<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90685</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2021 20:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2021 18:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เป็นเรื่องแล้ว! &#039;บ.แอสตร้าฯ&#039; งดแถลงรับมอบทะเบียนวัคซีน เหตุ &#039;ธนาธร&#039; โยงการเมืองกระทบแผนจัดซื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ นพ.นคร&amp;nbsp;เปรมศรี&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22&amp;nbsp;ม.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า&amp;nbsp;ในช่วงสาย&amp;nbsp;นายดิสทัต&amp;nbsp;โหตระกิตย์&amp;nbsp;เลขาธิการนายกฯ&amp;nbsp;ได้เรียกนพ.นคร&amp;nbsp;เปรมศรี&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ&amp;nbsp;เพื่อสอบถามสาเหตุที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ยกเลิกการแถลงข่าวเกี่ยวกับการรับมอบทะเบียนวัคซีน&amp;nbsp;จากบริษัท&amp;nbsp;แอสตร้า&amp;nbsp;เซนเนก้า&amp;nbsp;จำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่า&amp;nbsp;นพ.นคร เปรมศรี&amp;nbsp;ได้ปรารภกับคนใกล้ชิดว่า&amp;nbsp;กรณีที่ต้องยกเลิกแถลงข่าวเป็นเพราะทางบริษัทแอสตร้า&amp;nbsp;เซนเนก้า&amp;nbsp;มีความกังวล&amp;nbsp;หลังนายธนาธร&amp;nbsp;จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า&amp;nbsp;กดดันให้มีการเปิดสัญญาการจัดซื้อวัคซีนกับรัฐบาลไทย&amp;nbsp;จนทำให้บริษัทดังกล่าว&amp;nbsp;ที่เป็นบริษัทมหาชนในประเทศอังกฤษ&amp;nbsp;เกิดความไม่สบายใจเพราะไม่อยากพัวพันกับการเมือง&amp;nbsp;จึงไม่อนุญาตให้ผู้แทนของบริษัทประจำประเทศไทยร่วมแถลงข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนี้บริษัทดังกล่าวอาจพิจารณาทบทวนท่าทีต่อการผลิตและการส่งมอบวัคซีนให้กับประเทศไทยตามแผนเดิม&amp;nbsp;ซึ่งคาดการณ์ว่า นพ.นคร เปรมศรี จะนำเหตุผลดังกล่าวชี้แจงต่อนายดิสทัต โหตระกิตย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90685</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดิสทัต โหตระกิตย์, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นพ.นคร เปรมศรี, วัคซีนโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210122/image_big_600ab8da65752.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68795</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยัวะเด็กแว้นขู่เคอร์ฟิวคัมแบ็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ควันออกหู เด็กแว้นลองของคืนแรก ขู่! ไม่เลิกเคอร์ฟิวคัมแบ็กแน่ สั่ง ตร.จับกุมพวกฝ่าฝืนมาติดคุก แจงเปิดรับต่างชาติเที่ยวไทยใช้ทราเวลบับเบิลควบคุม &amp;quot;โฆษก ศบค.&amp;quot; เผยสัญญาณดีต่อเนื่อง ไทยไร้ผู้ติดเชื้อในประเทศ 3 สัปดาห์ติด &amp;quot;หมอยง&amp;quot; ยกเคสจีนระบาดซ้ำ เตือนระลอก 2 คุมยาก &amp;quot;โรงเรียนยะลา&amp;quot; พร้อมเปิดเรียนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. เวลา 14.30 น. ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานพระวโรกาสให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข, &amp;nbsp;นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในฐานะผู้แทนศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เข้าเฝ้าฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โอกาสนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้ถวายรายงานความคืบหน้าการปฏิบัติหน้าที่ และมาตรการต่างๆ ของคณะศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 &amp;nbsp;ซึ่งสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี มีพระดำรัสชื่นชมการทำงานของรัฐบาล ตลอดจนพระราชทานกำลังใจในการปฏิบัติงานของศูนย์ฯ และทรงแสดงความห่วงใยการปฏิบัติหน้าที่ของแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ที่เสียสละ เพื่อร่วมกันช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างน่าชื่นชม โดยพระราชทานความมั่นใจว่า สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พร้อมให้ความร่วมมือตลอดเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงกรณีการคลายล็อกระยะ 4 และยกเลิกการเคอร์ฟิวคืนวันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมาเป็นคืนแรกว่า ประชาชนต้องร่วมมือกัน เมื่อคืน (14 มิ.ย.) ที่ผ่านมาก็เห็นมีเด็กแว้นออกมาอีกแล้ว นี่คือคนที่ไม่ร่วมมือ เพราะฉะนั้นสังคมและผู้ปกครองต้องร่วมมือกัน ถ้าขืนทำอย่างนี้เดี๋ยวก็กลับมาเคอร์ฟิวใหม่ หากทุกคนยังไม่รู้จักควบคุมตนเอง อีกทั้งสถานประกอบการทั้งหมดต้องช่วยกันดูแลตามมาตรการของรัฐ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอขอบคุณที่บางแห่งมีมาตรการออกมาเพิ่มเติมเอง ถือว่าช่วยชาติ ประชาชน และธุรกิจของตนเอง รัฐบาลดูแลระดับนโยบายในการผ่อนปรนที่ดำเนินการมาตามลำดับจนสถานการณ์ดีกว่าหลายประเทศ แต่ทั้งหมดก็เพราะความร่วมมือของประชาชน ดังนั้นหากรัฐบาลผ่อนปรนไปแล้วแต่ไม่ได้รับความร่วมมือ ถามว่าจะให้ทำอย่างไร หรือให้ทุกอย่างกลับไปอยู่ที่เดิม ตนจะสั่งการให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการจับกุมพวกเด็กแว้นที่ฝ่าฝืนเพื่อดำเนินคดีติดคุก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สิ่งที่ผมเป็นห่วงก็ตรงนี้ ไม่อยากให้กลับไปที่เดิม ไม่ว่าจะเรื่องเศรษฐกิจที่มีความสำคัญ และเรื่องสุขภาพก็สำคัญเช่นกัน เมื่อพิจารณาคลายล็อกเฟส 4 ไปแล้ว ก็ต้องกลับมาดูว่ามีใครกลับมาติดเชื้อเพิ่มขึ้นหรือไม่ และวันนี้เราโชคดีที่ว่าเป็นการแพร่ระบาดมาจากต่างประเทศที่อยู่ในสถานที่กักกัน (state quarantine) ที่เราตั้งขึ้นมาทำให้ควบคุมได้ในตอนนี้ แม้ตอนแรกจะไม่ยินยอมให้ตั้ง และในวันนี้ก็ได้เห็นแล้วว่าที่เราทำนั้นมีประโยชน์มากเพียงใด&amp;rdquo;พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ไทยไร้ติดเชื้อในปท.21วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าการผ่อนปรนให้นักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศไทยนั้นรัฐบาลมีมาตรการอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า การท่องเที่ยวมี 2 แบบ คือการท่องเที่ยวในประเทศและการท่องเที่ยวต่างประเทศ ตอนนี้ที่เรากำลังจะดำเนินการคือพื้นที่ท่องเที่ยว ซึ่งกำลังพิจารณาอยู่ โดยให้แนวทางทราเวลบับเบิลที่มีกรอบของพื้นที่ว่าพื้นที่ใดสามารถท่องเที่ยวได้บ้าง คนในประเทศไปท่องเที่ยวพื้นที่ตรงนั้นก็สามารถควบคุมได้ มีความพร้อมหรือไม่ ไม่ว่าจะเมืองหลักหรือเมืองรองก็ต้องมีมาตรการ เพราะมีการเปิดการสัญจรไปมา และต้องมีการดูแลตนเองตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม หากเปิดแล้วมีปัญหาขึ้นก็ต้องหยุดไม่ให้ท่องเที่ยวอีก โดยการไปเที่ยวจะต้องไม่สะเปะสะปะไปเรื่อย แต่ต้องไปเที่ยวในจุดที่อนุญาต และสามารถควบคุมได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งนี้เป็นการแนวทางเพื่อนำนักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามาว่าเขาเข้ามาแล้วจะไปที่ไหน เราจะควบคุมได้อย่างไร รวมถึงต้องมีการควบคุมจุดพื้นที่ท่องเที่ยว แบบนี้ใครอยากจะมาก็มา ผมมองว่าปลอดภัยและดีกว่าการเปิดท่องเที่ยวแบบเสรี นี่คือความคิดในระยะแรก วันนี้สิ่งที่เราทำไปแล้วคือการเปิดให้นักธุรกิจที่มาลงทุนในประเทศไทยที่ตอนนี้เข้ามาได้ระยะหนึ่งแล้ว โดยต้องเข้ารับการกักตัวก่อนจะออกไปตรวจงานหรือธุรกิจของเขาได้ ซึ่งยังมีการเดินหน้าการลงทุนอยู่ การตลาด การเจรจา และการค้าขายอยู่ เราเปิดเท่านี้ก่อน ต่อมาก็เป็นเรื่องของนักท่องเที่ยว แต่อย่างไรก็ตามเรายังต้องมี state quarantine และ Alternative State Quarantine&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่านักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาเมืองไทยจะต้องกำหนดจำนวนคนหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ต้องกำหนดจำนวนคน จำนวนเที่ยวบิน จำนวนเมืองต่อเมืองที่ปลอดภัย ต้องมีกติกาตรงนี้ออกมาเพื่อกำหนดก่อนให้มีการเปิดให้ท่องเที่ยว เราทำลักษณะค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ต้องดูว่าต่างประเทศกับประเทศเรามีความร่วมมือกันในเรื่องของความปลอดภัยแบบเมืองต่อเมืองหรือไม่ รัฐบาลคิดละเอียด และนักท่องเที่ยวต้องมีใบรับรองแพทย์ด้วย ถ้าใครรับกติกาได้ก็เที่ยวได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอถามว่ามีประชาชนบางส่วนไม่สบายใจที่จะเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ได้ปล่อย ขอให้สื่ออย่าเพิ่งไปขยายความ เพราะตอนนี้ยังไม่ได้อนุญาตให้เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย รวมถึงการเข้า-ออกตามด่านชายแดนยังมีความเข้มงวดเหมือนเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยรายวันว่า วันนี้ไม่พบจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มทั้งในประเทศและในสถานที่กักตัวของรัฐ ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 3,135 ราย หายป่วยสะสม 2,987 ราย ซึ่งไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้ยอดสะสมคงที่ 58 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้ไม่พบผู้ติดเชื้อภายในประเทศ 21 วันต่อเนื่อง ต้องขอบคุณทุกคนที่พยายามทำตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด และวันเดียวกันนี้เป็นวันแรกที่เราเปิดกิจกรรมและกิจการสีแดงที่มีความเสี่ยงสูง จึงยิ่งต้องระมัดระวังตัว และอีกอย่างที่เราต้องรับมือคนไทยที่ลงทะเบียนเดินทางกลับประเทศไทย ที่มีจำนวนเป็นหลักพันหลักหมื่นอยู่&amp;quot; นพ.ทวีศิลป์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ศบค.กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อ 7,988,615 ราย เสียชีวิต 435,446 ราย เราภาวนาว่าตัวเลขวันที่ 15 มิ.ย. อย่าให้ถึง 8 ล้านคน แต่หลายวันที่ผ่านมาผู้ติดเชื้อวันละเป็นหลักแสน ทำให้เห็นว่าสถานการณ์โลกกราฟยิ่งพุ่งสูงอยู่ ที่น่าสนใจพบประเทศจีนเผยแพร่ข้อมูลผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ปักกิ่ง 57 ราย ถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงสุดในรอบ 2 เดือน ในจำนวนนี้มีผู้เกี่ยวข้องกับตลาดซินฟาตี้ ซึ่งเป็นตลาดสด และมีการพบเชื้อบริเวณเขียงปลาแซลมอน ทำให้ต้องตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้องกับตลาดเป็นจำนวนมาก ทำให้กรุงปักกิ่งต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินอีกรอบ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในเมืองไทยแม้ยังไม่พบติดเชื้อจากปลา แต่ขอว่าช่วงนี้ก็ขอให้กินปลาที่ปรุงสุก และขอให้ทำความสะอาดพื้นผิวตลาดอย่างเคร่งครัด ขณะที่ประเทศญี่ปุ่นพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในกรุงโตเกียวถึง 47 คน และเกี่ยวข้องกับสถานบันเทิง แม้โตเกียวจะยังไม่สั่งปิดสถานท่องเที่ยว แต่จะตรวจเชื้อและเฝ้าระวังสถานการณ์ต่อไป ขณะที่ประเทศออสเตรเลีย รัฐนิวเซาท์เวลส์ พบผู้ติดเชื้อในท้องถิ่นรายแรก เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา หลังไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศตั้งแต่ช่วงปลายเดือน พ.ค. เป็นสัญญาณว่าการระบาดยังไม่สิ้นสุดง่ายๆ เราต้อเรียนรู้สิ่งเหล่านี้มาเป็นบทเรียก เพื่อปรับมาตรการปกป้องคนไทยต่อไป&amp;quot; โฆษก ศบค.กล่าว&amp;nbsp;
