<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79830</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2020 09:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2020 09:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิษเศรษฐกิจซบเซา ปตท.รับยอดเทรดดิ้งน้ำมัน-ก๊าซฯหด 8-10%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค. 2563 นายดิษทัต ปันยารชุน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยภายหลังเปิดให้เยี่ยมชมห้อง T Space@8 (Smart Intellingence Center) ว่าปริมาณการค้าน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ของธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ(เทรดดิ้ง) จะปรับตัวลดลงประมาณ 8-10% จากระดับ 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากความต้องการใช้ในโลกลดลงจากการแพร่ระบาดโควิด-19 แต่ยังมั่นใจว่าจะสามารถทำกำไรให้กับบริษัทได้ เนื่องจากมีความเข้มแข็งในด้านการบริการจัดการและมีการวางระบบบริหารความเสี่ยงอย่างรัดกุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในช่วงที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าธุรกิจเทรดดิ้งในตลาดนั้นมีหลายบริษัทล้มหายตายจากไปมาก แต่เราก็ยังสามารถดำเนินธุรกิจได้ท่ามกลางความเสี่ยงต่าง ๆ และสามารถทำกำไรได้ในทุกไตรมาส เนื่องจากมีการบริหารความเสี่ยงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งในปีนี้ยอมรับว่าต้องระมัดระวังในการค้ามากขึ้น แต่ก็จะพยายามรักษาระดับการค้าไม่ให้ต่ำลด โดยในปีหน้าจะกระตุ้นยอดขายให้มีสัดส่วนใกล้เคียงกับปี 62&amp;rdquo;นายดิษทัต กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันธุรกิจก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) นั้นที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562 นั้น และคาดว่าจะเติบโตรวดเร็วมากในช่วง 20 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะในโซนเอเชีย อย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ โดย ปตท. ตั้งเป้าที่จะเริ่มเทรดแอลเอ็นจีให้ได้เป็น 1 ล้านตันในปี 64 ที่เดิมที่มีสัดส่วนการเทรดอยู่ประมาณ 4 แสนตันในปีก่อน ๆ แต่ในปีนี้มีปริมารเพิ่มมากขึ้น อยู่ที่ 9 แสนตัน ซึ่งล่าสุดมีปริมาณเทรดที่รอส่งมอบถึงไตรมาส 4 ของปี 64 แล้วประมาณ 4 แสนตัน&amp;nbsp;
ขณะที่การดำเนินงานโปรเจควัน(Project One) ในการสร้างพลังร่วมของกลุ่ม และบริหารจัดการตลอดห่วงโซ่ธุรกิจให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและไม่เกิดการลงทุนที่ซ้ำซ้อน ซึ่งได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 62 ที่ผ่านมา โดยปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างริเริ่มจัดทำแผนการดำเนินการร่วมกัน ตั้งเป้าหมายจะเริ่มเทรดร่วมกันในปี 64 และภายใน 5 ปี จะเกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มประมาณ 100 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 3,200 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79830</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดิษทัต ปันยารชุน, ปตท., เทรดดิ้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201008/image_big_5f7e7c55c6e42.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51597</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2019 16:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2019 15:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท.สผ.โชว์ 4 นวัตกรรมไทย เปิดประตูสู่ภูมิภาคตะวันออกกลาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; งานอาบู ดาบี อินเตอร์เนชั่นแนลปิโตรเลียม เอ็กซิบิชั่น แอนด์ คอนเฟอเรนซ์ หรือ อาดิเพก 2019 ณ (Abu Dhabi International Petroleum Exhibition &amp;amp; Conference (ADIPEC) ) ณ กรุงอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นงานนิทรรศการและการประชุมด้านน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ระดับโลก และจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ครอบคลุมทั้งธุรกิจขั้นต้น (Upstream) ขั้นกลาง (Midstream) และขั้นปลาย (Downstream) ในปีนี้ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เป็น 1 ใน 35 &amp;nbsp;บริษัทน้ำมันแห่งชาติจากทั่วโลกที่เข้าร่วมงาน ซึ่งการเข้าร่วมงานจะเป็นการเปิดโอกาสให้ ปตท.