<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67681</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐวิกฤติ&#039;ทรัมป์&#039;จ่อใช้ทหารปราบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไฟยังร้อนแรงไม่พอ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เติมเชื้อด้วยการขู่ใช้กำลังทหาร ก่อนให้ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาขับไล่ผู้ชุมนุมอย่างสันติหน้าทำเนียบขาว เปิดทางให้พาหมู่คณะไปถ่ายรูปหน้าโบสถ์ที่โดนมือดีทำลาย จลาจลปล้นสะดมเกิดซ้ำในนิวยอร์กและแอลเอคืนวันจันทร์ ตำรวจโดนยิงบาดเจ็บ 4 นายที่เมืองเซนต์หลุยส์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การชุมนุมประท้วงในสหรัฐอเมริกาผ่านมาครบ 1 สัปดาห์แล้วนับตั้งแต่จอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวดำวัย &amp;nbsp;46 ปีเสียชีวิต ภายหลังเขาโดนตำรวจเมืองมินนิแอโพลิสควบคุมตัวโดยใช้เข่ากดคอนานเกือบ 9 นาที เมื่อวันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2563 ภาพเหตุการณ์ที่มีผู้ถ่ายวิดีโอไว้ได้ก่อความโกรธแค้นไปทั่วสหรัฐอเมริกาและลุกลามไปอีกหลายประเทศ หลายสิบเมืองเผชิญการประท้วงรุนแรงก่อความไม่สงบครั้งรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 50 ปี รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันอังคารที่ 2 มิถุนายน 2563 ระบุว่า มีมากกว่า 40 เมืองแล้วที่ประกาศเคอร์ฟิว และมี 23 มลรัฐและกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ที่รัฐบาลท้องถิ่นระดมกำลังทหารกองหนุนหน่วยเนชันแนลการ์ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า เมื่อวันจันทร์ ประธานาธิบดีทรัมป์ซึ่งใช้เวลาส่วนใหญ่ในทำเนียบขาวเมื่อสุดสัปดาห์ ทวีตโจมตีคู่แข่งทางการเมืองและสื่อมวลชน แถลงข่าวที่โรสการ์เดนของทำเนียบขาว &amp;nbsp;ประกาศกร้าวว่าเขาจะส่งทหารติดอาวุธหนักนับพันนับหมื่นนายออกปราบปรามการประท้วงรุนแรงก่อจลาจลปล้นสะดมวางเพลิง และขู่จะวางกำลังทหารในรัฐต่างๆ ที่ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมกำลังส่งทหารติดอาวุธหนักนับพันนับหมื่นนาย พวกเจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายเพื่อหยุดการก่อจลาจล ปล้นสะดม สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน ทำร้ายร่างกาย และการทำลายล้างสมบัติพัสถาน&amp;quot; ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกากล่าว และยังประณามการก่อความไม่สงบในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.เมื่อคืนวันอาทิตย์ พร้อมเรียกร้องให้ผู้ว่าการรัฐทั้งหลายควบคุมสถานการณ์ให้ได้ &amp;quot;ถ้าเมืองหรือรัฐปฏิเสธที่จะดำเนินการที่จำเป็นเพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ผมก็จะส่งกำลังทหารสหรัฐอเมริกามาวางกำลังและแก้ไขปัญหาแทนพวกเขาอย่างรวดเร็ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างที่ทรัมป์แถลงนั้น ที่ด้านนอกทำเนียบขาว เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายซึ่งรวมถึงสารวัตรทหาร ยิงแก๊สน้ำตาเพื่อขับไล่ผู้ชุมนุมประท้วงอย่างสันติ เพื่อให้ทรัมป์สามารถเดินข้ามถนนจากทำเนียบขาวไปยังวิหารเซนต์จอห์น ซึ่งโดนผู้ประท้วงพ่นข้อความเปรอะเปื้อนและได้รับความเสียหายบางส่วนจากการวางเพลิงเมื่อคืนวันอาทิตย์ ที่ด้านหน้าโบสถ์ ทรัมป์ยืนถือคัมภีร์ไบเบิลหน้าเคร่งเครียดประกาศว่า &amp;quot;เรามีประเทศที่ยิ่งใหญ่&amp;quot; จากนั้นเขาถ่ายภาพร่วมกับอีวานกา ลูกสาว และวิลเลียม บาร์ รัฐมนตรียุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำขู่และการแสดงออกของทรัมป์ล่าสุดถูกวิจารณ์ว่ายิ่งเพิ่มความขัดแย้งและกระตุ้นความโกรธแค้น &amp;nbsp;ไมเคิล เคอร์รี หัวหน้าบาทหลวงเขตวอชิงตัน ดี.