<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120288</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 11:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 11:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชัยวุฒิ&#039;ชู 5G จิ๊กซอว์สำคัญดันจีดีพีโต คาดหนุนจ้างงานเพิ่ม 1.3 แสนตำแหน่งในอีก 10ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20 ต.ค. 2564 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า เทคโนโลยี 5G จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในเวทีโลก โดยจะเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นจากการพัฒนาภาคอุตสาหกรรม การค้าการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยคาดว่า 5G จะช่วยเพิ่มมูลค่า GDP ให้กับประเทศไทย ได้ไม่ต่ำกว่า 5.5 เท่าภายในปี 2578&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การประยุกต์ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี 5G จะถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ มีการใช้ IOT ต่างๆ &amp;nbsp;ในระบบเกษตรอ้จฉริยะ (สมาร์ทฟาร์ม) เป็นต้น โดยคาดว่าภายในปี 2573 ตลาด 5G ในประเทศจะมีมูลค่ากว่า 6.5 แสนล้านบาท และสร้างการจ้างงานใหม่ด้านดิจิทัลกว่า 130,000 ตำแหน่ง เนื่องจากการใช้งานสมาร์ทโฟนที่มากขึ้น และการใช้งานอุปกรณ์อัจฉริยะที่ต้องอาศัย 5G ในภาคอุตสาหกรรม มีการใช้โดรนเชิงพาณิชย์ และสื่อบันเทิงต่างๆ จะมาใช้การสตรีมมิ่งผ่าน 5G&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นี่เป็นเรื่องสำคัญ เราเชื่อว่าการขับเคลื่อน GDP ของประเทศต้องเกิดจากเทคโนโลยี &amp;nbsp;5G และการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ ถ้าเราไม่ทำ สิ่งต่างๆ จะเกิดขึ้นไม่ได้ และทำให้เกิดการเสียโอกาสไปหลายแสนล้านบาท &amp;nbsp;ถ้าเราไม่ขับเคลื่อน 5G ให้พร้อมกับการแข่งขันเวทีโลก&amp;rdquo; นายชัยวุฒิกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ในส่วนของภาคของประชาชนซึ่งเป็นผู้ใช้งาน ก็จะได้รับประโยชน์จากการที่ภาครัฐเดินหน้าลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการผลักดันให้ขยายเครือข่าย 5G ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งจะทำให้มีแบนด์วิธที่เพิ่มขึ้น มีต้นทุนค่าใช้จ่ายในการใช้บริการสื่อสารข้อมูล (ดาต้า) ที่ต่ำลง และรองรับการใช้งานรูปแบบใหม่ๆ ได้มากขึ้น ทำให้คนไทยสะดวกสบายขึ้น ในการติดต่อสื่อสาร รวมถึง 5G ที่ทำให้ผู้ใช้บริการเข้ามาในระบบได้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวุฒิ กล่าวย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยี 5G และนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับประชาชน เพราะเชื่อว่าสิ่งนี้เป็นหัวใจในการพัฒนาประเทศ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ในการขับเคลื่อนการเติบโตเศรษฐกิจภายในประเทศให้ GDP ก้าวไปข้างหน้าได้ และที่สำคัญเป้าหมายสูงสุดไม่ได้มีแค่เศรษฐกิจเติบโต แต่ยังคาดหวังว่าประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางของเมืองอัจฉริยะในภูมิภาคอาเซียนนี้ให้ได้อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120288</URL_LINK>