ถกต่างชาติเที่ยวไทย 17 มิ.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวถึงผู้เดินทางกลับประเทศไทยว่า วันเดียวกันนี้มีผู้เดินทางกลับทั้งสิ้น 3 เที่ยวบิน จำนวน 470 คน และในวันที่ 16 มิ.ย.มี 4 เที่ยว จำนวน 553 คน ส่วนที่มีคนไทยในประเทศอียิปต์ และซาอุดีอาระเบียร้องขอกลับประเทศ เรื่องนี้ ผอ.ศบค.เป็นห่วงคนไทย เพราะถือว่าทุกคนมีสิทธิกลับประเทศ แต่ต้องปลอดภัย ทั้งผู้เดินทางกลับ ผู้โดยสารและคนไทยในประเทศ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดกรณีเช่นนี้ คงต้องรอให้รักษาจนหายแล้วค่อยเดินทางกลับ ระหว่างนี้ทางสถานเอกอัครราชทูตประจำทั้งสองประเทศจะดูแลเป็นอย่างดี และการเดินทางกลับใช่ว่าประเทศไทยจะมีเงื่อนไขเพียงอย่างเดียว แต่สนามบินก็มีเงื่อนไขด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า การผ่อนคลายในระยะที่ 4 นักดนตรีตามร้านอาหารจะเล่นดนตรีกลางคืนได้หรือไม่ นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า จะเล่นได้หรือไม่ได้ขึ้นอยู่กับสถานประกอบการนั้นๆ จดทะเบียนไว้อย่างไร นักดนตรีต้องถามทางร้าน หากไม่ขอแล้วไปเล่นก็มีความเสี่ยง เพราะการลงพื้นที่ตรวจกิจกรรมและกิจการต่างๆ จะต้องยึดกฎหมายปกติด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักถึงการพบเชื้อในหลายประเทศทบทวนการจับคู่แลกเปลี่ยนทัวริสต์กับประเทศในเอเชีย โดยให้คู่ประเทศที่มีอัตราผู้ติดเชื้อน้อยเข้ามาก่อน (ทราเวลบับเบิล) หรือไม่ นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า หลังจากที่ตนแถลงว่าที่ประชุม ศบค.รับหลักการในเรื่องนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงมหาดไทย ก็เข้าไปดูรายละเอียด มีข้อกังวลว่าตอนนี้เชื้อโรคระบาดไปทั่วโลก และการติดเชื้อวันละเป็นแสนราย จึงต้องชั่งน้ำหนักระหว่างเศรษฐกิจกับสุขภาพ อย่างเช่นประเทศจีน เน้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ เราก็ใช้หลักการอย่างนี้ ที่มองว่าการให้คนเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ ก็ต้องมองด้วยว่าหากมีการติดเชื้อก็จำเป็นต้องใช้เงินในการรักษา จึงต้องคิดให้รอบคอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอให้ทุกคนใจเย็น เรามีผู้รู้ที่กำลังคิดและตัดสินใจในเรื่องนี้ โดยจะมีการหารือในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กในวันที่ 17 มิ.ย.นี้ เพื่อนำเสนอที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ต่อไป&amp;quot; โฆษก ศบค.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง &amp;quot;โควิด-19 เป็นได้ทั้งไม่มีอาการ มีอาการน้อย จนถึงอาการมากปอดบวม&amp;quot; ระบุว่า จากการศึกษาที่ผ่านมา ผู้ป่วยติดเชื้อแบบไม่มีอาการ พบได้ตั้งแต่ 5 ถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ถึงแม้ว่าในผู้ที่ไม่มีอาการ โอกาสจะแพร่เชื้อได้น้อยกว่าผู้ที่มีอาการ หรืออาจกล่าวได้ว่าผู้ที่ไม่มีอาการน่าจะมีไวรัส ในบริเวณลำคอน้อยกว่าผู้ที่มีอาการ แต่ก็ยังมีโอกาสที่จะแพร่เชื้อได้ ผู้ที่ไม่มีอาการจะพบว่ามีอายุน้อยกว่าผู้ที่มีอาการ ในการควบคุมการระบาดของโรค เราให้ความสำคัญกับผู้ที่ไม่มีอาการด้วย จึงมีการตรวจเชิงรุก สุ่มในประชากรที่เป็นกลุ่มก้อน หรือในแหล่งระบาดโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในประเทศจีนที่กรุงปักกิ่ง ถึงแม้จะไม่พบโรคมาแล้วถึง 50 วัน มีผู้ป่วยเกิดขึ้น และมีอาการ และแพร่กระจายออกไป เมื่อมีการตรวจเชิงรุก ในผู้สัมผัส กลับพบว่ามีผู้ติดเชื้อมากกว่า 50 คน ในการติดเชื้อจำนวนมากนี้ ทำให้ต้องวางมาตรการเข้มข้นขึ้น และส่วนเชิงลึกในประชากรที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อควบคุมโรคให้ได้อย่างรวดเร็วก่อนที่จะแพร่กระจายไปกว้างขวางกว่านี้&amp;quot; &amp;nbsp;
หมอยงชี้ระลอก 2 คุมยาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.ยงระบุด้วยว่า สำหรับประเทศไทย มีแรงงานต่างด้าวที่อยู่เป็นกลุ่มก้อน และยังมีแรงงานที่รอกลับสู่ประเทศไทย รวมทั้งชาวประมงที่ไปหาปลาไกลถึงอินเดียและอินโดนีเซีย มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนปลา เรามีพรมแดนธรรมชาติอีกจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นทางบกและทางทะเล เราสามารถควบคุมทางอากาศได้ดี ทุกคนในประเทศ จะต้องช่วยกัน ปกป้องตัวเองและปกป้องบุคคลที่อยู่ใกล้เคียงเรา ในฤดูฝน ความชื้น และอุณหภูมิที่ลดลง จะทำให้เชื้อโควิด-19 อยู่ได้นานขึ้น การแพร่กระจายก็จะได้ง่ายขึ้นกว่าฤดูร้อนเดือนเมษายนและพฤษภาคมแน่นอน ถ้าระบาดในรอบ 2 เราจะควบคุมยากกว่ารอบแรก โอกาสที่จะไปใช้มาตรการแบบครั้งแรก จะยากขึ้น เพราะทุกคนเดือดร้อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงพยาบาลกระบี่ พ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการจังหวัด, นพ.สมบูรณ์ บุญกิติชัยพันธ์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหวัดกระบี่, นพ.