ซี. ตำหนิทรัมป์ว่าใช้โบสถ์ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งนี้เป็นฉากถ่ายรูป &amp;quot;การกระทำเช่นนั้น เป็นการที่เขาใช้อาคารโบสถ์และพระคัมภีร์ไบเบิลเพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมืองของพวกเดียวกัน&amp;quot; บิชอปท่านนี้ทวีต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต คู่แข่งชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีกับทรัมป์เดือนพฤศจิกายนนี้ ทวีตตำหนิทรัมป์เช่นกันว่า &amp;quot;เขากำลังใช้ทหารอเมริกันกับประชาชนชาวอเมริกัน&amp;quot; และ &amp;nbsp;&amp;quot;เขาใช้แก๊สน้ำตาใส่ผู้ที่ประท้วงอย่างสันติ และยิงกระสุนยาง เพื่อถ่ายรูปเนี่ยนะ เห็นแก่ลูกหลาน เห็นแก่จิตวิญญาณแท้จริงของประเทศเรา เราต้องเอาชนะเขา&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ทรัมป์จะใช้วาทกรรมดุดันแต่การชุมนุมประท้วงในเมืองใหญ่ๆ เมื่อวันจันทร์เป็นไปอย่างสันติเป็นส่วนใหญ่ แต่มีรายงานการปล้นสะดมร้านค้าในนครแมนฮัตตันของนิวยอร์ก และเมืองฮอลลีวูดของนครลอสแองเจลีส แม้จะมีเคอร์ฟิวก็ตาม ทำให้ผู้ว่าการรัฐต้องขยับเวลาเคอร์ฟิวให้เร็วขึ้น 3 ชั่วโมงเป็นตั้งแต่ 2 ทุ่มในวันอังคาร และยังมีการปะทะกับตำรวจที่เมืองเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี ซึ่งตำรวจโดนยิงบาดเจ็บ 4 นาย แต่ไม่มีใครอาการหนักถึงขั้นเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จอห์น เฮย์เดน ผู้บังคับการตำรวจเซนต์หลุยส์ แถลงเมื่อเช้าวันอังคารว่า ตำรวจ 2 นายโดนยิงที่ขา &amp;nbsp;หนึ่งนายโดนที่เท้า และอีกนายโดนยิงที่แขน ตำรวจเหล่านี้โดนยิงขณะยืนอยู่ในแถวของตำรวจและยังไม่ชัดเจนว่ามือปืนมีกี่คน ตำรวจยังไม่ได้จับกุมใคร เหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้นหลังการประท้วงอย่างสันติในช่วงบ่าย แต่แล้วหลังจากนั้นมีคนไม่กี่ร้อยคนออกปล้นสะดม ขว้างปาก้อนอิฐและประทัดใส่ตำรวจที่ตอบโต้ด้วยอาวุธ &amp;quot;ฟลอยด์โดนฆ่าตายที่อื่น แต่คนพวกนี้กำลังทำลายเมืองทั่วประเทศเป็นเสี่ยงๆ&amp;quot; นายตำรวจผู้นี้กล่าวด้วยความสะเทือนอารมณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการชันสูตรศพโดยผู้เชี่ยวชาญตามที่ครอบครัวฟลอยด์ร้องขอบ่งชี้ว่า เขาเสียชีวิตเพราะภาวะขาดอากาศหายใจ การตายของเขาเป็นการฆาตกรรม ขณะที่เจ้าหน้าที่ชันสูตรศพของเมืองเฮนเนพินเปิดเผยรายงานอย่างเป็นทางการเช่นกัน ระบุสาเหตุการตายว่าเกิดจากการกดลำคอทำให้ขาดอากาศหายใจ แต่ก็ยังระบุด้วยว่าในร่างกายของเขามีภาวะเป็นพิษจากเฟนทานิลและการใช้เมทแอมเฟตามีน &amp;nbsp;บวกกับมีปัญหาทางหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งแสดงอาการระหว่างโดนควบคุมตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดีเร็ก โชวิน ตำรวจผิวขาวที่ใช้เข่ากดลำคอฟลอยด์แม้เขาร้องบอกว่าหายใจไม่ออก ถูกตั้งข้อหาฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา เขาจะถูกส่งตัวขึ้นศาลวันที่ 8 มิถุนายน ส่วนพิธีศพของฟลอยด์จะจัดที่เมืองฮุสตัน &amp;nbsp;รัฐเทกซัส วันที่ 9 มิถุนายน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67681</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอร์จ ฟลอยด์, จอห์น เฮย์เดน, ดีเร็ก โชวิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200602/image_big_5ed65251dc320.