สผ.ได้แลกเปลี่ยนมุมมองกับบริษัทน้ำมันต่างๆ จากทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน งานดังกล่าวจะได้รับทราบสถานการณ์ปัจจุบันของธุรกิจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ รวมถึงสร้างความสัมพันธ์กับผู้ที่อยู่ในธุรกิจด้วยกัน ทั้งบริษัทน้ำมันแห่งชาติ &amp;nbsp;(Nation Oil Companies หรือ NOCs) และบริษัทน้ำมันข้ามชาติ (International Oil Companies หรือ IOCs) และผู้ให้บริการ (Service company) ซึ่งสามารถนำไปสู่ความร่วมมือกันในอนาคต ภายในงานมีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจพลังงานมาร่วมแสดงนิทรรศการมากกว่า 2,200 บริษัท โดยผู้จัดงานคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 145,000 คน จาก 167 ประเทศทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับบูธนิทรรศการของ ปตท.สผ. ได้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านต่างๆ มาแสดงผลงาน ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้คนที่เข้าร่วมงานอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น หุ่นยนต์ใต้น้ำอัตโนมัติไร้สาย (Inspection-class Autonomous Underwater Vehicle - IAUV) เป็นหุ่นยนต์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบอุปกรณ์ใต้ทะเล เช่น ท่อส่งปิโตรเลียมที่อยู่ใต้น้ำ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่มีสัญญาณ GPS โดยหุ่นยนต์ IAUV มีความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน ไม่จำเป็นต้องใช้นักดำน้ำและเรือขนาดใหญ่ ทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบอุปกรณ์ใต้ทะเลได้ถึงกว่าร้อยละ 50 ซึ่งพัฒนาขึ้นโดย &amp;nbsp;บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส (ARV) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ปตท.สผ. ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ และบริษัทเอกชน คาดว่าจะสามารถนำมาให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ภายในปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อุปกรณ์ดูดซับสารประกอบในคอนเดนเสต หรือ ทูสแลม (Safe Self Loading/Unloading Adsorber Modular - 2SLAM) เป็นเทคโนโลยีดูดซับเพื่อกำจัดสารประกอบบางชนิดในก๊าซธรรมชาติเหลว หรือคอนเดนเสต โดยไม่ต้องหยุดกระบวนการผลิต ช่วยประหยัดเวลาและเพิ่มความปลอดภัยในการทำงาน ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนของการออกแบบ โดยจะสร้างหน่วยต้นแบบและทดสอบการใช้งานจริงในปี 2563&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นวัตกรรมการเก็บตัวอย่างสารในท่อส่งปิโตรเลียม (Sampling PIG) เป็นเทคโนโลยีการเก็บตัวอย่างพื้นผิวภายในของท่อส่งปิโตรเลียม โดยไม่ต้องอาศัยเรือสนับสนุน เพื่อนำมาวิเคราะห์ปริมาณของสารตกค้างและประเมินสภาพพื้นผิวภายในของท่อ ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 3 เท่าจากวิธีเดิม คาดว่าจะทดสอบการใช้งานในสภาพแวดล้อมจริงในปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และ เทคโนโลยีการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อติดตามการไหลของน้ำและน้ำมันในแหล่งกักเก็บปิโตรเลียม (Electro magnetics) เทคโนโลยีการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และหลักการเหนี่ยวนำไฟฟ้า เพื่อวิเคราะห์ตำแหน่งของน้ำและน้ำมันใต้ดิน ช่วยในการติดตามทิศทางการไหลของน้ำที่อัดเข้าไปในหลุมเจาะปิโตรเลียม เพื่อดันน้ำมันดิบในแหล่งกักเก็บปิโตรเลียมเข้าไปยังหลุมผลิต ช่วยเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันดิบ โดย ปตท.สผ.ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล พัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ผล ขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบการใช้งานในแหล่งผลิตปิโตรเลียมบนบก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม การพัฒนาและการวิจัยคิดค้นนวัตกรรมใหม่ของ ปตท.