สุพจน์ ภูเก้าล้วน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกระบี่ แพทย์ พยาบาล และบุคลาการทางการแพทย์ ร่วมพิธีรับมอบเครื่องมือแพทย์พระราชทานเพื่อรับมือสถานการณ์โควิด-19 โดยเครื่องมือแพทย์ที่พระราชทานแก่โรงพยาบาลกระบี่ ได้แก่ เครื่องช่วยหายใจยี่ห้อ Bennett รุ่น 840 พร้อมอุปกรณ์ประกอบใช้งาน จำนวน 1 เครื่อง เป็นชนิดควบคุมด้วยความดัน และควบคุมด้วยปริมาตร โดยใช้ออกซิเจนและอากาศจากแหล่งจ่ายอากาศของโรงพยาบาลได้ ซึ่งการได้รับพระราชทานเครื่องมือแพทย์ครั้งนี้ ยังความปลื้มปีติและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีต่อโรงพยาบาลกระบี่ บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ตลอดจนประชาชนชาวจังหวัดกระบี่ และใกล้เคียง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.สงขลา ซึ่งเป็นวันแรกของการเปิดสวนสัตว์สงขลาเข้าชมฟรี วิถีใหม่แบบ Zoo New Nomal ยุคโควิด-19 โดยการจองล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน หรือลิงก์ h ttps://www.eventpop.me/e/9040/zoothailand มีการคุมเข้มในการคัดกรองนักท่องเที่ยว ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่สวนสัตว์สงขลาในวันแรกในวันนี้อย่างเข้มงวด โดยนักท่องเที่ยวทุกคนที่เข้ามาทั้งเด็กและผู้ใหญ่ จะต้องมีการประสานการคัดกรองวัดอุณหภูมิร่างกาย ใช้เจลล้างมือ สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกคน และเว้นระยะห่าง 1 เมตร ตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ยะลา เขต 1 นายวิสุทธิ์ ชูมัง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลาเขต 1 เปิดเผยว่า ในการเตรียมความพร้อมของโรงเรียนในช่วงเปิดภาคเรียนที่ 1 ในวันที่ 1 ก.ค.2563 ทาง สนง.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ยะลา เขต 1 ได้ประชุมซักซ้อมความเข้าใจในเรื่องการเตรียมความพร้อมการเปิดเรียนของผู้บริหารโรงเรียนทุกโรง ได้กำชับแนวทางมาตรการที่จะให้โรงเรียนได้ปฏิบัติเพื่อให้นักเรียน มาเรียนได้อย่างปลอดภัยปลอดจากเชื้อโรค ได้มีมาตรการให้โรงเรียนนำไปปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข คือ 1.นักเรียนทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยมาโรงเรียน 2.นักเรียนทุกคนต้องตรวจวัดอุณหภูมิก่อนที่จะเข้าสู่โรงเรียน 3.บริการจุดทำความสะอาดจุดล้างมือให้กับนักเรียน 4.การเว้นระยะห่างของนักเรียน ในการปฏิบัติกิจกรรมหน้าเสาธง ในห้องเรียน ในโรงอาหารกิจกรรมการละหมาดต่างๆ โรงเรียนไปวางแผนบริหารจัดการในเรื่องดังกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68795</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดิสทัต โหตระกิตย์, นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, พ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี ประวิตร, วิสุทธิ์ ชูมัง, ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200615/image_big_5ee779472440e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49395</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คะแนนนิยม&#039;เสี่ยหนู&#039;ขี่นายกฯ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงเทพโพลล์สำรวจความนิยมรัฐมนตรี &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; แซง &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เท่าตัว ขณะที่ฝ่ายค้านขังขึงซักฟอก &amp;quot;สุทิน&amp;quot; ฟุ้งมีข้อมูลเด็ดถึงกับช็อกแน่ หวังมือนอกสภาล้มรัฐบาล คุยการอภิปรายในสภาจะเป็นแค่การเปิดแผล แต่แผลจะมาเน่าข้างนอกสภาจนติดเชื้อ &amp;quot;เจ๊หน่อย&amp;quot; ตีปี๊บปีหน้าตกงาน 5 แสนคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงเทพโพลล์ โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง &amp;ldquo;รัฐมนตรีผลงานโดดเด่นไตรมาสแรก ในสายตาประชาชน&amp;rdquo; โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 1,199 คน พบว่า โครงการหรือผลงานที่ประชาชนชื่นชอบมากที่สุดในไตรมาสแรกของการบริหารงานรัฐบาลคือชิมช้อปใช้ เฟส 1 และเฟส 2 คิดเป็นร้อยละ 31.5 รองลงมาคือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คิดเป็นร้อยละ 30.7, กัญชาเพื่อการแพทย์ คิดเป็นร้อยละ 28.4, ยกระดับ อสม.หมอประจำบ้าน คิดเป็นร้อยละ 28.1 และรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน คิดเป็นร้อยละ 25.9
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับรัฐมนตรีที่มีผลงานเด่นชัดเป็นที่ชื่นชอบมากที่สุดคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล (รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงสาธารณสุข) คิดเป็นร้อยละ 43.6 รองลงมาคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรีและ รมว.กระทรวงกลาโหม) คิดเป็นร้อยละ 25.4, นายอุตตม สาวนายน (รมว.กระทรวงการคลัง) คิดเป็นร้อยละ 19.6, นายจุรินทร์ &amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์ (รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงพาณิชย์) คิดเป็นร้อยละ 17.5 และ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ (รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์) คิดเป็นร้อยละ 15.3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงกรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านขู่เตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า คงต้องรอให้ฝ่ายค้านยื่นก่อนดีกว่า เพราะขณะนี้ยังไม่รู้ฝ่ายค้านจะยื่นจริงหรือเปล่า อาจไม่ยื่นก็ได้ แต่หากยื่นจริง เรื่องของเวลาอภิปรายต้องไปตกลงกัน เพราะอย่างการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 63 ตอนแรกบอก 2 วัน ตอนหลังเป็น 3 วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า เป็นเรื่องที่ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน รวมถึงคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้ง 3 ฝ่ายตกลงกัน ถึงเวลาที่เหมาะสม และต้องดูว่าฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจใครบ้าง เพราะขณะนี้ยังไม่ทราบว่าจะอภิปรายทั้งคณะหรือเป็นรายบุคคล ต้องรอดูความชัดเจนของฝ่ายค้านยื่นก่อนถึงจะกำหนดเวลาที่เหมาะสมได้