                <HASHTAG>5G, จีดีพี, จ้างงาน, ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์, ดีอีเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616f9f12ac5f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120170</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2021 11:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 11:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.ดีอีเอสเผย นายกฯกำชับเล่นงานมิจฉาชีพแฮกบัญชีธนาคาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค.64- &amp;nbsp;นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวถึงกรณีผู้ถือบัตรเครดิตและบัตรเดบิตจำนวนมากประสบปัญหาในการชำระเงิน โดยที่ไม่ได้ทำธุรกรรมด้วยตนเองว่า ย้ำว่ากรณีนี้ไม่ได้เป็นการแฮก เพราะระบบธนาคารมีความมั่นคงปลอดภัย แต่ที่เกิดขึ้นมีการเอาข้อมูลเดบิตไปใช้โดยที่เจ้าของบัญชีไม่รู้ อย่างไรก็ตามขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังติดตามสืบสวนสอบสวนว่ามาจากแหล่งใด ใครไปใช้ประโยชน์ และกำลังสืบสวนว่าเงินไปตัดที่แพลตฟอร์มใด เช่น เกมหรือช่องทางออนไลน์ต่างๆ เพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี ส่วนเป็นการตัดเงินจากในประเทศหรือต่างประเทศนั้น เจ้าหน้าที่ก็กำลังตรวจสอบอยู่ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันมีการใช้เงินออนไลน์และผ่านระบบดิจิทัลจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.ดีอีเอสกล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้กำชับไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้เร่งติดตามจับกุมผู้กระทำความผิด แม้จะเป็นแพลตฟอร์มในต่างประเทศ แต่เชื่อว่าจะต้องมีคนไทยเข้ามาเกี่ยวข้องและจะสามารถเอาผิดกับผู้ที่กระทำความผิดได้ ขณะเดียวกันได้หารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย ถึงมาตรการป้องกันและตรวจสอบการโอนเงินในระบบออนไลน์ เนื่องจากมิจฉาชีพใช้ช่องว่างของการโอนเงินจำนวนน้อยและไม่มีการแจ้งเตือน มากระทำความผิด จึงต้องเร่งปรับปรุงเพื่อปิดช่องว่างดังกล่าว โดยขอฝากถึงประชาชนให้ตรวจสอบระบบความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางการเงินของธนาคารผู้ให้บริการ ว่ามีการแจ้งเตือน หรือมีการส่งรหัส OTP ก่อนโอนเงินหรือไม่ หากไม่พบว่ามีมาตรการดังกล่าวหรือระบบมีความไม่น่าเชื่อถือ ไม่มั่นใจ ก็อย่านำบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตของธนาคารดังกล่าวไปใช้ เพื่อป้องกันความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ยกร่างเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างเตรียมเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้มีการจดแจ้งของผู้ประกอบการอย่างถูกต้อง ตรวจสอบผู้ซื้อผู้ขาย มีระบบยืนยันตัวตน 2 ครั้ง ส่วนแพลตฟอร์มในต่างประเทศต้องมีตัวแทนคนไทยจดแจ้ง เพื่อรับผิดชอบกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในไทย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120170</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์, ดีอีเอส, ผู้ถือบัตรเครดิต, แฮกเกอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211019/image_big_616e405bf0856.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120093</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 16:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 16:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีอีเอส เข้มเตรียมชง กม. กำหนดยืนยันตัวตน 2 ชั้นคุ้มครองนักช้อปออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค. 64 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล หรือ ดีอีเอส เปิดเผยถึงกรณีผู้เสียหายกว่าหมื่นราย ถูกโอนเงินออกจากบัญชีตัวเองโดยไม่ได้ทำธุรกรรมว่า เบื้องต้นกำลังร่างกฎหมายเตรียมส่งเข้าให้ ครม.