<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11818</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2018 12:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2018 06:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระทิงไม่ดุชนะอิหร่านแค่หวุดหวิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

&amp;quot;กระทิงดุ&amp;quot;สเปน ใส่เกียร์ล่าประตูเต็มที่ หวังเก็บ 3 คะแนนเต็มให้ได้ในการเจอกับ อิหร่าน เกมคู่ดึกเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา หลังพลาดเสมอ โปรตุเกส ในนัดเปิดสนาม แต่สุดท้าย ได้แค่ประตูเดียว ชนะ ทีมรองบ่อนจาก เอเชีย ไปหวุดหวิด แค่ 1-0&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สเปน คุมเกมไว้ได้หมดตั้งแต่ครึ่งแรกแต่ทำอย่างไรก็เจาะแนวรับของ อิหร่าน ที่ช่วยกันปิดพื้นที่ป้องกันการเสียประตูอย่างเต็มที่ โอกาสลุ้นที่ดีที่สุดมาจาก ดาวิด ซิลบา จากทั้ง ฟรีคิก และ โอเวอร์เฮด แต่ก็ยังเรียกสกอร์แรกไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดิเอโก คอสตา ยังแสบไม่เลิก และมีจังหวะที่เป็นปัญหาเพราะดูเหมือนว่าเขาจะจงใจไปเหยียบเท้าผู้รักประตูอิหร่าน อาลิเรซา เบรานวานด์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ สเปน พยายามยิงเองอยู่นานทำไม่ได้ สุดท้ายมาได้ประตูขึ้นนำแบบโชคช่วย รามิน เรเซเยียน เตะบอลอัดไปโดน คอสตา แล้วบอลเปลี่ยนทางเข้าประตูไปเอง หลังเริ่มเกมครึ่งหลังมาได้ 9 นาที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ สเปน ก็ยังมีดวงพอที่จะเก็บ 3 คะแนนเต็มในนัดนี้ หลัง ซาอิด เอซาโตลาห์ ซัดผ่านมือ ดาวิด เด เคอา เข้าไปได้ แต่ผู้ตัดสินไม่ให้เป็นประตูหลังขอดู VAR และเห็นว่าเป็นออฟไซด์
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11818</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018, กีฬา, ดิเอโก คอสตา, ทีมชาติสเปน, ทีมชาติอิหร่าน, ฟุตบอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180621/image_big_5b2b3dbfb0146.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11458</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2018 19:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2018 03:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระทิงขวิดไม่สุด พักตัวปล่อยโด้แฮทริกเจ๊า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
แฮทริกแรกในฟุตบอลโลก ที่รัสเซีย มาแล้ว จาก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หลังทำคนเดียว 3 ประตู ช่วย โปรตุเกส ทีมวันแมนโชว์ ไล่ตีเสมอ สเปน 3-3 เกมบิ๊กแมทช์ ของ กลุ่ม บี เมื่อคืนวันศุกร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สเปน กับ โปรตุเกส สุดท้าย เข่นกันไม่ลง หลังเสมอกันไป 3-3 โดยประตูแรกของเกมมาจาก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ลากไปโดนสกัดล้มกึ่งๆทิ้งตัวในเขตโทษก่อนลุกขึ้นมาสังหารเอง ให้ทีมขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 4 พร้อมแสยะยิ้มให้ นาโช่ ที่เข้าบอลพลาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แมทช์นี้ โรนัลโด้ เจาะตาข่าย ดาวิด เด เคอา ได้ 3 ประตู น.4, 44, 88 ขณะที่ สเปน ได้ 3 ประตู จาก ดิเอโก คอสตา 2 ลูก น.24, 55 กับ นาโช่ น.58 โดยตอนที่ สเปน ขึ้นนำ 3-2 รูปเกมเหนือกว่าทุกอย่าง เฟร์นานโด เอียร์โร่ กุนซือคนใหม่ของทีมทะยอยพักตัว ถอดผู้เล่นสำคัญออกเรียบ ไม่ว่าจะ คอสตา, อันเดรส อินิเอสตา และ ดาวิด ซิลวา จนเกมเปลี่ยนและ โรนัลโด้ มาได้ยิงฟรีคิกนอกกรอบเป็นประตูตีเสมอก่อนหมดเวลา 2 นาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จบนัดแรก ของกลุ่ม บี กลายเป็นว่า อิหร่าน จากเอเขีย นำเป็นจ่าฝูง จากที่ชนะ โมร็อคโก ในคู่ก่อนหน้า ขณะที สเปน กับ โปรตุเกส มีหนึ่งแต้มเท่ากัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11458</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018, กีฬา, คริสเตียโน่ โรนัลโด้, ดิเอโก คอสตา, ทีมชาติสเปน, ทีมชาติโปรตุเกส, นาโช่, ฟุตบอล, เฟร์นานโด เอียร์โร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180616/image_big_5b241f106ec27.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8503</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2018 16:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2018 15:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เวงเกอร์เศร้าปืนร่วงอดอำลาด้วยนัดชิงยูโรปา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
อาร์แซน เวงเกอร์ ยอมรับรู้สึกผิดหวังและเสียใจที่เส้นทางในฟุตบอลยุโรปของ อาร์เซนอล ต้องมาสิ้นสุดเอาในรอบเซมิไฟนอล ศึกยูโรปา ลีก หลังพ่ายให้กับ แอตเลติโก มาดริด เมื่อคืนวันพฤหัสฯที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประตูโทนของ ดิเอโก คอสตา ทำให้ ความหวังของ อาร์แซน เวงเกอร์ ที่จะมีถ้วยแชมป์ทิ้งทวนกับ อาร์เซนอล ในฤดูกาลสุดท้ายต้องเป็นอันสูญสลาย แมทช์สุดท้ายของกุนซือชาวฝรั่งเศส ในฐานะกุนซือไอ้ปืนใหญ่ ไม่ใช่เกมที่ ลียง แต่จะเป็นเกมที่บ้านของ ฮัดเดอร์ฟิลด์ แน่นอนแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มันเป็นเกมที่คล้ายกันกับที่เราเจอในเลกแรก&amp;quot; เวงเกอร์ กล่าว &amp;quot;เราสร้างจังหวะอันตรายขึ้นได้หลายครั้ง แต่เราขาดบางอย่างไปในกรอบเขตโทษ เราเจอกับทีมแข็ง และขอให้พวกเขาโชคดีในนัดชิงชนะเลิศ แต่เรารู้สึกว่าเราน่าจะทำได้ดีพอแล้วที่จะเข้ารอบ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรานำอยู่ 1-0 ในขณะที่เหลือเวลาอีกเพียง 10 นาทีในบ้าน จากนั้นเราเสียประตูโง่ๆไปอีกหนึ่งลูก ค่ำคืนนี้เราทำได้โอเค และมาพลาดตอนโดนโต้กลับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แอตเลติโก เล่นด้วยความอาการกล้าๆกลัวๆในครึ่งเวลาแรก หากเราทำประตูได้ พวกเขาตกรอบแน่ แต่เมื่อพวกเขาเป็นฝ่ายได้สกอร์ไปก่อน พวกเขาก็เล่นง่ายขึ้นเยอะ เราเสียการครองบอล และดิเอโก คอสตา คือหนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดในโลก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มันน่าเสียใจมาก