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67392</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2020 23:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘โอบามา’แบ่งปันเจ็บปวด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์ตำรวจฆ่า &amp;quot;จอร์จ ฟลอยด์&amp;quot; คนอเมริกันผิวดำกระตุ้นให้เกิดการประท้วงรุนแรงลามไปอีกหลายรัฐทั่วสหรัฐอเมริกาเมื่อวันศุกร์ รวมถึงด้านนอกทำเนียบขาว หน่วยซีเคร็ตเซอร์วิสต้องล็อกดาวน์ เมืองมินนีแอโพลิสเคอร์ฟิว อัยการตั้งข้อหาตำรวจผิวขาวทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยประมาท แต่ถูกวิจารณ์ว่าข้อหาเบาไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ประท้วงชูป้ายข้อความว่า &amp;quot;ชีวิตคนดำมีความสำคัญ&amp;quot; ด้านหน้ารถตำรวจที่ถูกวางเพลิงระหว่างการชุมนุมประท้วงที่เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย เมื่อวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐอเมริกาเผชิญการประท้วงก่อความวุ่นวายครั้งรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปี ที่เมืองมินนีแอโพลิส รัฐมินนิโซตา ผู้ประท้วงปะทะกันตำรวจติดต่อกันเป็นคืนที่ 4 เมื่อวันศุกร์ และมีรายงานการปะทะและก่อจลาจลในอีกหลายเมือง ตั้งแต่นครนิวยอร์กฝั่งตะวันตกของสหรัฐ ไปจนถึงนครลอสแองเจลิสในฝั่งตะวันออก รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ที่เมืองแอตแลนตา รถตรวจการณ์ของตำรวจถูกโจมตีและวางเพลิง เมื่อการประท้วงบานปลายจนควบคุมไม่อยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ผู้ประท้วงหลายร้อยคนชุมนุมที่สวนสาธารณะอีกฝั่งถนนตรงข้ามทำเนียบขาว และเกิดการเผชิญหน้ากับหน่วยซีเคร็ตเซอร์วิสหลายสิบนายที่วางกำลังรักษาการณ์ด้านนอกทำเนียบขาว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พำนักอยู่ภายในด้วยเวลานั้น ทำให้หน่วยอารักขาประธานาธิบดีตัดสินใจล็อกดาวน์ปิดทางเข้า-ออกของทำเนียบขาวชั่วคราว หลังจากนั้นผู้ประท้วงเคลื่อนขบวนไปชุมนุมที่อาคารรัฐสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ประท้วงพากันชูป้ายข้อความว่า &amp;quot;หยุดฆ่าเรา&amp;quot; หรือ &amp;quot;ชีวิตคนดำก็สำคัญ&amp;quot; และร้องตะโกนว่า &amp;quot;ฉันหายใจไม่ออก&amp;quot; ตามคำพูดของฟลอยด์ ระหว่างที่โดนตำรวจใช้เข่ากดคอเขานานเกือบ 9 นาที โดยที่ตัวเขาโดนจับใส่กุญแจมือไพล่หลังนอนราบกับพื้นและไร้อาวุธ จนเขาหมดสติและถูกประกาศว่าเสียชีวิตที่โรงพยาบาล เหตุการณ์เกิดขึ้นที่มินนีแอโพลิสเมื่อวันจันทร์ และมีผู้เห็นเหตุการณ์ถ่ายวิดีโอไว้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดีเร็ก โชวิน ตำรวจผิวขาวนายนี้ ถูกอัยการตั้งข้อหาฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา และข้อหาทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยประมาท แต่ข้อหาของเขาถูกวิจารณ์ว่าเบาเกินไป ครอบครัวของฟลอยด์รวมถึงผู้ประท้วงต้องการให้ดำเนินคดีเขาฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา และต้องการให้ตั้งข้อหากับตำรวจอีก 3 นายที่อยู่ในเหตุการณ์นั้น ตำรวจทั้ง 4 นายโดนไล่ออกแล้วตั้งแต่วันอังคาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการไมค์ ฟรีแมน ประจำมินนีแอโพลิส กล่าวว่า กรณีของตำรวจอีก 3 นายยังอยู่ระหว่างการสอบสวน และเขากำลังพิจารณาข้อหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไม่เจตนาที่อัยการเอาผิดกับตำรวจนายนี้เป็นไปตามผลการชันสูตรศพของฟลอยด์ ที่ระบุว่าถึงแม้ว่าโชวินจะใช้เข่ากดคอฟลอยด์นานเกือบ 9 นาที โดย 2 นาที 53 วินาทีสุดท้ายนั้นฟลอยด์แน่นิ่งไปแล้ว แต่ฟลอยด์ไม่ได้เสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจหรือถูกบีบรัดจนหายใจไม่ออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บีบีซีกล่าวว่า