สผ. ถือว่าเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติ และยังประหยัดค่าใช้จ่ายลงด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;5 ปีเพิ่มผลิต 6-7 แสนบาร์เรลต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า การเปลี่ยนแปลงของ ปตท.สผ. เป็นผลจากวิสัยทัศน์ใหม่ เอนเนอร์จี พาร์ตเนอร์ ออฟ ชอยส์ (Energy Partner of Choice) เป็นการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจพลังงานแทนการแข่งขัน ผ่าน 2 กลยุทธ์ ได้แก่ กลยุทธ์ Expand เน้นขยายการลงทุนในไทยและอาเซียน (Coming-home) และมองหาโอกาสการลงทุนกับประเทศอื่นที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะตะวันออกกลาง (Strategic Alliance) และกลยุทธ์ Execute เพิ่มปริมาณการผลิตและรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับแผนการดำเนินงานในช่วง 5 ปี หรือปี 2563-67 ตั้งเป้าจะเพิ่มกำลังการผลิตปิโตรเลียมเป็น 600,000-700,000 บาร์เรลต่อวัน จากเดิมปี 2562 อยู่ที่ 345,000 บาร์เรลต่อวัน&amp;nbsp; หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 5-7 ต่อปี โดยคาดว่าจะใช้งบประมาณ 1,700-2,000 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี นอกจากนี้ จะลดการซื้อกิจการลง และหันมาเน้นลงทุนการสำรวจ เนื่องจากผลตอบแทนการลงทุนดีกว่า และเพิ่มปริมาณสำรองปิโตรเลียมและปริมาณการผลิตในอนาคตด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ ในปี 2562 ปตท.สผ.เข้าซื้อกิจการปิโตรเลียมหลายโครงการ ได้แก่ ชนะการประมูลโครงการบงกช-เอราวัณ ในอ่าวไทย ซึ่งสัมปทานจะหมดอายุในปี 2565-2566, เข้าซื้อกิจการในบริษัท พาร์เท็กซ์ โฮลดิ้ง บี.วี. ในโอมาน ทำให้ปริมาณการขายเพิ่มราว 16,000 บาร์เรลต่อวัน, เข้าซื้อกิจการของเมอร์ฟี ออยล์ คอร์ปอเรชัน ในมาเลเซีย เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ปริมาณการขายในปีนี้เพิ่มเป็น 50,000 บาร์เรลต่อวัน และจะเป็น 70,000 บาร์เรลต่อวัน ในปี 2563, เข้าถือหุ้นในโครงการแหล่งก๊าซสินภูฮ่อม และมองหาโอกาสต่อยอดทางธุรกิจก๊าซธรรมชาติในเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายพงศธร กล่าวว่า ปัจจุบัน ปตท.สผ.มีโครงการใน 15 ประเทศ แต่จะเน้นลงทุนการสำรวจใน 5 ประเทศเป้าหมาย ได้แก่ ไทย มาเลเซีย เมียนมา โอมาน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่มาเลเซียมีการค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่จากหลุมลัง เลอบาห์-1 อาร์ดีอาร์ 2 ในแปลงเอสเค 410 บี อยู่ระหว่างการวางแผนเจาะหลุมประเมินผล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับตะวันออกกลาง ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ลงทุนในโครงการอาบูดาบี ออฟชอร์ 1 และโครงการอาบูดาบี ออฟชอร์ 2 แหล่งก๊าซธรรมชาตินอกชายฝั่ง ซึ่ง ปตท.สผ.ถือหุ้น 30%&amp;nbsp; และอยู่ระหว่างการศึกษาธรณีวิทยาและประเมินศักยภาพปิโตรเลียมเพื่อวางแผนสำรวจต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ลงทุนในโครงการแอดนอค ก๊าซ โพรเซสซิง (AGP) กลุ่มโรงแยกก๊าซธรรมชาติบนบกขนาดใหญ่สุดของรัฐอาบูดาบี กำลังการผลิต 8,000 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และ ปตท.สผ.ถือหุ้นร้อยละ 2 ในโรงแยกที่มีกำลังการผลิตราว 1,200 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนในโอมานมีโครงการพีดีโอ (บล็อก 6) แปลงสัมปทานน้ำมันดิบบนบกขนาดใหญ่สุดของประเทศ กำลังการผลิตเฉลี่ยราว 610,000 บาร์เรลต่อวัน โครงการมุคไซนา (บล็อก 53) ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบเฉลี่ย 120,000 บาร์เรลต่อวัน และ ปตท.สผ.ถือหุ้น 1% และโครงการโอมาน แอลเอ็นจี โรงงานผลิตก๊าซธรรมชาติเหลวแห่งเดียวในประเทศ กำลังการผลิตรวม 10.4 ล้านตันต่อปี และ ปตท.สผ.ถือหุ้น 2%&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ในปี 2563 นี้ ปตท.สผ.มีแผนเจาะหลุมสำรวจเพิ่มจาก 3 หลุม เป็น 20 หลุม ด้วยงบประมาณ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เช่น ในมาเลเซีย 11 หลุม เมียนมา โอมาน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ปตท.ตั้งเป้า Global Trading&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน นายดิษทัต ปันยารชุน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธุรกิจเทรดดิ้งของ ปตท.