราะห์ข้อมูลผลการสอบ อย่างละเอียด เพื่อส่งต่อให้สถาบันผลิตครู นำไปใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนต่อไป&amp;quot;เลขาฯ คุรุสภา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93082</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตั๋วครู, คุรุสภา, ดิศกุล เกษมสวัสดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200928/image_big_5f7157f7bbe63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60632</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2020 16:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2020 16:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กศน.พลิกโฉมเรียนสอนออนไลน์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
23มี.ค.63-นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (เลขาฯ กศน.) กล่าวว่า ขณะนี้ กศน. อยู่ระหว่างการวางแผนปรับปรุงการเรียนการสอนของ กศน.ใหม่ เพื่อที่จะทำให้การเรียนการสอนตอบโจทย์เทคโนโลยีและโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วด้วยระบบดิจิทัล เพราะในอนาคตกลุ่มผู้เรียน กศน.ในรูปแบบการเรียนแบบพบกลุ่มจะลดน้อยลง เนื่องจากกลุ่มผู้เรียน กศน.ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนทำงานที่มีอาชีพแล้ว และบางครั้งจำเป็นต้องขาดเรียนอาจส่งผลให้เรียนไม่ทันเพื่อน ดังนั้นในประเด็นเหล่านี้ กศน.จึงต้องการพลิกโฉมการเรียนการสอนใหม่เป็นการเรียนแบบห้องเรียนออนไลน์เกิดขึ้น ซึ่งขณะนี้เท่าที่รับทราบข้อมูลมีหน่วยงาน กศน.ระดับพื้นที่นำร่องห้องเรียนออนไลน์ไปบ้างแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายดิศกุล กล่าวต่อว่า สำหรับการเรียนในรูปแบบออนไลน์นั้นจะเป็นลักษณะของห้องเรียนกลับทาง (flipped classroom) หมายถึง การเรียนการสอนที่ผู้เรียนศึกษาสาระสำคัญของบทเรียนด้วยตนเองที่บ้าน และนำผลงานหรือปัญหาที่บันทึกไว้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับครูหรือเพื่อนในห้องเรียน โดยสิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญของการเรียนห้องเรียนกลับทางก็ คือ การใช้เทคโนโลยี การเรียนการสอนที่ทันสมัย และการให้นักเรียนได้มีโอกาสเรียนรู้ผ่านกิจกรรม &amp;nbsp;ซึ่งทั้งสองส่วนนี้จะกระตุ้นให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้อย่างเต็มที่ โดย กศน.นำรูปแบบห้องเรียนกลับทางขยายให้ครอบคลุมทุกศูนย์การเรียนของกศน. ทั้งนี้ไม่ต้องกังวลว่าการเรียนในลักษณะนี้จะไม่ได้คุณภาพ เพราะเราจะมีการประเมินและทดสอบทุกครั้ง รวมถึงในปีการศึกษานี้ระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงจะขยายครอบทุกสถานศึกษาด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60632</URL_LINK>
                <HASHTAG>กศน., ดิศกุล เกษมสวัสดิ์, เรียนออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191209/image_big_5dee0470b82f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50821</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2019 17:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2019 17:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สกสค. ตั้ง รองเลขาฯ 3 ราย “ธนพร-วรนุช-กฤตชัย”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21พ.ย.62-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ได้ลงนามในคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่ 823/2562 แต่งตั้งรองเลขาฯ สกสค. จำนวน 3 ราย ได้แก่ 1. นายธนพร สมศรี 2.นางวรนุช พงษ์สุรางค์ และ 3.นายกฤตชัย อรุณรัตน์ โดยในคำสั่งแต่งตั้งดังกล่าว ได้ระบุให้ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองเลขาฯ สกสค. มีวาระการดำรงตำแหน่ง ตามข้อ 9 แห่งระเบียบคณะอนุกรรมการบริหารทรัพยากรบุคคลว่าด้วยคุณสมบัติ การสรรหา การแต่งตั้ง อัตราเงินเดือน ค่าตอบแทน การพักงาน การให้ออกจากงานไว้ก่อน การถอดถอน และการพ้นจากตำแหน่งของรองเลขาฯ สกสค. พ.ศ.2562 และให้ได้รับเงินเดือนตามสัดสวนเงินเดือนและผลประโยชน์ตอบแทนอื่นที่เลขาธิการ สกสค.เป็นผู้กำหนดและมีสิทธิรับเงินบำเหน็จตามระเบียบของสำนักงาน สกสค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ขณะเดียวกันให้รองเลขาฯ สกสค.มีหน้าที่ช่วยบริหารงานตามภารกิจความรับผิดชอบของสำนักงาน สกสค.และตามที่เลขาฯ สกสค.มอบอำนาจให้ปฏิบัติการแทนหรือที่มอบหมาย สำหรับเงื่อนไขอื่นให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ ระเบียบและสัญญาจ้างที่ได้ทำให้ไว้กับสำนักงาน สกสค. ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ.2562 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50821</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สกสค, ดิศกุล เกษมสวัสดิ์, รองเลขาสกสค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191121/image_big_5dd662304353b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