พิจารณา เพื่อคุ้มครองประชาชนในการซื้อขายออนไลน์ โดยจะให้ทุกร้านค้าที่ประกอบการทำธุรกิจออนไลน์ เข้ามาจดแจ้งขึ้นทะเบียนการทำธุรกิจออนไลน์ โดยให้อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ข้อบังคับของดีอีเอส เช่น ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายจะต้องมีการยืนยันตัวตน เพื่อป้องกันการเอาข้อมูลไปตัดบัญชีโดยที่เจ้าตัวของบัญชีไม่ได้เป็นผู้ทำธุรกรรมนี้ด้วยตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่จะเป็นกฎหมายลูกของ พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ แล้วเสร็จและอยู่ในขั้นตอนรอนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อกำกับดูแลธุรกิจออนไลน์และแพลตฟอร์มดิจิทัลทั้งหมด เพื่อไม่ให้ทำสิ่งที่ผิดกฎหมาย หลอกลวงประชาชน ซึ่งอยู่ในกระบวนการที่เราดำเนินการอยู่ เช่น การยืนยันตัวตน การมีตัวแทนในประเทศไทยที่รับผิดชอบต่อประชาชน มาตรการโอนเงินต้องมีระบบยืนยันตัวตน 2 ชั้น เป็นต้น ป้องกันไม่ให้ถูกหักเงินจากบัญชีโดยเจ้าของไม่รู้ตัว และให้ความคุ้มครองประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขอให้ความมั่นใจว่า ระบบความมั่นคงปลอดภัยของธนาคารยังแข็งแรง แต่ผู้ใช้บริการไปให้ข้อมูลกับผู้ขาย โดยปัญหาเกิดจากประชาชนที่ซื้อสินค้าทางออนไลน์ ถูกเจ้าของร้านค้าออนไลน์ ลักลอบนำข้อมูลส่วนตัวไปใช้ตัดเงินจากบัญชีบัตรมากกว่า 1 ครั้งที่ ทำเสมือนมีการซื้อขายทั้งๆ ที่ความจริงไม่มี ถือเป็นการฉ้อโกง ยักยอกทรัพย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดีเบื้องต้น ได้มีการชี้แจงจากแบงค์ชาติและสมาคมธนาคารแห่งประเทศไทย ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นการรั่วไหลของข้อมูลจากธนาคาร แต่เกิดจากการทำธุระกรรมชำระค่าสินค้าและบริการกลับร้านค้าออนไลน์ที่จดทะเบียนในต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งธนาคารเจ้าของบัตรได้ดำเนินการระงับการใช้บัตรของลูกค้าที่มีรายการผิดปกติ และติดต่อลูกค้า รวมทั้งอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบร้านค้าที่มีธุรกรรมที่ผิดปกติเหล่านี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าแบงก์ชาติหรือธนาคารใด ตรวจสอบแล้วพบว่ามีผู้ใดที่เกี่ยวข้องในกระบวนการนี้ ขอให้ส่งข้อมูลมา โดยกระทรวงดิจิทัลฯ และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะติดตามดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เราต้องไม่ปล่อยให้คนผิดหรือคนกลุ่มนี้ลอยนวลอยู่ ต้องเอาตัวมาลงโทษให้ได้ทั้งหมด ซึ่งแม้จะมีกรณีที่เป็นเว็บร้านออนไลน์ในต่างประเทศ แต่บัญชีที่รับโอนก็เปิดในเมืองไทย ต้องมีคนไทยเกี่ยวข้อง ถือเป็นผู้ร่วมกระบวนการทำความผิด&amp;rdquo; นายชัยวุฒิกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้เสียหายจากการถูกหักเงินผ่านบัญชีอัตโนมัติโดยไม่ได้ให้ความยินยอม เชื่อว่าจะได้รับเงินคืนจากธนาคารแน่นอน อย่างไรก็ตามกรณีที่มีข้อติดขัดในการประสานงานกับธนาคารผู้ออกบัตร สามารถแจ้งมาที่ ETDA ได้ผ่านสายด่วน 1212 เว็บไซต์&amp;nbsp;https://www.1212occ.com&amp;nbsp;หรือ email:&amp;nbsp;1212@mdes.go.th&amp;nbsp;เพื่อจะช่วยประสานงานให้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในส่วนของปัญหาเกี่ยวกับเอสเอ็มเอสฉ้อโกง ที่เมื่อคลิกเข้าไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์และจะถูกดูดข้อมูลส่วนตัวไปใช้หักเงินจากบัญชีนั้น โดยหลักการทางกระทรวงฯ ได้ประสาน กสทช. และผู้ให้บริการมือถือทุกค่าย ให้คอยตรวจสอบผู้ที่มาใช้บริการส่งเอสเอ็มเอสไปถึงประชาชน ว่าธุรกิจมีความถูกต้อง ถูกกฎหมาย หรือมีความเหมาะสมหรือไม่ หากพบว่าเป็นการส่งเอสเอ็มเอสที่ไม่เหมาะสม หรือผิดกฎหมาย