เหน็บ&amp;quot;ธนาธร&amp;quot;หมดเวลาไปกับคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า เท่าที่ทราบพรรคร่วมฝ่ายค้านยังไม่ได้กำหนดชัดเจนว่าจะอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ จะรอดูข้อมูลอย่างรอบคอบก่อน ทั้งนี้ ต้องชื่นชมการทำงานของพรรคร่วมฝ่ายค้านภายใต้การนำของนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ ที่ทำงานอย่างสร้างสรรค์ เป็นฝ่ายค้านยุคใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม้ว่าการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจจะสามารถยื่นได้ปีละ 1 ครั้ง แต่พรรคร่วมฝ่ายค้านคงต้องดูข้อมูลด้วยว่ามีน้ำหนักหรือหลักฐานเพียงพอที่จะสามารถยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจได้หรือไม่ เพราะหากข้อมูลไม่เพียงพอ และไม่เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน สู้ไม่ยื่นอภิปรายเสียยังดีกว่า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกรกล่าวอีกว่า 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านจะมีการประชุมหารือกันในวันที่ 5 พ.ย.นั้น หากพรรคร่วมฝ่ายค้านมีมติที่จะยื่นขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ ก็พร้อมที่จะชี้แจงในทุกเรื่อง เพราะมั่นใจว่าที่ผ่านมารัฐบาลบริหารงานด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ยึดประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก ดังนั้นจึงนึกไม่ออกว่าฝ่ายค้านจะอภิปรายเรื่องอะไร เพราะจากที่ติดตามข่าวนั้น ตนมองว่าประเด็นยังไม่ถึงขั้นที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ ที่สำคัญรัฐบาลเพิ่งเข้ามาบริหารงานได้ไม่กี่เดือน อีกทั้งร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2563 ก็เพิ่งผ่านวาระแรก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แกนนำหลักอย่างพรรคอนาคตใหม่ก็คงไม่ค่อยพร้อม เพราะต้องเอาเวลาไปแก้ปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคกรณีที่อดีตผู้สมัคร ส.ส.ลาออกจำนวนมาก รวมทั้งนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่เองก็ต้องเอาเวลาไปแก้ต่างในคดีต่างๆ อีกด้วย&amp;quot; รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ที่แกนนำพรรคเพื่อไทยจะมีการหารือกันว่า จะพิจารณาโดยยึดสาระเป็นหลัก โดยเฉพาะพฤติกรรมหรือการดำเนินการที่ก่อให้เกิดความเสียหาย ทั้งแง่ความล้มเหลวในการแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจ การคอร์รัปชันเชิงนโยบายเพื่อเอื้อกลุ่มทุนขนาดใหญ่ และเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันโครงการต่างๆ ที่ส่งผลเสียหายต่อประเทศ ส่วนจะอภิปรายเป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะนั้น จะต้องพิจารณาอีกครั้งว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว หรือนายกฯ และรัฐมนตรีรายบุคคล หรือจะทั้งคณะ
ตีปี๊บตกงานครึ่งล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยกล่าวถึงกรณีที่สหรัฐอเมริการะงับการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร หรือว่าจีเอสพีกับประเทศไทยว่า กรณีดังกล่าวจะมีผลกระทบต่อภาคธุรกิจส่งออก โดยเฉพาะขณะนี้ส่งออกติดลบกว่า 3% แล้ว และหากหักทองคำออกไป การส่งออกจะติดลบสูงถึง 8% ซึ่งจะส่งผลถึงการตกงานที่จะเพิ่มขึ้น โดยคาดการณ์ว่าปีหน้าจะมีคนตกงานสูงกว่า 500,000 คน โดยเฉพาะเด็กจบใหม่จะหางานยากมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอแนะว่า รัฐบาลต้องเร่งเจรจาเพื่อช่วยเหลือภาคธุรกิจส่งออก และต้องรู้ให้แน่ชัดว่าเขาตัดสิทธิ์เราเพราะเหตุใด หากเป็นเรื่องการแก้ไขปัญหาแรงงานที่ยังไม่ได้มาตรฐาน รัฐบาลก็ต้องตอบให้ได้ว่าทำไม เพราะที่ผ่านมารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ใช้มาตรการเด็ดขาดแบบทุบโต๊ะแก้ไขปัญหาแรงงาน จนกระทบธุรกิจประมงของไทยต้องเจ๊งอย่างหนักมาแล้ว แต่กลับมาถูกยกเลิกจีเอสพีด้วยเหตุผลเรื่องปัญหาแรงงานอีก และรัฐบาลต้องเร่งเจรจาต่อรองในฐานะคู่ค้าที่มีความทัดเทียม โดยรักษาศักดิ์ศรีของประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ ให้สัมภาษณ์กรณีนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล ออกมาระบุว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจใช้เวลาแค่ 1-2 วันก็เพียงพอ ว่าส่วนตัวมองว่าเวลาการอภิปรายขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจและประเด็นสาระในการอภิปราย ถ้ามีการอื่นอภิปรายรัฐมนตรี 4-5 คน ต้องใช้อย่างน้อย 2 วัน ถ้ายื่นอภิปรายนายกฯ คนเดียว เวลา 1 วันก็อาจไม่เพียงพอ อาจต้องใช้เวลาถึง 2 วันอยู่ดี ที่ผ่านมาไม่เคยมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งใดน้อยกว่า 3 วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าจะไปจำกัดเรื่องวันโดยไม่ดูจำนวนผู้ถูกอภิปรายและเนื้อหาสาระก่อนไม่ได้ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ประธานในที่ประชุมสามารถเร่งเวลาอภิปรายได้หากเห็นว่าเนื้อหาซ้ำประเด็นตามข้อบังคับ แต่ตราบใดที่ยังอภิปรายผู้ถูกยื่นอภิปรายไม่ครบถ้วน และประเด็นยังไม่จบ ฝ่ายรัฐบาลจะเสนอปิดการอภิปรายไม่ได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันนอร์กล่าวว่า ในส่วนของพรรคประชาชาติ ตนและสมาชิกจะอภิปรายเน้นเนื้อหาการด้อยประสิทธิภาพของการบริหารโดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ เพราะการทำงานที่ผ่านมาไม่เห็นถึงความก้าวหน้า บุคลากรที่เข้ามาทำงานก็ไร้ความรู้ความสามารถที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายของประเทศ และให้พูดโดยสรุปตอนนี้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจในปีนี้แน่นอน ส่วนจะเป็นเมื่อไหร่ ขอให้วิปฝ่ายค้านหารือกันในวันที่ 5 พ.ย.
ข้อมูลเด็ดเห็นแล้วช็อก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า การจะออกมาพูดว่าให้เวลาอภิปรายกี่วันพอหรือไม่พอ พูดตอนนี้ไม่ได้ เพราะยังไม่รู้ว่าฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลหรือเป็นคณะ &amp;nbsp;หากยื่นเป็นรายบุคคล จะยื่นอภิปรายกี่คน กี่ข้อหา เพราะฉะนั้นวันนี้ยังห่างไกลที่จะมาสรุปว่าจะให้เวลาอภิปรายกี่วัน จึงมองเห็นเจตนาของรัฐบาลว่าการออกมาพูดเช่นนี้เป็นการใช้เทคนิคเรื่องเวลามาบีบการทำงานของฝ่ายค้าน และรัฐบาลทำเช่นนี้มาตลอด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยิ่งในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยิ่งแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลเองวิตกเรื่องนี้อยู่ไม่น้อย เพราะรู้ดีว่ารัฐบาลล้มเหลวในการบริหารบ้านเมือง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินกล่าวว่า ส่วนจะยื่นอภิปรายใครบ้างนั้น อยู่ระหว่างการประมวลข้อหาและหลักฐานว่าเรื่องใด บุคคลใด ข้อหาใดที่จะมีน้ำหนักเพียงพอในการอภิปราย ยืนยันว่ามีข้อมูลความผิดที่เหนือความคาดหมายของรัฐบาลทำให้ถึงกับช็อกแน่ เราไม่หวังว่ามือในสภาจะล้มรัฐบาลได้ แต่มือนอกสภาต่างหากที่รัฐบาลไม่ควรมองข้าม แต่บอกเลยว่ามือนอกสภาไม่ใช่ม็อบอย่างแน่นอน การอภิปรายในสภาครั้งนี้อาจะเป็นแค่การเปิดแผล แต่แผลจะมาเน่าข้างนอกสภาจนติดเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่กรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ออกหนังสือเชิญเป็นครั้งที่ 2 ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไปชี้แจงกรณีเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 และกรณีการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้ขอให้ความสนใจกับการเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 35 ก่อน ส่วนเรื่องอื่นยังมีเวลา และยังไม่ทราบว่านายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปชี้แจงด้วยตัวเองหรือส่งหนังสือชี้แจงไป เอาไว้จะแจ้งให้ทราบเป็นข่าวพร้อมกันทีเดียว ย้ำว่าขณะนี้การประชุมอาเซียนสำคัญกว่าเรื่องอื่น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49395</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, ดิสทัต โหตระกิตย์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สุทิน คลังแสง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เทวัญ ลิปตพัลลภ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191102/image_big_5dbd8761977a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49363</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/11/2019 10:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/11/2019 10:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชุมสุดยอดอาเซียนสำคัญกว่า!เลขาฯนายกฯปัดตอบ&#039;บิ๊กตู่&#039;เข้าแจงกมธ.เสรีพิศุทธ์หรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ย 62 - เมื่อเวลา 08.15 น. ที่อิมแพ็คฟอรั่ม เมืองทองธานี นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่กรรมาธิการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ออกหนังสือเชิญเป็นครั้งที่ 2 ถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไปชี้แจงกรณีเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 และกรณีการถวายสัตย์ปฏิญาณ ไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ ว่า ขณะนี้ขอให้ความสนใจกับการเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 35 ก่อน ส่วนเรื่องอื่นยังมีเวลา และยังไม่ทราบว่านายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปชี้แจงด้วยตัวเอง หรือส่งหนังสือชี้แจงไป เอาไว้จะแจ้งให้ทราบเป็นข่าวพร้อมกันทีเดียว ย้ำว่าขณะนี้การประชุมอาเซียนสำคัญกว่าเรื่องอื่น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49363</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดิสทัต โหตระกิตย์, บิ๊กตู่, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์  เตมียเวส, เลขาธิการนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191102/image_big_5dbcf9d07921b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49111</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2019 16:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2019 16:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาธิการนายกฯย้อนเกล็ด&#039;เสรีพิศุทธ์&#039;ส่งหนังสือถามหาอำนาจเรียก&#039;บิ๊กตู่&#039;แจงกมธ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ต.