ตั้งเป้าหมายเป็น Global Trading ขยายพอร์ตการค้าให้เพิ่มขึ้น ซึ่งล่าสุดนอกจาก ปตท.ได้ร่วมลงนามกับอีก 10 พันธมิตร เปิดตัว ICE Futures Abu Dhabi (IFAD) ตลาดน้ำมันล่วงหน้าในเอเชียแล้ว ยังเตรียมแผนจะเปิดสำนักตัวแทนการค้าเพิ่มขึ้น ทั้งรัฐอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และประเทศสหรัฐอเมริกา นอกเหนือจากที่ปัจจุบันมีสำนักงานตัวแทนในลอนดอน (อังกฤษ),&amp;nbsp; สิงคโปร์, เซี่ยงไฮ้ (จีน), อินโดนีเซีย และดูไบ (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนของสหรัฐขณะนี้กลายเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก ดังนั้น ปตท.จึงเห็นว่าเป็นโอกาสดีในการเข้าไปทำตลาด โดยจะเสนอคณะกรรมการ ปตท.เพื่อจัดตั้งสำนักงานตัวแทนภายในไตรมาส 1/2563 ตั้งเป้าหมายจะค้าขายจากตลาดสหรัฐเพิ่มขึ้นอีก 5-10% จากปัจจุบันพอร์ตเทรดดิ้งของ ปตท.มาจากตลาดสหรัฐ 5-10% ที่เหลือมาจากตะวันออกกลาง 70% และตะวันออกไกล 20% และตั้งเป้าจะเพิ่มยอดขายจากตลาดสหรัฐปี 2563-2564 เพิ่มจากปัจจุบัน 70,000 บาร์เรล/วัน เป็นกว่า 100,000 บาร์เรล/วัน คาดยอดขายจะเพิ่มจาก&amp;nbsp; 30,000 ล้านบาท/ปี เป็นกว่า 80,000 ล้านบาท/ปี ซึ่งจะทำให้&amp;nbsp; ปตท.มีรายได้เพิ่มขึ้น จากปัจจุบันธุรกิจเทรดดิ้งมีสัดส่วนในรายได้ของ ปตท.ถึงประมาณ 25-30%&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ตั้งสำนักรองรับธุรกิจใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายดิษทัต กล่าวว่า สำหรับตั้งสำนักงานตัวแทนในอาบูดาบีเป็นการรองรับธุรกิจใหม่ที่ ปตท.ร่วมกับ ADNOC บริษัทน้ำมันแห่งชาติอาบูดาบี และ ICE หนึ่งในตลาดน้ำมัน Futures ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เปิดตัว ICE Futures Abu Dhabi (IFAD) ตลาดฟิวเจอร์ใหม่ในเอเชีย โดยมีพันธมิตรเป็นบริษัทน้ำมันชั้นนำอื่นๆ อย่าง BP, Total, Vitol, Shell, Petro China เข้ามาร่วมถือหุ้นกันด้วย โดยจะเริ่มเปิดตลาดการซื้อขายภายในช่วงต้นปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ความร่วมมือดังกล่าวได้ประกาศตัวใน ADIPEC 2019 หนึ่งในงาน Conference น้ำมันที่ใหญ่ที่สุดของตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ที่เมืองอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 11 พ.ย. ตลาด IFAD นี้มีจุดประสงค์ที่จะเพิ่มสภาพคล่องในการซื้อขายน้ำมันดิบในภูมิภาคเอเชียและทาง ICE&amp;nbsp; และ ADNOC มีความตั้งใจที่จะพยายามสร้างให้น้ำมันดิบเกรด Murban ของ UAE นี้ให้กลายมาเป็นเกรดพื้นฐาน หรือเป็น Benchmark ใหม่ของตลาดเอเชียต่อไป จากที่ผ่านมาตลาดสำคัญ คือ WTI แห่งสหรัฐอเมริกาและ Brent ประเทศอังกฤษ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับน้ำมันดิบเกรด Murban ของ UAE เป็นน้ำมันกำมะถันต่ำ โดยมียอดส่งออก 1.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน และ&amp;nbsp; ปตท.จัดซื้อมาในสัดส่วนร้อยละ 20 หรือประมาณ 200,000 บาร์เรลต่อวัน โดยเกรด Murban ทาง UAE มีการผลิต 1.6 ล้านบาร์เรล/วัน จากยอดผลิตน้ำมันรวมของ UAE ที่ 3 ล้านบาร์เรล/วัน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ธุรกิจเทรดดิ้งของ ปตท.ดำเนินธุรกิจการค้าระหว่างประเทศครบวงจร ทั้งการซื้อขายน้ำมันดิบ น้ำมันสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีต่างๆ และก๊าซธรรมชาติเหลว (Liquefied Natural Gas - LNG)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปตท.สผ.เป็นบริษัทของคนไทย มีพันธกิจหลักในการสรรหาปิโตรเลียมเพื่อสนองความต้องการใช้พลังงานทั้งภายในประเทศ และประเทศที่ไปลงทุน รวมทั้งสามารถนำเป็นรายได้กลับคืนสู่ประเทศไทย ปตท.สผ.เป็นบริษัทมหาชน 1 ใน 10 บริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าทุนตามตลาดสูงสุดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51597</URL_LINK>
                <HASHTAG>Abu Dhabi International Petroleum Exhibition &amp; Conference (ADIPEC), ดิษทัต ปันยารชุน, ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, พงศธร ทวีสิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191202/image_big_5de4d32d6ab27.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