ก็ให้บล็อกหรือปิดกั้นทันที ปัจจุบันทุกฝ่ายยอมรับหลักการนี้แล้ว และพยายามดำเนินการอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า เอสเอ็มเอส ส่งง่ายทั้งที่เป็นแบบส่งไปยังผู้รับกลุ่มใหญ่ๆ หรือส่งรายบุคคล ถ้าประชาชนพบเอสเอ็มเอสที่ไม่เหมาะสม ให้รีบแจ้งมายัง กสทช. หรือกระทรวงดิจิทัลฯ เพื่อดำเนินการตรวจสอบและปิดกั้นให้เร็วที่สุด ขณะเดียวกัน กระทรวงฯ ก็มีระบบ social listening คอยมอนิเตอร์อยู่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120093</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายอีคอมเมิร์ซ, ช้อปปิ้งออนไลน์, ดีอีเอส, พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์, ยืนยันตัวตน 2 ชั้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211018/image_big_616d37416bd13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120092</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีอีเอส เข้มเตรียมชง ก.ม.กำหนดยืนยันตัวตน 2 ชั้นคุ้มครองนักช้อปออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค. 64 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล หรือ ดีอีเอส เปิดเผยถึงกรณีผู้เสียหายกว่าหมื่นราย ถูกโอนเงินออกจากบัญชีตัวเองโดยไม่ได้ทำธุรกรรมว่า เบื้องต้นกำลังร่างกฎหมายเตรียมส่งเข้าให้ ครม.พิจารณา เพื่อคุ้มครองประชาชนในการซื้อขายออนไลน์ โดยจะให้ทุกร้านค้าที่ประกอบการทำธุรกิจออนไลน์ เข้ามาจดแจ้งขึ้นทะเบียนการทำธุรกิจออนไลน์ โดยให้อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ข้อบังคับของดีอีเอส เช่น ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายจะต้องมีการยืนยันตัวตน เพื่อป้องกันการเอาข้อมูลไปตัดบัญชีโดยที่เจ้าตัวของบัญชีไม่ได้เป็นผู้ทำธุรกรรมนี้ด้วยตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่จะเป็นกฎหมายลูกของ พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ แล้วเสร็จและอยู่ในขั้นตอนรอนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อกำกับดูแลธุรกิจออนไลน์และแพลตฟอร์มดิจิทัลทั้งหมด เพื่อไม่ให้ทำสิ่งที่ผิดกฎหมาย หลอกลวงประชาชน ซึ่งอยู่ในกระบวนการที่เราดำเนินการอยู่ เช่น การยืนยันตัวตน การมีตัวแทนในประเทศไทยที่รับผิดชอบต่อประชาชน มาตรการโอนเงินต้องมีระบบยืนยันตัวตน 2 ชั้น เป็นต้น ป้องกันไม่ให้ถูกหักเงินจากบัญชีโดยเจ้าของไม่รู้ตัว และให้ความคุ้มครองประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขอให้ความมั่นใจว่า ระบบความมั่นคงปลอดภัยของธนาคารยังแข็งแรง แต่ผู้ใช้บริการไปให้ข้อมูลกับผู้ขาย โดยปัญหาเกิดจากประชาชนที่ซื้อสินค้าทางออนไลน์ ถูกเจ้าของร้านค้าออนไลน์ ลักลอบนำข้อมูลส่วนตัวไปใช้ตัดเงินจากบัญชีบัตรมากกว่า 1 ครั้งที่ ทำเสมือนมีการซื้อขายทั้งๆ ที่ความจริงไม่มี ถือเป็นการฉ้อโกง ยักยอกทรัพย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดีเบื้องต้น ได้มีการชี้แจงจากแบงค์ชาติและสมาคมธนาคารแห่งประเทศไทย ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นการรั่วไหลของข้อมูลจากธนาคาร แต่เกิดจากการทำธุระกรรมชำระค่าสินค้าและบริการกลับร้านค้าออนไลน์ที่จดทะเบียนในต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งธนาคารเจ้าของบัตรได้ดำเนินการระงับการใช้บัตรของลูกค้าที่มีรายการผิดปกติ และติดต่อลูกค้า รวมทั้งอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบร้านค้าที่มีธุรกรรมที่ผิดปกติเหล่านี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าแบงก์ชาติหรือธนาคารใด ตรวจสอบแล้วพบว่ามีผู้ใดที่เกี่ยวข้องในกระบวนการนี้ ขอให้ส่งข้อมูลมา