ค.62-จากกรณีที่คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯ ออกหนังสือเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ไปชี้แจง กรณีเสนอร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ทั้งที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด เมื่อวันที่ 28 ต.ค.สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) โดยนายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี มีหนังสือที่ นร 0404/10738 ด่วนที่สุด วันที่ 28 ต.ค.ถึงประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร อ้างถึงหนังสือคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ด่วนที่สุด ที่ สผ 0019.05/547 ลงวันที่ 25 ต.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามหนังสือที่อ้างถึงคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบสภาผู้แทนราษฎรแจ้งว่าอาศัยอำนาจตามมาตรา 129 วรรคสี่ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 คณะกรรมาธิการได้มีหนังสือให้กราบเรียนเชิญนายกฯและครม. มาร่วมประชุมเพื่อแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความเห็นกรณีการเสนอร่างพ ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ. ศ. 2563 เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาทั้งๆที่นายกฯและครม.ยังไม่สามารถเข้ารับหน้าที่ได้ เนื่องจากถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ ยังไม่ถูกต้องครบถ้วน ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 161 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 ความละเอียดทราบแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สลน.ได้นำกราบเรียนนายกฯแล้ว เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการให้ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตลอดจนข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ. ศ. 2562 ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ซึ่งข้อ 90(22) กำหนดให้มีหน้าที่และอำนาจกระทำกิจการพิจารณาสอบสวนข้อเท็จจริงหรือศึกษาเรื่องใดๆที่เกี่ยวกับกระบวนการและมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ จึงมีประเด็นขอความชัดเจนในเบื้องต้นก่อนดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.การเสนอร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ 2563 เกี่ยวข้องกับการทุจริตประพฤติมิชอบอันอยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎรอย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ประเด็นที่อ้างว่าครม. ยังไม่สามารถเข้ารับหน้าที่ได้เนื่องจากเห็นว่าการถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ไม่ถูกต้องครบถ้วน ข้อเท็จจริงปรากฏว่าศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งเมื่อวันที่ 11 ก.ย.62 ไม่รับคำร้องของ นายภาณุพงศ์ ชูรักษ์ ซึ่งเสนอโดยผู้ตรวจการแผ่นดินไว้พิจารณาวินิจฉัย ทั้งนี้ โดยมีเหตุผลสรุปได้ว่าการถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์เป็นการกระทำทางการเมืองของครม.ในฐานะที่เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญฝ่ายบริหารในความสัมพันธ์เฉพาะกับพระมหากษัตริย์ และการถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ดังกล่าว ไม่อยู่ในอำนาจการตรวจสอบขององค์กรตามรัฐธรรมนูญใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีข้อเท็จจริงปรากฏว่า ในวันที่ 17 ต.ค.62 ก่อนการนำเสนอ ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ครม.ได้เสนอพ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ. ศ. 2562 และสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาอนุมัติพ.ร.ก.ดังกล่าว โดยมีมติด้วยเสียงข้างมาก อีกทั้งก่อนหน้านี้ในวันที่ 8 ส.ค. 62 ครม.ได้เสนอร่างพ.ร.บ.เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 10 พ.ศ. .... และร่างพ.ร.บ.เหรียญราชรุจิ รัชกาลที่ 10 พ.ศ. .... ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาด้วยกรรมาธิการเต็มสภาและเห็นชอบร่างพ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับดังกล่าวไม่มีการทักท้วงและทำหน้าที่ของครม. แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีจึงเป็นประเด็นที่ไคร่ขอความชัดเจนจากคณะกรรมาธิการ เพื่อจักดำเนินการให้ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพ.ศ.2562 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป จึงเรียนมาเพื่อโปรดแจ้งให้ทราบด้วย จักขอบคุณยิ่งขอแสดงความนับถือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เวลา 14.20 น. วันที่ 29 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ( ป.ป.ช. ) เชิญนายกรัฐมนตรีเข้าชี้แจงต่อกมธ. ว่า ยอมรับว่าได้ส่งหนังสือดังกล่าว เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ไปยัง กมธ.ป.ป.ช. ดังนั้น ตนจะพูดก่อนคงไม่ดี เพราะเขาอาจจะยังไม่เห็นหนังสือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ส่วนตัวมองว่านายกฯ ต้องไปชี้แจงด้วยตัวเองหรือไม่ นายดิสทัต กล่าวว่า ขอดูคำชี้แจงก่อน ตนคงตอบอะไรไม่ได้ ขอให้มีความชัดเจนของกมธ.ก่อน ส่วนพรรคฝ่ายค้านมีการหยิบยก พ.ร.บ.คำสั่งเรียก พ.