แต่โชคไม่ดีคุณต้องจัดการให้ได้ตั้งแต่เกมในบ้าน ค่ำคืนนี้เป็นอะไรที่ไม่ง่ายที่จะทำใจ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณี ที่ เมซุท โอซิล โดนวิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะจาก มาร์ติน คีโอว์น อดีตกองหลังอาณ์เซนอล ที่ย้ำอีกครั้งว่าเขาไม่พอใจฟอร์มของนักเตะรายนี้มานานพอสมควรแล้ว และยิ่งเห็นฟอร์มในนัดนี้ ถึงกับบอกว่า เขาไม่คู่ควรที่จะได้สวมชุดแข่งของอาร์เซนอล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวงเกอร์ ออกโรงปกป้องมิดฟิลด์ทีมชาติเยอรมนี &amp;quot;ผมไม่เห็นด้วยนะ คุณจะเห็นว่าเมื่อคุณวิเคราะห์รูปร่างของเขาและเกมหนักที่เขาต้องเจอในวันนี้ถือว่าไม่ง่าย โอซิล ไม่ควรตกเป็นเหยื่อคำวิจารณ์ของใครเพียงเพราะเราทำประตูไม่ได้ในนัดนี้ เราพลาดโอกาสในจังหวะสุดท้ายเยอะมาก เราแพ้ก็แพ้เป็นทีม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กับอาการบาดเจ็บของ โลร็องต์ กอสเซียลนี่ เวงเกอร์ กล่าวเพิ่มเติม &amp;quot;มันคึอเอ็นข้อเท้าฉีก หวังว่าจะมีข่าวว่าไม่ใช่หรือใช่แต่ก็ไม่รุนแรก เพียงแต่สัญญาณแรกไม่ค่อยจะดีนัก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาการเจ็บของ กอสเซียลนี่ ทำให้ อาร์เซนอล ต้องปรับแผนตั้งแต่ 12 นาทีแรก โดย เวงเกอร์ ตัดสินใจส่ง คาลัม แชมเบอร์ส ลงไปแทน ส่วน ปรารหลังทีมชาติฝรั่งเศสวัย 32 ที่มีปัญหาที่เอ็นข้อเท้ามาตลอดทั้งซีซั่น คาดว่าหมดสิทธิกลับมาลงสนามช่วยทีมอีกในฤดูกาลนี้ และอาจกระเทือนถึงเกมทีมชาติ ในการทำศึกเวิลด์ คัพ ที่รัสเซีย ในเดือนหน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาร์เซนอล ที่เหลือเตะอีก 3 เกมในพรีเมียร์ลีก เมื่อแพ้ในเกมเลกสอง รอบเซมิไฟนอล เมื่อคืนวันพฤหัสฯ สกอร์รวมพ่าย แอตเลติโก 2-1 เท่ากับฤดูกาลนี้ พวกเขาจะต้องจบฤดูกาลโดยปราศจากถ้วยแชมป์ และเกมสุดท้ายในฐานะบอสปืนใหญ่ของ เวงเกอร์ ที่เดิมที่หวังไว้คือนัดชิงชนะเลิศ ยูโรปา ลีกที่ ลียง ก็เป็นอันต้องสลายไป และกลายเป็นเกมที่้บ้าน ฮัดเดอร์ฟิลด์ แทน ที่จะเป็นแมทช์อำลาตำแหน่งของของ เวงเกอร์ อย่างแท้จริงสำหรับชาวกันเนอร์ส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝรั่งเศส จะพบ ออสเตรเลีย, เปรู และ เดนมาร์ก ในกลุ่ม ซี ฟุตบอลโลก ที่ รัสเซีย โดยเกมแรกเป็นการเจอกับทีม&amp;quot;ซอคเกอรูส์ กำหนดเตะในวันที่ 16 มิถุนายน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนัดชิงชนะเลิศ ที่ ฝรั่งเศส 16 พ.ค.นี้ แอตเลติโก มาดริด จะได้เจอกับทีมคู่แข่งจากลีกเอิง หลัง มาร์กเซย ผ่าน ซัลซ์บวร์ก มาได้ด้วยสกอร์รวม ชนะ 3-2 หลังเลกสอง บุกแพ้ ที่ออสเตรีย 2-1 โดยมาได้ประตูตัดสินตาก โรแลนโด ในช่วงต่อเวลาพิเศษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8503</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ดิเอโก คอสตา, ฟุตบอล, ยูฟ่า ยูโรปา ลีก, ยูโรปา ลีก, ว่านต๋า เมโทรโปลิตาโน่, อาร์เซนอล, อาร์แซน เวงเกอร์, แอตเลติโก มาดริด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180504/image_big_5aec1fc30b470.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