โดยกระทรวงดิจิทัลฯ และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะติดตามดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เราต้องไม่ปล่อยให้คนผิดหรือคนกลุ่มนี้ลอยนวลอยู่ ต้องเอาตัวมาลงโทษให้ได้ทั้งหมด ซึ่งแม้จะมีกรณีที่เป็นเว็บร้านออนไลน์ในต่างประเทศ แต่บัญชีที่รับโอนก็เปิดในเมืองไทย ต้องมีคนไทยเกี่ยวข้อง ถือเป็นผู้ร่วมกระบวนการทำความผิด&amp;rdquo; นายชัยวุฒิกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้เสียหายจากการถูกหักเงินผ่านบัญชีอัตโนมัติโดยไม่ได้ให้ความยินยอม เชื่อว่าจะได้รับเงินคืนจากธนาคารแน่นอน อย่างไรก็ตามกรณีที่มีข้อติดขัดในการประสานงานกับธนาคารผู้ออกบัตร สามารถแจ้งมาที่ ETDA ได้ผ่านสายด่วน 1212 เว็บไซต์&amp;nbsp;https://www.1212occ.com&amp;nbsp;หรือ email:&amp;nbsp;1212@mdes.go.th&amp;nbsp;เพื่อจะช่วยประสานงานให้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในส่วนของปัญหาเกี่ยวกับเอสเอ็มเอสฉ้อโกง ที่เมื่อคลิกเข้าไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์และจะถูกดูดข้อมูลส่วนตัวไปใช้หักเงินจากบัญชีนั้น โดยหลักการทางกระทรวงฯ ได้ประสาน กสทช. และผู้ให้บริการมือถือทุกค่าย ให้คอยตรวจสอบผู้ที่มาใช้บริการส่งเอสเอ็มเอสไปถึงประชาชน ว่าธุรกิจมีความถูกต้อง ถูกกฎหมาย หรือมีความเหมาะสมหรือไม่ หากพบว่าเป็นการส่งเอสเอ็มเอสที่ไม่เหมาะสม หรือผิดกฎหมาย ก็ให้บล็อกหรือปิดกั้นทันที ปัจจุบันทุกฝ่ายยอมรับหลักการนี้แล้ว และพยายามดำเนินการอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า เอสเอ็มเอส ส่งง่ายทั้งที่เป็นแบบส่งไปยังผู้รับกลุ่มใหญ่ๆ หรือส่งรายบุคคล ถ้าประชาชนพบเอสเอ็มเอสที่ไม่เหมาะสม ให้รีบแจ้งมายัง กสทช. หรือกระทรวงดิจิทัลฯ เพื่อดำเนินการตรวจสอบและปิดกั้นให้เร็วที่สุด ขณะเดียวกัน กระทรวงฯ ก็มีระบบ social listening คอยมอนิเตอร์อยู่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120092</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายอีคอมเมิร์ซ, ช้อปปิ้งออนไลน์, ดีอีเอส, พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์, ยืนยันตัวตน 2 ชั้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211018/image_big_616d37416bd13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120091</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีอีเอส เข้มเตรียมชง ก.ม.กำหนดยืนยันตัวตน 2 ชั้นคุ้มครองนักช้อปออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค. 64 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล หรือ ดีอีเอส เปิดเผยถึงกรณีผู้เสียหายกว่าหมื่นราย ถูกโอนเงินออกจากบัญชีตัวเองโดยไม่ได้ทำธุรกรรมว่า เบื้องต้นกำลังร่างกฎหมายเตรียมส่งเข้าให้ ครม.พิจารณา เพื่อคุ้มครองประชาชนในการซื้อขายออนไลน์ โดยจะให้ทุกร้านค้าที่ประกอบการทำธุรกิจออนไลน์ เข้ามาจดแจ้งขึ้นทะเบียนการทำธุรกิจออนไลน์ โดยให้อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ข้อบังคับของดีอีเอส เช่น ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายจะต้องมีการยืนยันตัวตน เพื่อป้องกันการเอาข้อมูลไปตัดบัญชีโดยที่เจ้าตัวของบัญชีไม่ได้เป็นผู้ทำธุรกรรมนี้ด้วยตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่จะเป็นกฎหมายลูกของ พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ แล้วเสร็จและอยู่ในขั้นตอนรอนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อกำกับดูแลธุรกิจออนไลน์และแพลตฟอร์มดิจิทัลทั้งหมด เพื่อไม่ให้ทำสิ่งที่ผิดกฎหมาย หลอกลวงประชาชน ซึ่งอยู่ในกระบวนการที่เราดำเนินการอยู่ เช่น การยืนยันตัวตน การมีตัวแทนในประเทศไทยที่รับผิดชอบต่อประชาชน มาตรการโอนเงินต้องมีระบบยืนยันตัวตน 2 ชั้น เป็นต้น ป้องกันไม่ให้ถูกหักเงินจากบัญชีโดยเจ้าของไม่รู้ตัว และให้ความคุ้มครองประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขอให้ความมั่นใจว่า ระบบความมั่นคงปลอดภัยของธนาคารยังแข็งแรง แต่ผู้ใช้บริการไปให้ข้อมูลกับผู้ขาย โดยปัญหาเกิดจากประชาชนที่ซื้อสินค้าทางออนไลน์ ถูกเจ้าของร้านค้าออนไลน์ ลักลอบนำข้อมูลส่วนตัวไปใช้ตัดเงินจากบัญชีบัตรมากกว่า 1 ครั้งที่ ทำเสมือนมีการซื้อขายทั้งๆ ที่ความจริงไม่มี ถือเป็นการฉ้อโกง ยักยอกทรัพย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดีเบื้องต้น ได้มีการชี้แจงจากแบงค์ชาติและสมาคมธนาคารแห่งประเทศไทย ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นการรั่วไหลของข้อมูลจากธนาคาร แต่เกิดจากการทำธุระกรรมชำระค่าสินค้าและบริการกลับร้านค้าออนไลน์ที่จดทะเบียนในต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งธนาคารเจ้าของบัตรได้ดำเนินการระงับการใช้บัตรของลูกค้าที่มีรายการผิดปกติ และติดต่อลูกค้า รวมทั้งอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบร้านค้าที่มีธุรกรรมที่ผิดปกติเหล่านี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าแบงก์ชาติหรือธนาคารใด ตรวจสอบแล้วพบว่ามีผู้ใดที่เกี่ยวข้องในกระบวนการนี้ ขอให้ส่งข้อมูลมา โดยกระทรวงดิจิทัลฯ และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะติดตามดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เราต้องไม่ปล่อยให้คนผิดหรือคนกลุ่มนี้ลอยนวลอยู่ ต้องเอาตัวมาลงโทษให้ได้ทั้งหมด ซึ่งแม้จะมีกรณีที่เป็นเว็บร้านออนไลน์ในต่างประเทศ แต่บัญชีที่รับโอนก็เปิดในเมืองไทย ต้องมีคนไทยเกี่ยวข้อง ถือเป็นผู้ร่วมกระบวนการทำความผิด&amp;rdquo; นายชัยวุฒิกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้เสียหายจากการถูกหักเงินผ่านบัญชีอัตโนมัติโดยไม่ได้ให้ความยินยอม เชื่อว่าจะได้รับเงินคืนจากธนาคารแน่นอน อย่างไรก็ตามกรณีที่มีข้อติดขัดในการประสานงานกับธนาคารผู้ออกบัตร สามารถแจ้งมาที่ ETDA ได้ผ่านสายด่วน 1212 เว็บไซต์&amp;nbsp;https://www.1212occ.com&amp;nbsp;หรือ email:&amp;nbsp;1212@mdes.go.th&amp;nbsp;เพื่อจะช่วยประสานงานให้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในส่วนของปัญหาเกี่ยวกับเอสเอ็มเอสฉ้อโกง ที่เมื่อคลิกเข้าไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์และจะถูกดูดข้อมูลส่วนตัวไปใช้หักเงินจากบัญชีนั้น โดยหลักการทางกระทรวงฯ ได้ประสาน กสทช. และผู้ให้บริการมือถือทุกค่าย ให้คอยตรวจสอบผู้ที่มาใช้บริการส่งเอสเอ็มเอสไปถึงประชาชน ว่าธุรกิจมีความถูกต้อง ถูกกฎหมาย หรือมีความเหมาะสมหรือไม่ หากพบว่าเป็นการส่งเอสเอ็มเอสที่ไม่เหมาะสม หรือผิดกฎหมาย ก็ให้บล็อกหรือปิดกั้นทันที ปัจจุบันทุกฝ่ายยอมรับหลักการนี้แล้ว และพยายามดำเนินการอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า เอสเอ็มเอส ส่งง่ายทั้งที่เป็นแบบส่งไปยังผู้รับกลุ่มใหญ่ๆ หรือส่งรายบุคคล ถ้าประชาชนพบเอสเอ็มเอสที่ไม่เหมาะสม ให้รีบแจ้งมายัง กสทช. หรือกระทรวงดิจิทัลฯ เพื่อดำเนินการตรวจสอบและปิดกั้นให้เร็วที่สุด ขณะเดียวกัน กระทรวงฯ ก็มีระบบ social listening คอยมอนิเตอร์อยู่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120091</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายอีคอมเมิร์ซ, ช้อปปิ้งออนไลน์, ดีอีเอส, พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์, ยืนยันตัวตน 2 ชั้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211018/image_big_616d37416bd13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119980</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2021 14:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2021 14:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รมว.