ศ.2554 ขึ้นมานั้น ตนไม่ทราบแล้วแต่ทางโน้น เพราะเขาเป็นคนหยิบยกขึ้นมา.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49111</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต, ดิสทัต โหตระกิตย์, พล.ต อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส, เลขาธิการนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190920/image_big_5d8497779d550.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45656</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2019 09:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2019 09:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;หอบรมต.ลงพื้นที่เมืองคอน-เกาะสมุยเปิดงานเทศกาลท่องเที่ยว&#039;ธรรมนัส-อนุทิน&#039;จ่ออยู่สภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(แฟ้มภาพ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13ก.ย.62-เมื่อเวลา 07.15 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พร้อมคณะ ประกอบด้วย พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม ม.ร.ว.จตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ออกเดินทาง ไปยังท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ตำบลปากพูน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อตรวจติดตามบริเวณพื้นที่ก่อสร้างประตูระบายน้ำคลองท่าเรือ &amp;ndash;หัวตรุด กิโลเมตรที่ 9+200 ตำบลท่าเรือ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ในโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายกรัฐมนตรี มีกำหนดพบประชาชนและนักเรียนที่โรงเรียนสาธิตองค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 (ท่าเรือมิตรภาพที่ 30) ตำบลท่าเรือ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อมอบอุปกรณ์ส่งเสริมอาชีพให้แก่ผู้สูงอายุ และมอบอุปกรณ์การเรียนให้แก่ผู้แทนนักเรียน จากนั้นในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีและคณะ เดินทางไปยังเกาะสมุย ตำบลบ่อผุด อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเยี่ยมชมการเรียนการสอนของวิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณ ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณ ตำบลหน้าเมือง อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนที่เวลา 16.40 น. นายกรัฐมนตรี ตรวจติดตามผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาเมืองในพื้นที่ชุมชนเฉวง ที่สถานีสูบน้ำปลายคลองเฉวง (CP 1) ตำบลบ่อผุด อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และเวลา 17.15 น. นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดงาน &amp;ldquo;เทศกาลท่องเที่ยวเกาะสมุย ครั้งที่ 4 : Samui Festival 2019&amp;rdquo; ณ บริเวณลานพรุเฉวง ตำบลบ่อผุด อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ก่อนเดินทางกลับถึงท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ในเวลา 20.45 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ยกเลิกการเดินทางร่วมคณะในครั้งนี้ สาเหตุคาดว่าวันนี้มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดพิเศษ เพื่อพิจารณาญัตติตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่การพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45656</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดิสทัต โหตระกิตย์, ประตูระบายน้ำคลองท่าเรือ –หัวตรุด, พล.อ .ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190708/image_big_5d2293f8754d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41127</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2019 15:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2019 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;เผยประชุมครม.นัดแรกประเดิมตั้ง&#039;ดิสทัต โหตระกิตย์&#039;เป็นเลขาธิการนายกฯ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค.62- นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยก่อนเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ ว่า หลังจากเข้าเฝ้าฯแล้ว จะมีการประชุม ครม. เพื่อรับทราบแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ระหว่างที่ยังไม่มีการแถลงนโยบาย โดยจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้บางส่วน แต่ยังไม่สามารถอนุมัติงบประมาณหรือแต่งตั้งโยกย้ายใครได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามการประชุมวันนี้จะมีการขอมติเห็นชอบร่างนโยบายที่จะแถลงต่อรัฐสภา ถ้าหากไม่มีปัญหาอะไรก็สามารถส่งพิมพ์และแจกจ่ายให้กับ ส.ส.ได้ภายใน 24 ชม. ขณะเดียวกันที่ประชุม ครม. จะต้องให้ความเห็นชอบแต่งตั้ง นายดิสทัต โหตระกิตย์ เป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ ส่วนตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีก็สามารถแต่งตั้งได้ทันที แต่ยังไม่จำเป็นต้องให้ความเห็นชอบในวันนี้ก็ได้ หากยังไม่เห็นใครที่มีความเหมาะสม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41127</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดิสทัต โหตระกิตย์, ประชุมครม.นัดแรก, รองนายกฯ, วิษณุ เครืองาม, เลขาธิการนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190716/image_big_5d2d8d9870060.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