รายงานของเจ้าหน้าที่ชันสูตรศพระบุว่า ฟลอยด์มีอาการทางหัวใจอยู่ก่อน เมื่อรวมถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจึงอาจส่งผลร้ายต่อระบบร่างกายของเขา และการถูกตำรวจควบคุมตัว &amp;quot;น่าจะเป็นสาเหตุนำไปสู่การเสียชีวิต&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประท้วงก่อจลาจล ปล้นสะดม วางเพลิงและทำลายทรัพย์สินติดต่อกัน 3 คืน ทางการมินนีแอโพลิสและเมืองเซนต์พอลประกาศเคอร์ฟิวในเมืองคู่แฝดทั้งสอง ตั้งแต่เวลา 20.00-06.00 น.วันศุกร์และวันเสาร์ แต่ผู้ประท้วงท้าทายคำสั่งเคอร์ฟิวและออกมาชุมนุมกันตามท้องถนน บางครั้งโดนตำรวจยิงแก๊สน้ำตาขับไล่ มีอาคารหลายหลังและรถยนต์หลายคันถูกเผาอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศตั้งข้อหาตำรวจนายนี้มีออกมาในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากผู้ว่าการรัฐมินนิโซตาเรียกกำลังทหารหน่วยพิทักษ์ชาติหรือเนชั่นแนลการ์ด 500 นาย มาช่วยตำรวจท้องถิ่นรักษาความปลอดภัยในเมืองมินนีแอโพลิสและเซนต์พอล ซึ่งสถานีตำรวจเขต 3 ต้นสังกัดของตำรวจเหล่านี้เพิ่งโดนวางเพลิงไปเมื่อคืนวันพฤหัสบดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันศุกร์ ที่เมืองโอ๊กเดล ชานเมืองมินนีแอโพลิส ผู้ประท้วงไปรวมตัวกันด้านนอกบ้านของโชวินที่โดนโจมตีทำลายทรัพย์สิน โดยชูป้ายข้อความประท้วงและร้องตะโกนชื่อของฟลอยด์ ผู้ประท้วงชื่อทารา บาเรียน อายุ 39 ปี บอกกันเอเอฟพีว่า เธอทำได้แต่ร้องไห้ ต้องใช้เวลานานขนาดนี้ผู้คนจึงตระหนักว่าชีวิตคนดำมีความสำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการสหรัฐวางกำลังตำรวจปราบจลาจลในหลายเมืองเมื่อวันศุกร์ เพื่อป้องกันเหตุการณ์รุนแรงและการปล้นสะดม แต่หลายเมืองก็ยังมีผู้คนออกมาชุมนุมประท้วง เช่นที่บอสตัน, ดัลลัส, เดนเวอร์, ดิมอยน์, ฮุสตัน, ลาสเวกัส, เมมฟิส และพอร์ตแลนด์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี ประธานาธิบดีทรัมป์เพิ่งทวีตประณาม &amp;quot;พวกอันธพาล&amp;quot; ที่ก่อปล้นสะดม และขู่จะส่งทหารของส่วนกลางเข้าไปจัดการ โดยบอกว่า &amp;quot;เมื่อการปล้นสะดมเริ่มขึ้น การยิงก็เริ่มขึ้น&amp;quot; ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ทวิตเตอร์ซ่อนข้อความนี้ของทรัมป์ โดยอ้างว่าขัดต่อข้อบังคับเรื่องการเชิดชูความรุนแรง แต่ในวันศุกร์ ทรัมป์เปลี่ยนน้ำเสียงเป็นโอนอ่อนลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ได้พูดคุยกับครอบครัวของฟลอยด์เมื่อวันศุกร์เพื่อแสดงความเศร้าใจ ทรัมป์กล่าวว่าเขาเข้าใจความเจ็บปวด ครอบครัวนี้สมควรได้รับความยุติธรรม และชาวมินนิโซตาควรได้ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา กล่าวในแถลงการณ์ว่า เขาร่วมแบ่งปัน &amp;quot;ความเจ็บปวดรวดร้าว&amp;quot; กับชาวอเมริกันหลายล้านคนต่อการเสียชีวิตของฟลอยด์ &amp;quot;สิ่งนี้ไม่ควรเป็น &amp;#39;เรื่องปกติ&amp;#39; ในอเมริกา 2020&amp;quot; ส่วนอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่เป็นคู่แข่งของทรัมป์ในการเลือกตั้งปลายปีนี้ กล่าวเรียกร้องความยุติธรรม และว่า ถึงเวลาต้องรักษา &amp;quot;แผลเปิด&amp;quot; ของการเหยียดผิวอย่างเป็นระบบในสหรัฐ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67392</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอร์จ ฟลอยด์, ดีเร็ก โชวิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไมค์ ฟรีแมน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200530/image_big_5ed256c109a3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