ดีอีเอส&#039; ชี้ไม่ใช่เรื่องแปลก ม็อบป่วนผู้นำประเทศ มีทุกยุคสมัย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค.64 - &amp;nbsp;นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม​ และกรรมการบริหารพรรคพรรคพลังประชารัฐ​ (พปชร.) กล่าวถึงกรณี ​ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า​ ส.ส.พะเยา​ และเลขาธิการพรรคพปชร.​ ระบุการลงพื้นที่ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพปชร. ที่มักจะมีมวลชนบางส่วนออกต่อต้าน​ ควรให้ปล่อยไปตามธรรมชาติ​ ว่า​ โดยหลักแล้วทุกคนมีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็น​เพียงแต่ในบริเวณที่มีการจัดงานหรือมีกิจกรรมของผู้นำประเทศก็ไม่ควรเข้ามาวุ่นวาย​ เพราะมีเรื่องของความปลอดภัยด้วย อย่างประเทศอื่นมีการกันไม่ให้เข้ามา​ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา​ &amp;nbsp;เพราะหากมีการไปปั่นป่วนงานอาจจะส่งผลไม่สามารถจัดงานได้ การมาประท้วงทำได้​ และมีสถานที่จัดไว้ให้ว่าควรอยู่บริเวณใด​ เพื่อไม่ให้กระทบกับการจัดงานหรือการลงพื้นที่ของฝ่ายราชการ​ ทุกประเทศมีการกันทั้งนั้น​ ไม่มีปล่อยม็อบบุกเข้ามาข้างใน​ เพราะถ้าทุบนายกฯขึ้นมาจะทำอย่างไร​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวุฒิ ระบุว่า ถือเป็นหลักการปกติของทุกประเทศ​ ที่แสดงความคิดเห็นได้โดยไม่มารบกวนผู้อื่น​ แต่เท่าที่ดูม็อบมาเพื่อก่อกวนให้งานจัดไม่ได้มากกว่า​ แต่ต้องยอมรับว่าเหตุการณ์​แบบนี้มีมาตลอดไม่ว่าจะสมัยอดีตนายกฯ​ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หรือ​ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ​ ทุกคนมีหมด​ ไม่ได้เพิ่งมามีสมัยนี้เป็นสมัยแรก​ ตนเองมองว่าไม่ได้เป็นเรื่องแปลกอะไร​ ให้ดูว่าในอดีตเขาทำเช่นไรก็ทำอย่างนั้น​.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119980</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์, ดีอีเอส, ม็อบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210904/image_big_61330d61c32a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119781</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 09:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 09:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชัยวุฒิ&#039; เร่งศึกษา กม. ดึงบุหรี่ไฟฟ้าเข้าระบบ เป็นสินค้าควบคุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค. 2564 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 14 ต.ค.64 ที่ผ่านมา ทางตัวแทนภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบแห่งประเทศไทย ตัวแทนกลุ่ม ECST ผู้สนับสนุนผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้า และแอดมินเพจเฟซบุ๊กมนุษย์ควัน ได้เดินทางมาเข้าพบ เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมถึงหารือแนวทางผลักดันบุหรี่ไฟฟ้าให้เป็นสินค้าที่จำหน่ายได้ตามกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษาข้อกฎหมายเพื่อดึงบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาอยู่ในระบบให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยกำลังดูว่ามีประเด็นติดขัดเรื่องอะไรบ้าง เนื่องจากมองว่าหากทำให้เป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายได้จะสามารถลดอันตรายให้กับผู้สูบ เพราะบางคนไม่สามารถเลิกบุหรี่ได้ แม้จะมีการรณรงค์ให้คนเลิกสูบบุหรี่มาอย่างต่อเนื่อง แต่ปัจจุบันยังมีจำนวนผู้สูบบุหรี่อีกเกือบ 10 ล้านคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมจะรวบรวมข้อมูล นำไปประสานผู้เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและทบทวนแนวคิด หาแนวทางขับเคลื่อนเพื่อทำให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นเรื่องถูกกฎหมาย เพราะปัจจุบันทั้ง อย.สหรัฐ อังกฤษ และญี่ปุ่น ปัจจุบันยอมรับให้ใช้แล้ว ดังนั้น เราต้องไปศึกษาต่อไปว่าข้อติดขัดอยู่ที่ภาคส่วนใด อย่างเช่น ในเรื่องใบอนุญาตให้ใช้ การขาย การผลิต &amp;nbsp;เพราะจากที่ศึกษาเบื้องต้นในแง่กฎหมายน่าจะใช้ พ.ร.บ.ยาสูบฯ ควบคุมให้เข้ามาอยู่ในระบบได้อยู่แล้ว คงต้องมีการจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมาทำงานเรื่องนี้โดยเฉพาะ&amp;rdquo; นายชัยวุฒิกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเหตุผลที่สนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย เพราะเครื่องยาสูบที่เป็นไฟฟ้าถือเป็นเทคโนโลยีใหม่ ปัจจุบัน 67 ประเทศทั่วโลกมีการยอมรับบุหรี่ไฟฟ้าแล้ว โดยเฉพาะประเทศใหญ่ๆ เช่น สหรัฐอเมริกา จีน แม้แต่มาเลเซีย เพราะถือว่าเป็นยาสูบที่มีความอันตรายน้อยกว่าบุหรี่จริง โดยบุหรี่ไฟฟ้าจะมีสารพิษน้อยกว่า ขณะที่ ในประเทศไทยยังไม่เป็นที่ยอมรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หลายประเทศยอมรับว่า หากเรามีบุหรี่ไฟฟ้าจะสามารถลดอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนได้มากกว่า เรื่องนี้ผมขอศึกษาข้อกฎหมายก่อน นอกจากนี้ ปัจจุบันทราบว่าโรงงานยาสูบและผู้ปลูกยาสูบเองก็มีรายได้ลดลง เนื่องจากคนนิยมไปสูบบุหรี่นำเข้า หรือบุหรี่ที่ลักลอบนำเข้ามา ดังนั้น ถ้าเราสามารถเอายาสูบที่ปลูกในประเทศมาผลิตบุหรี่ไฟฟ้าได้ จะสามารถแก้ปัญหาให้กับโรงงานยาสูบและเกษตรกรได้ รวมทั้งส่งออกได้ด้วย&amp;rdquo; นายชัยวุฒิกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมทั้งย้ำว่า การดึงสินค้าในกลุ่มบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาอยู่ในระบบ เป็นสินค้าที่อยู่ภายใต้กฎหมายนั้น อยู่ที่ว่าประเทศไทยและผู้กำหนดนโยบายที่เกี่ยวข้อง จะสามารถปรับตัวตามเทคโนโลยีได้มากน้อยแค่ไหน เพราะปัจจุบันสินค้านี้มีขายกันใต้ดินและทางออนไลน์ ดังนั้นถ้าไม่ปรับตัวตามเทคโนโลยีก็จะเกิดปัญหาภายในประเทศ และเสียหายในอนาคตได้ ทั้งในเรื่องการลักลอบจำหน่าย การสูญเสียรายได้จากภาษี การสูญเสียโอกาสและกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบชาวไทย และการลดผลกระทบต่อสุขภาพของนักสูบชาวไทยที่ไม่สามารถเลิกบุหรี่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีข้อมูลจากรายงานเรื่อง E-cigarettes: an evidence update จัดทำโดยกระทรวงสาธารณสุขอังกฤษ ระบุว่า ผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ทั่วไป ส่งผลกระทบด้านสุขภาพน้อยกว่าบุหรี่ทั่วไปร้อยละ 95 พร้อมทั้งสนับสนุนให้ผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเนื่องจากมีหลักฐานผู้เลิกบุหรี่ได้ในกลุ่มผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าในอัตราที่สูง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119781</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดีอีเอส, บุหรี่ไฟฟ้า, สินค้าควบคุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211015/image_big_6168e484cb863.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
